• ช่างนอกตำรา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-12-26
  • จำนวนเรื่อง : 80
  • จำนวนผู้ชม : 819880
  • ส่ง msg :
  • โหวต 100 คน
ช่างซ่อมภาษา
มาช่วยกันซ่อมแซม แก้ไข การใช้ภาษาไทยของเราให้ถูกต้องกันเถอะ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/VRThai
วันเสาร์ ที่ 22 มีนาคม 2551
Posted by ช่างนอกตำรา , ผู้อ่าน : 1934 , 07:13:07 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เสาร์  22 มีนาคม 2551

สำหรับ...คอกาแฟ

วันนี้เป็นอีกวันหนึ่งที่ผมจะขออนุญาตเพื่อน ๆ พักจากการซ่อมฯ  เพราะเหน็ดเหนื่อยจากการเร่งทำงานประจำที่ผ่านมา...และระหว่างที่จิบกาแฟอยู่ก็นึกขึ้นมาได้ว่า..ลูกสาวคนกลาง (ไม่ใช่กลางคนนะครับ)..ได้ซื้อหนังสือเกี่ยวกับกาแฟมาอ่านเล่นเล่มหนึ่ง..ก็เลยลองพลิก ๆ ดู....เออ..น่าสนใจแฮะ...มีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเกี่ยวกับกาแฟมากมาย..ก็เลยคิดว่า...อย่ากระนั้นเลย...อยู่เฉย ๆ ดีกว่า...ไ.ม่.ช่.า.ย.....เอามาเผยให้เพื่อน ๆ ที่เป็น...คอกาแฟ..ทั้งหลายได้อ่านกันมั่งก็ดี เริ่มแรกก็ควรจะเป็นที่มาที่ไปของกาแฟ...เพื่อที่พวกเราก่อนซดกาแฟถ้วยต่อไปจะได้นึกถึงคุณงามความดีของไอ้หนุ่มผมงาม..นามว่า คาลดี..กันบ้างนะครับ.....

ประวัติและความเป็นมาของ...กาแฟ

          การค้นพบกาแฟและการนำผลิตผลออกมาสู่โลกภายนอกมีตำนานเล่าขานกันมาไม่แพ้นิทานพื้นบ้านที่เล่าสืบทอดกันมา..กล่าวกันว่าในต้นศตวรรษที่ 6 มีชายหนุ่มคนหนึ่งชื่อ คาลดี เป็นชาวอาบิสซีเนีย (หรือเอธิโอเปียในปัจจุบัน) หนุ่มน้อยผู้นี้มีอาชีพเป็น..คนเลี้ยงแพะ..ทุกวันเขาจะนำฝูงแพะออกไปหาอาหารกินตามทุ่งนาและตามเนินเขาต่าง ๆ เมื่อเจอแหล่งหญ้าและพุ่มไม้ที่อุดมสมบูรณ์ เขาก็จะปล่อยให้ฝูงแพะหากินตามสบาย..ส่วนตัวเขา..ตามประสาหนุ่มขี้เกียจก็จะหาที่ร่มเพื่อนอนพัก...ตกเย็นก็ต้อนฝูงแพะกลับบ้าน....นี่คือกิจวัตรประจำวันของเขา....

          แม้เขาจะเป็นคนขี้เกียจ แต่เขาก็ยังมีความดีอยู่อย่างหนึ่งคือ..การเป็นคนช่างสังเกต...วันหนึ่งเขาสังเกตเห็นความผิดปกติของฝูงแพะหลังจากที่มันไปหากินตามบริเวณเนินเขา ...ดูเหมือนว่ามันจะกระปรี้กระเปร่าขึ้น..... เจ้าหนุ่มคาลดีก็เริ่มจับตาดูว่า ฝูงแพะมันไปกินอะไรเข้าจึงเกิดอาการเช่นนี้ และก็สังเกตเห็นว่า..มีผลไม้ลูกเล็ก ๆ สีแดงชนิดหนึ่งซึ่งเขาไม่เคยเห็นมาก่อนเป็นอาหารที่ฝูงแพะของเขากิน.... จากการเฝ้าสังเกตติดต่อกันหลายวัน เขาจึงสันนิษฐานว่า....จะต้องเป็นเจ้าผลไม้สีแดงนี้แน่ ๆ ที่เป็นสาเหตุให้ฝูงแพะของเขากระปรี้กระเปร่าขึ้น....และเพื่อความแน่ใจ..เขาจึงเด็ดผลไม้นี้ติดตัวกลับบ้านและลองกินดู....เขาก็เลยกลายเป็น..คนแรกที่ได้ลิ้มรสชาติของผลไม้วิเศษที่มีชื่อเรียกกันภายหลังว่า...กาแฟ

          นับว่าเป็นโชคดีของชาวโลกที่เจ้าหนุ่ม คาลดี ไม่ได้เก็บการค้นพบโดยบังเอิญนี้ไว้คนเดียว เขานำสิ่งที่ค้นพบไปเล่าให้นักบวชที่อยู่ในหมู่บ้านฟัง ความที่เป็นพระและมีความรู้ทางสมุนไพร พระรูปนี้จึงได้นำผลไม้ลูกเล็ก ๆ สีแดงนี้ไปลอกเปลือกออก และนำไปตากแห้ง จากนั้นนำไปต้มน้ำ ดื่มเป็นน้ำสมุนไพร และสังเกตความเปลี่ยนแปลงของตนเองดู ก็พบว่า....ความง่วงเหงาหาวนอนในระหว่างสวดมนต์ตอนเย็น ได้หายไปและมีความกระปรี้กระเปร่าเข้ามาแทนที่.....ทำให้การสวดมนต์สรรเสริญพระเจ้าในตอนเย็นมีชีวิตชีวาขึ้น และจากที่วัดนี้เอง การต้มผลไม้ลูกเล็ก ๆ สีแดงที่เรียกว่า “กาแฟ” ก็ได้แพร่หลายออกสู่บริเวณใกล้เคียง

          จากการค้นพบครั้งแรกในศตวรรษที่ 6 เรื่อยมาจนถึงศตวรรษที่ 16 การดื่มกาแฟและการขายเมล็ดพันธุ์ยังคงจำกัดอยู่ในวงแคบและอยู่ในมือของชาวอาหรับเท่านั้น.... ชาวอาหรับหวงแหนเมล็ดกาแฟมากและเก็บเป็นความลับสุดยอด.... เมล็ดกาแฟที่จะส่งออกไปจำหน่ายให้พ่อค้าจะต้องผ่านการต้มสุกเสียก่อนเพื่อป้องกันการนำไปขยายพันธุ์ (เขี้ยว จริง ๆ) ...แต่ในที่สุดเมล็ดพันธุ์กาแฟที่เป็นที่หวงแหนของชาวอาหรับ ก็ถูกมือดีชาวอินเดียลักลอบนำออกไปสู่โลกภายนอกจนได้ (บอกแล้วไง..ให้ตีงูทีหลัง)...

          ในระหว่างเดินทางกลับจากการไปแสวงบุญที่กรุงเมกกะ นายบาบา บูดาน ผู้มีถิ่นพำนักอยู่ที่ ไมซู ทางภาคกลางของประเทศอินเดียได้ลักลอบนำผลกาแฟสุกสีแดง 6-7 เมล็ด ซุกไว้ที่ผ้าคาดเอวและนำมาปลูกที่หลังบ้านของเขา เมื่อผลกาแฟที่เพาะเจริญเติบโตขึ้น นายบาบา บูดาน ก็ได้แบ่งต้นกล้าที่เพาะได้ต้นหนึ่งให้แก่พ่อค้าชาวดัชต์นำไปทดลองปลูกที่เกาะชวาและประสพผลสำเร็จ พ่อค้าชาวดัชต์จึงได้นำพันธุ์มาปลูกที่สวนพฤกษชาติในกรุงอัมสเตอร์ดัม ต้นกล้าในสวนพฤกษชาติแห่งนี้จึงกลายเป็น ต้นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ของกาแฟในยุโรป ส่วนต้นกล้าของนายบาบา บูดาน ก็กลายเป็นต้นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ของต้นกาแฟในอินเดีย

          การขยายพันธุ์ไปยังทวีปอเมริกานั้น มีตำนานเล่าว่า.... ในปี ค.ศ.1723 มีนายทหารเรือชาวฝรั่งเศสชิ่อ กาเบรียล แมธธิว เดอคิว ได้อุตส่าห์ทะนุถนอมต้นกล้ากาแฟ 6 ต้นที่เขานำลงเรือมาด้วยในระหว่างเดินทางจากยุโรปไปยังทวีปอเมริกา... เขายอมสละน้ำจืดของเขามารดต้นกาแฟเพื่อไม่ให้มันตาย ....แต่มันก็ตายไปทีละต้น และเมื่อเรือเดินทางมาถึงเมืองท่ามาร์ตีนิกในหมู่เกาะแคริบเบียน เขาก็เหลือต้นกล้าที่รอดตายเพียงต้นเดียว เขาเฝ้าทะนุถนอมต้นกาแฟที่รอดตายนี้ดุจไข่ในหิน และสามปีต่อมา ต้นกาแฟต้นนี้ก็เริ่มผลิดอกออกผล... 50 ปีให้หลังก็ได้ขยายพันธุ์ไปมากกว่า 20 ล้านต้น... และต่อมาอีก 250 ปี ดินแดนแห่งนี้ก็กลายเป็นดินแดนที่ปลูกกาแฟมากเป็นอันดับหนึ่งของโลก....

            ปัจจุบัน กาแฟเป็นเครื่องดื่มที่มีผู้นิยมดื่มมากเป็นอันดับสอง รองจาก ชา

          กาแฟ มีสายพันธุ์มากกว่า 6,000 สายพันธุ์ แต่มีเพียง 2 สายพันธุ์เท่านั้น ที่ได้รับความนิยม และนำมาขยายพันธุ์เพื่อการค้า นั่นคือ  พันธุ์อาราบิก้า (Arabica) และพันธุ์โรบัสต้า (Robusta)…….

 

ที่มา : หนังสือ “กาแฟ ชงให้เป็น...ดื่มให้อร่อย” เขียนโดย Joseph S.G.

หนังสือเล่มนี้ยังมีเกร็ดความรู้เกี่ยวกับกาแฟอีกมาก..น่าสนใจทีเดียวสำหรับคอกาแฟที่อยากทราบตื้นลึกหนาบางของการปรุงรส (ชง) กาแฟแบบต่าง ๆ ..ถ้ามีโอกาส ผมจะนำเรื่องราวเกี่ยวกับกาแฟแบบต่าง ๆ มานำเสนอให้ทราบต่อไป..แต่ตอนนี้..ขอตัวไปซด Cappuccino ร้อน ๆ ที่อุดมไปด้วยฟองนมและจะติดอยู่ที่ริมฝีปากบนหลังจากซดแล้ว (บรรยากาศคล้ายซดเบียร์ ยังไงยังงั้นเลย) ก่อนนะครับ เดี๋ยวหายร้อนจะไม่อร่อย....สวัสดีครับ....

                                                            

 

 

 




คอมเมนต์อ่านได้เฉพาะเจ้าของ
แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มีนาคม 2008 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          



[ Add to my favorite ] [ X ]