• ช่างนอกตำรา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-12-26
  • จำนวนเรื่อง : 80
  • จำนวนผู้ชม : 812833
  • ส่ง msg :
  • โหวต 100 คน
ช่างซ่อมภาษา
มาช่วยกันซ่อมแซม แก้ไข การใช้ภาษาไทยของเราให้ถูกต้องกันเถอะ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/VRThai
วันอาทิตย์ ที่ 13 เมษายน 2551
Posted by ช่างนอกตำรา , ผู้อ่าน : 12370 , 05:25:44 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สำนวนไทย....(2)

อาทิตย์ที่ 13 เมษายน 2551 (วันสงกรานต์)

เมื่อวานนี้ผมได้พูดถึงความเป็นมาของ สำนวนไทย คำพังเพย และสุภาษิต. ไปแล้ว

วันนี้ก็จะขอหยิบยกเอาสำนวนไทยมาให้อ่านกันบ้าง..และเนื่องจากเป็นช่วงของเทศกาลสงกรานต์ ผมจะขอคัดเอาสำนวนที่เกี่ยวกับ..น้ำ..มาฝากเพื่อให้เข้ากับบรรยากาศ...เพื่อน ๆ ที่เข้ามาอ่านจะได้ชุ่มฉ่ำ...และเลือกเอาว่าจะเอาน้ำไหนไปใช้ได้บ้าง...

กรวดน้ำคว่ำขัน....ตัดขาดไม่คบค้าสมาคมด้วยอีกต่อไป

            กรวดน้ำ เป็นวิธีปฏิบัติอย่างหนึ่งหลังการทำบุญเพื่อแสดงความตั้งใจอุทิศส่วนกุศลถึงคนที่ตายแล้ว... เมื่อใช้เป็นสำนวน หมายถึงความตั้งใจที่จะไม่เกี่ยวข้องกันอีกต่อไป และเพื่อเป็นการยืนยันความตั้งใจ จึงเติมคำว่า คว่ำขัน หรือคว่ำกะลา หรือคว่ำคะนน (หม้อดินสำหรับใส่น้ำ) หมายถึง จะไม่ติดต่อด้วยอีกต่อไปเด็ดขาด

            สำนวนนี้บางทีใช้สั้น ๆ ว่า “กรวดน้ำ” ก็มี

ตัวอย่าง...

            จึงว่าแก่สายทองจองจ้าน       ล้างตะพานบ้านเรือนเอาตีนสี

       ได้ตรวจน้ำคว่ำกะลากันวันนี้      อันจะกลับคืนดีอย่าสงกา

    (จากบทละครเรื่องขุนช้างขุนแผน ตอน นางวันทองทะเลาะกับนางลาวทอง)

            เจ้าคารี้สีคารมไม่สมหน้า       เหมือนอีแม่ค้าปลาที่หัวถนน

       ขึ้นเสียงเถียงทะเลาะลนลน         จะกรวดน้ำคว่ำคะนนเสียเดี๋ยวนี้

    (ไกรทอง ตอน ไกรทองว่านางวิมาลา ตะเภาแก้ว ตะเภาทอง)

       “เพื่อนตัวแสบโกงเงินฉันไปเป็นแสน ๆ ฉันน่ะกรวดน้ำคว่ำขันเลย”

กระดี่ได้น้ำ....อาการแสดงความตื่นเต้นดีอกดีใจจนตัวสั่น อย่างระริกระรี้

            กระดี่เป็นปลาตัวเล็ก ๆ อาศัยอยู่ในหนอง บึง หรือ ลำคลองทั่วไป ยามอากาศร้อนจัดและน้ำแห้งขอด ปลากระดี่ก็ดิ้นขลุกขลักเพราะขาดน้ำ ถ้ามีคนช้อนเอาไปปล่อยในลำธารที่มีน้ำ มันจะดีดตัวขึ้น ๆ ลง ๆ

            สำนวนนี้ใช้ในเชิงตำหนิ บางทีก็ใช้ว่า “ปลากระดี่ได้น้ำ”

ตัวอย่าง...

            “เห็นดารานักร้องเป็นไม่ได้ ทำท่าเป็นกระดี่ได้น้ำเชียว”

กินน้ำใต้ศอก...เสียเปรียบ จำต้องเป็นรอง คอยรับเดนคนอื่น

            สมัยก่อนคนไทยนิยมใช้กระบวย ซึ่งมีด้ามยาวตักน้ำจากโอ่งมาดื่ม ขณะยกกระบวยจรดที่ปากเพื่อดื่มน้ำ กระบวยใหญ่กว่าปาก น้ำส่วนหนึ่งจะไหลจากกระบวยไปตามมือและแขน และรวมตัวไหลลงตรงปลายศอก หากมีผู้อ้าปากรอรับน้ำจากใต้ศอกก็จะได้น้ำพอกลั้วคอ

            สำนวนนี้มักใช้กับภรรยาน้อยซึ่งต้องยอมรับเป็นรองภรรยาหลวง

ตัวอย่าง...

            “ถึงจะรักเขามากแค่ไหน ฉันก็ไม่ยอมกินน้ำใต้ศอกใคร”

กินน้ำไม่เผื่อแล้ง...มีเท่าไรใช้หมดทันที ไม่คิดถึงวันข้างหน้า

                          ไม่รู้จักประหยัดไว้ในยามขัดสน

            หน้าแล้งเป็นช่วงเวลาที่ขาดแคลนน้ำ ผู้คนโดยเฉพาะในชนบทจำเป็นต้องหาทางเก็บกักน้ำในช่วงหน้าฝนไว้ใช้ในช่วงหน้าแล้งด้วย หากกินหรือใช้น้ำอย่างไม่ประหยัด ก็อาจจะไม่มีน้ำเหลือกินในหน้าแล้ง

ตัวอย่าง...

            “แกได้เงินพี่ ๆ แบ่งมาให้ก้อนใหญ่ ซื้อเครื่องบำรุงบำเรอความสุขในบ้าน แล้วยังไปเที่ยวเมืองนอก ใช้เงินจนหมดไม่เก็บออมไว้บ้างเลย เขาถึงได้ว่าแกเป็นคนกินน้ำไม่เผื่อแล้ง”

กินน้ำเห็นปลิง...ตะขิดตะขวงใจเมื่อจะทำอะไรสักอย่าง

              แต่ก่อนผู้คนจำเป็นต้องกินน้ำจากแอ่งน้ำ บ่อน้ำหรือลำธาร ขณะจะกินน้ำถ้าบังเอิญมองเห็นปลิงอยู่ในน้ำ ก็จะรู้สึกขยะแขยง กินน้ำไม่ลง

ตัวอย่าง...

แต่ก็หวนสงสัยในใจนาง          เมื่อขุนช้างสู่สมเข้าชมได้

       เป็นกินน้ำเห็นปลิงทุกสิ่งไป       จะคืนรักเข้ากระไรให้รำคาญ

    (ขุนช้างขุนแผน ตอน ขุนแผนรำพึงถึงนางวันทองเมื่อรู้ว่าเป็นเมียขุนช้าง)

            “จะให้เราเลือกเขาเป็นศิษย์เก่าดีเด่นได้อย่างไร มันเหมือนกินน้ำเห็นปลิง เพราะรู้ทั้งรู้ว่าเขาฉ้อราษฎร์บังหลวง”

คืบก็ทะเล ศอกก็ทะเล...อย่าประมาททะเล เพราะอาจเกิดอันตรายได้ทุกเมื่อ

          คืบ-ศอก เป็นมาตราวัดระยะตามแบบโบราณ 12 นิ้วเป็น 1 คืบ และ 2 คืบเป็น 1 ศอก คนโบราณมักจะเรียกอะไรที่เล็กน้อยว่า “แค่คืบแค่ศอก”

          ธรรมชาติของทะเลไม่ควรไว้วางใจ แม้น้ำลึกเพียงเล็กน้อยหรือห่างฝั่งเพียงเล็กน้อย ก็อาจเกิดอันตรายได้ จึงไม่ควรประมาท

ตัวอย่าง...

          “แต่พเอิน (เผอิญ) คืนนี้หลับไปแล้วให้เกิดวิตกวิจารณ์ขึ้นมาว่า คืบก็ทะเล ศอกก็ทะเล พลาดพลั้งเข้าก็จะอด”

      (พระราชหัตถเลขารัชกาลที่ 5 ประพาสมณฑลปราจีน ตอนจะออกทะเล)

          “เมื่อชาวประมงจะออกไปหาปลาก็ต้องเตรียมตัวให้รอบคอบเพราะรู้ว่า คืบก็ทะเล ศอกก็ทะเล”

งมเข็มในมหาสมุทร...ค้นหาในสิ่งที่ยากจะหาได้ ทำกิจที่สำเร็จได้ยาก

          เข็มมีขนาดเล็กมาก ถ้าทำเข็มตกลงไปในมหาสมุทรซึ่งกว้างใหญ่ ย่อมสุดวิสัยที่จะงมเข็มเล่มนั้นขึ้นมาได้

ตัวอย่าง...

          “ในสมัยนี้การจะหาคนดีมีคุณธรรม มีความซื่อสัตย์สุจริต ฉลาดเฉลียว และมีความเสียสละเพื่อชาติบ้านเมืองอย่างจริงใจนั้น หายากราวกับงมเข็มในมหาสมุทรทีเดียว”

ชักน้ำเข้าลึก ชักศึกเข้าบ้าน...นำสิ่งที่เป็นอันตรายหรือศัตรูเข้าถึงตัว

          ชักน้ำ คือการทดน้ำจากแม่น้ำลำคลองเข้าไปตามร่องสวนเพื่อใช้ในการดูแลต้นไม้ แต่ถ้าระดับน้ำลึกมากเกินไปก็จะทำให้พืขสวนเสียหาย

          โคลงโลกนิติ อธิบายความหมายว่า

                      อย่าชักน้ำน่านเข้า    คลองคู

                 อย่าแนะศึกศัตรู             สู่เหย้า

                 ไฟในอย่าเชิดชู             นำออก

                 ไฟนอกอย่านำเข้า          หม่นไหม้มัวหมอง.

ตัวอย่าง....

          “จะชวนใครเข้ามาอยู่ด้วยก็ให้ระมัดระวัง เดี๋ยวจะกลายป็นชักน้ำเข้าลึก ชักศึกเข้าบ้าน”

ชักแม่น้ำทั้งห้า...พูดจาหว่านล้อมด้วยเหตุผลต่าง ๆ เพื่อให้ได้สิ่งที่ประสงค์

          สำนวนนี้มาจากมหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์กุมาร ....เมื่อชูชกจะทูลขอสองกุมารได้ยกแม่น้ำทั้งห้าในชมพูทวีป (อินเดีย) มาอ้างในการเจรจาหว่านล้อมพระเวสสันดรว่าดังนี้ “พระคุณเจ้าเอ่ย อันว่าแม่น้ำทั้งห้าห้วงกระแสสายชลชลา ไหลมาจากห้วงคงคาเป็นห้าแถวนองไปด้วยน้ำแนวเต็มติรติรานามชื่อว่า คงคา ยมุนา อจีรวดี สรภูนที มหิมหาสาคเรศ จึ่งแตกเป็นนิเทศกุนทีน้อย ๆ ประมาณห้าร้อยโดยสังขยา..ย่อมเป็นที่อาศัยทั่วไปแก่ฝูงปลานานาสรรพสัตว์ในภูมิพื้นจังหวัดมงคลทวีป ฝูงชนได้เลี้ยงชีพก็ชุ่มชื่น...เสมือนหนึ่งน้ำพระทัยทูลกระหม่อมแก้ว อันยาจกมาถึงแล้ว ไม่เลือกหน้า”

ตัวอย่าง...

          “จะเอาอะไรก็บอกมาตรง ๆ ไม่ต้องชักแม่น้ำทั้งห้า ขี้เกียจฟัง”

วันนี้ขอยุติ..สำนวนไทย..ไว้เพียงเท่านี้ก่อนนะครับ..แล้วคอยอ่านสำนวนไทยเกี่ยวกับน้ำต่อไปนะครับ.....สวัสดี......




คอมเมนต์อ่านได้เฉพาะเจ้าของ
แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< เมษายน 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      



[ Add to my favorite ] [ X ]