• ช่างนอกตำรา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-12-26
  • จำนวนเรื่อง : 80
  • จำนวนผู้ชม : 812866
  • ส่ง msg :
  • โหวต 100 คน
ช่างซ่อมภาษา
มาช่วยกันซ่อมแซม แก้ไข การใช้ภาษาไทยของเราให้ถูกต้องกันเถอะ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/VRThai
วันจันทร์ ที่ 14 เมษายน 2551
Posted by ช่างนอกตำรา , ผู้อ่าน : 21793 , 02:20:54 น.  
หมวด : ต่างจังหวัด

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สำนวนไทย....(3)

จันทร์ที่ 14 เมษายน 2551

              เมื่อวานนี้เราได้ทราบถึงสำนวนไทยเกี่ยวกับ “น้ำ” กันไปบ้างแล้ว วันนี้ยังมีสำนวนไทยที่เกี่ยวกับน้ำมาเสนอต่ออีก...ดังนี้ครับ....

ตกน้ำไม่ว่าย...ไม่ช่วยตัวเองเมื่ออยู่ในภาวะคับขัน จะรอให้ผู้อื่นช่วยคงไม่ทันการณ์

              สำนวนนี้จะไม่ค่อยได้ยินกันบ่อยนัก (ส่วนใหญ่จะได้ยินสำนวนที่ว่า..”ตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้” ..มากกว่า) แต่ก็ถือว่าเป็นสำนวนที่ทำให้ผู้ฟังได้คิด สะกิดเตือนใจไม่น้อยเหมือนกัน สำนวนนี้บางทีก็มีคำกล่าวต่อท้ายด้วย เป็น...”ตกน้ำไม่ว่าย เป็นไข้ไม่รักษา”

ตัวอย่าง...

          “ถ้าสอบหลายครั้งแล้วคะแนนต่ำลง ๆ อย่างนี้ เราก็ควรจะหาทางแก้ไข ไม่ใช่นั่งอยู่เฉย ๆ แบบ ตกน้ำไม่ว่าย ก็ไม่มีทางจะสอบให้ดีขึ้นได้หรอก”

ตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้...ตกในที่คับขันอย่างไรก็ไม่เป็นอันตราย

          โคลงกระทู้สุภาษิต อธิบายความหมายว่า

                   ตกน้ำ  หนาวเหน็บแม้  หมื่นหน

              ไม่ไหล  ละกุศล              สิ่งแท้

              ตกไฟ  รุ่มร้อนรน             ร้อยหมื่น หนแฮ

              ไม่ไหม้  ม้วยสัตย์แล้        จึ่งล้ำ เลิศชาย

ตัวอย่าง...

              เทพบุตรจุติมาบังเกิด         กำเนิดผิดพ้นคนทั้งหลาย

          บุญญาธิการนั้นมากมาย          จะล้ำเลิศเพริศพรายเมื่อปลายมือ

          ถึงจะตกน้ำก็ไม่ไหล             ตกในกองกูณฑ์ไม่สูญชื่อ

          จะได้ผ่านบ้านเมืองเลื่องลือ      อึงอื้อดินฟ้าบาดาล

            (สังข์ทอง ตอน เทพารักษ์กล่าวถึงบุญญาธิการของพระสังข์)

หมายเหตุ : กองกูณฑ์ หมายถึงกองไฟที่ใช้ในการบูชาไฟ

ตักน้ำรดหัวตอ...แนะนำพร่ำสอนเท่าไหร่ก็ไม่ได้ผล

          หัวตอ หมายถึงตอของต้นไม้ที่ตายแล้ว เมื่อตักน้ำรดก็ไม่มีประโยชน์อะไร เพราะจะไม่งอกขึ้นมาใหม่ได้ สำนวนนี้เดิมใช้ว่า “ตักน้ำรดหัวสาก” สาก เป็นเครื่องมือสำหรับตำ ทำมาจากท่อนไม้ ซึ่งน้ำไม่สามารถซึมซาบเข้าไปได้

          โคลงกระทู้สุภาษิต อธิบายความหมายว่า

                   ตักน้ำรดสากสิ้น        หลายถัง

              สากบ่ซึมทราบขัง             ทึก*ไว้           (* ทึก คือ น้ำ)

              เฉกบุตรบ่ใฝ่ฟัง                โอวาท

              สอนเท่าสอนฤาได้            ดุจข้อคำสอน

ตัวอย่าง...

          ”เด็กคนนี้ว่าเท่าไรก็ไม่ฟัง เหมือนตักน้ำรดหัวตอ”

ตักน้ำใส่กะโหลกชะโงกดูเงา...ให้รู้จักฐานะของตนและเจียมตัว

          กะโหลก คือ ภาชนะที่ทำด้วยกะโหลกมะพร้าวโดยตัดทางตาออกพอเป็นช่องกว้างเพื่อใช้ตักน้ำ

ตัวอย่าง...

          เอาอ้ายพวงไปกระชากหลังเสียสามสิบ เป็นไรก็เป็นไปเถอะ ถ้อยความกูรับเอง อ้ายชาติกำเริบไม่ตักน้ำใส่กะโหลกไม่ชะโงกดูเงา....(บทละครปล่อยแก่)

          “อย่างแกน่ะ ต้องรู้จักตักน้ำใส่กะโหลกชะโงกดูเงา เสียก่อนจะไปคิดรักเขานะ”

ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ...ใช้จ่ายทรัพย์มากมายโดยไม่เกิดประโยชน์

          โคลงสุภาษิตประจำภาพในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม อธิบายความหมายว่า

                   ตำพริกขยิกขยี้           ถี่มือ

              พริกป่นคนคิดถือ              ครกได้

              ละลายลงทะเลฤา             รสจัด เผ็ดนา

              ดั่งคนใจกว้างให้              ทรัพย์น้อยลายสูญ

ตัวอย่าง...

“ในที่สุดคำว่า ..ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ.. ต้องเข้าใจว่า คือการเสียทรัพย์ไปโดยไม่มีคุณ เพราะฉะนั้น การเสียทรัพย์ไปเพราะทำงานโกนจุก กับเสียไปโดยเอาเงินไปเข้ากระเป๋าชาวต่างประเทศ ในทางซื้อเหล้ามาทอนอายุและถอนกำลังกายของตนเอง อย่างไหนจะเป็นการ ..ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ..มากกว่ากัน”

(บทพระราชนิพนธ์ของรามจิตติ [รัชกาลที่ 6])

“หนุ่มสาวสมัยนี้ ไม่ควรจัดงานแต่งงานใหญ่โต แบบ ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ เพราะไม่เหมาะกับเศรษฐกิจในปัจจุบัน”

ตีท้ายน้ำ...เข้าทำในตอนหลัง

          ท้ายน้ำ ในที่นี้คือ ปลายน้ำ เป็นคำคู่กับหัวน้ำหรือต้นน้ำ การจับปลาที่ตอนน้ำขึ้นที่ต้นน้ำทำได้ยากกว่าการจับปลาที่ปลายน้ำ เปรียบเหมือนการทำงานอะไรก็ตาม ทำตอนแรกหรือระยะแรกไม่สะดวกหรือไม่สำเร็จ เปลี่ยนมาทำตอนหลังอาจได้ผลมากกว่า

ตัวอย่าง...

          “โครงการนี้ตอนเริ่มแรกขลุกขลักมาก พออุปกรณ์และบุคลากรพร้อมก็ทำได้สำเร็จเหมือนตีท้ายน้ำ”

น้ำกลิ้งบนใบบอน...ใจไม่แน่นอน

          บอน เป็นไม้ล้มลุก ขึ้นตามชายน้ำหรือที่ลุ่มน้ำขัง ชนิดที่ก้านใบกินได้ ใบใหญ่ใช้ห่อของได้ ใบบอนลื่น ไม่ซับน้ำ หยดน้ำบนใบบอนจึงกลิ้งไปกลิ้งมา

          น้ำ ในที่นี้อาจเปรียบกับน้ำใจ น้ำที่กลิ้งบนใบบอนจึงเหมือนน้ำใจที่กลอกกลิ้ง คือ โลเลไม่แน่นอน

สำนวนนี้เดิมมักใช้ว่าผู้หญิงที่รักง่ายหลายใจว่าเหมือนน้ำกลิ้งบนใบบอน แต่ปัจจุบันใช้กับผู้ใดก็ได้ที่ใจไม่แน่นอน

บางทีก็ใช้ว่า  น้ำกลิ้งบนใบบัว

ตัวอย่าง...

              โบราณว่าได้คิดไม่ผิดหรอก           แต่ด้ามหอกไม่ทันฟันรั้วก่อน

          หญิงชั่วน้ำกลั้วใบตองบอน              จะราร่อนคบชู้มาสู่ชาย

            (บทละครเรื่องขุนช้างขุนแผน ตอน นางวันทองทะเลาะกับนางลาวทอง)

          “ฉันไม่ชอบหรอกคนนี้ พูดจาไม่อยู่กับร่องกับรอย ใจโลเลเหมือนน้ำกลิ้งบนใบบอน”

น้ำขึ้นให้รีบตัก...มีโอกาสดีควรรีบทำ

          สมัยก่อนคนใช้น้ำในแม่น้ำลำคลองเพื่ออุปโภคบริโภค น้ำจะขึ้นเป็นเวลา เวลาน้ำขึ้นน้ำจะเปี่ยมฝั่งใสสะอาดและตักได้ง่าย แต่เวลาน้ำลงน้ำจะขอดตักยากและมักติดโคลนตมขึ้นมา เมื่อน้ำขึ้นผู้คนจึงรีบตักใส่ตุ่ม เพื่อให้ได้น้ำที่สะอาดไว้ใช้

ตัวอย่าง...

          “ตอนนี้มีงานเข้ามามาก ก็ให้รับไว้ อย่ามัวขี้เกียจอยู่เลย น้ำขึ้นให้รีบตัก จะได้มีรายได้เพิ่มขึ้น”

น้ำขุ่นอยู่ใน น้ำใสอยู่นอก...เก็บความไม่พอใจไว้ แสดงแต่ท่าทีที่เป็นมิตร

          น้ำขุ่น หมายถึง ความไม่พอใจ ความขุ่นข้องหมองใจ  น้ำใส หมายถึง มิตรไมตรี

          โคลงสุภาษิตเก่า อธิบายความหมายว่า

                   น้ำขุ่น  คือคิดแค้น       ข้อขำ

              อยู่ใน  ใจจงจำ               อย่าอื้อ

              น้ำใส  สิ่งหวานคำ            ควรพลอด

              อยู่นอก  หน้าขึ้นชื่อ         จึ่งเชื้อชายขำ

          สำนวนนี้บางทีก็ใช้ว่า “น้ำขุ่นไว้ใน น้ำใสไว้นอก”

ตัวอย่าง...

          “เขาพูดจาแย่มาก แต่เธอก็ต้องอดทน ทำเป็น น้ำขุ่นอยู่ใน น้ำใสอยู่นอก เสียเถอะ เราเป็นลูกน้องเขานี่นะ”

          สำนวนที่เกี่ยวกับ น้ำ ยังไม่หมดนะครับ แต่เกรงว่าถ้านำมาเสนอมากเกินไปในแต่ละครั้ง จะทำให้ท่านผู้อ่าน เกิดความเบื่อหน่ายซะก่อน..

          การมีคำอธิบายประกอบ...จะช่วยให้เราเข้าใจที่มาที่ไปของสำนวนเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี... เวลาจะนำไปใช้ก็จะได้เลือกใช้ให้ถูกต้องตรงกับสถานการณ์ หรือความต้องการ ไม่เช่นนั้นแล้วอาจจะทำให้เกิดความเข้าใจผิดได้ เนื่องจากมิได้เป็นคำพูดที่ละเอียดเจาะจงลงไปตามเรื่องราวนั้น ๆ.....สวัสดี... 




คอมเมนต์อ่านได้เฉพาะเจ้าของ
แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< เมษายน 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      



[ Add to my favorite ] [ X ]