• ช่างนอกตำรา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-12-26
  • จำนวนเรื่อง : 80
  • จำนวนผู้ชม : 812833
  • ส่ง msg :
  • โหวต 100 คน
ช่างซ่อมภาษา
มาช่วยกันซ่อมแซม แก้ไข การใช้ภาษาไทยของเราให้ถูกต้องกันเถอะ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/VRThai
วันพฤหัสบดี ที่ 1 พฤษภาคม 2551
Posted by ช่างนอกตำรา , ผู้อ่าน : 96276 , 09:43:08 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สำนวนไทย  “ ...เสือ... “

พฤหัสบดีที่  1 พฤษภาคม 2551

สำนวนไทย.....ทุกวันนี้นับวันจะหาคนพูด เขียน หรือนำมาใช้ในชีวิตประจำวันน้อยลงไปทุกที ซึ่งนับเป็นสิ่งที่น่าเสียดายยิ่งนัก เพราะสำนวนถือได้ว่า เป็นสมบัติของชาติอย่างหนึ่งเช่นกัน....

วันนี้ผมได้คัดเอาสำนวนไทยที่เกี่ยวกับ “ เสือ “ มาให้เพื่อน ๆ ได้ทำความรู้จัก ได้ทราบถึงความหมาย และที่มาที่ไปของสำนวนนั้น ๆ เท่าที่จะรวบรวมมาได้ครับ....

อีกสาเหตุหนึ่งที่ผมนำสำนวนเหล่านี้มาพูด ก็เนื่องจากได้อ่านบทความของเพื่อนคนหนึ่งคือ คุณ Cozy (ขออนุญาตเอ่ยนาม แต่ห้ามเก็บตังค์) ซึ่งกล่าวไว้ว่า จำนวนเสือทั่วโลกปัจจุบันนี้ (ปี 2008) เหลือเพียง ๓,๕๐๐ ตัวเท่านั้น...เห็นตัวเลขนี้แล้วรู้สึกเป็นห่วงอย่างยิ่งว่าขืนปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป อีกหน่อยเสือก็คงจะสูญพันธุ์ไปอีกชนิดหนึ่งแน่ ๆ

เมื่อไม่มีเสือให้เห็นแล้ว..สำนวนเกี่ยวกับเสือจะสื่ออะไรให้คนรุ่นหลังเข้าใจได้ล่ะ ?....อีกหน่อยก็คงมีแต่ เสือกระดาษ หรือรูปปั้น หรือภาพวาดตามผนังโบสถ์ ตามวัดต่าง ๆ ...!?!?

เรามาเริ่มกันที่สำนวนที่พอจะคุ้นหูกันบ้างดีกว่า ด้วยสำนวนที่ว่า.....

เขียนเสือให้วัวกลัว......ทำเป็นขู่ให้เสียขวัญหรือเกรงขาม

       เขียนเสือ หมายถึง วาดรูปเสือ 

       โคลงสุภาษิตเก่า อธิบายความหมายว่า

            เขียนเสือ เสือกส่งให้    วัวกลัว

       วัวเพ่งเสือเส้นมัว              บ่สะดุ้ง

       เฉกชนโอ่อวดตัว              โตขู่ เอาแฮ

       เขาทราบโอ่อวดฟุ้ง           เฟื่องรู้ฤาเกรง.

ตัวอย่าง....

“ ไม่ต้องเอาคนใหญ่คนโตมาอ้างกับฉัน อย่ามาเขียนเสือให้วัวกลัว ไม่สำเร็จหรอก ”

จับเสือมือเปล่า......เสี่ยงแสวงหาประโยชน์โดยไม่ต้องลงทุน

       เสือเป็นสัตว์ดุร้าย การจะจับเสือต้องมีเครื่องมือพร้อม คนที่จับเสือมือเปล่าได้ จึงถือว่าเก่งและฉลาด

ตัวอย่าง...

       “ เขาทำธุรกิจอย่างจับเสือมือเปล่า แท้ ๆ  ไม่ได้ลงทุนอะไรเลย แต่ได้กำไรมาก ”

ใจดีสู้เสือ.....ทำใจกล้า บังคับจิตใจไม่ให้หวั่นไหวเมื่อเผชิญอันตรายร้ายแรง

       สำนวนนี้ปรากฏในนิทานเรื่อง ใจดีสู้เสือ ซึ่งเล่าว่า ชายแก่คนหนึ่งเข้าป่าไปพบเสือเข้า เมื่อเห็นจวนตัวไม่อาจหนีพ้นก็ทำใจกล้าหลอกเสือว่า น้ำจะท่วมโลก ถ้าเสืออยากอยู่รอด เขาจะช่วยมัดเสือแขวนไว้กับต้นไม้ เมื่อเสือยอมให้มัด ชายแก่ก็ใช้หวายตีจนเสือหมดทางสู้ 

ตัวอย่าง...

       “ ถึงครูจะดุ แต่ถ้าเธอยอมรับผิด ครูก็คงไม่ทำอะไรหรอก ทำใจดีสู้เสือเข้าไว้ ”

ตีป่าให้เสือกลัว.....ขู่ให้กลัว

       ตีป่า หมายถึง การใช้ไม้หรืออาวุธฟาดกิ่งไม้ให้เกิดเสียงดังเพื่อขู่สัตว์ร้ายให้หนีไป

ตัวอย่าง...

       “ เขาเป็นคนประเภท ตีป่าให้เสือกลัว ชอบทำเสียงดังโวยวาย เธออย่าวิตกไปเลย “

ตีป่าให้เสือตื่น....ทำให้คนอื่นรู้ตัวก่อน

ตัวอย่าง....

       “ ฉันว่าอย่าเพิ่งลงข่าวในหนังสือพิมพ์เลยนะ เดี๋ยวจะเป็นการตีป่าให้เสือตื่น เขาอาจจะหลบหนีเราไปอีก ”

ปล่อยเสือเข้าป่า.....ปล่อยศัตรูไปอาจกลับมาทำร้ายภายหลัง

       สำนวนนี้บางทีกล่าวต่อไปว่า “ปล่อยเสือเข้าป่า ปล่อยปลาลงน้ำ”

สำนวนนี้มีความหมายคล้ายกับ “ปล่อยปลาไหลลงตม”

       โคลงสุภาษิตประจำภาพในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม อธิบายความหมายไว้ว่า

                          ปลดปล่อยเสือเข้าป่า     เดิมดง

                      เห็นป่าคะนองพองพง           เที่ยงแท้

                      อย่าหมายว่าไม่ทะนง           คงคิด ร้ายแฮ

                      ปล่อยศัตรูหมู่แพ้                เพ่งเพี้ยงปล่อยเสือ

                          ปลดปลาลงปล่อยน้ำ    ปลาดี

                      ใจมุ่งหมายวนหนี                แหวกน้ำ

                      ปล่อยข้าศึกฉลาดตี             ฝีปาก ไปแฮ

                      อยู่ที่ใหญ่ยศล้ำ                  เลิศแล้วลืมคุณ.

ตัวอย่าง...

          ประเพณีตีงูให้หลังหัก       มันก็มักทำร้ายเมื่อภายหลัง

       จระเข้ใหญ่ไปถึงน้ำมีกำลัง     เหมือนเสือขังเข้าถึงดงก็คงร้าย...

               (พระอภัยมณี ตอนนางวาลีเตือนพระอภัยมณีเรื่องอุศเรน)

       “ผู้ต้องหารายนี้ไม่น่าให้ประกันตัว เพราะเป็นผู้มีอิทธิพล เดี๋ยวจะกลายเป็นการปล่อยเสือเข้าป่า”

ลูกเสือลูกจระเข้...ลูกศัตรูหรือลูกคนพาลซึ่งจะนำความลำบากเดือดร้อนมาให้

       ทั้งเสือและจระเข้เป็นสัตว์ดุร้าย ลูกของมันเมื่อยังเล็กอาจจะดูน่ารัก น่าเลี้ยงไว้ดูเล่น แต่เมื่อโตขึ้นมา มันก็จะต้องดุร้ายตามธรรมชาติของมัน

       โคลงสุภาษิตประจำภาพในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม อธิบายความหมายไว้ว่า

                          ชนโฉดบ่ได้ตรึก   ตรองการ

                      เลี้ยงลูกเสือสามานย์ มุ่งร้าย

                      เล่ห์เลี้ยงลูกอันธพาล พาผิด ให้นา

                      ความผิดมันมักป้าย    ถูกต้องตนเสมอ.

ตัวอย่าง...

     หากพระน้องครองสัตย์บรรทัดเที่ยง     ไม่รักเลี้ยงลูกจระเข้เสน่หา

.................................................      .........................

คนเลี้ยงดูสู้ถนอมเฝ้ากล่อมเกลี้ยง    เหมือนหลงเลี้ยงลูกเสือมันเหลือเกิน

(พระอภัยมณี ตอน พระอภัยมณีและนางละเวงพูดถึงมังคลาที่คิดทรยศ)

     “อย่าเสี่ยงเอาไปเลี้ยงเลย ลูกเสือลูกจระเข้ พ่อแม่อันธพาลอย่างนี้”

เสือซ่อนเล็บ.....ผู้ที่มีความเก่งกล้าสามารถแต่ไม่แสดงออกมาให้

                     ปรากฏ หรือผู้มีเล่ห์กลอยู่ในใจแต่ซ่อนความร้ายกาจไว้

                                                                                          

       ปกติเสือจะหดงอเล็บไว้ในเนื้อ จะกางเล็บออกมาก็ต่อเมื่อต้องการตะปบเหยื่อหรือต่อสู้ศัตรู

ตัวอย่าง...

          “เพื่อนบ้านคนใหม่ของฉันเป็นคนหน้าตาดี สุภาพเรียบร้อย มีสัมมาคารวะ เมื่อวานเขาถูกจับข้อหามือปืนรับจ้าง ฆ่าคนตายมาแล้วหลายศพ นี่แหละนะ เสือซ่อนเล็บ จริง ๆ เลย”

เสือเฒ่าจำศีล.....คนที่มีท่าทีสงบเสงี่ยมแต่เล่ห์เหลี่ยมมาก

     เปรียบเหมือนเสือแก่ที่แสร้งทำเป็นจำศีล

ตัวอย่าง...

          มึงนี่สุดแท้แต่ว่าใครเขายิ่งให้ก็จะไปฮือแห่โหมเอาให้สิ้น อ้ายเสือเฒ่าจำศีลใครเลยจะรู้เล่ห์ ทำเสแสร้งซนซอกดั่งว่านกยางกรอกซอกซึมเซา เท้าเที่ยวแหย่ย่องสับปลา

           (มหาเวสสันดรชาดก ตอน เจตบุตรด่าว่าชูชก)

          “ดูเขาก็เรียบร้อยดี ไม่น่าจะถูกจับคดีนี้เลย เสือเฒ่าจำศีล นี่มองไม่ออกเอาจริง ๆ”

เสือทลายห้าง ช้างทลายโรง.....คนที่ทำกิริยาเอะอะตึงตังโครมคราม

          กาญจนาคพันธุ์ สันนิษฐานว่า สำนวนนี้น่าจะมาจากกลอนตำรารำไทยโบราณ ว่า

          “เมขลาล่อแก้วกลางอัมพร   กินนรเลียบถ้ำ   หนังหน้าไฟ   ท่าเสือทำลายห้าง ช้างทำลายโรง โจงกระเบนตีเหล็ก  แทงวิสัย  กรดสุเมรุ  เครือวัลย์พันไม้  ประลัยวาต  คิดประดิษฐ์ทำ”

          ห้าง หมายถึง  ที่พักบนต้นไม้ใหญ่ทำด้วยไม้ขัดกันสำหรับคอยดักยิงสัตว์

          โรง หมายถึง  สิ่งปลูกสร้างมีหลังคาสำหรับอยู่อาศัย เช่น โรงช้าง

ตัวอย่าง...

          “ดูลูกคนนี้ซิเดินเสียงดังโครมคราม เหมือนเสือทลายห้าง ช้างทลายโรง ไม่สมเป็นลูกผู้หญิงเลย”

เสือนอนกิน.....คนที่ได้รับผลประโยชน์หรือผลกำไรด้วยอำนาจหรือ

  อิทธิพลของตน โดยไม่ต้องลงทุนลงแรง

ตัวอย่าง...

                 จนรบราฆ่าฟันกันออกวุ่น   เพราะเจ้าคุณหรือมิใช่ใครสอน

          อยู่กุฏิมีสุขไม่ทุกข์ร้อน            เหมือนเสือนอนกินควายสบายครัน

   (พระอภัยมณี ตอน นางละเวงต่อว่าบาทหลวงที่สอนให้มังคลาไปตีเมืองการะเวก)

          “ เขาทำตัวเป็นเสือนอนกิน ใช้อิทธิพลเรียกบริษัทผู้รับเหมามาฮั้วประมูลแล้วคอยรับเปอร์เซ็นต์สบายไป ”

เสือลากหาง.....คนที่ทำท่าเซื่องซึมเป็นกลอุบายให้ผู้อื่นตายใจ

  แล้วเข้าทำการอย่างใดอย่างหนึ่งโดยไม่ทันให้รู้ตัว

          ลักษณะของเสือเวลาเดินมักลากหางไปเรื่อย ๆ ทำให้เหยื่อไม่ระแวง แต่พอได้ท่าเสือก็เข้าตะครุบเหยื่อทันที เปรียบเหมือนคนคิดจะทำร้ายหรือคิดมิดีมิร้ายกับใคร แต่แกล้งทำเป็นไม่สนใจ พอได้โอกาสก็เข้าจัดการทันที

ตัวอย่าง...

          “ฉันเห็นเขาท่าทางเซื่อง ๆ เป็นเสือลากหาง ประเดี๋ยวเดียวก็กระชากสร้อยไปเสียแล้ว”

          สำนวนนี้มีความหมายอีกนัยหนึ่งว่า คนที่ทำท่าทางอย่างเสือลากหางเพื่อขู่ให้กลัว

ตัวอย่าง...

          เห็นพี่เมียชำเลืองค้อน   ก็ฉุดเมียมาสอนให้ค้อนบ้าง

ถือไม้เท้าก้าวเดินเป็นท่าทาง    ทีเสือลากหางให้นางกลัว

      (สังข์ทอง ตอน เจ้าเงาะหยอกล้อพี่ ๆ ของนางรจนา)

เสือสิ้นตวัก.....เมื่อจวนตัวหมดหนทางหนีก็ฮึดสู้อย่างไม่คิดชีวิต

          ตวัก หรือ จวัก เป็นเครื่องใช้ตักข้าวและแกง มีลักษณะคล้ายอุ้งเท้าเสือซึ่งงองุ้ม  เสือสิ้นตวัก โดยปริยายหมายถึง เสือไม่มีเล็บที่จะใช้ต่อสู้

          สำนวนนี้ มีความหมายเหมือน “หมาจนตรอก” ซึ่งบางทีก็กล่าวว่า

“เสือสิ้นตวัก สุนัขจนตรอก”  สุนัขจนตรอกคือสุนัขที่วิ่งหนีการไล่ล่าเข้าไปจนถึงทางตันที่ไปไม่ได้อีก ทั้งเสือและสุนัขที่ตกอยู่ในฐานะจวนตัวหมดหนทางก็มักจะหันมาสู้เอาตัวรอด

ตัวอย่าง...

          คุณรุกไล่จนเขากลายเป็น เสือสิ้นตวัก อย่างนั้น เขาก็ต้องฮึดสู้อย่างไม่คิดชีวิต ซึ่งไม่เกิดผลดีต่อใครเลย”

หน้าเนื้อใจเสือ.....แสดงความเมตตาแต่ใจโหดเหี้ยม

          เนื้อ หมายถึง  สัตว์ที่สวยงาม ไม่ดุร้าย เช่น กวาง เก้ง สมัน

          เสือ หมายถึง  สัตว์ที่ดุร้ายโหดเหี้ยม

          “หน้าเนื้อใจเสือ” จึงแสดงให้เห็นความขัดแย้งคือหน้าอย่างใจอย่าง

โคลงสุภาษิตประจำภาพในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม อธิบายความหมายไว้ว่า

                   หน้า  เนตรสมชื่อแม้น   มฤคี

                 เนื้อ     นุ่มนวลดดูดี       แต่หน้า 

                 ใจ       พาลเก่งโกงมี     จิตดั่ง

                 เสือ     ดุดันกลั่นกล้า     โกรธร้ายอย่าสมาน.

ตัวอย่าง...

         ว่าแล้วแล้วบ่นหลานสะใภ้พิไรร่ำ    มันก่อกรรมเพราะอีลาวอีชาวเหนือ

     ทำคารมแปร้นเปรี้ยงจนเสียงเครือ       ล้วนหน้าเนื้อใจเสือไม่เชื่อเลย

         (ขุนช้างขุนแผน ตอน นางทองประศรีว่านางสร้อยฟ้า)

  “ ท่าทางเขาเป็นคนใจดี แต่อย่าไว้ใจเชียวนะ นี่แหละพวกหน้าเนื้อใจเสือ ”

หนีเสือปะจระเข้...หนีภัยอันตรายอย่างหนึ่งแล้วต้องพบภัยอันตรายอีกอย่างหนึ่ง

          เปรียบเหมือนหนีเสือลงน้ำกลับไปเจอจระเข้

ตัวอย่าง...

          “ น่าสงสารเด็กผู้หญิงคนนั้น หนีจากนายจ้างเก่ามาได้ กลับมาเจอนายจ้างใหม่ที่ร้ายพอ ๆ กัน หนีเสือปะจระเข้ แท้ ๆ “

ให้เหยื่อเสือผอม.....ทำคุณแก่คนพาลจะเป็นผลร้ายแก่ตนเอง

          เสือเป็นสัตว์ดุร้าย เมื่อเห็นเสือผอมอดอยาก ถ้าให้เหยื่อกินด้วยความกรุณา พอเสืออิ่มมีกำลังขึ้น ก็จะกินผู้ให้เหยื่อนั้น

          สำนวนนี้มีความหมายคล้ายกับ “ชาวนากับงูเห่า”

          โคลงสุภาษิตเก่าอธิบายความหมายว่า

                   ให้    กรรมกรแซะไซ้   แสวงหา

                 เหยื่อ   สพสัตว์สรรมา     มากถ้วน

                 เสือ     เสพย์ไป่อิ่มอา     หารเหตุ หิวแฮ

                 ผอม    ดั่งพาลผอมอ้วน  อาจคั้นคนขุน.

ตัวอย่าง...

          “ รู้ทั้งรู้ว่าเขามีนิสัยชอบลักเล็กขโมยน้อยแก้อย่างไรก็ไม่หาย เขาถูกจับเธอยังไปประกันตัวเขาออกมา แถมยังให้ที่พักพิงแก่เขาอีก ระวังเถอะจะเข้าทำนอง ให้เหยื่อเสือผอม ฉันเตือนเธอด้วยความหวังดี “

********** สวัสดี **********




คอมเมนต์อ่านได้เฉพาะเจ้าของ
แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤษภาคม 2008 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31



[ Add to my favorite ] [ X ]