• ช่างนอกตำรา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-12-26
  • จำนวนเรื่อง : 80
  • จำนวนผู้ชม : 812873
  • ส่ง msg :
  • โหวต 100 คน
ช่างซ่อมภาษา
มาช่วยกันซ่อมแซม แก้ไข การใช้ภาษาไทยของเราให้ถูกต้องกันเถอะ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/VRThai
วันพุธ ที่ 7 พฤษภาคม 2551
Posted by ช่างนอกตำรา , ผู้อ่าน : 122421 , 13:16:02 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สุภาษิตพระร่วง (๒)

 

พุธที่  ๗ พฤษภาคม ๒๕๕๑

 

คราวก่อน..สุภาษิตพระร่วง (ตอนที่ ๑) ได้กล่าวถึง ผู้แต่ง ลักษณะการแต่ง จุดประสงค์ในการแต่ง และเนื้อเรื่อง ไปแล้ว คราวนี้เรามาพูดถึงคุณค่าและความสำคัญของสุภาษิต ดังกล่าวกันต่อเลยนะครับ.....

 

๕. คุณค่าและความสำคัญ

๑. เป็นปฐมสุภาษิต เป็นคำสอนที่ดีงามพึงปฏิบัติ เป็นภาษิตประจำชาติ เป็นต้นเค้าความคิดและสติปัญญาของคนไทย เป็นสิ่งแสดงถึงอุดมคติและค่านิยมของคนไทย กวีรุ่นหลังๆ ได้นำไปกล่าวอ้างในวรรณคดีเรื่องอื่นๆ

๒. เป็นหนังสือสั่งสอนที่สอนอย่างตรงไปตรงมา ใช้คำสอนทั้งในเชิงห้ามและเชิงแนะโดยตรง ส่วนใหญ่เป็นเชิงห้ามด้วยถ้อยคำที่กะทัดรัด

ถ้าอ่านสุภาษิตพระร่วงไปทีละวรรคด้วยความสังเกตจะทราบทันทีว่า คำสอนทั้งหลายที่เรียกว่าสุภาษิตพระร่วงนั้น คือ “หลักธรรมทางพุทธศาสนา” นั่นเอง เป็นคำสอนที่ดียิ่ง มีใจความลึกซึ้งกินใจและเป็นคติธรรมที่คนไทยเรายึดถือปฏิบัติและสั่งสอนกันต่อๆมา และได้กลายรูปไปตามลักษณะของกวีนิพนธ์แบบต่าง ๆ แทรกอยู่ในวรรณคดีไทยในเวลาต่อมา

ถ้าพิจารณาตามรูปของวลีจะเห็นว่าคล้ายคลึงและใกล้เคียงกับศิลาจารึกของพ่อขุนรามคำแหง

จึงอาจกล่าวได้ว่า สุภาษิตพระร่วงเดิมเป็นพระบรมราโชวาท ซึ่งพ่อขุนรามคำแหงทรงแสดงสั่งสอนประชาชนชาวไทยดังที่กล่าวไว้ในศิลาจารึกว่า “๑๒๑๔ ศก ปีมะโรง พ่อขุนรามคำแหง เจ้าเมืองศรีสัชนาลัยสุโขทัยนี้ ปลูกไม้ตาลนี้ได้สิบสี่เข้า จึงให้ช่างฟันขะดารหินตั้งหว่างกลางไม้ตาลนี้ วันเดือนดับ เดือนโอกแปดวัน วันเดือนเต็มเดือนบ้าง แปดวัน ฝูงปู่ครู เถร มหาเถร ขึ้นนั่งเหนือขะดารหินสวดธรรมแก่อุบาสกฝูงท่วยจำศีล ผิใช่วันสวดธรรม พ่อขุนรามคำแหง เจ้าเมืองศรีสัชนาลัยสุโขทัยขึ้นนั่งเหนือขะดารหิน ให้ฝูงท่วยลูกเจ้าลูกขุน ฝูงท่วยถือบ้านถือเมือง ” และ “พ่อขุนรามคำแหงนั้น หาเป็นท้าวเป็นพระยาแก่ไทยทั้งหลาย หาเป็นครูอาจารย์สั่งสอนไทยทั้งหลาย ให้รู้บุญรู้ธรรมแท้ ”

จากข้อความในศิลาจารึกนี้ แสดงว่าพ่อขุนรามคำแหงทรงวางพระองค์อย่างครูอาจารย์ของประชาชน และทรงพอพระทัยในการสั่งสอนประชาชนชาวไทยให้รู้บุญรู้ธรรม เมื่อพระองค์เสด็จขึ้นประทับนั่งเหนือขะดารหิน ทรงอบรมรัฏฐาภิปาโลบายแต่งตั้งเจ้าบ้านผ่านเมือง และคงจะโปรดพระราชทานพระบรมราโชวาทด้วยคติพจน์ง่ายๆ ณ ที่นั้นด้วย จึงทำให้คิดว่า พระบรมราโชวาทเหล่านั้นกระมัง ที่ต่อมามีผู้แก้ไขแต่งเติมเพื่อให้เข้าแบบกวีนิพนธ์แล้วกลายมาเป็นสุภาษิตพระร่วง

เนื่องด้วยสุภาษิตพระร่วงเป็นสุภาษิตไทยแท้ และเกี่ยวข้องด้วยหลักธรรมทางพุทธศาสนาเป็นส่วนมาก เช่น เกี่ยวกับ กรรมดี กรรมชั่ว ความเมตตากรุณา ความประมาท ความเพียร ความโลภ สันโดษ ความริษยา ความโกรธ มุสาวาท ปัญญา ฯลฯ

จึงได้มีการพิจารณาตามสำนวนภาษา แบ่งสุภาษิตพระร่วงเป็น ๒ ประเภท คือ.........สุภาษิตไทยแท้ และพุทธศาสนสุภาษิต

 

๑. สุภาษิตไทยแท้

สุภาษิตไทยแท้ เป็นหลักการปฏิบัติเกี่ยวกับการดำรงชีวิตของคนไทยโดยทั่วไป เช่น

๑. หลักการปฏิบัติตนโดยทั่วไป เช่น

      เมื่อน้อยให้เรียนวิชา ให้หาสินเมื่อใหญ่

      (สิ่งที่เด็กควรปฏิบัติ)

เข้าเถื่อนอย่าลืมพร้า

(อย่าลืมอุปกรณ์การทำงาน)

น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ

(ให้รู้กาลเทศะ จังหวะที่ควร)

ที่ซุ่มเสือจงประหยัด จงเร่งระมัดฟืนไฟ

(ให้ระมัดระวังอันตราย)

ที่ขวากหนามอย่าเสียเกือก ทำรั้วเรือกไว้กับตน

(ให้รู้จักป้องกันอันตราย )

ช้างไล่แล่นเลี่ยงหลบ สุวานขบอย่าขบตอบ

(หลบเลี่ยงผู้มีอำนาจ) (อย่าโต้ตอบกับผุ้ต่ำกว่า)

อย่าตีงูให้แก่กา

(อย่าทำในสิ่งที่ทำให้ผลประโยชน์ตกแก่ผู้อื่น)

อย่าตีปลาหน้าไซ

(อย่าขัดขวางผลประโยชน์ของผู้อื่น)

๒. หลักการปฏิบัติต่อผู้ที่สูงกว่า เช่น

คบขุนนางอย่าโหด

(วางตัวให้เหมาะสม)

อย่าขัดแข็งผู้ใหญ่

(ให้อยู่ในโอวาท)

ผู้เฒ่าสั่งจงจำความ

(เชื่อฟังคำสอนผู้ใหญ่)

นอบตนต่อผู้เฒ่า

(มีสัมมาคารวะ)

อย่าเลียนครูเตือนด่า

(อย่าล้อเลียนครู)

ครูบาสอนอย่าโกรธ

(อย่าโกรธเมื่อครูสอน)

จงนบนอบผู้ใหญ่

(มีสัมมาคารวะ)

 

๓. หลักการปฏิบัติต่อผู้เสมอกัน เช่น

อย่าอวดหาญแก่เพื่อน

(อย่าข่มเหงเพื่อน)

ที่ผิดช่วยเตือนตอบ ที่ชอบช่วยยกยอ

(จะติจะชมก็ให้เหมาะสมกับโอกาส)

พรรคพวกพึงทำนุก ปลุกเอาแรงทั่วตน

(ให้บำรุงดูแลพรรคพวก)

อย่าขอของรักมิตร

(การขอของรัก อาจทำให้เขาเกรงใจและเกิดความร้าวฉานได้)

ยอมิตรเมื่อลับหลัง

(ชมเพื่อนลับหลังแสดงว่าจริงใจ)

๔. หลักการปฏิบัติต่อผู้ต่ำกว่า เช่น

ข้าคนไพร่อย่าไฟฟุน

(อย่าใส่อารมณ์กับลูกน้อง)

ยอข้าเมื่อแล้วกิจ

(ข้าทาสจะได้ชอบใจหายเหนื่อย)

คนจนอย่าดูถูก

(อย่าดูถูกผู้ที่ต่ำกว่า)

 

๕. หลักการปฏิบัติต่อผู้ที่ตนรัก เช่น

ที่รักอย่าดูถูก

(ให้ดูแลคนใกล้ชิด)

คนรักอย่าวางใจ

(อย่าละเลยดูแลคนใกล้ชิด)

ลูกเมียยังอย่าสรรเสริญ

(อย่าชมลูกเมียตัวเอง)

๒. พุทธศาสนสุภาษิต

สุภาษิตพระร่วงบางตอนแปลจากพุทธศาสนสุภาษิตโดยตรง บางตอนดัดแปลงมาจากศาสนธรรม เช่น อย่าใฝ่เอาทรัพย์ท่าน ดัดแปลงมาจาก “อทินนาทานา เวรมณี” เว้นจากการลักทรัพย์ ส่วนที่แปลมาจากพุทธศาสนสุภาษิตมีอยู่มากดังนี้

 

๑. เอาแต่ชอบเสียผิด

ตํ คณเยยยํ ยทปณณกํ สิ่งใดไม่ผิดถือเอาสิ่งนั้น

๒. อย่าประกอบกิจเป็นพาล

ปาปานิ ปริวชชเย พึงละเว้นกรรมชั่วทั้งหลาย

๓. ปลูกไมตรีอย่ารู้ร้าง

โลโกปตถมภิกา เมตตา เมตตาเป็นเครื่องค้ำจุนโลก

๔. สร้างกุศลอย่ารู้โรย

อภิตถเรถ กลยาเณ พึงขวนขวายในกรรมดี

๕. อย่าโดยคำคนพลอด

นาสมเส อลิกวาทิเน ไม่ควรไว้ใจคนพูดพล่อยๆ

๖. อย่าใฝ่ตนให้เกิน

อตตานํ นาติวตเตยย บุคคลไม่ควรลืมตน

. ได้ส่วนอย่ามักมาก

ยํ ลทธํ เตน ตุฏฐพพํ ได้สิ่งใดพึงพอใจด้วยสิ่งนั้น

๘. อย่าเบียดเสียดแก่มิตร

มิตตทุพโ๓ หิ ปาปโก ผู้ประทุษร้ายมิตรเป็นคนเลวแท้

๙. อย่ามัวเมาเนืองนิจ

มา ปทาทมนุญเชต อย่ามัวประกอบความประมาท

๑๐. คบคนพาลอย่าพาลผิด อย่าผูกมิตรไมตรี

มาสสุ พาเลน สงคจฉิ อมิตเตเนว สพพทา

อย่าสมาคมกับคนพาล ซึ่งเป็นดังศัตรูทุกเมื่อ

๑๑. อย่ากอปรจิตริษยา

อรติ โลกนาสิกา ความริษยาทำให้โลกฉิบหาย

๑๒. อย่ายินคำคนโลภ

นาสมเส อตตตถปญญมหิ ไม่ควรไว้ใจคนเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว

๑๓. อย่ากริ้วโกรธเนืองนิจ

มา โกธสส วสํ คมิ อย่าลุอำนาจความโกรธ

๑๔. อย่าทำการที่ผิด

อกตํ ทุกกฏํ เสยโย ความชั่วไม่ทำเสียดีกว่า

๑๕. คิดขวนขวายที่ชอบ

กตญจ สุกตํ เสยโย ความดีนั่นแลดีกว่า

๑๖. การจะทำอย่าด่วนได้

นิสมม กรณ เสยโย ใคร่ครวญก่อนแล้วจึงทำดีกว่า

๑๗. อย่าริกล่าวคำคด

โมสวชเช น นิยเยถ ไม่ควรนิยมการกล่าวคำเท็จ

๑๘. คิดข้างหน้าอย่าเบา

รกเขยยานาคตํ ภยํ พึงป้องกันภัยที่ยังมาไม่ถึง

๑๙. เป็นคนเรียนความรู้

ปญญาเมว สุสิกเขยย พึงศึกษาหาความรู้ให้ดี

๒๐. ใจอย่าเบาจงหนัก

จิตตํ รกเขถ เมธาวี ผู้มีปัญญาพึงรักษาจิต

 

ครับ...ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า “สุภาษิตพระร่วง” ที่ได้ผ่านตาท่านไปทั้ง ๒ ตอน คงจะช่วยให้ท่านได้ตระหนักถึง ความงดงาม สละสลวย ความยั่งยืน และความสำคัญของภาษาไทยเรา ว่า แม้เวลาจะผ่านมาเนิ่นนานแล้วก็ตาม สุภาษิต หรือ ถ้อยคำต่าง ๆ ที่ผู้คนในสมัยโบราณได้เรียบเรียงและกล่าวไว้ ยังสามารถนำมาใช้กับสถานการณ์ปัจจุบันได้เป็นอย่างดี...อีกทั้งยังมีการชี้แนะแนวทางในการดำรงชีวิตให้อยู่รอดในสังคมนั้น ๆ ได้อย่างเหมาะสม...

และสุดท้าย..ใคร่ขอขอบพระคุณ คุณสุวลักษณ์ รัตคธา แห่ง ร.ร.ทุ่งกะโล่วิทยา จ.อุตรดิตถ์ ที่ได้รวบรวมเรื่องราวเกี่ยวกับ “สุภาษิตพระร่วง” ไว้ และมีส่วนทำให้ผมได้จัดทำเป็นบทความขึ้นมานำเสนอให้เพื่อน ๆ ได้ มา ณ ที่นี้ด้วย.......สวัสดี....

 

ที่มา : นาง สุวลักษณ์ รัตคธา, ทุ่งกะโล่วิทยา, วันที่ 24 พฤษภาคม 2545

http://www.school.net.th/library/create-web/10000/literature/10000-6006.html




คอมเมนต์อ่านได้เฉพาะเจ้าของ
แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤษภาคม 2008 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31



[ Add to my favorite ] [ X ]