• ช่างนอกตำรา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-12-26
  • จำนวนเรื่อง : 80
  • จำนวนผู้ชม : 812836
  • ส่ง msg :
  • โหวต 100 คน
ช่างซ่อมภาษา
มาช่วยกันซ่อมแซม แก้ไข การใช้ภาษาไทยของเราให้ถูกต้องกันเถอะ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/VRThai
วันพฤหัสบดี ที่ 15 พฤษภาคม 2551
Posted by ช่างนอกตำรา , ผู้อ่าน : 35834 , 00:26:16 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สำนวนไทย ...(๕)

พฤหัสบดีที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๕๑

ปล่อยให้เพื่อน ๆ มาอ่าน สุภาษิตพระร่วง กัน หลายรอบ

รู้สึกอายเหมือนกัน..ต้องขออภัยจริง ๆ ครับ..

ด้วย ภารกิจ รัดตัวจนแทบจะกระดิกตัวไปไหนไม่ได้เลย...

มีเวลาหรือมีโอกาสอันน้อยนิด ก็จะแวะเข้ามาตอบเพื่อน ๆ

และแวะไปเยี่ยมเยียนเพื่อน ๆ ได้เป็นบางท่านเท่านั้น

ช่วงนี้พอมีเวลาว่างบ้างนิดหน่อยจึงอยากจะนำเอา สุภาษิต ของไทย

มาฝากกันอีก คราวนี้ผมได้คัดเลือกเอา สุภาษิต ที่มีการพูด/ใช้ที่แตกต่างกัน แต่มีความหมายเหมือนกัน..เข้าใจว่าจะเกิดจากความคลาดเคลื่อนในการถ่ายทอดต่อ ๆ กันมา บางสุภาษิต จึงมีการพูด/ใช้ที่ผิดเพี้ยนกันไปบ้าง...แต่ยังคงความหมายเดิมโดยอนุโลม..

เวลามีน้อย..เริ่มเลยนะครับ..

กลิ้งครกขึ้นภูเขา.....ทำงานที่ยากลำบากเกินวิสัยที่จะทำได้

สำนวนนี้มักจะพูดกันว่า “เข็นครกขึ้นภูเขา” แต่ครกเป็นของกลมต้องพลิกเลื่อนไป จึงต้องใช้คำว่า กลิ้งขึ้นไป จะเหมาะสมกว่ากัน

          โคลงสุภาษิตประจำภาพในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม อธิบายความหมายว่า

                   ตนต่ำยศศักดิ์ทั้ง         กูลวงศ์

              หมายมุ่งเอาอนงค์            นาฎล้ำ

              เหมือนกลิ้งครกขึ้นตรง      เขาสุด สูงนา

              เห็นว่าป่วยการก้ำ             กึ่งบ้าเบาหุน.

          สำนวนนี้ปรากฏในนิทานเทียบสุภาษิตของพระยาสีหราชฤทธิไกร ซึ่งเล่าว่า พระอาจารย์องค์หนึ่ง ทำนายนิสัยศิษย์ทั้งสามคนของท่านโดยให้ศิษย์เลือกว่าใครชอบงานลักษณะใดดังต่อไปนี้

                   ฝนทั่งเป็นเข็มได้         เป็นดี

              เรือที่ทวนนัทที                เลือกไว้

              จักกลิ้งครกขึ้นคีรี           สุดแต่ใจนา

              สามสิ่งใครชอบไซร้           บอกให้โดยประสงค์

          พระอาจารย์ทำนายศิษย์ผู้เลือกกลิ้งครกขึ้ภูเขาว่า “เจ้าเป็นคนชั้นหนึ่ง เจ้ามีความบริบูรณ์ด้วยอาการสาม คือเจ้ามีความเพียรและมีอุตสาหะและมีความอดทน แล้วเจ้าก็ได้มีความกล้าหาญบริบูรณ์ดังนี้...”

ตัวอย่าง

“เขาขี้เกียจหาตัวจับยาก กว่าจะเรียนจบได้ ก็ต้องเคี่ยวเข็ญกันอย่างหนัก เหมือน กลิ้งครกขึ้นภูเขา”

กินน้ำพริกถ้วยเดียว....จำเจอยู่กับภรรยาคนเดียว

อาหารหลักของคนไทยสมัยก่อนคือ น้ำพริก บางคนมีน้ำพริกถ้วยเดียว ไม่มีกับข้าวอย่างอื่น ก็กินข้าวได้อิ่มไม่กินกับอย่างอื่น

          สำนวนนี้มักใช้กันในหมู่ผู้ชาย ล้อเลียนเพื่อนที่อยู่กินกับภรรยาดนเดียว ไม่ข้องแวะกับหญิงอื่นแม้ชั่วครั้งชั่วคราว เปรียบเหมือนกินน้ำพริกอยู่ถ้วยเดียว ไม่กินอาหารอย่างอื่นเพื่อเปลี่ยนรสชาติบ้าง

          สำนวนนี้บางทีใช้ว่า “กินน้ำพริกถ้วยเก่า”

ตัวอย่าง

“เขารักภรรยามาก ไม่เคยเฉไฉไปไหนเลย จนเพื่อน ๆ ล้อว่า กินน้ำพริกถ้วยเดียว”

ขนมพอสมน้ำยา.....พอดีกัน จะว่าข้างไหนดีกว่ากันไม่ได้

ขนมคือขนมจีน โดยปกติขนมจีนใช้กินกับน้ำยาหรือน้ำพริกหรือแกงเผ็ด ขนมจีนน้ำยาเป็นอาหารไทยยอดนิยมอย่างหนึ่งมาแต่โบราณ ขนมจีนน้ำยาจะอร่อยต้องมีปริมาณขนมจีนและน้ำยาเหมาะสมกัน

          สำนวนนี้บางทีใช้ว่า “ขนมผสมน้ำยา”

ตัวอย่าง

“พูดกันตรง ๆ ฉันว่าคู่นี้มัน ขนมพอสมน้ำยา อย่าไปเข้าข้างคนไหนเลย”

แข่งเรือแข่งแพแข่งได้ แข่งบุญแข่งวาสนาไม่ได้.....บุญวาสนาของแต่ละคนไม่เท่ากัน

          การแข่งเรือหรือถ่อแพ เป็นการเอาชนะกันด้วยกำลัง ย่อมจะทำได้ง่าย แต่แข่งความเจริญรุ่งเรืองอันเป็นเรื่องของบุญวาสนาเป็นสิ่งที่แข่งกันได้ยาก

สำนวนนี้บางทีก็ใช้ว่า "แข่งเรือแข่งพายแข่งได้ แข่งบุญแข่งวาสนาไม่ได้"

ตัวอย่าง

“เพื่อนลูกฉันความรู้ก็น้อย แต่ได้แต่งงานกับมหาเศรษฐีมีชีวิตสุขสบาย ฉันต้องเตือนลูกสาวว่า อย่าไปอิจฉาเพื่อนเลย แข่งเรือแข่งแพแข่งได้ แข่งบุญแข่งวาสนาไม่ได้”

ฆ่าควายเสียดายพริก.....ทำการใหญ่แต่กลัวหมดเปลือง จึงทำให้งานเสีย

          ตามชนบทเมื่อมีงานจัดเลี้ยงคนจำนวนมาก ชาวบ้านต้องล้มควายเพื่อเอาเนื้อมาทำอาหาร เวลาจะแกงถ้าใส่พริกในเครื่องแกงไม่ได้สัดส่วนกับเนื้อควาย แกงนั้นจะไม่อร่อย สำนวนนี้จึงเป็นการเปรียบเทียบว่า เมื่อจะทำงานใหญ่แล้วก็ต้องยอมลงทุนใช้จ่าย ถ้ามัวกลัวหมดเปลืองก็อาจจะทำให้งานพลอยเสียไปด้วย

          สำนวนนี้บางทีใช้ว่า “ฆ่าควายเสียดายเกลือ” ในที่นี้คือเกลือที่ใช้หมักเนื้อไม่ให้เนื้อเน่า

          โคลงสุภาษิตประจำภาพในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม อธิบายความหมายว่า

                   ฆ่ากระบือแล้วคิด       เสียดาย

              ซึ่งพริกขิงทั้งหลาย          หลากแท้

              หวนจิตคิดกลับกลาย         เป็นอื่น

              คนจักติเตียนแส้               ชั่วสิ้นสูญชนม์.

ตัวอย่าง

          ถ้าทำการสิ่งใดที่ใหญ่ยศ          อย่ากลัวหมดเงินเบี้ยจะเสียหาย

หวังไว้ชื่อลือชาว่าฆ่าควาย                เฝ้าเสียดายพริกแกงไม่เป็นการ

                                                            (สุภาษิตสอนเด็ก)

“จะทำโครงการใหญ่ขนาดนี้ แต่ให้งบประมาณนิดเดียว จะได้เรื่องอะไร ฆ่าควายเสียดายพริกแท้ ๆ “

จับได้คาหนังคาเขา.....จับได้ในขณะที่ทำผิดพร้อมของกลาง ทำให้แก้ตัวไม่ได้

          สมัยก่อนมีโจรลักขโมยวัวควายไปฆ่า เจ้าของตามจับพร้อมทั้งหนังและเขาของวัวควายนั้น  ทำให้โจรต้องยอมจำนนต่อหลักฐาน”  บางทีก็ใช้เพี้ยนไปว่า “คาหลังคาเขา”

ตัวอย่าง

“แดงแอบหยิบขนมเค้กของดำไป ๑ ชิ้นดำไปเห็นแดงถือขนมเค้กอยู่กำลังจะกิน จึงพูดว่า จับได้คาหนังคาเขา ไม่ต้องแก้ตัว เอาขนมคืนมาเสียดี ๆ

ตีนถีบปากกัด.....ต่อสู้ดิ้นรนเพื่อให้พอเลี้ยงชีวิต

          ในเรื่องรามเกียรติ์ ตัวละครวานรจะใช้ทั้งมือจับ ตีนถีบและปากกัด เพื่อเอาชนะคู่ต่อสู้ให้ได้ ดังบทบรรยายต่อไปนี้

             ถีบกัดฟัดเหวี่ยงอุตลุด         ทะยานหยุดไม่ท้อถอยหนี

          กอดรัดฟัดเหวี่ยงเป็นโกลี         เปลี่ยนท่าเปลี่ยนทีรอนราญ

          สำนวนนี้บางทีก็ใช้ว่า “ปากกัดตีนถีบ”

ตัวอย่า

“เขาต้อง ตีนถีบปากกัด มานานกว่าจะได้เป็นเจ้าของบริษัทแห่งนี้”

ถอนต้นก่นราก.....ขุดถอนทำลายให้หมดสิ้น

          ก่น หมายถึง ขุดโค่น การขุดต้นไม้ทิ้งควรขุดถอนทั้งต้น ทั้งรากออกมาให้หมดเพื่อไม่ให้งอกขึ้นมาใหม่

          สำนวนที่มีความหมายใกล้เคียงกันคือ “ขุดรากถอนโคน”

ตัวอย่าง

“ถ้าจะปราบยาเสพติดให้หมดจากเมืองไทยต้องปลูกฝังความรู้ความคิดที่ดีแก่เด็ก สร้างสังคมให้น่าอยู่ และสิ่งสำคัญต้อง ถอนต้นก่นราก ผู้มีอิทธิพลที่อยู่เบื้องหลังการค้ายาเสพติด”

บอกหนังสือสังฆราช.....สั่งสอนผู้มีความรู้ดีกว่าตน

          บอกหนังสือ หมายถึง สอนหนังสือ

          สำนวนนี้กาญจนาคพันธุ์สันนิษฐานว่า มาจากเรื่องศรีธนนไชย ซึ่งเล่าว่า ศรีธนนไชยขาดเข้าเฝ้าพระเจ้าแผ่นดินหลายวัน พระเจ้าแผ่นดินมีรับสั่งถามว่า ทำไมขาดเข้าเฝ้า ศรีธนนไชยกราบทูลว่า ไปบอกหนังสือสังฆราช พระเจ้าแผ่นดินสงสัยว่า ศรีธนนไชยมีความรู้สูงแค่ไหน จึงไปบอกหนังสือสังฆราชได้ เมื่อรับสั่งถามพระสังฆราช ก็ได้ความว่าคัมภีร์ของพระสังฆราชตกอยู่บนพื้นดิน ศรีธนนไชยบอกให้เก็บขึ้นมา

          สำนวนนี้บางทีใช้ว่า “สอนหนังสือสังฆราช”

ตัวอย่าง

ตามประเทศที่ใกล้เคียง จีนไม่ได้เป็นศิษย์ใคร เคยเป็นแต่ครูเขา ญี่ปุ่นเป็นฉลาดว่องไวจีนก็สอนให้...ใครไปสอนจีนก็เหมือนไปบอกหนังสือสังฆราช ท่านคงโกรธไม่มากก็น้อย

(ลักวิทยา)

“ท่านเป็นที่ปรึกษาทางด้านภาษาไทย อย่าทำรู้ดีไปแก้สำนวนของท่านนะ เดี๋ยวจะกลายเป็น บอกหนังสือสังฆราช”

บ้านนอกขอกนา.....ไม่ใช่ชาวกรุงหรือชาวเมือง

          ขอก เป็นภาษาถิ่นเหนือ หมายถึงเขต แดน ริม ขอบ

เจ้านายหรือชนชั้นสูงในเมืองหลวงมักเรียก ชาวบ้านสามัญชนที่อยู่ห่างไกลความเจริญว่า พวกบ้านนอกขอกนา

          สำนวนนี้บางทีใช้ว่า “บ้านนอกคอกนา”

ตัวอย่าง

                   เมื่อนั้น           พระสังข์ทองร้องห้ามคนถือหวาย

ช่างเถิดเสนาอย่าวุ่นวาย          ตายายชาวบ้านนอกขอกนา.

(สังข์ทอง ตอน ท้าวยศวิมลและนางจันท์เทวีปลอมตัวไปหาพระสังข์)

          ด้วยเป็นชาวบ้านนอกคอกนา   กิริยาพาทีหาดีไม่

ถ้าจะผิดพลั้งบ้างเป็นไร                     เจ้าก็ไม่ด่าตีศรีมาลา.

(ขุนช้างขุนแผน ตอน พระพิจิตรตัดพ้อต่อว่าพลายงาม)

          “ถึงเขาจะเป็น บ้านนอกขอกนา แต่กิริยามารยาทก็ใช้ได้”

เบี้ยบ้ายรายทาง.....เงินที่จะต้องใช้ระหว่างทำการอย่างใดอย่างหนึ่ง

          สำนวนนี้บางทีใช้ว่า “เบี้ยใบ้รายทาง” ในสมัยพระเพทราชา มีคำว่า “เบี้ยไร” หมายถึง เงินบอกบุญที่เรี่ยไรมาได้

ตัวอย่าง

“เดี๋ยวนี้จะค้าขายอะไร ต้องเสีย เบี้ยบ้ายรายทาง ตลอด”

ปลาติดหลังแห.....คนที่พลอยเข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องเดือดร้อนทั้งที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย

          การทอดแหจับปลา เมื่อสาวแหขึ้นมา นอกจากจะได้ปลาในแหแล้วอาจมีปลาติดด้านนอกของแห (หลังแห) ขึ้นมาด้วย

          สำนวนนี้บางทีก็ใช้สั้น ๆ ว่า “ติดหลังแห” หรือใช้เพี้ยนเป็น “ปลาติดร่างแห”

ตัวอย่าง

“เมื่อคืนหลานชายไปเที่ยวบาร์ ตำรวจเข้ากวาดล้างพวกเสพยา เลยเป็น ปลาติดหลังแห ถูกกวาดต้อนเข้าโรงพักไปด้วย”

แมวไม่อยู่หนูระเริง.....ผู้ใหญ่ไม่อยู่ ผู้น้อยก็เหลิงคึกคะนอง

          สำนวนนี้บางทีกล่าวต่อไปว่า “แมวไม่อยู่หนูระเริง แมวมาหลังคาเปิง”

ตัวอย่าง

“พอหัวหน้าไม่อยู่ พวกพนักงานก็เลิกงานกันก่อนเวลาตั้งครึ่งวัน แมวไม่อยู่หนูระเริง อย่างนี้แหละ”

สำนวนนี้บางทีใช้ว่า “แมวไม่อยู่หนูร่าเริง”

สู้จนเย็บตา.....สู้อย่างทรหดอดทนไม่ยอมถอย

          การเล่นไก่ชน เมื่อไก่บางตัวถูกคู่ต่อสู้จิกตีจนตาแตก เจ้าของก็ยังไม่ยอมแพ้ อุตส่าห์เย็บหนังตาไก่เพื่อให้ต่อสู้ต่อไปอีก ดังปรากฏในวรรณคดีเรื่องอิเหนา ตอนท้าวจะมาหราและท้าวกะปาหลันเตรียมทัพไปรบกับเมืองกาหลัง

          ต่างขันเข้าหน้าราไม่ถอย          จะฟันแทงทุบต่อยไม่อยากเจ็บ

มิได้ถอยหลังมาจนตาเย็บ                 เนื้อเหน็บหนังเหนียวเป็นพันไป

          สำนวนนี้บางทีใช้ว่า “สู้ยิบตา” หรือ “สู้เย็บตา”

ตัวอย่าง

สันดานด้านดื้อนี้สุดใจ   จะว่าอย่างไรก็ไม่เจ็บ

ทำไขหูสู้เถียงจนตาเย็บ            เติมแต้มแนมเหน็บไปทุกคราว

(สังข์ศิลป์ชัย ตอน นางศรีสุพรรณว่า ศรีสันทน์)

“เขาเป็นคนจริง ถ้าเขารู้ว่าอะไรไม่ถูกต้อง เขาก็ สู้จนเย็บตา”

หาเลือดกับปู.....เคี่ยวเข็ญหรือบีบบังคับเอากับผู้ที่ไม่มีจะให้

          เปรียบเหมือนการเค้นเอาเลือดจากปูซึ่งเป็นสัตว์ที่ไม่มีเลือด

          สำนวนนี้บางทีก้ว่า “รีดเลือดกับปู” หรือ “เอาเลือดกับปู”

ตัวอย่าง

แสนแค้นที่เจ้าแขวนหนังสือด่า   ค่อนว่าสัปดนจนป่นปี้

ในตัวล้วนแต่ชั่วไม่มีดี                       จี้ไชไค้แคะแกะเลือดปู

(ขุนช้างขุนแผน ตอน นางวันทองต่อว่าขุนแผนครั้งมีเรื่องกับนางลาวทอง)

“พุทโธ แม่สาด นี่หล่อนจะมาหาเลือดกับปู หรือนี่ เงินทองมันมีที่ไหน จนออกจะดับจิตไป”

(นิทานวชิรญาณ)

“ฉันเป็นแค่ข้าราชการชั้นผู้น้อย ยังจะมาขายบัตรราคาแพง ๆ ให้อีก อย่ามา หาเลือดกับปู เลย”

นี่ก็เป็นสุภาษิตไทย ๆ ที่พูด/ใช้กันมาแต่โบราณ ซึ่งผมได้รวบรวมมาฝากให้เพื่อน ๆ ได้ทำความรู้จัก (กรณีที่ไม่เคยเห็นหรือไม่เคยได้ยิน) หรือ ได้ทบทวน (กรณีที่เคยเห็น*-/เคยได้ยินมาแล้ว) กันในวันนี้..หวังว่าคงจะนำไปใช้กันได้อย่างถูกต้องต่อไปนะครับ...สวัสดี....




คอมเมนต์อ่านได้เฉพาะเจ้าของ
แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤษภาคม 2008 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31



[ Add to my favorite ] [ X ]