• ช่างนอกตำรา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-12-26
  • จำนวนเรื่อง : 80
  • จำนวนผู้ชม : 812894
  • ส่ง msg :
  • โหวต 100 คน
ช่างซ่อมภาษา
มาช่วยกันซ่อมแซม แก้ไข การใช้ภาษาไทยของเราให้ถูกต้องกันเถอะ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/VRThai
วันพฤหัสบดี ที่ 29 พฤษภาคม 2551
Posted by ช่างนอกตำรา , ผู้อ่าน : 17517 , 22:30:48 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สำนวนไทย....เรื่องการเมือง (๒)

พฤหัสบดีที่  ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๕๑

วันนี้ก็ขอนำเอา สำนวนไทยที่เกี่ยวข้องกับการเมือง หรือ เหตุการณ์ที่กำลังเป็นกล่าวขวัญถึงในปัจจุบัน (Talk of the Town)…ที่ได้รวบรวมเพิ่มเติมมาให้เพื่อน ๆ ได้อ่านกันต่อจากตอนที่แล้วนะครับ....

เขียว ๆ อย่าเฉลียวว่าองค์อินทร์

...เห็นอะไรอย่านึกว่าดีไปเสียหมด

            องค์อินทร์ หมายถึง พระอินทร์ เป็นเทวดาที่มีกายสีเขียว

ตัวอย่าง..

“นักการเมืองเลว ๆ มีอยู่ไม่น้อย เวลาจะเลือกเขาเข้ามาในสภาฯ เราต้องพิจารณาให้ดี เขียว ๆ อย่าเฉลียวว่าองค์อินทร์”

คางคกขึ้นวอ

...คนที่มีฐานะต่ำต้อย พอได้ดีแล้วก็มักแสดงกิริยาอวดดี ลืมตัว

            คางคก เป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ มีรูปร่างคล้ายกบแต่หนังหยาบและขรุขระน่าเกลียด จึงมักเปรียบกับคนที่ต่ำต้อย

            วอ เป็นยานที่มีหลังคาเป็นรูปเรือน ใช้คนหาม สมัยก่อนผู้เป็นขุนนางหรือมียศฐาบรรดาศักดิ์จะเดินทางไปที่ใดมักจะนั่งวอ มีข้าทาสบริวารหาม

            สำนวนนี้บางทีกล่าวต่อไปว่า..”คางคกขึ้นวอ แมงปอใส่ตุ้งติ้ง”

            (ตุ้งติ้ง คือ ตุ้มหูที่มีระย้าย้อย)

ตัวอย่าง..

“แต่ก่อนเคยอยู่สลัมมาด้วยกัน แต่พอแต่งงานกับเศรษฐี ท่าทางเธอก็เปลี่ยนไป พบหน้าเพื่อนเธอก็ทำเชิดหยิ่ง ไม่ยอมทักทาย ทำเหมือน คางคกขึ้นวอ ไม่มีผิด”

ชักซุงตามขวาง

...ขัดขวางผู้มีอำนาจ ย่อมได้รับความเดือดร้อน

            การชักหรือลากซุง ถ้าชักหรือลากตามแนวยาวจะสะดวกกว่าตามขวาง

            โคลงสุภาษิตประจำภาพในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม อธิบายความหมายว่า

               ชัก   ขอนสักกึ่งต้น        ตามขวาง

            ซุง   ใหญ่ยาวโยงระยาง    ยากคล้อย

            ตาม   ใจยากลากกลาง      ขอดขัด ขวางเฮย

            ขวาง  ดั่งชักขวางถ้อย       ท่านผู้ศักดิ์สูง

ตัวอย่าง..

“ทำงานแบบ ชักซุงตามขวาง อย่างนี้  เมื่อไหร่จะเจริญสักที”

ชักน้ำเข้าลึก ชักศึกเข้าบ้าน

...นำสิ่งที่เป็นอันตรายหรือศัตรูเข้าถึงตัว

            ชักน้ำ คือ การทดน้ำจากแม่น้ำลำคลอง เข้าไปตามร่องสวน เพื่อใช้ในการดูแลต้นไม้ แต่ถ้าระดับน้ำลึกมากเกินไปก็จะทำให้พืชสวนเสียหาย

            โคลงโลกนิติ อธิบายความหมายไว้ว่า..

                             อย่า ชักน้ำน่านเข้า       คลองดู

                        อย่าแนะศึกศัตรู               สู่เหย้า

                        ไฟในอย่าเชิดชู               นำออก

                        ไฟนอกอย่านำเข้า            หม่นไหม้มัวหมอง.

ตัวอย่าง..

“จะชวนใครเข้ามาอยู่ด้วยก็ให้ระมัดระวัง เดี๋ยวจะกลายเป็น ชักน้ำเข้าลึก ชักศึกเข้าบ้าน”

ช้างตายทั้งตัว เอาใบบัวไปปิด

...ความผิดหรือความชั่วร้ายแรงที่รู้กันทั่วจะปิดอย่างไรก็ไม่มิด

            ช้างเป็นสัตว์ขนาดใหญ่ ใบบัวจึงไม่พอที่จะไปปกปิดซากช้างได้

            โคลงสุภาษิตประจำภาพในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม อธิบายความหมายว่า

                 ช้างใดตายกลิ้งอยู่      ทั้งตัว

            อุตริเก็บใบบัว                 ปิดไว้

            ความร้ายกาจน่ากลัว          ฟุ้งเฟื่อง

            เสียทรัพย์เฟื้องไพให้        สงบฟุ้งฤาฟัง.

ตัวอย่าง..

“ทำทุจริตคดโกงขนาดนั้น จะปิดบังอย่างไรคนเขาก็รู้ ช้างตายทั้งตัว เอาใบบัวปิด ไม่มิดหรอก”

ซื่อเป็นแมวนอนหวด

...ทำเป็นซื่อแต่คดโกง ไว้ใจไม่ได้

       หวด เป็นภาชนะดินเผา รูปร่างคล้ายไหใช้สำหรับนึ่งข้าวเหนียว

       ซื่อ หมายถึง แข็งทื่อ เป็นลักษณะของแมวที่นอนในหวดแล้วตัวแข็งซื่อพลิกไม่ได้

       สำนวนนี้ใช้เป็นคำประชด โดยเอาคำว่า แข็งซื่อ มาเปรียบกับความซื่อตรง

ตัวอย่าง..

“ให้เขาไปจ่ายค่าไฟให้ ที่ไหนได้เอาเงินไปใช้หมด คิดว่าไว้ใจได้ ที่แท้ก็ ซื่อเป็นแมวนอนหวด”

ต่อหน้ามะพลับ ลับหลังตะโก

...ต่อหน้าพูดหรือทำดีด้วย แต่ลับหลังพูดหรือทำอีกอย่างหนึ่ง

       มะพลับ และ ตะโก มีผลคล้ายกัน แต่มะพลับมีรสอร่อย ส่วนตะโกมีรสฝาด

       โคลงกระทู้สุภาษิต อธิบายความหมายว่า

              ต่อ  เติมเสริมส่งค้ำ        ทำยอ

       หน้า  ซื่อใจคดงอ                 หงิกง้อม

         นุษย์ต่ำช้าทร-                  ยศยิ่ง สัตว์นา

       พลับ พลิกแพลงอ้อมค้อม       ขดโค้งใจคน

              ลับ  เหลื่อมทำหลอกล้อ  ลานลน

       หลัง  กล่าวนินทาจน              จับได้

       ตะ  หลกตลบเล่ห์กล              กอบกิจ โกงนา

       โก  หกยกเหตุให้                 เชื่อแล้วฉิบหาย..

ตัวอย่าง..

“คนกลับกลอก ต่อหน้ามะพลับ ลับหลังตะโก อย่างนี้ใครเขาจะอยากคบด้วย”

ถ่มน้ำลายรดฟ้า

...ประทุษร้ายต่อผู้มีราชศักดิ์ ผลย่อมตกแก่ตนเอง

       ในอดีตทาสบริวารมีชีวิตอยู่ใต้อำนาจบารมีของเจ้านายหรือขุนนาง หากประทุษร้ายต่อท่าน ตนเองมักจะเป็นฝ่ายได้รับผลร้ายนั้นเสียเอง เหมือนการแหงนหน้าขึ้นถ่มน้ำลายใส่ฟ้า น้ำลายย่อมตกใส่หน้าตนเอง

            โคลงสุภาษิตประจำภาพในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม อธิบายความหมายว่า

              ถ่มน้ำลายรดฟ้า             ฟูมฝอย

       ฟ้าบ่ถูกกลับถอย                   ถูกเกล้า

       เหมือนคนเลิศคุณลอย            โลกเลื่อง ฦาเฮย

       ใครประทุษท่านเท้า               โทษต้องตนเอง..

ตัวอย่าง..

       สุดแต่ใจน้ำใจเจ้ากับข้า           ถ่มน้ำลายรดฟ้าเวหน

ใครถ่มก็จะหล่นลงต้องตน               ทำวนบ่นเพ้อเออรำคาญ

(บทละครเรื่องขุนช้างขุนแผน ตอน ขุนแผนกับนางวันทองเดินป่า)

“บางครั้งคนที่ถูกกลั่นแกล้งจนคับแค้นใจมาก ๆ ก็กล้าที่จะ ถ่มน้ำลายรดฟ้า เพียงเพื่อให้สะใจตัวเอง”

ปากว่าตาขยิบ

...พูดว่าไม่ดี แต่กลับสนับสนุนหรือทำสิ่งที่ว่าไม่ดีนั้น

ตัวอย่าง..

       ทำเสงี่ยมเจียมตัวผัวไม่เห็น      ดูเหมือนเช่นปากว่าตาขยิบ

         (สุภาษิตสอนหญิง)

“อย่าเป็นคน ปากว่าตาขยิบ บอกเด็กว่าบุหรี่เป็นโทษ แต่กลับสูบเสียเอง”

ปลาหมอตายเพราะปาก

...คนที่พูดพล่อยจนเป็นอันตรายแก่ตนเอง

       ปลาหมอ เมื่ออยู่ใต้น้ำจะพ่นน้ำขึ้นมาเห็นปุด ๆ ที่ผิวน้ำ คนตกเบ็ดเห็นผิวน้ำเป็นฟองปุด ๆ ก็รู้ว่าที่ตรงนั้นมีปลาหมอ จึงเอาเหยื่อล่อตกเบ็ดขึ้นมาได้ ดังคำอธิบายในนิคมพจน์กาพย์ห่อโคลงของพระยาอุปกิตศิลปสารว่า

              ปลาหมอ  มีปากแล้ว      โลดผุด พ่นเอย

       ตาย  เท่าไรไป่หยุด               พ่นน้ำ

       เพราะ  เห็นผุดพรานรุด          รีบหย่อน เบ็ดแฮ

       ปาก  ตะกละรี่ขย้ำ                เหยื่อต้องเบ็ดพราน

              ปลาหมอชอบพ่นผุด      ตายไม่หยุดผุดพ่นธาร

       เพราะโลภอยากอาหาร          ปากทะยานหุบเบ็ดเขา

ตัวอย่าง..

“เพื่อนฉันนิสัยไม่ดี พูดไม่ค่อยระวัง ไปนินทาหัวหน้าเข้า เลยถูกย้าย กลายเป็น ปลาหมอตายเพราะปาก”

ฟังไม่ได้ศัพท์ จับไปกระเดียด

...ฟังเรื่องราวไม่ชัดเจน แล้วนำไปพูดหรือทำอย่างผิดพลาด

       กระเดียด คือ กิริยาที่นำสิ่งของไปโดยเอาเข้าข้างสะเอว ในที่นี้ หมายถึง นำไปพูดต่อ

ตัวอย่าง..

“ข้อเสียของคนไทยที่สำคัญคือ สิ่งใดที่เป็นของเก่าจะทิ้งเสียให้หมด แต่ของใหม่ก็ไม่มีมาแทน ได้ยินฝรั่งเขาพูดอะไร ได้ยินแว่ว ๆ ฟังไม่ได้ศัพท์ จับเอามากระเดียด เขาพูดก็พูดไปบ้างอย่างนั้นเอง” 

(ปลุกใจเสือป่า)

“เป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมาใหญ่โต ก็เพราะพวกที่ ฟังไม่ได้ศัพท์ จับไปกระเดียด นี่เอง”

ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ

...รู้จักปฏิบัติตนให้เหมาะสมกับบุคคล

ตัวอย่าง..

“จะพูดอะไร ให้รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำบ้าง”

ไม้ซีกงัดไม้ซุง

...เป็นผู้น้อยหรือมีฐานะต่ำไปคัดค้านผู้มีอำนาจย่อมไม่สำเร็จ มีแต่จะเป็นอันตราย

            โคลงสุภาษิตประจำภาพในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม อธิบายความหมายว่า

              ไม้  ไผ่เขาผ่าปล้อง        เกรียกเป็น

       ซีก  อ่อนบางเบาเห็น             ชอบได้

       คัด  ขอนใหญ่ไม่กระเด็น         ดันป่น ปี้นา

       ซุง  เปรียบผู้ใหญ่ไคร้             คัดคร้านแหลกเหลว..

ตัวอย่าง..

“เขาถูกไล่ออกเพราะไปคัดค้านไม่ให้หัวหน้าลดเงินเดือนพนักงานในภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ฉันเตือนเขาแล้วไม่ให้พูด ไม้ซีกงัดไม้ซุง ได้อย่างไร”

สำนวนนี้บ้างก็ใช้ว่า “เอาไม้ซีกไปงัดไม้ซุง”

ตัวอย่าง..

“คุณไม่ควรไปโต้แย้งเจ้านายในห้องประชุมอย่างนั้น เดี๋ยวก็โดนหมายหัวหรอก อย่า เอาไม้ซีกไปงัดไม้ซุง เลยคุณ ไม่มีวันสำเร็จหรอก”

ละเลงขนมเบื้องด้วยปาก

...ดีแต่พูด ทำไม่ได้ตามที่พูด

       การทำขนมเบื้องต้องใช้กระจ่าไล้แป้งให้เป็นแผ่นกลมบางเสมอกัน ผู้ที่ไม่มีฝีมือจะทำได้ยาก แม้จะรู้วิธีทำจนสามารถพูดอธิบายได้ก็ตาม

ตัวอย่าง..

“คิดว่าจะทำงานได้สำเร็จ แต่ที่แท้ก็เหลวไม่เป็นท่า ดีแต่ ละเลงขนมเบื้องด้วยปาก”

ลูบหน้าปะจมูก

...ทำอะไรจริงจังเด็ดขาดไม่ได้ เพราะจะไปกระทบกระเทือนพวกพ้องหรือผู้ใหญ่ใกล้ตัว

ตัวอย่าง..

       “ทำคดีเรื่องนี้ลำบากมาก ดู ๆ จะเป็นลักษณะ ลูบหน้าปะจมูก นั่นพี่ นี่เพื่อน เจอกันทุกวัน”

วัวลืมตีน

...คนที่ได้ดีแล้วลืมฐานะเดิมของตน

       ตีนในที่นี้ใช้เป็นคำเปรียบหมายถึงรากฐานหรือพื้นเพ

       สำนวนนี้บางทีใช้ว่า “คนลืมตัว วัวลืมตีน” หรือ “ข้าลืมตัว วัวลืมตีน”

ตัวอย่าง..

       “ดูลูกบ้านโน้นซิ พอได้ดีมีเงินทองเข้าหน่อย ก็มองไม่เห็นหัวใคร ทำตัวเหมือน วัวลืมตีน”

วัวสันหลังหวะ

...คนที่มีความผิดติดตัว ทำให้มีความหวาดระแวง

       วัวสันหลังหวะ หมายถึง วัวที่มีบาดแผลที่หลัง เมื่อเห็นกาบินมาก็หวาดระแวงว่ากาจะมาจิกกินแผลนั้น

       สำนวนนี้เดิมใช้ว่า “วัวสันหลังขาด ”

โคลงสุภาษิตประจำภาพในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม อธิบายความหมายว่า

              คิดวัวหลังขาดเหน้า        นานแผล

       หวาดสกุณากาแก                 แกะคุ้ย

       เดินใดระวังแล                      เหลือบลอบ ลี้นา

       เฉกชาติชนร้ายบุ้ย                 บอกร้ายในตัว

ตัวอย่าง

       ระวังตัวเหมือนวัวสันหลังขาด     เห็นแต่กาบินผงาดก็หวาดหวั่น

ท่วงทีทำนองจะป้องกัน                  เชิงชั้นอย่างเจ้าข้าเข้าใจ

(สังข์ทอง ตอน ท้าวยศวิมลต่อว่านางจันทรา)

              บัดนั้น                        พระพี่เลี้ยงเคืองขัดอัชฌาศัย

จึงว่าข้าทูลขออรทัย                      กลการอะไรมาโกรธฟุ้ง

ชาติวัวระวังสันหลังขาด                   เห็นแต่กาบินผาดก็สะดุ้ง

เรารู้อยู่เต็มใจในไส้พุง                   อย่าหยาบยุ่งกรุ่งกริ่งจะเจรจา

(ไชยเชษฐ์ ตอน สี่พี่เลี้ยงต่อว่าเจ็ดนาง)

          “เขาแอบหยิบเงินแม่ไปซื้อเกมเล่น พอแม่เรียกกินข้าวก็สะดุ้งสุดตัว เป็น      วัวสันหลังหวะ”

เหลือบฝูงใหม่

...พวกทุจริตเก่าหมดไปแล้ว พวกทุจริตใหม่มาแทนอีก

       เหลือบ เป็นแมลงชนิดหนึ่ง รูปร่างคล้ายแมลงวันแต่ตัวโตกว่า ชอบเกาะกินเลือด จึงเปรียบคนชั่วที่ใช้อำนาจทุจริตคดโกง ฉ้อราษฎร์บังหลวงว่าเป็นเหลือบ

       สำนวนนี้มาจากนิทานอีสป เรื่อง หมาจิ้งจอกกับฝูงเหลือบ ซึ่งเล่าว่า หมาจิ้งจอกไม่ยอมไล่ฝูงเหลือบที่เกาะกินเลือดของตนนั้น เพราะเกรงว่าจะมีเหลือบฝูงใหม่ที่หิวกระหายมาเกาะมันอีก

ตัวอย่าง..

“กรรมการชุดเก่าออกไปเพราะทุจริต กรรมการชุดใหม่เข้ามาก็ไม่ต่างจากชุดที่แล้วก็เหมือนเหลือบฝูงใหม่นั่นแหละ”

       สำนวนไทย..ว่าด้วย...เรื่องการเมือง ก็จบลงเพียงเท่านี้...หวังว่าเพื่อน ๆ คงจะมีโอกาสนำไปใช้ได้บ้างนะครับ......สวัสดี.....




คอมเมนต์อ่านได้เฉพาะเจ้าของ
แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤษภาคม 2008 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31



[ Add to my favorite ] [ X ]