• Mr.Z
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : iamzhuqi@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-02
  • จำนวนเรื่อง : 13
  • จำนวนผู้ชม : 34373
  • ส่ง msg :
  • โหวต 11 คน
ZhuqiBLOG
Beta Blogs of Mr. Zhuq!
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/ZhuqiBLOG
วันพฤหัสบดี ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2550
Posted by Mr.Z , ผู้อ่าน : 1675 , 14:33:20 น.  
หมวด :

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

นึกเปรียบเทียบสนุกๆ กับตัวเองอยู่ว่า

ถ้าประเทศชาติเปรียบเหมือนกับ hardware

"รัฐธรรมนูญ" ก็น่าจะเปรียบได้กับ kernel ที่เป็น OS ของประเทศ

"กฎหมายต่างๆ" น่าจะคล้ายๆ กับ application ที่เขียนขึ้นมาสำหรับ kernel นั้นๆ

แล้ว "ประชาชน" ก็น่าจะคล้ายๆ กับ user ของระบบ ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับ application ตัวใดตัวหนึ่งอยู่เป็นประจำ

ทีนี้ ... น่าจะทำ "รัฐธรรมนูญฉบับโอเพนซอร์ส" มั้ยล่ะ? จะเรียกว่าเวอร์ชัน 2550 หรือจะให้มี code name เหมือนอย่างพวก software มั่งก็ได้ โดยมีทีมนักวิชาการหรือ สนช. หรือ สสร. อะไรนั่นแหละเป็น core developer แต่ใช้เครือข่าย internet เป็นสื่อกลางให้ประชาชนที่สนใจทั้งประเทศเลย เข้ามาช่วยกันเขียนและช่วยกัน debug กัน แล้วก็ประกาศออกมาเป็น subversion ต่อไปได้เรื่อยๆ ถ้ามีการแก้ bug ในบางจุด เช่นเรียกเป็น "รัฐธรรมนูญ 2550.0.1" หรือ "รัฐธรรมนูญ 2550.1.0.2" ... ฯลฯ อะไรก็ว่ากันไป :-D

พอเริ่มออกกฎหมายลูก หรือการเขียน application ลงไปสวม ถ้ามันมีข้อติดขัดในระดับ kernel ก็ย้อนกลับไปสร้างเป็น patch เสริมเข้าไปให้กับ kernel แทน ไม่ต้องไปรื้อทิ้งทำใหม่กันอยู่เรื่อยๆ อยากจะมี application อะไร ก็จับมันทำเป็น "โอเพนซอร์ส" ไปทุกฉบับซะงั้น เราก็จะมีคนจำนวนอีกหลายล้านคนเข้ามาเป็น co-developers กับช่วยกันตรวจสอบ bugs ที่อาจจะหลงเหลืออยู่หลังจากที่ประกาศเป็น stable version ไปแล้ว

เรียกว่าทำกันเป็นโครงการถาวรไปเลย มีกำหนด dead line ของวันที่ต้องประกาศเป็น stable version ก็ทำกันไป แต่ไม่หยุดพัฒนาไง ยังต้องคอยปรับแต่งให้เหมาะกับยุคกับสมัยที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เพราะไหนๆ ก็น่าจะยังมี "ศาลรัฐธรรมนูญ" อยู่แล้วนี่ ... ให้เป็น system maintainnance หรือ system administrators ไปเลยแล้วกัน เอาไว้คอยดักจับพวก hackers ที่ชอบทะลุทะลวงเข้ามาตาม "รูโหว่" ของ kernel บ้าง หรือตาม "รูโหว่" ของ application บ้าง แล้วก็แก้ไขปรับปรุงเวอร์ชั่นกันไปเรื่อยๆ ทั้งตัว kernel และตัว application ต่างๆ ... เพื่อให้ user สามารถใช้งานกันต่อไปได้อย่างปลอดภัย :-D แล้วก็ไม่ต้องไปทะเลาะเบาะแว้งกันว่าใครได้เป็น สนช, หรือ สสร, เพราะเวลาเขียนให้เป็นภาษากฎหมายนั้น เราก็จำเป็นต้อง coding ให้มันเป็นภาษากฎหมายอย่างที่นักวิชาการอยากให้เป็นอยู่แล้วไง ... ก็ทำกันไปสิ ... แต่ requirements ของคนทั้งประเทศ กับความเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมต่างๆ มันจะไปกำหนดล่วงหน้าไว้ทั้งหมดได้ไงล่ะ ถูกมั้ย?!

อ้ะ .. ถ้าทำกันอย่างนี้จริงๆ นะ จะเป็นการปฏิวัติวงการกฎหมายของโลกเลยนะเนี่ย ... เรียกว่าเอาเทคโนโลยี กับวัฒนธรรมของชุมชนโอเพนซอร์ส มาประยุกต์ใช้ในระดับการปกครองประเทศทั้งประเทศซะเลย ... น่าจะสนุกนา ... :-D





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
Mr.Z วันที่ : 19/08/2007 เวลา : 22.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ZhuqiBLOG

พอดีว่ามีการหยิบยกหัวข้อนี้ไปพูดคุยในข่าวของ Blognone เมื่อไม่กี่วันนี้เอง และได้พบเห็นคำตอบที่น่าสนใจของคุณ thep เลยเอามาแปะต่อไว้ที่นี้ เพื่อจะได้รวมๆ ให้ต่อเนื่องกันครับ

http://www.blognone.com/node/5548

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
Visaninee วันที่ : 15/07/2007 เวลา : 13.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lawyee

ช่างเปรียบเทียบดีนะ...แล้วรัฐธรรมนูญนี้ล่ะจะรับหลักการหรือไม่?

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
chaitham วันที่ : 04/06/2007 เวลา : 10.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/erp
ChaiTham

ผมเข้ามาดูและเริ่มสร้างบล๊อค เมื่อ 7 พ.ค. นี้เอง
เพิ่งเจอ บล๊อก ของท่าน
ถูกใจ ถูกคอ ถูกสมอง มากครับ
คิดว่าเป็น matching ในฝันเลยครับ
หากมีเวลาขอนัดไป synergy ให้เกิดผลในทางปฎิบัติ
น่าจะเป็นประโยชน์ดี
เรียนเชิญไปให้ คห.น่าครับ

http://www.oknation.net/blog/change/category/BugsOfLAW

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
Mr.Z วันที่ : 26/02/2007 เวลา : 11.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ZhuqiBLOG

การ hack กฎหมายนั้น จะคล้ายกับการปล่อย virus หรือ worm เข้าไปในระบบ ซึ่งก็คือการทำให้คำพิพากษาต่างๆ กลายเป็น "มาตรฐาน" ของการทำงานในอนาคต ... มันจึงคล้ายกับการ duplicate ตัวเองจนกลายเป็นช่องโหว่ให้กับ black hackers รายอื่นๆ เข้ามากอบโกยได้อีก ... แล้วขั้นตอนปกติของการแก้กฎหมาย ก็จะคล้ายกับระบบ anti-virus หรือ anti-malware ที่พัฒนาตามไม่ทัน ... นั่นคือสิ่งที่ต้องแก้ไขปรับปรุง ... เราไม่สามารถเขียนกฎหมายให้สมบูรณ์แบบ 100% ได้ในคราวเดียว แต่เราต้องหาวิธีการพัฒนา patch หรือ sub-version ที่เร็วกว่าเดิม เพื่อจะแก้ปัญหาได้ทันท่วงทีเสมอ

hackers ไม่ใช่ผู้ที่จะประกาศ stable version ใหม่ใดๆ แม้แต่ในโลกของ software ก็ไม่ใช่ แม้ว่าจะเป็นระบบแบบโอเพนซอร์สแล้วก็ตาม ... กฎหมายใหม่หรือ sub-version ของกฎหมายก็เหมือนกัน จะต้องมีหน่วยงานกลางซึ่งเปรียบได้กับ core-developers เป็นผู้ประกาศอย่างเป็นทางการในแต่ละระยะ ไม่ใช่ว่าใครจะประกาศเวอร์ชั่นใหม่ หรือสร้างกฎหมายใหม่ขึ้นมายังไงก็ได้ ... เราควรจะ adapt เอาแนวคิดกับวิธีการทำงานของโอเพนซอร์สเข้ามาเสริม และต้องถือว่ากฎหมายทั้งฉบับและทุกๆ ฉบับ เป็นทรัพย์สินของแผ่นดินที่ทุกคนมีสิทธิ์ร่วมกันเสนอมาตรการในการปรับปรุงแก้ไข ... แต่หน่วยงานกลางเท่านั้นที่จะเป็นผู้พิจารณาว่าจะใช้วิธี patches หรือออกเป็น sub-version หรือสร้างเป็น application ใหม่เข้ามาเสริมให้กับระบบ (หรือ kernel ของกฎหมายที่เรียกว่า "รัฐธรรมนูญ")

ตัวอย่างง่ายๆ ... อย่าง Linux ก็ยังถือว่า stable version ของ kernel ยังต้องประกาศโดย Linus Torvalds เท่านั้น ไม่ใช่แค่ distros หนึ่งๆ ก็จะสามารถทำอย่างนั้นได้ ส่วนการสร้าง patches บางครั้งก็ไม่ได้ทำเข้าไปในระดับ kernel แต่เป็นการสร้าง library บางอย่างเข้าไปในระดับของ application แทน เพื่อปิด "ช่องโหว่" ที่ในระดับ kernel ยังไม่ได้รับการแก้ไขปรับปรุง

ผมเพียงแต่มองว่า มันน่าจะมีวิธีการที่จะ merge โลกที่ต่างมิติกันของการเขียนกฎหมาย กับการเขียน software ให้มารวมเป็นหนึ่งเดียวกันได้ และกลายเป็น "มิติใหม่" ของโลกทางกฎหมายไปเลย ... นี่คือการสร้าง "สนามประลองใหม่" ที่ชุมชนทั้งชุมชนเป็นผู้กำหนดกฎเกณฑ์ทางสังคมไว้ต่อต้านพวก black hackers ทางกฎหมายครับ ;-)

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
Mr.Z วันที่ : 26/02/2007 เวลา : 10.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ZhuqiBLOG

:-D กฎหมายนั้นถูก hack กันตลอดเวลาอยู่แล้วล่ะครับ ไม่งั้นก็คงไม่มีคำว่า "ช่องโหว่ของกฎหมาย" มาให้ได้ยินได้อ่านกันอยู่เรื่อยๆ

ปัญหาก็คือ วิธีการพัฒนากฎหมายนั้นยังใช้ model แบบ proprietary software คือเป็น "ระบบปิด" และทำให้การปรับปรุงแก้ไขค่อนข้างล่าช้า ไล่ตามพวก Law Hackers ไม่ทันอยู่ตลอดเวลา แต่มันจะเปลี่ยน nature ตรงนี้ไปเลยถ้าเราประยุกต์เอา open model ของชุมชนโอเพนซอร์สเข้ามาใช้

ประการแรก ... มันคือการดึงให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง เพราะนี่คือกฎหมายสำหรับพวกเขาทั้งหมด งานมันจึงไม่ได้สิ้นสุดอยู่แค่การทำ "ประชาพิจารณ์" แต่มันจะมีการ develop ส่วนต่อขยาย หรือแก้ไข bugs ในกฎหมายที่ Law Hackers อาจจะทะลวงเข้ามาสร้างความเสียหายให้กับสังคม หรือใช้ "รูโหว่" นั้นในการกอบโกยผลประโยชน์ใส่ตัวเองและพวกพ้องได้อยู่เรื่อยๆ

ประการต่อมา แม้ว่านักกฎหมายระดับเซียนทั้งหลายจะเก่งกาจขนาดไหนก็ตาม บางครั้งก็อาจจะมองข้ามจุดเล็กจุดน้อยไปอย่างไม่ตั้งใจ ซึ่งนั่นคือ "จุดบอด" ของกระบวนการพัฒนากฎหมายทั้งหมดของโลก ... หากเราเพิ่มดวงตาที่คอยเฝ้าระวังให้มากพอ ปัญหาประเภทนี้ก็จะมีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อยลง ... ใช้ภูมิปัญญาของคนทั้งแผ่นดินมาคอยตรวจจับ bugs ในกฎหมายทุกๆ ฉบับ แล้วแจ้งให้กับ core deveopers ไปตัดสินใจต่อว่า จะออกเป็น sub-version ใหม่ หรือว่าจะออกเป็น patches มาแก้ไข "รูโหว่" นั้นๆ

วิธีการอย่างนี้ จำเป็นต้องใช้บุคลากรจำนวนมหาศาล ซึ่งทางเลือกของการใช้อาสาสมัครจากคนทั้งประเทศ เป็นทางเลือกที่เสียงบประมาณในการพัฒนาน้อยที่สุด แต่ก็ต้องแลกกับการเปิดกว้างให้ทุกคนเป็น co-developers ได้ด้วย มันจึงเป็นปัญหาในระดับของการ screen อาสาสมัครที่จะเข้าร่วม ซึ่งก็ไม่ต่างจากการเปิดกว้างให้กับ hackers ทั่วโลกมีโอกาสสร้าง Open Source Software ขึ้นมา

เราต้องไม่ลืมว่า กฎหมายทั้งหมดมีจุดประสงค์อยู่ที่การสร้างความสงบเรียบร้อยในสังคม และต้องสามารถให้ความเป็นธรรมกับทุกๆ ฝ่ายได้ แต่เราก็ไม่มีทางที่จะป้องกันไม่ให้ black hackers จ้องที่จะเล่นงานระบบเพื่อผลประโยชน์ของตัวเองตลอดเวลา ...

ในขณะที่ blcak hackers มักจะมีการรวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อนเพื่อคอยประสานงานกันเป็นทีม แล้วส่วนใหญ่ก็เป็นผู้ที่มีความรู้ลึกซึ้งทางกฎหมายด้วย ... แล้วฝั่งของ "คนดี" จะมีซักกี่คน? มีช่องทางไหนบ้างที่เปิดทางให้กับ "พลเมืองดี" เข้าไปช่วยกันแก้ไขและป้องกัน? ... แต่การทำให้เป็น "โอเพนซอร์ส" จะทำให้โลกของกฎหมายเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง โดย black hackers จะสามารถทะลวงเข้ามาได้น้อยครั้งกว่าเดิม และต้องต่อสู้กับชุมชนที่มี "ขนาดไม่จำกัด" ตลอดกาล :-D

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ชบา วันที่ : 25/02/2007 เวลา : 13.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/cuteclub
(-: cuteclub :-)

ช่างเปรียบเปรยๆ จริงๆเลยนะคะเนี่ยะ แล้วถ้ารัฐธรรมนูญถูกแฮค จะทำยังไงดีน่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
สะพานเก่า วันที่ : 22/02/2007 เวลา : 15.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Taiyonae

เออ...มันก็เข้าท่าเหมือนกันครับ เอากฎหมายมาเปรียบเทียบกับคอมพ์มันก็ไปกันได้แฮะ จะว่าไปภาษากฎหมายจำเป็นต้องกว้างๆเพื่อเผื่อไว้ถึงการตีความในอนาคต เพราะอนาคตเราเองก็ไม่อาจทราบได้ว่าจะมีอะไรแปลกใหม่หรือไม่ อย่างเช่นกรณีการลักกระแสไฟฟ้า ใครจะไปเชื่อว่ามันจะมี

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน