• บางอ้อ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : aorchmai@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-08-06
  • จำนวนเรื่อง : 50
  • จำนวนผู้ชม : 150632
  • ส่ง msg :
  • โหวต 72 คน
บางอ้อ
Be Journalist and see the world. คม คิด ข่าว ไร้ขีดจำกัด----- ร่วมเรียนรู้ ค้นหา จนกว่าจะถึงบางอ้อด้วยกันนะ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/acharawadee
วันจันทร์ ที่ 18 สิงหาคม 2551
Posted by บางอ้อ , ผู้อ่าน : 13446 , 09:34:37 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

                                


             ร่ำลือกันนักถึงซากความโหดร้ายของ S-21 คุกเขมรแดงกลางกรุงพนมเปญ  เมื่อมาถึงที่แล้ว  ต้องไม่พลาดบันทึกประวัติศาสตร์หน้าสำคัญของกัมพูชาไว้ในบันทึกของชีวิต


            โชคดียิ่งกว่า ที่ก่อนจะไปยังคุกโตน เสลง  มีโอกาสได้แวะ Documentation Centre of Cambodia  ได้เข้าใจที่มาที่ไปของความโหดร้ายนี้แจ่มชัดขึ้น


             ที่นี่เป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลสำคัญของเหตุการณ์ทางการเมืองของกัมพูชายุคเขมรแดงที่ใหญ่ที่สุด   แต่เป้าหมายของศูนย์นี้ยิ่งใหญ่กว่า

          

                      
                             คุณเจีย ขณะเล่าข้อมูลให้ฟังที่ศูนย์ข้อมูลเขมรแดง

                

                     นี่ไม่ใช่แค่ห้องสมุดธรรมดา แต่เป็นสถานที่สำคัญที่มีส่วนอย่างมากในการปกป้องสิทธิ์ของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ และภารกิจสำคัญของการปกป้องสิทธิ์นั้นคือกระบวนการนำตัวผู้นำเขมรแดงมาขึ้นศาลเพื่อรับโทษ  


               “คนแก่พวกนั้นกำลังจะถูกตั้งข้อหาก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ  ข้อมูลและพยานจากที่นี่มีส่วนสำคัญยิ่งต่อกระบวนการทางศาล ผู้ที่รอดชีวิตมามีมากมายที่อ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ และไม่รู้จะตั้งต้นดำเนินคดีทางศาลอย่างไร  นั่นคือหน้าที่ของเราที่จะช่วยเหลือ” คุณเจีย  ผู้อำนวยการโครงการปกป้องสิทธิ์และดำเนินคดีของศูนย์แห่งนี้บอก


                    “คนแก่”ที่เขาหมายถึงคือเหล่าผู้นำเขมรแดงทั้ง 5


                 อันที่จริงต้องเป็น 6   แต่เมื่อนายพลตาม็อก อดีตผู้บัญชาการทหารเขมรแดงตายไปเสียก่อน จึงเหลือเพียง 5 นั่นคือ สหายดุจ หรือนายคัง เก็ก เอียว อดีตหัวหน้าคุกโตล สเลง  ,นายเอียง สารี อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศรัฐบาลเขมรแดง ,นางเอียง ทิริธ ภรรยาของเขา ซึ่งเคยเป็นรัฐมนตรีกระทรวงกิจการสังคมเขมรแดง นายนวน เจีย ผู้นำอันดับ 2 กลุ่มเขมรแดง  และนายเขียว สัมพัน อดีตนายกรัฐมนตรีเขมรแดง ก็ปรากฏอยู่ในรายชื่อถูกจะถูกตั้งข้อหาด้วย


                  ที่สำคัญ  โลกต้องไม่ลืมชื่อ นายพล พต ผู้นำเขมรแดงสูงสุดเจ้าของแนวคิดพลิกกัมพูชาเป็นคอมมิวนิสต์   แม้เขาจะตายไปตั้งแต่ปี 2541 ก็ตาม

                  ที่นี่เต็มไปด้วยหนังสือ ภาพถ่าย  ภาพยนตร์หลายร้อยเรื่อง  รวมถึงเอกสารทางประวัติศาสตร์สำคัญที่ถ่ายเอกสารจัดหมวดหมู่ไว้  ส่วนเอกสารตัวจริงเก็บไว้ที่อื่นและเป็นความลับ เนื่องจากเกรงจะถูกทำลาย  คุณเจียบอกว่ากัมพูชาเริ่มเก็บรวบรวมหลักฐานเกี่ยวกับเขมรแดงมาก่อนตั้งแต่ปี 2522  และโอนข้อมูลมายังศูนย์แห่งนี้เมื่อปี 2537  หลักฐานหลายชิ้นได้มาจากสถานทูตต่างประเทศที่เขมรแดงติดต่อด้วยในช่วงนั้น 

 

                   

                          ภายในศูนย์ข้อมูลเขมรแดง ไม่เคยขาดคนเข้ามาศึกษา


 

                   เพื่อนเวียดนามขอให้คุณเจียเล่าเรื่องเขมรแดง เจ้าตัวไม่รู้จะเริ่มต้นที่ไหนก่อนดี   การเมืองกัมพูชาก่อนหน้านี้ซับซ้อนเกิดกว่าจะถกกันใน 10 นาที

                    เอาเป็นว่าเราเริ่มต้นกันที่ “พล พต”

                     เมื่อผู้นำแนวคิดคอมมิวนิสต์สุดขั้วนำกำลังเข้าบุกยึดกรุงพนมเปญสำเร็จในวันที่ 17 เมษายน 2518  และเปลี่ยนระบอบการปกครองกัมพูชาเป็นระบอบสังคมนิยมลัทธิคอมมิวนิสต์  อพยพชนชั้นนำ ปัญญาชนไปสู่ชนบทครั้งใหญ่ นำระบบนารวมและสหกรณ์รวมมาใช้ให้คนเท่าเทียมกัน  วางเป้าหมายให้กัมพูชาเป็นคอมมิวนิสต์เบ็ดเสร็จภายใน 4 ปี  

                    “รัฐบาลก่อน และปัญญาชนสนับสนุนอเมริกา อยากเปลี่ยนประเทศเป็นประชาธิปไตย แต่เขมรแดงยึดหลักคอมมิวนิสต์ พล พตอยากทำให้สำเร็จ แต่การเตรียมการไม่พร้อม อาหารไม่พอ  ผมเห็นว่าเป็นความล้มเหลวของระบบ คนส่วนใหญ่ตายเพราะต้องไปทำนาและอาหารไม่พอ  ส่วนการสังหารกันเพราะต้องการกำจัดศัตรูทางความคิด”

                    

                    10  กฏเหล็ก  ที่นักโทษทุกคนต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

 

                  ความโหดร้ายของคนๆ หนึ่ง และบังเอิญคนๆ นั้นเป็นคนที่มีอำนาจ   ความคิดต่อเพื่อนร่วมชาติว่าอาจเป็นศัตรูที่ซ่อนตัวอยู่  อาจเป็นหนอนบ่อนไส้ที่ทำให้อุดมการณ์ไม่เป็นไปตามแผน จึงต้องฆ่า
 

                      แล้วใครบ้างที่จะเป็นศัตรู ? คุณเจียบอกว่า “ทำชามแตกใบหนึ่งก็ถือว่าเป็นศัตรูเขมรแดงแล้ว”

                       เรื่องมันยุติลงในปี 2522 เมื่อเวียดนามเข้ามาแทรกแซง ส่งทหารมาหยุดยั้งการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ไล่ตีเขมรแดงมาจนถึงชายแดนไทย  และมีสงครามกลางเมืองเกิดขึ้นด้วย คนกัมพูชาเองก็ลุกขึ้นสู้กับเขมรแดงเป็นระยะ
 

                        ความสูญเสียช่วงนั้นเรียกว่าคนกัมพูชา 1 ใน 5 ต้องตายไปจากเหตุการณ์นี้ นั่นคือ คนกัมพูชาทั้งประเทศราว 6 ล้านต้องตายไป 1.6 ล้าน 


                       “พวกคุณอาจเคยเห็นและรับรู้มันจากหนังเดอะ คิลลิ่งฟิลด์ นั่นแหละที่ทำให้คนรู้ว่ามีกัมพูชาอยู่ในโลกใบนี้”


                        คุณเจียพาเราดูห้องข้อมูล ห้องฟิล์ม ห้องของโครงการต่างๆ ที่มีทั้งการบำบัดเหยื่อในเหตุการณ์หรือแม้แต่ตัวของทหารเขมรแดงด้วยเช่นกัน 


                     “คุณคาดหวังอะไรกับการพิพากษาคดีฆ่าล้างเผ่าพันธุ์” ฉันถาม


                      “เราดูที่ตัวเหยื่อเป็นสำคัญ ผลกระทบของเหยื่อเหล่านั้นต้องได้รับการชดเชยที่เหมาะสมเรื่องมันผ่านมากว่า 30 ปี แต่เรายังอยากเห็นความยุติธรรมเกิดขึ้นกับผู้เคราะห์ร้าย”
 

                  ที่ศูนย์แห่งนี้ยังมีโครงการรณรงค์ให้คนกัมพูชารุ่นใหม่ เข้าใจถึงประวัติศาสตร์การเมืองหน้าสำคัญนี้  พวกเขาต้องไม่หลงลืมมันไป เพราะสิ่งเหล่านี้ไม่มีในตำราเรียน  พวกเขาได้พานักเรียน  นักศึกษา และคนจากชุมชนต่างๆ ไป “โตน สเลง” ที่คุมขังทรมานเพื่อนร่วมชาติกว่า 15,000 คนก่อนจะส่งไปที่ทุ่งสังหาร  และยังมีโครงการช่วยเหลือผู้เคราะห์ร้ายในแง่จิตสังคมบำบัด  เยียวยาทั้งเหยื่อและตัวทหารเขมรแดงที่ผ่านความรุนแรงอย่างสาหัสมาผ่านแนวคิดพระพุทธศาสนาเพื่อไม่ให้มีความอาฆาตแค้นต่อกัน
 

                    

                 ภาพหัวกะโหลกมนุษย์ที่ทุ่งสังหาร ปรากฏในศูนย์ข้อมูลแห่งนี้

 

                    ร่ำลาคุณเจียและออกจาก D.C.CAM เพื่อมุ่งหน้าสู่คุกโตน เสลงกันทันที   ลวดหนามที่ขึงอยู่โดยรอบ ชายชรากับขาเทียมที่อยู่ทางเข้า  ทำเอาพวกเราเดินเข้าไปข้างในโดยไม่พูดไม่จากัน


              “มีคนอยู่ที่นี่กว่า 15,000 คน  ที่รอดชีวิตออกมาจริงๆ มี 3 คน” เสียงคุณเจียเล่ายังดังก้องอยู่
            

                   

                                    บริเวณด้านหน้า คุกโตน สเลง

                          

                                ชายคนนี้นั่งอยู่ด้านหน้า ยิ้มทักนักท่องเที่ยวที่มาเยือน

 

                 โตน สเลง เป็นชื่อเรียกคุกแห่งนี้ บางทีก็เรียกว่า s-21 (Security Office 21) เดิมเป็นโรงเรียนมัธยมเก่า ขนาดเพียง 600 คูณ 400 เมตร มีอาคารใหญ่ 2 หลัง ล้อมรอบด้วยลวดหนามไฟฟ้ากันการหลบหนี ด้านซ้ายมือและด้านหน้าเป็นที่คุมขังนักโทษและที่สอบสวน ส่วนอาคารหลังเล็กด้านขวาเป็นที่พักพนักงานสอบสวน ปัจจุบันเป็นที่ทำการพิพิธภัณฑ์ 

 

                        

                                                อาคารเรียนเก่าด้านในที่ถูกเปลี่ยนเป็นคุก

 

                         

                        ป้ายด้านหน้าปรากฏภาพอดีตผู้นำเขมรแดงที่มีส่วนต่อการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์

                          

                      
              

 

             ลานด้านซ้ายมือก่อนถึงอาคารมีหลุมฝังศพ 14 หลุมที่ทหารเวียดนามพบศพนักโทษตายอยู่ในอาคาร จึงนำมาฝังไว้ด้านหน้า หนึ่งในนั้นเป็นหญิง


               ศศนา สาวน้อยผู้ประกาศข่าวชื่อดังของทีวีเขมรที่บ้านอยู่แถวนั้นบอกว่าแม่เล่าให้เธอฟังว่าที่นี่เต็มไปด้วยเลือด ชาวบ้านเชื่อว่ามีวิญญาณล่องลอยอยู่ และมักจะได้ยินเสียงร้องโหยหวน  เขาเชื่อกันอย่างนั้น
                 

                                  

                    

                               

                        

                   อาคารเรียนชั้นล่างถูกดัดแปลงให้เป็นที่ขังเดี่ยว ส่วนด้านบนเป็นที่ขังรวม โดยชั้นกลางเป็นที่ขังนักโทษหญิง 
 

                      ช่องขังนักโทษนั้นกว้างและยาวราว 1 เมตรสำหรับนักโทษ 4 คน และกว้าง 6 เมตรสำหรับนักโทษราว 20-30 คน ทุกคนมีโซ่ตรวนไว้ คนส่วนใหญ่ที่ถูกคัดมาที่นี่จะเป็นปัญญาชน ศศนาเล่าตามคำบอกของแม่ว่าเขมรแดงจะถามประชาชนว่ามีอาชีพอะไร หากบอกว่านักศึกษา ครู ก็จะส่งมาที่โตน สเลง
 

                     

                 

                  

               นักโทษจะถูกเรียกรวมพลทุกตีสี่ครึ่ง ผู้คุมจะตรวจตราอย่าละเอียดยิบ และสอบสวน  กฎเหล็ก 10 ข้อที่เขียนติดเป็นป้ายอยู่ด้านหน้านั้น อ่านแล้วไม่น่าเชื่อเลยว่านี่คือสิ่งที่มนุษย์ปฏิบัติต่อมนุษย์  หากพวกเขาฝ่าฝืนต้องถูกโบยตี  หรือจับหัวยัดตุ่มปุ๋ย ไม่ก็จับเข้าเครื่องทรมาน ช็อตด้วยไฟฟ้า  เวลาอาบน้ำก็ต้องมาอยู่รวมกันและผู้คุมจะสาดน้ำเข้าไป นานๆ ถึงจะได้อาบที ทีนี่จึงเหม็นสาบ เต็มไปด้วยคราบไคลและเชื้อโรค
 

               

                  

                รอยเปื้อนสีน้ำตาลที่พื้นยังมีให้เห็น เตียง และโซ่ตรวนและถังเหล็กที่ใช้เป็นที่ถ่ายของเสียของเหล่านักโทษวางอยู่ตามพื้น  ถัดมาตู้ที่รวบรวมเสื้อผ้าของนักโทษยิ่งน่าสลด  และบอร์ดรูปของคนที่ถูกขังและทรมานมากมายเต็มไปหมด

                

                ภาพที่สะดุดใจฉันคือภาพที่คุ้นตาปรากฏไปทั่วโลก คือภาพหญิงคนหนึ่งกำลังอุ้มลูกน้อย  หัวของเธอด้านหลังมีเครื่องมือช็อตไฟฟ้าตรึงอยู่ 
  

                  มีข้อมูลว่าเธอชื่อ  “จันกึมซรุน ซาง” เป็นเขมรเชื้อสายจีนและเป็นภรรยาของอดีตรัฐมนตรีในรัฐบาลลอนนอล   ภาพเหล่านี้ทหารเขมรแดงจะถ่ายและบันทึกประวัตินักโทษทุกคนที่เข้ามาในโตน สเลงแห่งนี้ ระหว่างถูกเวียดนามบุกมีการทำลายหลักฐานเหล่านี้ไปก็มาก

                   

                      เสื้อผ้าของนักโทษที่พิพิธภัณฑ์นำมากองรวมกันไว้ 

                 

                  จากชั้น 2  ของอาคารกลาง ที่ใช้เป็นอาคารขังรวม มองไปที่อาคารผู้คุม

                        

                                          ภายในที่นักโทษจะต้องใช้ชีวิตอยู่

                               

                                    ชั้นล่างที่เต็มไปด้วยภาพของคนที่เคยมีชีวิตอยู่ที่นี

               เดินต่อไปในอาคารเล็ก  ที่นั่นมีการแสดงภาพการทรมานนักโทษ และมีนิทรรศการภาพ “ผีในโตนสเลง” ของช่างภาพฝรั่ง  เป็นภาพที่เขาถ่ายสะท้อนกระจกจากบอร์ดภาพนักโทษด้านหนึ่ง ให้ไปสะท้อนปรากฏในอีกด้านหนึ่ง ซึ่งทำให้เหมือนมีวิญญาณล่องลอยอยู่ในที่แห่งนี้แม้กลางวันแสกๆ
 

                        

                 

   เงาสะท้อนจากภาพที่อยู่บอร์ดตรงข้าม ที่ช่างภาพถ่ายให้เสมือนมีการล่องลอยของวิญญานอยู่ที่นี่

               ด้านบนกำลังมีการแสดงนิทรรศการภาพที่ช่างภาพไปติดตามทหารเขมรแดงที่ยังมีชีวิตอยู่  ภาพหนึ่งคือเขาหรือเธอในเครื่องแบบ  อีกภาพเป็นเขาหรือเธอในชีวิตปัจจุบันใช้ชีวิตไม่ต่างจากคนเขมรปัจจุบัน  ทำนา จับปลา ผ่าฟืน และมีอดีตที่ขมขื่น
 

                              

                                      รอยขีดฆ่าในภาพเกิดขึ้นจริง เมื่อจัดนิทรรศการ

                              

       ชายในภาพนี้คือคนๆ เดียวกัน อดีตทหารเขมรแดง (เด็ก) ที่ปัจจุบันเป็นชาวบ้านคนหนึ่ง

                          หัวกะโหลกมนุษย์อัดแน่นเต็มในห้องสุดท้าย  หัวกะโหลกเหล่านี้เคยถูกเรียงรางปรากฏเป็นแผนที่ประเทศกัมพูชาโดยมีโตนเลสาปสีเลือดทอดผ่านกลางประเทศ

                                 

                                

                          

                        ฉันมึนงง ไม่คิดที่จะเก็บภาพตัวเองเป็นที่ระลึกกับสถานที่เช่นนี้ ตัดสินใจไม่ไปดูทุ่งสังหารเด็ดขาด สูดหายใจเข้าลึกๆ และเดินออกจาก "โตน สเลง" มาด้วยความรู้สึกว่า "ตู สลด"

                     แม้เรื่องจะผ่านมานานกว่า 30 ปี แต่การไต่สวนในคดีฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เพิ่งเริ่มต้นได้เพียง 3 ปี   โลกกำลังเงี่ยหูรอฟังว่าความยุติธรรมนั้นยังมีอยู่จริง ขณะที่ผู้เกี่ยวข้องสำคัญในเหตุการณ์ก็เริ่มล้มตายและแก่ชราไปทุกที

                    ไม่นานมานี้ ได้เห็นภาพข่าวสหายดุจ  อดีตผู้คุมคุกโตน สเลงถูกนำตัวโดยเจ้าหน้าที่ศาลฆ่าล้างเผ่าพันธุ์มาที่นี่เพื่อสอบสวน และอธิบายการทำหน้าที่ของเขาระหว่างนั้น ภาพสหายดุจซึ่งบัดนี้คือชายชราร่ำไห้หลายต่อหลายครั้ง เมื่อต้องอธิบายเรื่องราวในอดีตอันโหดร้ายนั้น บีบหัวใจและต้องบอกว่ารู้สึกสงสารและเห็นใจในมุมของคนภายนอก  แต่สำหรับคนเขมรที่ผ่านเหตุการณ์เลวร้ายเช่นนี้มาคงจะคิดต่าง
 

               คาดเดาเอาเองจากภาพที่เห็นนั้นว่า  บางทีสิ่งที่อยู่ในใจสหายดุจนั้นคือโทษทัณฑ์อันมหันต์ที่กัดกินความเป็นมนุษย์ของเขาตลอดชีวิต แม้จะยังไม่มีคำพิพากษาจากศาลฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ออกมาก็ตาม.

                     

                เจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์โตน สเลง กำลังปัดฝุ่นภาพถ่าย "ทุ่งสังหาร"

               

บันทึกเมื่อเยี่ยมพนมเปญตามโครงการ Image Our Mekong ปี 2551




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
นายครก วันที่ : 20/08/2008 เวลา : 11.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/naykrok
เมื่อมั่งมีมากมายมิตรหมายมอง  เมื่อมัวหมองมิตรมองเหมือนหมูหมา  เมื่อไม่มีมิตรเมินไม่มองมา  เมื่อมอดม้วยแม้หมูหมาไม่มามอง

เอ่อ แวะมาขอชิม

เก้า กะ แก๊บ มู๋ น่ะกั๊บ



ความคิดเห็นที่ 19 (0)
บางอ้อ วันที่ : 19/08/2008 เวลา : 18.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/acharawadee

กลับถึงบ้านแว้ว สวัสดีทุกท่านค่ะ กำลังรอดูมวยอยู่ เข้ามาทักทาย ทุกเม้นท์ ดีใจที่หลายท่านมาร่วมหดหู่ หดหู่ด้วยกัน คุณเรือรบขา ล่าท้าผีอ้อไม่เคยดู แต่ได้ข่าวว่าเขมรประท้วงใหญ่โตเลยใช่ไหมคะ เมือไหร่จะได้เห็นรูปฮูลาฮูลาฮาวายหนอ

พี่ญิบ ขอบคุณนะคะที่แวะมา

ลุงฟางอยากให้ใครเข้าคุกเหรอ เขาหนีไปไกลแล้วทำไง

บักหลำต้องบอกลุงดาบ เห็นบอกว่าอยากไปดูคุกโตนสเลงกับตา อย่าลืมไปจับรัฐมนตรีหนีคุกด้วยนะคะ

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
เรือรบเมืองมั่น วันที่ : 19/08/2008 เวลา : 18.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ruarob

ยังไม่เคยไปครับ แต่เท่าที่ดูรูป บรรยากาศของการจัดแสดงไม่ได้ออกแนวน่ากลัวเหมือนในหนัง ล่าท้าผี ที่ไทยเอามาสร้างเลย

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
ภู_เชียงดาว วันที่ : 19/08/2008 เวลา : 16.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/phuchiangdao

น่าสนใจดีน่อ งานชิ้นนี้...อ้อน่าเก็บไว้รวมเล่มได้นิ

ฮูปอี่ลุงตี้ถ่ายตวย..คือ อ.ชูชาติ พรหมพันธุ์ เป็นอดีตผู้อำนวยการ โรงเรียนสบแม่ข่า อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ก่อนลาออกจากราชการ ครู ไปปั่นฝัน ปั่นรถถีบข้ามหลายประเทศ

คนใต้มาเอาเมียเจียงใหม่ ...เหมือนไผบางคนเปี๊ยบ
เขาว่าเป๋นผีบ้าตวย อิอิ บ้าฝันหนะ

น่าลองไปสัมภาษณ์แกดูเนอะ

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
บางอ้อ วันที่ : 19/08/2008 เวลา : 14.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/acharawadee

เสือจุ่น ใจเย็นนะ จะให้พี่เขาส่งหนังสือไปให้ ฝากบอกฝ้ายว่าเราก็ติดถึงบรรยากาศที่เราเล่นคารลิเน็ตและฝ้ายเล่นทูบาชะมัดยาด ขอฝ้ายติดต่อเราด้วยด้วนด่วนนะจ๊ะ ดิฉันไม่ถนัด hi5 น่ะ

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
บักหล่า วันที่ : 19/08/2008 เวลา : 12.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bagla

ไปเที่ยวเขมรเห็นอดีตรัฐมนตรีขี้โกงหลบๆซ่อนๆอยู่แถวนั้ไหมครับ
ฝากบอกด้วยว่าไม่ต้องกลับเมืองไทยหรอก
เอาลมหายใจเฮือกสุดท้ายท้งไว้ต่างบ้านต่างเมืองน่นแหล่ะ
อย่าได้มาสร้างความเสื่อมทรามให้บ้านเมืองในบั้นปลายของชีวิตอีกเลย

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
เสือจุ่น วันที่ : 19/08/2008 เวลา : 12.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tigerjun
สู่ฝัน กรุงเทพฯ เมืองจักรยาน ติดตามข่าวได้ที่ Bangkok Bicycle Campaign

เพื่อนอัจฉราวดี นพรัตน์ เพื่อนฝ้ายบอกว่า คิดถึง เปลี่ยนนามสกุลตั้งแต่เมือ่ไร

ส่วนเรื่องหมอยงยุทธ ยังหารายละเอียดไม่ได้
ส่งตัวอย่างจุลสารมาด้วย

ยังงง อยู่ ว่าจะเขียนอย่างไร เพราะไม่ได้เขียน กอสสิบ มานานแล้ว

อีเมล์มาก็ได้ แต่ทางนี้สะดวกดี 555


ความคิดเห็นที่ 13 (0)
delicoco วันที่ : 19/08/2008 เวลา : 11.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/delicoco

ไล่สายตาอ่านลงมาเรื่อยๆ ความหดหู่ก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆค่ะ อ่านบรรทัดสุดท้ายแล้วถึงกับถอนหายใจ..

น่ากลัวนะคะ ที่ถึงจุดนึงแล้ว พวกทหารเขมรแดงมองเรื่องความโหดร้ายเป็นเรื่องปกติธรรมดา มองความเจ็บปวดของคนเขมรด้วยกันเป็นเรื่องธรรมดา

..

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
ญิบพันจันทร์ วันที่ : 19/08/2008 เวลา : 09.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yipphanchan
ญิบ_พันจันทร์

คุกในใจมีทุกหนแห่งครับ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
บางอ้อ วันที่ : 19/08/2008 เวลา : 08.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/acharawadee

ขอบคุณทุกท่านที่มาเม้นท์นะคะ โดยเฉพาะคุณมุกกี้ ตอนอ้อไปเลยเวลาฉายหนังไป เสียดายที่ไม่ได้ดู จริงอย่างที่คุณมุกกี้ว่า คนกัมพูชาแก่ๆ ไม่ค่อยอยากพูดถึงเรื่องนี้ แต่คนกัมพูชาเด็กๆ ก็เบลอๆ กับเรื่องนี้ อ้อถามนักข่าวกัมพูชารุ่นใหม่ 2-3 คน เขาก็ยังงงๆ ว่าเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร ก็คงเหมือนบ้านเรา 6 ตุลา หรือ 14 ตุลา บางทีก็สับสน ความเจ็บปวดที่ไม่อยากจะจดจำ และทำเป็นลืมเลือนไป บางทีก็อาจทำให้ประวัติศาสตร์บิดเบือนไปเหมือนกันค่ะ แฮ่ เครียดกันแต่เช้า

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
ฅนผ่านทาง วันที่ : 18/08/2008 เวลา : 21.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konphantang
ร่างไร้วิญญาณของคุณน้าผ่องพรรณนอนสงบนิ่งอยู่ในโลงศพหน้าเตาเผา หากไม่มีบรรยากาศของพิธีการแห่งความโศกเศร้า ก็คงไม่ต่างกับภาพการนอนหลับของผู้หญิงวัยเกษียณที่ยังมีเค้าความสวยให้เห็น..

นำเรื่องราวที่เห็นตรงหน้ามาผนวกกับความรู้สึกที่เกิดขึ้นในใจได้เยี่ยมครับ ทำให้เห็นภาพและรับรู้ถึงอารมณ์ ซึ่งไม่ดีเลยรู้มั้ยครับ

.. เพราะทำให้อยากไปเห็นด้วยตัวเองน่ะสิ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
mookie วันที่ : 18/08/2008 เวลา : 21.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mookie
เราอาจไม่ได้มีความสุขในทุกนาทีของชีวิต  แต่เราอยากให้ทุกนาทีของความสุข...ถูกบันทึก

มุกกี้ไปมาเมื่อปีที่แล้ว ลูกค้าชาวกัมพูชาพาไปส่ง ที่จริงเค๊าไม่อยากให้มา แต่เราอยากมา เค๊าเลยพามาส่ง แต่ไม่เดินด้วย เพราะปกติชาวกัมพูชาจะไม่นิยมพูดถึง หรือไปสถานที่นี้ และที่ทุ่งสังหาร...

เราก็จะไม่พยายามถาม เพราะทราบว่าส่วนใหญ่ เค๊าจะยังเก็บความสะเทือนใจนั้นไว้ ยิ่งเป็นคนที่เกิดทันรุ่นนั้น และรอดชีวิตมาได้ เค๊าจะยิ่งมีความรู้สึกมากเหลือเกิน...

เราเลยไปเดินคนเดียว ไปถึงเค๊ากำลังฉายวีดีโอพอดี... เลยรีบขึ้นไปดู ได้นั่งหลังสุด พอวีดีโอฉายไปสักพัก ผู้หญิงชาวเขมรที่นั่งข้างๆ เค๊าร้องไห้ออกมา... สะอื้นเบาๆ แต่พอดีนั่งข้างๆ กัน ก็เลยรู้สึกได้ นั่งไปสักพักรู้สึกบรรยากาศมันอึดอัดยังไงไม่รู้ หายใจไม่ค่อยออก.. เลยเดินออกมาไม่ได้ดูวีดีโอจนจบ...

ไปเดินดูภาพต่างๆ ในแต่ละห้อง เดินไปสักพักรู้สึกขาอ่อนๆ เหงื่อออกเต็มเลยทั้งๆ ที่เป็นหน้าหนาว รู้สึกหน้าจะมืด อยากอาเจียร นั่งพักสักครู่พอรู้สึกดีขึ้น รู้สึกว่า เราต้องไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้...

ไม่กล้าโทรให้ลูกค้ามารับ เพราะเค๊าเพิ่งมาส่งไม่ถึงชั่วโมง ตัดสินใจเดินออกมาด้านหน้า ทั้งมอไซค์และสามล้อรับจ้างเข้ามารุมกันใหญ่ หูอื้อๆ ฟังใครไม่ทัน ได้ยินคนนึงพูดว่า ตลาดรัสเซีย เลยบอก ไปที่นี่แหล่ะ... ถึงได้พ้นจากตรงนั้นออกมา.... และอาการต่างๆ ก็ค่อยๆ หายไป...

พอลูกค้ามารับ เล่าให้เค๊าฟัง เค๊าแซวว่า มุกกี้มีญาติอยู่ที่นี่... แน่ๆ เลย... แต่วววว

พออีกวันไปที่ทุ่งสังหาร คราวนี้มีน้องบริษัทคู่ค้าพาไป... แต่เดินแล้วรู้สึกสงบ เดินโดยรอบแล้วภาพของหนังก็ค่อยๆ เข้ามาให้ได้ระลึก เป็นประสบการณ์ที่ดีที่ได้มีโอกาสมาสัมผัส...

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
จินตนากาล วันที่ : 18/08/2008 เวลา : 18.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Manake


เผด็จการของจริง..ผู้มีอำนาจต้องการจะทำอะไรก็สามารถทำได้เสมอ..เวรกรรมมีจริง

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ลุงฟาง วันที่ : 18/08/2008 เวลา : 17.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/semtele

ช่วง นี้พูดถึงคุก แล้วเสียวว่า คนบางคนจะ ต้องเข้าคุก

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
feng_shui วันที่ : 18/08/2008 เวลา : 17.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

นี่คือ มุมแห่งความเจ็บปวดของชาวกัมพูชา

.
.
.

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ป้ารุ วันที่ : 18/08/2008 เวลา : 16.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/paaru

ความทรงจำที่เจ็บปวดเหลือเกินนะคะ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
บางอ้อ วันที่ : 18/08/2008 เวลา : 15.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/acharawadee

ศูนย์แห่งนี้เขามีการวิจัยเพื่อหาแนวทางไม่ให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นด้วยค่ะพี่ลูกเสือ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 18/08/2008 เวลา : 14.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

น่าสนใจมากครับ
เรื่องแบบนี้ต้องให้คนรุ่นหลังมาศึกษาและหาทางแก้ไข..เพื่อไม่ให้เกิดขึ้นอีกต่อไป

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
เป๊ปซี่ วันที่ : 18/08/2008 เวลา : 11.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Pepsi8

....ทั้งภาพและเรื่อง "หดหู่" จริงๆครับ...

....แต่ก็ต้องยอมรับว่านี่เป็นการกระทำที่โหดร้ายที่สุดที่มนุษย์พึงกระทำกับมนุษย์ ต่อจากที่ฮิตเลอร์กระทำต่อยิว...

....ขอบคุณครับ....

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ดาบถนอมรับร้องทุกข์ วันที่ : 18/08/2008 เวลา : 10.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hs5ojf

เป็นภาพที่หาดุยากมากครับผมไม่เคยเห็นถ้ามี่โอกาศจะไปดุด้วยตัวเองครับขอขอบคุรที่นำภาพที่ดีมาให้ชมครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< สิงหาคม 2008 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            



[ Add to my favorite ] [ X ]