• บางอ้อ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : aorchmai@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-08-06
  • จำนวนเรื่อง : 50
  • จำนวนผู้ชม : 136252
  • ส่ง msg :
  • โหวต 72 คน
บางอ้อ
Be Journalist and see the world. คม คิด ข่าว ไร้ขีดจำกัด----- ร่วมเรียนรู้ ค้นหา จนกว่าจะถึงบางอ้อด้วยกันนะ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/acharawadee
วันพฤหัสบดี ที่ 23 ตุลาคม 2551
Posted by บางอ้อ , ผู้อ่าน : 5661 , 17:34:11 น.  
หมวด : ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน


                         เปลี่ยนคุก ...ให้เป็นมากกว่าสวนได้ไหม  ?

         ยังไม่มีข้อสรุปใดใดออกมาจากการเสวนา “จากคุกสู่สวน...ควรเป็นอย่างไร ?” ว่าจะทำอย่างไรกับพื้นที่ 17 ไร่ทัณฑสถานหญิงที่ตั้งอยู่กลางเวียงเชียงใหม่ดี

         แต่ข้อถกเถียงวงเสวนา  ได้สะท้อนแนวคิดความต้องการของคนเชียงใหม่กลุ่มหนึ่งต่อการจัดการพื้นที่นี้ในอนาคต โดยเฉพาะสาระสำคัญหนึ่งที่เห็นว่า ไม่ควรที่จะจำนนอยู่เพียงโจทย์เดิมที่ว่า จากคุกแล้วต้องมาเป็นสวนได้หรือไม่  ในเมื่อพื้นที่นี้มีคุณค่าอันซ้อนทับทางประวัติศาสตร์หลายยุคสมัย  ย่อมควรจะต้องมีข้อเสนอหรือทางเลือกที่มากมายต่ออนาคต มิใช่หรือ ?


                                       ***********

                หลังกำแพงแน่นหนาสีครีมและขดลวดหนามรายล้อม  ปัจจุบันทัณฑสถานแห่งนี้กักขังอิสระของนักโทษหญิงไว้ทั้งสิ้น 1,391 คน
 

             น้อยคนนักที่จะรับรู้ความเป็นไปด้านใน และแทบไม่เคยรู้เลยว่าสิ่งปลูกสร้างที่ผ่านกาลเวลามากว่า 106 ปีนั้นมีแง่มุมอดีตเช่นไรบ้างที่ซุกซ่อน หลงเหลืออยู่บ้าง
 

            แต่ไม่เกินกลางปี 2552  ทัณฑสถานหญิงแห่งนี้จะต้องถูกเปิดออกปรากฏต่อสายตา  เพราะต้องย้ายทุกสิ่งอย่างไปอยู่ที่เรือนจำกลางข้างศาลากลางเชียงใหม่  ขณะที่นักโทษชายจากเรือนจำกลางนั้นจะย้ายไปอยู่เรือนจำใหม่ที่อำเภอแม่แตงแทน


            การย้ายนี้เป็นไปตามแผนการใช้ที่ดินของจังหวัดเชียงใหม่ ที่กำหนดให้เขตเมืองเก่าเป็นพื้นที่ที่สมควรอนุรักษ์ หากกิจกรรมของหน่วยงานใดขัดแย้งกับนโยบายอนุรักษ์นี้ ก็ต้องย้ายไปอยู่นอกเขตคูเมือง   นี่เองจึงเป็นที่มาให้ศาลากลางหลังเก่าต้องย้ายออกให้อาคารเดิมกลายเป็นหอศิลปวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่  บ้านพักอัยการก็ย้ายออกปรับปรุงเป็นหอประวัติศาสตร์เมืองเชียงใหม่   ศาลแขวงก็ย้ายออกปรับปรุงให้เป็นหอศิลปะล้านนา  และล่าสุดทัณฑสถานหญิงที่จะย้ายออกไปและแผนงานที่กำหนดไว้ของเทศบาลนครเชียงใหม่คือให้เป็นสวนสาธารณะ
  

               แต่ปรากฏว่า เวทีเสวนา “จากคุกเป็นสวน ควรเป็นอย่างไร?” กลับไม่มีการลงรายละเอียดว่าควรจะเป็นสวนอย่างไรกันมากนัก  แต่มีข้อเสนอให้เปิดทางเลือกใหม่ที่กว้างขึ้นกว่าการจะล็อคความคิดกันอยู่แค่เพียงการเป็นสวน
 

การเสวนาจากคุกเป็นสวนควรเป็นอย่างไร (จากซ้าย) บางอ้อ -  สมโชติ อ๋องสกุล - อินสม ปัญญาโสภา - บุญเสริม สาตราภัย - วิจิตร ไชยวัณณ์

ก่อนทำบนดินต้องศึกษาใต้ดิน
           ข้อมูลประวัติทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ระบุว่าพื้นที่นี้เคยเป็นที่ตั้งพระราชวังของพระมหากษัตริย์อาณาจักรล้านนาในอดีต เรียกว่า เวียงแก้ว คาดว่าเป็นพระราชวังที่ประทับของพญามังราย ผู้ทรงสร้างเมืองเชียงใหม่


                แผนที่ของกระทรวงมหาดไทย แผนกก่อสร้างสมัยรัชกาลที่ 5  หรือราว 100 ปีที่ผ่านมา ก็มีการระบุถึงพื้นที่กลางเวียงเชียงใหม่โดยเฉพาะเขตที่เป็น “เวียงแก้ว”


              อาจารย์สมโชติ  อ๋องสกุล นักวิชาการประวัติศาสตร์ล้านนา กล่าวว่า การจะดำเนินการต่อไปในพื้นที่นี้ จะต้องเริ่มต้นที่หลักฐานประวัติศาสตร์อย่างน้อย 3 อย่างที่ปรากฏอยู่คือ 1.ที่บริเวณนี้มีซุ้มประตูโขงข้างคุกที่เก่าแก่มีลายปูนปั้นงดงามแบบเดียวกันกับซุ้มประตูโขงวัดเจ็ดยอดซึ่งสร้างสมัยพระเจ้าติโลกราช (พ.ศ.1984-2030) ส่วนล่างมีลายปูนปั้นรูปสิงห์สวยงามถูกทอดทิ้งเอาไว้ รวมทั้งศาลเจ้าพ่อข้อมือเหล็ก  2.แผนที่กลางเวียงในยุคร.5 หรือเมื่อ 100 ปีที่แล้วที่มีที่ดินระบุชื่อเจ้าของเป็นรายแปลง สันนิษฐานว่าเป็นของเจ้าหลวง 3 องค์ คือเจ้ากาวิละ  เจ้าธัมมลังกา   เจ้าเศรษฐีคำฝั้น  และสันนิษฐานว่าเมื่อ พ.ศ. 2339 ที่พญากาวิละเข้ามาฟื้นเมืองเชียงใหม่ ก็ได้เริ่มใช้พื้นที่ตรงนั้นเป็นเวียงแก้ว 3. ภาพหลักฐานตัวสถาปัตยกรรมคุ้มเวียงแก้วที่งดงาม และคุ้มหลายคุ้มในเขตเวียงแก้วนี้ได้ถูกรื้อเพื่อสร้างเป็นศูนย์ราชการในยุคสยามเปลี่ยนการปกครองเป็นเทศาภิบาล
 อาจารย์สมโชติ ยังได้นำรูปแบบการย้านคุกของเรือนจำอยุธยามาแสดงว่า ยังรักษาสัญลักษณ์คุกบางส่วนไว้คือป้อมยามและกำแพงบางช่วง  แต่มีการเปิดพื้นที่ด้านในซึ่งเป็นวัดเก่าแก่โบราณและบูรณะ


              “กรณีคุกเชียงใหม่ ผมจึงยังไม่อยากให้ฟันธงว่าจากคุกเป็นสวนแล้วจบลงที่จะเอาสวนแบบไหนกัน   หลักฐานขณะนี้เรามีคุกบนดิน ใต้ดินก็มีความซับซ้อนแห่งยุคสมัย 700 ปี  ที่จะเป็นการดึงดูดการให้ความรู้ต่อยอดทุนทางประวัติศาสตร์ต่อไปได้ในอนาคต” 

           

                        แผนที่สมัยรัชกาลที่ 5 ในพื้นที่กลางเวียงเชียงใหม่

คุกในคุ้ม-คุ้มในคุก
             อาจารย์สมโชติกล่าวว่า ปกติทุกคุ้มใหญ่ของล้านนาจะมีคุกอยู่ในคุ้มทั้งสิ้น เช่น คุกที่คุ้มเจ้าอุปราช ที่ปัจจุบันคือโรงพักกองเมือง  คุกที่คุ้มเจ้าบุรีรัตน์กลางเวียง เมื่อมีการตัดสินคดีเสร็จนักโทษจะข้าคุก ถ้าโชคดีเจ้านายบวช เจ้านายทำบุญ  คนในคุกก็ได้รับอภัยโทษ  แต่เมื่อปี 2416  เรามีสัญญาเชียงใหม่ฉบับที่ 1  เริ่มที่จะมีปัญหาจัดการคุกให้มีประสิทธิภาพ  ราชการสยามซึ่งเดิมอยู่ทางริมแม่น้ำปิง   จึงขอพื้นที่จากเจ้าหลวงทำศูนย์ราชการในกลางเวียง รวมทั้งคุก จึงมีการรื้อคุ้มสร้างคุกอย่างสมบูรณ์แบบมาตามลำดับ 

สวนสาธารณะเต็มเมือง ขอใช้พื้นที่ผสมผสาน
               ไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า คุกแห่งนี้ก็เป็นหน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์ล้านนา แม้น้อยคนนักจะได้เห็นด้านใน  แต่ก็ปรากฏอยู่เป็นอาคารที่สร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 อายุประมาณ 106 ปีรวมทั้งสิ้น  6 หลัง เป็นลักษณะอาคาร 2 ชั้น ก่ออิฐหนา ในจำนวนนี้ 2 อาคารอยู่บริเวณทางเข้าด้านหน้า ซึ่งมีประตูทางเข้าผ่านกลางตึก และอยู่บริเวณด้านหลัง มีประตูทางออกผ่านกลางอาคาร ซึ่งปัจจุบันได้ปิดไว้ไม่ใช้งาน ส่วนอีก 4 อาคาร เป็นอาคาร 2 ชั้น เป็นที่พักผู้ต้องขัง ลักษณะอาคารก่ออิฐทึบมีประตูและช่องแสง 

         

                     หลักฐานภาพถ่ายคุ้มเวียงแก้วในอดีต

           อินสม ปัญญาโสภา บรรณาธิการหนังสือพิมพ์ไทยนิวส์ กล่าวว่า อดีตผอ.ทัณสถานหญิงได้เคยบอกว่า ด้านในมีคุกสำหรับขังนักโทษขังเดี่ยวที่เป็นนักโทษผู้ชาย   5 ห้อง และยังมีคุกมืดใต้ดินที่อนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี มีอาคารที่เก่าแก่อายุอายุกว่า 100 ปี สวยงาม  ถ้าอนุรักษ์ไว้แล้วเปิดให้คนเข้าไปชม คิดว่าได้เงินมากเหมือนคุกอิตาลีที่ท่านไปชมมา  แต่เมื่อตนก็ได้นำความเห็นนี้ไปสอบถามอาจารย์ธเนศวร์ เจริญเมือง ก็แสดงความรู้สึกว่าไม่ควรอนุรักษ์ไว้เพราะที่นั่นเป็นคุ้มเจ้าหลวงมาก่อน และเหตุผลในอดีตผู้มีอำนาจขยายอาณาเขตเข้ามาครอบครองพื้นที่ในภาคเหนือ  ใช้ที่คุ้มเจ้าหลวงเป็นคุกขังคน เหตุผลก็คือว่าต้องการตัดไม้ข่มนาม และเห็นว่าควรเปิดพื้นที่เป็นสวนสาธารณะสำหรับประชาชน

             ส่วนกรณีจะสร้างสวนอย่างไรให้เป็นประโยชน์ อินสมเห็นว่าปัจจุบันสาวนสาธารณะในเมืองเชียงใหม่มีมากมาย แต่ไม่ค่อยมีใครไปใช้ประโยชน์เต็มที่  ดังนั้นการจะใช้พื้นที่คุกนี้นั้น  ที่สุดแล้วประวัติศาสตร์ก็เป็นประวัติศาสตร์  แต่ประวัติศาสตร์บางทีก็เป็นแค่ประวัติศาสตร์ สิ่งที่ปรากฏร่องรอยไม่เห็นแล้ว ความเห็นส่วนตัวอยากให้ผสมผสาน อนุรักษ์ทางประวัติศาสตร์ ส่วนหนึ่งเป็นสาธารณะประโยชน์ ทุกคนเข้าไปใช้ได้

     

                                  ศาลใกล้ซุ้มประตูโขง   

   

คุกใต้ดินแห่งเดียวจริงหรือ ?
           “บางอ้อ”ในฐานะผู้ดำเนินรายการให้ข้อมูลต่อวงเสวนาเพิ่มเติมว่า  ได้สัมภาษณ์  สหวัฒน์ แน่นหนา ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 8 เชียงใหม่  ถึงประเด็นที่มีการระบุว่ามีคุกใต้ดินแห่งเดียวนั้น จะต้องตรวจสอบให้ชัดเจนว่าใช่จริงหรือ  เนื่องจากเคยมีผู้รับเหมาซ่อมแซมอาคารทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่นี้เคยเล่าให้ฟังว่า  ฐานของเรือนนอน 3 และ 4 นั้นปรากฏฐานลักษณะก่ออิฐเป็นวงกลมเป็นแนวอุโมงค์ยาว  ซึ่งใช้เป็นตัวระบายอากาศฯ และรับน้ำหนักด้วย   แต่ในการซ่อมแซมครั้งนั้นได้มีการวางตอม่อนบางจุด ซึ่งไม่สามารถเดินทะลุอุโมงค์นั้นได้แล้ว   ดังนั้นน่าจะได้มีการสำรวจ ค้นคว้าและพิสูจน์ดูว่าลักษณะโครงสร้างอาคารเช่นนี้เป็นอุโมงค์ระบายอากาศหรือคุกใต้ดินกันแน่ เพราะขณะนี้ไม่มีใครทราบว่าคืออะไร

                   

              ส่วนความเห็นต่อการพัฒนาพื้นที่นี้นั้น นายสหวัฒน์บอกว่า อย่างไรเสีย พื้นที่แห่งนี้ก็เป็นประวัติศาสตร์ที่ปรากฏอยู่อย่างชัดเจน   การคงไว้ซึ่งอาคารบางส่วน หรือป้อมปราการ และใส่เรื่องราว ข้อมูลพัฒนาการของพื้นที่แห่งนี้ไว้เพื่อให้คนรุ่นหลังได้รับรู้ และที่เหลืออาจทำเป็นโมเดลจำลองให้เห็นถึงสภาพที่เคยเป็น และสภาพก่อนหน้านี้ก็ได้  เพราะหากรื้อทิ้งเสียหมดแล้วคนรุ่นอื่นๆ จะเห็นของจริงจากที่ใดว่าพื้นที่นี้เคยเป็นคุก นอกจากจะเห็นภาพถ่ายเท่านั้น
 

              ส่วนข้อเสนอให้รื้อทิ้งทั้งหมด ด้วยมองว่าสิ่งนี้แสดงถึงการย่ำยีคนเมือง เพราะสยามเข้ามามีบทบาทเหนือเชียงใหม่นั้น เขามองว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นคือพัฒนาการทางประวัติศาสตร์  เป็นสิ่งที่ชี้ให้เห็นถึงการแสดงออกถึงอำนาจอีกขั้วหนึ่งในอดีต  แต่อย่างไรก็เป็นข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ ที่สำคัญปัจจุบันสยามและล้านนาก็ได้รวมกันเป็นหนึ่งเดียว
 
ทำอะไรต้องคำนึงถึงที่มาของพื้นที่

               บุญเสริม ศาตราภัย ช่างภาพชื่อดังของล้านนาจากหนังสือพิมพ์คนเมืองในอดีต กล่าวว่า  สิ่งที่เราต้องคำนึงถึงในการเปลี่ยนแปลงใดใดนั้นคือที่มาของพื้นที่ด้วย    เมื่อ 2520 ผมทำงานหนังสือพิมพ์คนเมือง เราได้ข่าวทายาทตระกูล ณ เชียงใหม่ ทวงพื้นที่ศาลากลางจังหวัดคืน หลังจากที่ทางการจะเลิกใช้ศาลากลางหลังเก่าอันนี้เพื่อไปสร้างที่ใหม่ ผมรู้จักกับเจ้านายฝ่ายเหนือคนหนึ่งซึ่งสนิทสนมกันมาก  แกเรียกผมไปพบที่บ้านเอาสำเนาหนังสือเขียนถึงพลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ นายกรัฐมนตรี ขอทวงพื้นที่ศาลากลางคืนเพื่อที่จะนำไปทำประโยชน์เป็นสมาคมนักเรียน นักศึกษา ดารารัศมี โดยมีหอประชุมอินทวโรรสอยู่ตรงกลางในบริเวณนี้ เพราะเห็นว่าบรรพบุรษได้ยกที่ให้เป็นสถานที่ราชการหลายแห่งเมื่อไม่ใช้ประโยชน์แล้วก็ขอคืน เจ้านายฝ่ายเหนือคนนี้แกบอกว่าน้อยใจที่ทางการไม่เอ่ยชื่อถึงเลย รื้อป้ายออกหมด”

                       ซุ้มโขงที่อยู่ใกล้คุก ความเก่าแก่ในยุคติโลกราช

ของโบราณทุบง่ายสร้างยาก
               วิจิตร  ไชยวัณณ์   อดีตบรรณาธิการหนังสือพิมพ์คนเมือง กล่าวว่าในเมื่อรัฐต้องการคืนให้แก่พวกเรา ผมก็เห็นว่าเราน่าจะทำเป็นสวนหย่อม และเราควรจะรักษาตึกและเรือนจำต่างๆ แม้แต่คุกต่างๆ เอาไว้เพื่อความทรงจำทางประวัติศาสตร์ สิ่งเหล่านี้เมื่อทำลายไปแล้วจะสร้างขึ้นมาไม่ได้แล้ว ตามความเห็นของผมอยากให้รักษาไว้ให้เป็นประวัติศาสตร์    สิ่งโบราณต่างๆ เราสามารถทุบทำลายภายใน 1-25 วันแต่เราสร้างไม่ได้

            เช่นกรณี โบสถ์คริสจักรที่ 1 เชียงใหม่ คณะกรมการคริสเตียนเคยเห็นว่าโบสถ์สร้างติดถนน ริมน้ำปิงเกินไป สมควรรื้ออกไป มีการลงมติให้ย่น แต่ตนทราบว่าโบสถ์หลังนี้สร้างโดยหมอชิ๊กที่การก่อสร้างโบสถ์แห่งนี้จะไม่ได้ใช้เสาเลย  แต่ตั้งแวงและก่ออิฐขึ้นมาเลย จึงไปบอกนายแพทย์จินดา สิงหเนตร และบอกว่าควรจะอนุรักษ์ จึงมีการเปลี่ยนมติของกรรมการ ซึ่งปัจจุบันกรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนโบสถ์หลังนี้ว่าเป็นโบราณสถานห้ามรื้อถอน  และเป็นหน้าหนึ่งในประวัติศาสตร์เชียงใหม่ที่มีศาสนาคริสเตียนเข้ามา  เมื่อเป็นประวัติศาสตร์หน้าหนึ่งก็ควรที่จะรักษาไว้   

    


 
คิดเพิ่มให้หลากหลายบนข้อมูลที่ชัดเจน
                บัณรส บัวคลี่  ผู้ร่วมเสวนากล่าวว่า  เรากำลังพูดคุยถึงเรื่องที่ดำเนินไปในส่วนราชการคือจะมีการคืนพื้นที่จากกรมราชทัณฑ์ให้เทศบาลนครเชียงใหม่ และผู้บริหารเทศบาลยุคนั้นก็ตั้งโครงการมารองรับและคิดว่าจะให้เป็นสวนสาธารณะ  แต่อะไรคือสิ่งที่คนเชียงใหม่อยากได้อย่างแท้จริง   ควรได้พูดคุยให้หลากหลาย กว้างขวางกว่านี้


           “ผมไม่กล้าที่จะระบุไปเลยว่าจะต้องเป็นอะไร   อยากให้เป็นคุกหรือไม่ เพราะยังไม่มีใครหรือคณะกรรมการใดเข้าไปประเมินคุณค่าสิ่งปลูกสร้างอายุ 100 ปีในนั้นเลย  เราเป็นเพียงคนนอกกำแพงคุก หรือเข้าไปเห็นมาบางครั้ง และยังไม่รู้ว่าสิ่งที่อยู่ด้านในเป็นคุกใต้ดินจริงหรือ  ผมจึงมีข้อเสนอไปยังผู้บริหารเทศบาลนครเชียงใหม่ว่า  ควรจะเปิดรับฟังความเห็นเรื่องนี้ให้กว้างขวางมากที่สุดว่า เราจะได้ที่ดินมาเราจะทำอย่างไร มีทางเลือกอื่นอีกหรือไม่นอกจากสวน   คุณค่าของพื้นที่นี้มีหลายยุคหลายสมัยทับซ้อนกันอยู่ เลือกหยิบให้มาผสมผสานดีหรือไม่  หรือบางคนบอกว่าเป็นคุกสุดยอดแล้ว แต่แท้ที่จริงอาจเป็นเพียงแค่อาคารเปล่าๆ สู้คุกบางขวางไม่ได้ เราควรได้ระดมความเห็นให้มีทางเลือกให้มากกว่านี้”
 


               ภายใต้กำแพงหนานี้มีประวัติศาสตร์ของเชียงใหม่ซุกซ่อนอยู่ทั้งบนดินและใต้ดิน

ไม่เอาสวนไม่เอาคุกให้นึกถึงเยาวชน

             ผู้ร่วมเสวนาท่านหนึ่ง ซึ่งมีบ้านอยู่ใกล้บริเวณเรือนจำเห็นว่าเยาวชนของจังหวัดเชียงใหม่ทุกวันนี้ขาดพื้นที่  จุดตรงที่ที่เป็นคุกที่จะพัฒนาขึ้นมาอยู่ใกล้โรงเรียน ใกล้แหล่งที่เยาวชนจะต้องชุมนุม น่าจะแบ่งโซนการใช้พื้นที่ให้เป็นอะไรได้ทั้งนั้น สำคัญที่ว่าคือควรมองถึงเยาวชนเป็นหลักหรือไม่  
             “สำหรับผม สวนสาธารณะเลิกมองได้เลย เพราะเชียงใหม่เราทำสวนสาธารณะก็นึกแต่ต้นไม้ ดอกไม้ นึกแต่ความสวยงาม ไม่มีประโยชน์เท่าไหร่ เราควรมองหา ความยั่งยืนของสถานที่   เช่นสถานสุขภาพเพื่อออกกำลังกาย”  

ผสมผสานคุกในสวน
               ว่าที่ร้อยตรีวินัย วินัยสถาพร  ผู้ร่วมเสวนา กล่าวว่าเห็นว่าเทศบาลฯ น่าจะมีวิธีสอบถามผู้ที่เกี่ยวข้องให้มากขึ้นโ ดยเห็นว่าน่าจะทำผสมผสาน เช่นคุกที่เป็นสวน บางคนให้อนุรักษ์คุกไว้ แต่คุกจะคุ้มค่าแก่การอนุรักษ์หรือไม่ เช่นนั้นเขาทำไมถึงย้ายคุกออกไปเล่า  แต่หากบางคนอยากเห็นคุกก็จะน่าประชาพิจารณ์ทั้งคุกและสวน  อย่ารีบร้อยทั้งปี 52 น่าจะถามความเห็น  คุ้มค่าแก่การเก็บไว้หรือไม่ ที่ไปเมืองนอก ของเขาอาจ 500 ปี แต่ของเรามันแค่ 100 ปี ก่อนจะทำต้องคิดให้ดี    ผมอยากเห็นมีทั้งคุกและสวนอยู่ในนั้น อาจจะทุบกำแพงข้างในเป็นสวน เห็นโครงร่างของคุกไว้ก็ได้ ที่สำคัญน่าจะได้เปิดประชาพิจารณ์และออกแบบประกวด   
 

            ทั้งหมดนี้เป็นเพียงความคิดที่เกิดขึ้นในเวทีเสวนาแรก ที่ได้แตกแขนงความคิดออกไปไม่เพียงแต่การเป็นสวนตามโจทย์เดิมอีกต่อไปแล้ว. 

 หมายเหตุ - ยังคงมีการเตรียมเปิดเวทีสาธารณะเช่นนี้อีกในวันที่ 8 พฤศจิกายน 2551  (ยังไม่ได้กำหนดสถานที่)  ระหว่างนี้ผู้มีความต้องการเสนอความคิดเห็นสามารถเสนอได้ที่ www.cmocity.com  เขียนจดหมายหรือไปรษณียบัตรมายังคณะอนุกรรมการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน หอศิลปวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่ ถนนพระปกเกล้า ต.ศรีภูมิ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50200  หรือจะโทรสาร 0-58321-9833 และ 0-5321-7793  .





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
Cat@ วันที่ : 30/10/2008 เวลา : 20.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha

ไม่อยากให้ ทุบทิ้ง เก็บไว้ เก็บไว้ดีก่า

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
นายครก วันที่ : 30/10/2008 เวลา : 12.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/naykrok
เมื่อมั่งมีมากมายมิตรหมายมอง  เมื่อมัวหมองมิตรมองเหมือนหมูหมา  เมื่อไม่มีมิตรเมินไม่มองมา  เมื่อมอดม้วยแม้หมูหมาไม่มามอง

จะกำหนดให้เป็นอะไรก็ขึ้นอยู่กับมุมมองและความคิดเห็นของแต่ละท่าน
ผมคิดว่าทุกท่านย่อมเสนอสิ่งที่วิเคราะห์แล้วว่าจะก่อประโยชน์ให้กับสังคมและชุมชนแน่นอน

แต่เมื่อเป็นไปตามที่ต้องการแล้ว
ในความเห็นของเรานะอยากให้เค้ามีรายได้เพียงพอที่จะดูแลตัวเองได้

สามารถนำไปบำรุงรักษาให้อยู่ในสภาพที่เหมาะสมได้

ไม่ใช่ว่าสุดท้ายแล้วไม่มีใครดูแล ปล่อยให้เป็นสิ่งที่ไร้ประโยชน์ ไร้คนเหลียวแล

เหมือนหลายๆ สถานที่ที่ตกอยู่ในสภาพนี้...

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
pixitien วันที่ : 30/10/2008 เวลา : 02.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pixitien

ต้องให้ผู้เกี่ยวข้องศึกษาอย่างรอบคอบครับ ทั้งคุณค่าเชิงประวัติศาสตร์ และมูลค่าที่สัมพันธ์กับปัจจุบันครับ..

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
คนใกล้ฟ้า วันที่ : 28/10/2008 เวลา : 12.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konklaifa

สวัสดีค่ะ
ที่เชียงราย
เรือนจำเก่ากลายเป็นสวนตุงและโคมค่ะ
มีพิพิธภัณฑ์ด้วย
เวลาเย็นคนไปเต้นแอโรบิคกัน

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
แพรจารุ วันที่ : 28/10/2008 เวลา : 09.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/parjaru
มาช่วยกันไล่เซฟรอนออกจากทะเล

สวัสดีบางอ้อ

เพิ่งกับมาตามข่าวไม่ทันโชคดีที่อ้อนำมาเสนอ ข้อดีของโครงการนี้คือได้ม่คุยกันก่อน ช่วงแรกพี่คิดว่าเขาสรุปไปแล้วว่าจะเป็นสวน หลายคนมีความคิดเห็นน่าสนใจ

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
บางอ้อ วันที่ : 27/10/2008 เวลา : 06.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/acharawadee

ภาพงดงามจุใจ ทำให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ในอดีตด้วยค่ะ ขอบคุณที่ไปเม้นท์เรื่องคุกนะคะ ที่จริงอ้ออยากให้เพื่อนๆ ที่มีประสบการณ์ มีภาพ หรือได้เห็นรูปแบบการเปลี่ยนแปลงคุกจากที่ต่างๆ มาช่วยกันบอกเล่าหรือให้ภาพ แนะนำคุกที่เชียงใหม่เพื่อใช้ร่วมพิจารณาค่ะ จะรอนะคะ

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
chedtha วันที่ : 27/10/2008 เวลา : 03.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chedtha
http://www.oknation.net/blog/chedtha3 (ภาพที่สวยงามในความทรงจำ)


สวัสดีครับ คุณบางอ้อ

อ่านแล้ว นึกถึงวันที่ไปเที่ยวเมืองราดอล์ฟเซลล์เลยครับ
พอดีเดินผ่านคุก ที่เขาทำเป็นสวนสาธารณะริมถนน มีต้นกล้วยและพุทธรักษาด้วย

คราวหน้าจะโพสต์ให้ชมครับ เขายังเก็บคุกไว้ ไม่ได้รื้อทิ้ง หรือทำลายไป
แต่ทำสวนสาธารณะไว้รอบๆ ให้ประชาชนได้ไปพักผ่อนหย่อนใจ
เดินชมต้นไม้ ดอกไม้ หรือไปนั่งเล่นอ่านหนังสือ


ขอเชิญไปชมภาพป้อมปราการ โฮเฮนท์วีล บนภูเขาไฟที่สงบแล้ว - Singen, Germany ตอนที่ 2

http://www.oknation.net/blog/chedtha/2008/10/26/entry-1

มีภาพ Zeppelin และ ภาพวาดของป้อมปราการก่อนที่นโปเลียนจะใช้ระเบิดทำลาย

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
บางอ้อ วันที่ : 25/10/2008 เวลา : 18.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/acharawadee

ampie - พี่อ้อไม่ได้ไปธรรมชาติยาตราค่ะ มีเรื่องร้อนๆ แถวพืชสวนโลกค่ะ

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
ampvie วันที่ : 25/10/2008 เวลา : 17.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ampvie

ทุกพื้นที่มีคุณค่าว่าไหมคะ

ติดอยู่ที่ว่าใครจะมองมันจากมุมไหนและเพื่อประโยชน์อะไรมากกว่า...อืม ยังไงดีละนี่

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
ampvie วันที่ : 25/10/2008 เวลา : 17.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ampvie

วันนี้ไปธรรมชาติยาตรา ชาวบ้านฝายพญาคำมาแล้วค่ะ

แต่เอ...ไม่เห็นพี่อ้อเลย ท่าจะงานยุ่ง
รักษาสุขภาพนะคะ ^^

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
บางอ้อ วันที่ : 24/10/2008 เวลา : 21.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/acharawadee

spyone--ขอบคุณค่ะเป็นอีกหนึ่งเสียง ที่จะส่งไปให้คณะกรรมการ

คุณหมอคะ--เชียงใหม่มีเรื่องสนุกเยอะ พรุ่งนี้สล้างมา วันมะรืนสมชายมา มาช่วยกันหน่อยเถอะค่ะ

เสือจุ่น ---เรื่องเป็นข่วงเพื่อมีกิจกรรมของคนที่นี่คือหัวใจสำคัญ ที่แน่ๆ เราตั้งเป้ากันว่าจะไม่ให้เป็นลานขายของจ้า...วันนี้ฉันไปโรงเรียนมา ไปตามเรื่องก่อสร้างสถาบันแฮรีส ถ้าเธอมาเชียงใหม่แวะไปเที่ยวนะ เห็นแล้วอยากกลับบไปเรียนอีก

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
เสือจุ่น วันที่ : 24/10/2008 เวลา : 16.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tigerjun
สู่ฝัน กรุงเทพฯ เมืองจักรยาน ติดตามข่าวได้ที่ Bangkok Bicycle Campaign

เสนอให้ผสมกัน ทั้งพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ของเยาวชน จัดสวนสวยไว้แสดงคอนเสิร์ตจากวงเชียงใหม่ ออเครสตรา

มีพื้นที่จัดแสดงกิจกรรมต่างๆ

หอศิลป์

น่าจะเป็นการจัดการแบบผสมผสานดีกว่านะ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
นายแพทย์สวรรค์กาญจนะ วันที่ : 24/10/2008 เวลา : 14.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/doctornursethailoyalty
ข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประชาชนไม่ได้มีไว้เพื่อแพ้Honesty is the best policy.


มาเชียร์..หญิงเก่ง..

อยากไปเที่ยว เชียงใหม่จัง..

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
spyone วันที่ : 24/10/2008 เวลา : 11.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/spyone
  โลกหมุนด้วยความรัก

เอาคุกเป็นพิพิธภัณฑ์แล้วมีสวนด้วย

เห็นด้วยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
บางอ้อ วันที่ : 24/10/2008 เวลา : 08.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/acharawadee

สวัสดียามเช้าทุกท่านค่ะ ขอบคุณที่เข้ามาติดตาม ใจอ้อก็มีความคิดอย่างหนึ่งว่าอยากให้พื้นที่นี้เป็นอะไร แต่สิ่งที่น่าสนใจตอนนี้สำหรับอ้อคือ อยากเข้าไปดูข้างในคุกนั่นน่ะว่าเป็นอย่างไรกันแน่ ตอนนี้กำลังติดต่อขอเข้าไปดูอยู่ ที่จริงการเสวนาวันนั้นยังมีเกร็ดเกี่ยวกับคุกที่ผู้เฒ่าทั้งหลายมาเล่าน่าสนใจหลายอย่างเลย

พิพิธภัณฑ์ที่หลายท่านเสนอก็น่าสนใจค่ะ มีการพูดถึงเหมือนกันแต่ยังไม่ได้ลงในรายละเอียด ต้องติดตามต่อไปค่ะ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ทิวสน วันที่ : 23/10/2008 เวลา : 21.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tewson
ทิวสน ชลนรา

ติดตาม รอฟังข้อสรุปครับ

เรื่องเวียงเก่านั้น น่าสนใจครับ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 23/10/2008 เวลา : 18.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

จริงๆที่บอกเป็น"สวน" คือมาบอกครับ
หลายแห่งชอบทำแบบนั้น...ง่ายดี แค่ปรับที่ ปลูกต้นไม้ ขุดสระ

แต่คุกเชียงใหม่แห่งนี้ ไม่อยากให้เป็น(แค่)สวนครับ
เพรามี"อะไร"มากกว่า"คุก" ..อย่างน้อยประวัติศาสตร์ของการเป็นเมืองเชียงใหม่ ก็น่าสนใจมากกว่าแค่ปรับที่ทำสวนเท่านั้น
อย่างน้อย พิพิธภัรฑ์ ก็เป็นอีกทางเลือกที่ดี(หากมีส่วนพักผ่อนด้วยก้ดี)
ตอนนี้ หากให้สรุปด้วยเวลา ก็อยากให้เป็นพิพิธภัณฑ์+สวน
เป็นสวนแห่งการเรียนรู้ เรียนรู้เรื่อง"ประวัติศาสตร์"ที่ยังจับต้องได้ ไม่ใช่จากตำรา หนังสือ

จะคอยมาตามเรื่องนี้ต่อครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ป้ารุ วันที่ : 23/10/2008 เวลา : 18.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/paaru

ประเด็นนี้น่าสนใจมากค่ะ
ถ้าศึกษาจริงจัง แล้วมีรายละเอียด
พื้นที่แห่งนี้จะมีคุณค่าอย่างยิ่งค่ะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
เรือรบเมืองมั่น วันที่ : 23/10/2008 เวลา : 17.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ruarob

เอาคุกเป็นพิพิธภัณฑ์แล้วมีสวนด้วย ได้ไหมเอ่ย

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
บางอ้อ วันที่ : 23/10/2008 เวลา : 17.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/acharawadee

หลายที่เลยค่ะพี่เปลี่ยนคุกเป็นสวน เลยมีข้อเสนออยากให้เป็นอย่างอื่นบ้าง ขอบคุณที่มาเม้นท์อย่างเร็วนะคะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 23/10/2008 เวลา : 17.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ที่กรุงเทพฯ คุกแถวสามยอดก็กลายเป็นสวนไปแล้ว..
หวังว่าจะได้ข้อสรุปโดยเร็วนะครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ตุลาคม 2008 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  



[ Add to my favorite ] [ X ]