• winston
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : winstonbkk@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-04
  • จำนวนเรื่อง : 735
  • จำนวนผู้ชม : 1002990
  • ส่ง msg :
  • โหวต 469 คน
A Day In The Life
Rock 'n' Roll is real. ดนตรีสากลร่วมและไม่ร่วมสมัย +วิจารณ์อัลบั้ม... สำหรับคนบ้าเพลงครับ!
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/adayinthelife
วันศุกร์ ที่ 15 พฤศจิกายน 2556
Posted by winston , ผู้อ่าน : 1899 , 10:19:54 น.  
หมวด : ดนตรี

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน BlueHill โหวตเรื่องนี้

 

 

Haim Time วาระแห่งไฮม์

Haim-Days Are Gone ****

วางตลาด : กันยายน 2013

แนวดนตรี : Indie Pop

Producer : Haim, Areil Rechtshaid, James Ford  และ Ludwig Göransson

 

   แม้แต่ฝรั่งเองก็ยังไม่ค่อยแน่ใจว่าจะอ่านชื่อวงหน้าใหม่วงนี้ว่าอย่างไรกันแน่ ซึ่งพวกเธอก็ต้องตอบอยู่เรื่อยๆในการให้สัมภาษณ์ว่า "ไฮม์...ออกเสียงแบบ time น่ะ.." Haim เป็นศิลปินอีกวงหนึ่งที่ถูกจับตามองจากการได้รับรางวัลใหญ่ก่อนที่จะออกอัลบั้ม (บีบีซียกย่องให้พวกเธอเป็น 'sound of 2013' ตั้งแต่ต้นปี) มันเป็นทั้งแรงกดดันและกำลังใจในเวลาเดียวกัน แต่สาวๆไฮม์เธอคูลเกินกว่าที่จะหวั่นไหว พวกเธอดูเหมือนจะเกิดมาเพื่อเล่นดนตรี และ Days Are Gone ก็ออกมาเลิศสมราคา จะว่าไปแล้ว มันดีเกินคาดด้วยซ้ำสำหรับวงหญิงล้วนหน้าใหม่กับอัลบั้มแรก

   สำหรับงานชิ้นแรก, นักวิจารณ์ก็มักจะต้องจับศิลปินไปเปรียบเทียบกับศิลปินรุ่นก่อนหน้าที่พวกเธอ(เขา)ได้รับอิทธิพลมาเพื่อให้ผู้อ่านมองเห็นภาพ (ในยุคของ internet และ youtube ในอุ้งมือ การเขียนแบบนี้ยังจำเป็นหรือไม่?-ผมคิดว่ายังมีคุณค่านะ) สำหรับ Haim มีตั้งแต่ "พวกเธอเหมือน Fleetwood Mac ยุคใหม่" ,"เหมือนนั่งฟังคอนเสิร์ตริมทะเลสาบกับ Stevie Nicks, John Waite และ En Vogue" ,"พวกเธอมีความเป็นริธึ่มแอนด์บลูส์ของ Destiny's Child และการประสานเสียงอันสนุกสนานของ TLC" แต่การเปรียบเทียบที่น่าสนใจที่สุดคือ "อัลบั้มนี้เหมือนเป็นบทสรุปของช่วงเวลาแห่งเพลงฮิตติดชาร์ตในปี 1987"

   เหนืออื่นใด, สุ้มเสียงที่โดดเด่นที่สุดของ Haim ก็คือ sound of the 80's มันทำให้ผมนึกสนุก โยน 4 เพลงของ Haim เข้าไปในเพลย์ลิสต์ของเพลงฮิตบิลบอร์ดในปี 1987 แล้วลองชัฟเฟิลฟังเล่นๆในรถยามฝ่าการจราจรที่แสนซับซ้อนและไม่อาจคาดคะเนล่วงหน้าได้ของกรุงเทพฯยุคศิลปะบนแบริเออร์ครองเมือง Don't Save Me, Falling, Forever, The Wire และ If I Could Change Your Mind ร่าเริงในลีลาอย่างสอดคล้องไปได้ดีกับ I Heard A Rumour ของ Bananarama, I Just Can't Stop Loving You ของไมเคิล แจ็คสัน, Little Lies ของ Fleetwood Mac, The Finer Things จาก Steve Winwood, Walk Like An Egyptian ของ The Bangles, Who Will You Run To ของ Heart และ เพลงดังของ Madonna "Open Your Heart"

   แน่นอนว่ามันมีความแตกต่างกันในด้านคุณภาพ(และความดัง)ของการบันทึกเสียง และดนตรีของ Haim ก็มีลูกล่อลูกชนมากกว่าเพลงฮิตเมื่อ 25 ปีก่อนเหล่านั้นอยู่พอสมควร ถ้าท่านผู้อ่านพอมีเวลาก็ลองทำ playlist อย่างที่ผมกล่าวข้างต้นลองฟังกันบ้างสิครับ แต่แนะนำให้ปรับ volume ให้กลมกลืนกันหน่อยก็จะยิ่งเพลิดเพลินครับ (ลดความดังของ Haim ลงน่าจะง่ายกว่า)

  เรามาลองดูประวัติของสาวๆไฮม์กันสักหน่อย ว่ากว่าที่ผู้หญิงสามคนจากหุบเขาซานเฟอร์นันโดนี้ได้กลายมาเป็นวงดนตรีที่ฉุดกระชากไม่อยู่ (แล้วคร้า) แห่งปีได้อย่างไร มันไม่ใช่ความสำเร็จชั่วข้ามคืนอย่างแน่นอน และเราอาจจะกล่าวได้ว่าพวกเธอมีวันนี้.....เพราะคุณพ่อคุณแม่ให้ แท้ๆเชียว

   Este (ปัจจุบันอายุ 25) มือกีต้าร์และเบส (ฉายา 'bass face', 'brainy Haim'), Danielle (23) ร้องนำ, กีต้าร์ และ กลอง ('Rocky Haim') , Alana (20) น้องสุดท้อง "เบบี้ไฮม์" กีต้าร์,คีย์บอร์ด และ เพอร์คัสชั่น เติบโตมากับดนตรีร็อคยุค 70's, Beatles, Joni Mitchell ("แม่เล่าว่าเธอเคยอยากเป็นโจนี่ มิทเชลล์คนใหม่"-แดเนียลล์) , Santana และ Americana ที่คุณพ่อคุณแม่ชอบเปิด วงดนตรีวงแรกของพวกเธอคือ Rockinghaim ที่มีคุณพ่อเล่นกีต้าร์และคุณแม่ตีกลอง รับเล่นเพลง cover ตามงานการกุศลแถวๆบ้าน

   Este และ Danielle เข้าร่วมกับวงหญิงล้วน The Valli Girls ที่เล่นเพลงร็อคในสไตล์ของ Pat Benatar และ Gwen Stefani และได้เซ็นสัญญากับ Columbia Records ในปี 2005 พวกเธอได้มีเพลงใน soundtrack The Sisterhood of Traveling Pants ในเพลง "Always There In You" (มีให้ฟังใน youtube) ปีถัดมา (2006) สามสาวตัดสินใจว่าจะตั้งวงดนตรีของตัวเองกันดีกว่า และหลังจากเลือกชื่อวงประหลาดๆกันสองสามชื่อ พวกเธอก็จบลงที่นามสกุลสั้นๆของเธอเอง HAIM

   ไฮม์ตระเวณเล่นดนตรีในแถบใกล้ๆบ้านตลอด 5 ปีต่อมา แต่พวกเธอก็ยังมีโปรเจ็คส่วนตัวกันอยู่ พี่ใหญ่ Este เข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัย UCLA ในคณะ Ethomusicology (เป็นวิชาดนตรีวิทยาที่บูรณาการสุดๆ) และเธอก็เจ๋งพอที่จะเรียนจบในปี 2010 ก่อนกำหนดถึงสองปี ส่วนน้องกลาง Danielle ได้ประสบการณ์สูงล้ำกับการเป็นมือกลองให้กับวงเปิดของ Jenny Lewis (Rilo Kiley) แล้วยกระดับมาเป็นมือกีต้าร์ให้เจนนี่เอง และนั่นนำไปสู่การเล่นกีต้าร์บนเวทีให้กับ Julian Casablancas (The Strokes) ที่มาแอบยืนดูอยู่แล้วประทับใจในฝีมือของแดเนียลล์ (ทั้งสามสาวเป็นแฟนตัวกลั่นของ The Strokes จึงไม่ต้องสงสัยว่าแดเนียลล์จะตื่นเต้นแค่ไหน) แต่การเล่นดนตรีกับคนอื่นอย่างไรเสียมันก็รู้สึกแปลกๆ ไม่เหมือนกับเล่นกับพี่น้อง พวกเธอจึงตัดสินใจว่าจะเอาจริงกับการเป็น HAIM กันเสียที และ"เบบี้ไฮม์" อลาน่าก็ไม่ลังเลที่จะพักการเรียนมหาวิทยาลัยไว้ที่ปี1เพื่อมาจอยกับพี่สาวแบบเต็มเวลา

   พวกเธอเล่นเป็นวงเปิดให้กับ Edward Sharpe & The Magnetic Zeros, The Henry Clay People และ Ke$ha ต้นปี 2012 Haim ออก EP แผ่นแรก 'Forever' ที่มีสามเพลง Better Off, Forever และ Go Slow โดยให้ดาวน์โหลดได้ฟรีจากเว็บไซต์ของพวกเธอ นั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้พวกเธอได้รับความสนใจจากวงการและนำไปสู่การเซ็นสัญญากับ Polydor Records ในเดือนมิ.ย. 2012 Haim ออกทัวร์อังกฤษครั้งแรกในเดือนพ.ย.และต่อด้วยการเล่นเป็นวงเปิดให้กับ Florence + The Machine ในเดือนต่อมา ในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน พวกเธอก็คลอดซิงเกิ้ล Don't Save Me/Send Me Down ขึ้นถึงอันดับ 32 ในอังกฤษ NME นิตยสารดนตรีเก่าแก่ของอังกฤษยกให้ Forever เป็นเพลงแห่งปีอันดับที่ 4แห่งปี 2012, รางวัล sound of 2013 จาก BBC ดังที่กล่าวมาแล้ว (รางวัลสำหรับศิลปินหน้าใหม่ที่ยังไม่ได้ออกอัลบั้มที่น่าจับตามองที่สุดแห่งปี), ได้ROC Nation ของ Jay-Z  มาเป็นผู้จัดการวงให้ (ค่ายนี้มีศิลปินอย่าง Rihanna, Shakira, Timbaland และ Santigold)  มิถุนายน 2013 พวกเธอเล่นที่ Glastonbury และยังไปร้องคอรัสให้ Primal Scream ในอีกเวทีด้วย นี่ยังไม่รวมรางวัลแปลกๆเช่น "นักทวีตยอดเยี่ยม" จาก NME ที่มอบให้เอสตี้ (บนเวที เอสตี้เป็นเหมือนตัวโจ๊กของวง ชอบทำหน้าตาทะเล้นประกอบการดีดเบส และปล่อยมุกเป็นว่าเล่น และทวีตเตอร์ของเธอก็มันส์จริงๆ)

   พวกเธอได้โปรดิวเซอร์หนุ่มฝีมือดีอย่าง Ariel Rechtshaid (มีผลงานกับ Vampire Weekend และ Usher) และ James Ford (Arctic Monkeys, Florence + The Machine) มาช่วยขัดเกลาให้ และอัลบั้ม Days Are Gone ออกมาในเดือนกันยายน 2013 หลังจากซิงเกิ้ล Falling ในเดือนกุมภาพันธ์ และ The Wire ในเดือนก.ค. Days Are Gone ขึ้นถึงอันดับ 1 ในอังกฤษและอันดับ 6 ในอเมริกาบ้านเกิด ส่วนเสียงวิจารณ์ออกไปในทางบวกเกือบทั้งสิ้น ถ้าเป็นนักเรียนก็จัดว่าได้เกรด A สบายๆ

   ถ้าลองเปรียบเทียบดนตรีของพวกเธอจากการแสดงสดก่อนหน้าอัลบั้มนี้จะเห็นได้ชัดว่าอิทธิพลจากสองโปรดิวเซอร์มีไม่น้อยเลยทีเดียว ความเป็นโฟล์คร็อคและเวิร์ลมิวสิคของ Haim ถูกดันให้ถอยห่างไป ความกระชับของจังหวะจะโคนและสีสันอันสดใสของดนตรีถูกผลักขึ้นมาแทนที่

   ตามเทรนด์ของอัลบั้มในยุคนี้ที่ต้อง 'front loaded' ด้วยเพลงเด็ด Haim เปิดอัลบั้ม Days Are Gone ด้วย 3 ซิงเกิ้ลรวด Falling ดับเบิลแทร็คเสียงร้องนำของแดเนียลที่ร้องไปสะอึกไปในสไตล์ Beat It ของไมเคิล แจ็คสัน เสียงประสานซับซ้อน และ gate drums กระหึ่ม (เป็นการใส่เอ็ฟเฟ็คในแบบเสียงก้องและห้วนให้กับเสียงกลองที่ไฮม์ใช้เกือบทั้งอัลบั้ม), Forever อารมณ์เหมือนเพลงดังตกสำรวจจากยุค 80's และ The Wire ที่ขึ้นต้นมาเหมือนกับ Heartache Tonight ของ Eagles และทำนองมาในแนว Man, I Feel Like A Woman ของ Shania Twain แต่ Haim ก็ไม่ทำให้เรารู้สึกว่าเธอลอกเพลงเหล่านั้นมา อาจจะเป็นเพราะความน่ารักแก่นเซี้ยวของสามสาวทำให้เรานิรโทษกรรมให้อย่างง่ายดาย สามสาวผลัดกันร้องนำในเพลงนี้ ยกให้เพลงนี้ catchy ที่สุดในแผ่น สามเพลงนี้รวมทั้งอีกซิงเกิ้ล 'Don't Save Me' แนะนำให้ดู MV ไปด้วย คุณจะรักเธอยิ่งขึ้น จากความเกรียนกวนแสนน่ารักและเป็นธรรมชาติ และการเต้นรำแบบไฮม์ไฮม์ ที่เอสตี้บอกว่า ยังไงก็ต้องมีในทุกเอ็มวีของวง

   ช่วงครึ่งหลังของอัลบั้มเป็นการ "ปล่อยของ" อย่างแท้จริง พี่ใหญ่ Este น่าจะได้ใช้วิชาดนตรีที่ร่ำเรียนมา ณ จุดนี้ ไฮม์ทุกคนชอบตีกลอง (เกือบลืมบอกไปว่าพวกเธอมีมือกลองหนุ่ม Dash Hutton เป็นสมาชิกอีกคนของวง) และมันก็เป็นเครื่องดนตรีที่โดดเด่นที่สุดในอัลบั้ม (นึกถึงกลองแอฟริกันใน Rhythm of the Heat ของ Peter Gabriel) ไทเทิลแทร็ค Days Are Gone ได้ เจสซี่ แวร์ ดาวรุ่งอาร์แอนด์บีมาช่วยประพันธ์ให้, คุณแม่ต้องภูมิใจกับการร้องแบบโจนี่ มิทเชลล์ยุคซิกซ์ตี้ส์ใน Honey & I, Let Me Go กีต้าร์ของแดเนียลล์อ้วนท้วนราวกับแจ็ค ไวท์แห่ง White Stripes และ My Song 5 คือที่สุดของความมืดหม่น,ซับซ้อน และ พลิกผัน เป็นเพลงที่แสดงถึงฝีมืออันอุกอาจเอกอุดมของพวกเธอ และปิดท้ายอย่างสุดคลาสสิคด้วย Running if you call my name... ที่ชวนให้คิดถึงเคธ บุช ศิลปินคนโปรดอีกคนของพวกเธอ

   นี่คือหนึ่งในอัลบั้มยอดเยี่ยมแห่งปี 2013 และมั่นใจว่าตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป คงไม่มีใครมาถามพวกเธออีกว่า ชื่อวงคุณออกเสียงอย่างไร และคงไม่มากเกินไป ถ้าจะขอพยากรณ์ว่า นี่คือจุดเริ่มต้นของอีกตำนานในวงการดนตรี

   สุดท้าย ต้องแสดงความเสียใจกับ Alana ด้วย ว่าเธอคงจะไม่ได้กลับไปเรียนมหาวิทยาลัยต่ออีกแล้ว

tracklist.

 

Falling

Forever

The Wire

If I Could Change Your Mind

Honey & I

Don't Save Me

Days Are Gone

 

Go Slow

Let Me Go

Running If You Call My Name

 

 

 

 

 




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

The first moonwalk on earth

Michael Jackson เปิดตัวการเต้นบันลือโลกของเขา

View All
<< พฤศจิกายน 2013 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30



[ Add to my favorite ] [ X ]


คุณชอบอัลบั้มไหนของ Beatles ที่สุด?
Please Please Me
9 คน
Let It Be
19 คน
A Hard Day's Night
13 คน
Help!
17 คน
Revolver
15 คน
Rubber Soul
23 คน
Sgt. Pepper's
19 คน
White Album
13 คน
Magical Mystery Tour
5 คน
Abbey Road
56 คน

  โหวต 189 คน