• อดิศักดิ์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : adisak@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2006-12-12
  • จำนวนเรื่อง : 396
  • จำนวนผู้ชม : 682136
  • ส่ง msg :
  • โหวต 556 คน
คิดใหม่วันอาทิตย์
วิพากษ์วิจารณ์การเมือง เศรษฐกิจ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/adisak
วันอาทิตย์ ที่ 7 กรกฎาคม 2556
Posted by อดิศักดิ์ , ผู้อ่าน : 2448 , 09:33:35 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน BlueHill , อดิศักดิ์ โหวตเรื่องนี้


http://newsimg.bbc.co.uk/media/images/

บรรดาผู้สนใจ"ตัวจริง"เตรียมการจะประมูลช่องดิจิทัลทีวี ออกมาปรากฏตัวชัดเจนเป็นครั้งแรกที่เต็มไปด้วยความคึกคัก หลังจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์(กสท.)ได้เปิดให้ทดสอบระบบ Pre-mock Auction Digital TV รอบแรกเมื่อวันจันทร์ที่ 1 ก.ค.ที่ผ่านมา

เปิดหน้ากันออกมาแล้วลองไล่เรียงรวมแล้วได้ประมาณ 20 กลุ่ม ความมุ่งหวังในการเข้าประมูลกลุ่มละ 1-3 ช่อง ถ้าทุกรายตัดสินใจเดินเข้าห้องประมูลในวันที่กสท.กำหนดก็น่าจะเป็นการประมูลดิจิทัลทีวีครั้งแรกในโลกที่น่าตื่นตาตื่นใจมาก

ถือเป็นเกมวัดใจ-วัดดวงที่ต้องอาศัยยอด"ฝีมือ"เคาะแป้นพิมพ์ดีดบนคอมพิวเตอร์กับ"หน้าตัก"เงินประมูลที่อั้นได้เท่าไหร่ เพราะ 1 ชั่วโมงเคาะได้รวมกันไม่น่าจะเกิน 600 ครั้ง

ช่องเด็กเคาะครั้งละ 1 ล้านบาทเท่ากับ 600 ล้านบาท+ราคาขั้นต่ำ 140 ล้านบาท รวมราคาสูงสุดไม่น่าเกิน 740 ล้านบาท
ช่องข่าวเคาะครั้งละ 2 ล้านบาทเท่ากับ 1,200 ล้านบาท+ราคาขั้นต่ำ 220 ล้านบาท รวมราคาสูงสุดไม่น่าเกิน 1,420 ล้านบาท
ช่องวาไรตี้ SD เคาะครั้งละ 5 ล้านบาทเท่ากับ 3,000 ล้านบาท+ราคาขั้นต่ำ 380 ล้านบาท รวมราคาสูงสุดไม่น่าเกิน 3,380 ล้านบาท
ช่องวาไรตี้ HD เคาะครั้งละ 10 ล้านบาทเท่ากับ 6,000 ล้านบาท+ราคาขั้นต่ำ 1,510 ล้านบาท รวมราคาสูงสุดไม่น่าเกิน 7,510 ล้านบาท

กลุ่มวาไรตี้ เช่น แกรมมี่,เวิร์คพอยต์,ทรูวิชั่นส์,อาร์เอส,โมโนกรุ๊ป(จัสมิน), อัมรินทร์ทีวี, ROSE,อสมท., BEC ช่อง 3, In-Touch, ช่อง 7, คุณหมอปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ(โรงพยาบาลกรุงเทพช่อง In Channel ในทรู) , IPM

กลุ่มช่องข่าว-ค่ายนสพ. เช่น เนชั่น , โพสต์(เปิดตัวครั้งแรก), Voice TV , สปริงส์นิวส์, ไทยรัฐทีวี,เดลินิวส์ทีวี,สยามสปอร์ต , พีเพิลมีเดีย , 3A Marketing (บริหารโฆษณารายการข่าวช่อง 5 ) , INN , T-News

แต่อย่าเพิ่งดีใจไปว่าเมื่อถึงวันประมูลดิจิทัลทีวีแล้วจะมีผู้สนใจแห่กันเข้ามาประมูลจนเกินกว่าจำนวนช่องในแต่ละประเภท ตราบใดที่ยังไม่มีความชัดเจนในเรื่อง"อัตราค่าโครงข่าย"ที่ตัวเลขแพลมๆออกมายังแพงเกินไปและกฎ Must Carry ยังไม่มีคำอธิบายที่กระจ่างเพียงพอว่าจะทำให้ทุกโครงข่าย Must Carry ช่องดิจิทัลทีวีไปได้ทั้งหมดจริงๆ

จากเดิมพ.อ.ดร.นที ศุกลรัตน์ ประธานกสท.เคยบอกว่ากฎนี้จะทำให้"มูลค่า"ของช่องดิจิทัลทีวีสูงขึ้นทันที เพราะทุกโครงข่ายจะต้องเอาไปออกอากาศแบบเดียวกับฟรีทีวี 6 ช่องที่อยู่บนทุกจานดาวเทียม,เคเบิลทุกราย(ทรูวิชั่นส์และเคเบิลท้องถิ่น)ที่ทำให้ Eyeball เกือบเทียบเท่าฟรีทีวี 6 ช่อง แต่ ณ ขณะนี้กสท.มีคำตอบแค่อัตราค่าโครงข่ายจะชัดเจนก่อนการประมูล 30 วันที่ไม่ใช่สาระสำคัญเพราะถ้าหากประกาศมาแพง แล้วจะปรับตัวกันไม่ทันเสียมากกว่า ทำไมไม่พยายามทำให้"ค่าโครงข่าย"ถูกลงเป็นแรงจูงใจให้ประมูลมากกว่า

เพื่อนฝูงในวงการทีวีดาวเทียมในกลุ่มหลักๆที่สนใจจะประมูลดิจิทัลทีวีสนทนาวิสาสะกัน ส่วนใหญ่เริ่มจะลังเลว่าพวกเราอาจจะเป็น"เหยื่อ"ของกสท.ที่ชักชวนให้เข้าไปประมูลดิจิทัลทีวีกันอย่างคึกคัก แล้วกสท.กลับไม่ได้ทำตามสัญญาตั้งแต่แรกๆว่าจะทำให้ Eyeball การออกอากาศของดิจิทัลทีวีไปทุก"โครงข่าย"หรือแพลทฟอร์มแบบเดียวกับฟรีทีวี

คำถามเรื่องอัตราค่าโครงข่ายไม่เคยมีคำตอบชัดๆว่าไม่เกินเท่าไหร่ แต่มักจะปล่อยข่าวตัวเลขออกมาสูงขึ้นเสียมากกว่า กสท.ไม่เคยจัดเวทีเพื่อเปิดโอกาสให้"ผู้ใช้บริการ"ได้เข้าไปมีส่วนเสนอแนะหรือแสดงความคิดเห็นว่าผู้รับใบอนุญาตโครงข่ายจะเสนอบริการอย่างไรที่น่าจะเป็นจุดแข็งของดิจิทัลทีวีเหนือกว่าแบบอนาล็อก เช่น Interactive TV, E-Commerce , Second Screen Application , Multi-View, โฆษณาแยกตามพื้นที่ , Data Braoadcasting ฯลฯ

คำตอบเดียวเท่าที่ฟังมาแล้วน่าพอใจคือกสท.ได้เชิญผู้รับใบอนุญาตโครงข่ายดิจิทัล ( MUX ) 4 รายคือกองทัพบกช่อง 5, อสมท.,กรมประชาสัมพันธ์ และไทยพีบีเอส เพื่อให้สามารถตกลงกันได้ว่าทุกโครงข่ายจะใช้"เสาส่งหลัก"ร่วมกัน 39 แห่งแบ่งเป็นไทยพีบีเอส 34 แห่งและอสมท. 5 แห่ง รวมทั้ง"เสาส่งย่อย"อีก 114 แห่งเพื่อลดภาระเงินลงทุนที่จะทำให้ค่าบริการถูกลง อาจจะถึงขั้นเป็น"ราคาเดียว"ทุกโครงข่ายและยังร่นระยะเวลาการขยายโครงข่ายจากภายใน 4 ปีให้ได้ 95 % เหลือแค่ 3 ปีเท่านั้น

ผู้บริหารของไทยพีบีเอสบอกว่าไทยพีบีเอสมีความพร้อมมากที่สุดจะสามารถติดตั้งเครื่องส่งดิจิทัลทีวีเสร็จทั้งหมดภายใน 2 ปีเสียด้วยซ้ำ ซึ่งหากทำสำเร็จจะทำให้การเปลี่ยนผ่านจากอนาล็อกสู่ดิจิทัลทีวีของประเทศไทยทำลายสถิติโลกได้เร็วกว่าทุกประเทศ

คุณชลิต ลายลิขิต ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการอสมท.ออกมาให้ข่าวว่าอสมท.เสนอให้ทำเป็น"โครงข่ายเดียว"เพื่อให้สามารถใช้"ราคาเดียว"ที่จะได้ราคาถูกลงเพราะอสมท.จะประหยัดเงินลงทุนเป็นพันล้านบาท สำทับด้วยคำให้สัมภาษณ์ของอาจารย์เอนก เพิ่มวงศ์เสนีย์ กรรมการผู้อำนวยการอสมท.ในหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับวันที่ 7-10 ก.ค.บอกว่าหากรวมเป็นโครงข่ายเดียวร่วมกันจะทำให้ค่าใช้จ่ายในการใช้โครงข่ายเหลือเดือนละ 1.5-2 ล้านบาทต่อเดือนเท่านั้น

หากคำพูดของผู้บริหารอสมท.ทำได้จริงจะทำให้การประมูลดิจิทัลทีวีครั้งนี้น่าสนใจเพิ่มขึ้นอีกมาก เพราะตามหลัก"สินค้าทดแทน"ระหว่างการเช่าช่องสัญญาณดาวเทียมกับการเช่าโครงข่ายภาคพื้นดินที่อันที่จริงดาวเทียมได้เปรียบกว่าในการเข้าถึงทุกพื้นที่โดยทันที แต่โครงข่ายภาคพื้นดินต้องใช้เวลาถึงประมาณ 4 ปีกว่าจะเข้าถึงได้ 95 %ของประชากร

ค่าบริการโครงข่ายดิจิทัลทีวีที่ผอ.อสมท.พูดถึงเทียบกับค่าเช่าช่องสัญญาณดาวเทียม 2 M แล้วสมเหตุสมผลมากที่สุดคือแพงกว่าประมาณ 1-2 เท่า หากได้ราคานี้จะทำให้ข้อกังวล"ภาระต้นทุน" Must Carry เป็นเรื่องรองลงไปทันทีและค่าโครงข่ายช่องความชัดสูง High Definition ก็จะต่ำลงจนเป็นที่จูงใจมากขึ้น

กสท.อาจจะไม่รู้ว่าราคาขั้นต่ำเพื่อประมูลช่องรายการประเภทต่างๆเป็นสิ่งที่ทุกรายยอมรับได้เมื่อใช้วิธีประมูล แต่ค่าเช่าโครงข่ายที่ไม่ใช่ประมูลแต่บังคับใช้ทั้งแบบ SD และ HD ที่มีตัวเลขเบื้องต้นถูกปล่อยออกมา 80 ล้านบาทต่อปีสำหรับ SD และ 240 ล้านบาทต่อปีสำหรับ HD ที่แม้รวมภาระ Must Carry แล้วถือว่าเป็นต้นทุนแพงโคตรๆที่ต้องแบกไว้ 15 ปีสูงมากกว่าค่าประมูลช่องเสียอีก จนทำให้บางค่ายเริ่มถอดใจจะไม่ประมูลช่องแบบ HD

แม้กระทั่งผู้บริหารอสมท.ที่เป็นเจ้าของโครงข่ายเอง ยังเปรยๆออกมาว่ากำลังพิจารณาว่าจะไม่เข้าประมูลช่องแบบ HD ที่แพงทั้งราคาประมูลขั้นต่ำและค่าเช่าโครงข่าย หากแข่งขันกันมากๆแล้วไม่สามารถหาโฆษณามาให้ได้เพียงพอ"ต้นทุนขั้นต่ำ"อาจจะทำให้อสมท.ถึงขั้น Cash Flow ไม่เพียงพอ

ค่ายแกรมมี่, In Touch ที่ถือเป็นค่ายกระเป๋าหนักเงินไม่อั้น ยังบอกว่าช่วงนี้อยู่ระหว่างประเมินตัวเลขใหม่ ถ้ายังเป็นตัวเลขต้นทุนโครงข่ายแบบเดิมและกฎ Must Carry ที่ยากจะให้ช่อง HD ไปทุกโครงข่ายได้ คงจะไม่เข้าประมูลช่องแบบ HD ขอช่องแบบ SD ไปก่อน แล้วรออัพเกรดในอีก 3-4 ปีข้างหน้าจะดีกว่าเพราะอีกเหตุผลหนึ่งฐานคนดูที่ซื้อโทรทัศน์ในระบบ HD ยังมีไม่มากพอ แม้ว่าโทรทัศน์รุ่นใหม่ๆที่ออกจำหน่ายในระยะต่อไปจะรับชมแบบ HD ได้แต่ยังต้องใช้เวลาอีกหลายปีกว่าจะทดแทนโทรทัศน์แบบเก่า

เท่าที่แลกเปลี่ยนความเห็นกับผู้เล่นรายใหญ่ๆแล้ว เริ่มทยอย"ถอดใจ"อาจจะไม่เข้าประมูลช่องแบบ HD แต่ขอเข้าช่องแบบ SD เพราะกดเครื่องคิดเลขแล้วสู้ราคาค่าโครงข่ายไม่ไหวจริงๆ ประเมิน ณ เวลานี้คิดว่าช่อง HD จะมีผู้สนใจเข้าประมูลน้อยกว่า 7 รายเสียมากกว่า

ถ้า Must Carry บังคับได้เฉพาะ"ขาขึ้น"ดาวเทียมทั้งระบบ C-Band และ KU-Band ที่ยังไม่แน่ใจด้วยว่ากล่อง Set -Top-Box แบบ S-1 ที่ปัจจุบันเป็นประเภทกล่องส่วนใหญ่ที่อยู่ในครัวเรือนจะรับได้ทั้งหมดหรือไม่หรือจะกำหนดเฉพาะกล่องแบบ S-2 ที่มีจำนวนน้อยกว่ามากให้รับได้

ในขณะที่"ผู้ประกอบการโครงข่าย"ในแต่ละแพลทฟอร์มก็มีข้อจำกัดเรื่องจำนวนช่องที่ไม่สามารถ Carry ช่องดิจิทัลทีวีทั้งแบบสาธารณะ 12 ช่องที่กสท.บังคับได้ แต่ไม่สามารถบังคับให้ Carry ช่องแบบธุรกิจ 24 ช่องไปได้ทั้งหมด เปิดโอกาสให้บังคับเลือกแบบเรียงลำดับ"เหมาเข่ง"จากช่องเด็กSD 3 ช่อง, ช่องข่าวSD 7 ช่อง, ช่องวาไรตี้SD7 ช่อง และช่องวาไรตี้ HD 7 ช่อง ห้ามแยกเลือกบางช่องไปลงในแพลทฟอร์ม

น่าหนักใจแทนพ.อ.ดร.นที ศุกลรัตน์ ประธานกสท.ที่เคยมีความเชื่อมั่นตัวเองมากๆว่าการออกกฏ Must Carry ของทุกโครงข่ายจะทำให้"มูลค่าช่องดิจิทัลทีวี"สูงขึ้นมากเพื่อจะสามารถแข่งขันกับแพลทฟอร์มช่องทีวีดาวเทียมที่มีการเข้าถึงครัวเรือนไทยไปกว่า 60-70 %แล้ว

ใครทักท้วงอย่างไรก็ไม่ค่อยฟังสักเท่าไหร่ว่าในทางปฏิบัติไม่น่าจะทำได้จริง ดร.นทียังเชื่อมั่นมากๆว่าช่องแบบ HD จะมีผู้ประมูลเข้าแข่งขันสูงที่สุด หากถึงวันประมูลผู้เข้าประมูล HD ไม่ครบจำนวน 7 ช่องที่เพิ่งจาก 4 ช่องจะทำให้เสียหน้าแย่เลย

ผมไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์เช่นนั้น ทางแก้ยังพอมีอยากให้กสท.แก้ปมโครงข่ายแพง- Must Carry คลุมเครือให้จบก่อนประมูลสัก 2 เดือนไม่ใช่ 30 วัน และเปิดโอกาสให้ผู้สนใจประมูลได้มีปากเสียงในระหว่างการออกใบอนุญาตโครงข่ายบ้าง แล้วจะมีคนแห่เข้าประมูลช่อง HD เกินจำนวน 7 ช่องแน่ๆ รวมทั้งช่อง SD ประเภทอื่นๆด้วย





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กรกฎาคม 2013 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      



[ Add to my favorite ] [ X ]