• อดิศักดิ์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : adisak@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2006-12-12
  • จำนวนเรื่อง : 396
  • จำนวนผู้ชม : 682487
  • ส่ง msg :
  • โหวต 556 คน
คิดใหม่วันอาทิตย์
วิพากษ์วิจารณ์การเมือง เศรษฐกิจ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/adisak
วันอาทิตย์ ที่ 28 กรกฎาคม 2556
Posted by อดิศักดิ์ , ผู้อ่าน : 1477 , 07:10:24 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เครดิตภาพ  http://2.bp.blogspot.com

นับเป็นเรื่องน่ายินดี ที่ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์(กสท.) พ.อ.ดร.นที ศุกลรัตน์ พูดชัดถ้อยชัดคำ เป็นครั้งแรกว่ากสท.จะอนุญาตให้ผู้ประกอบการกล่องรับสัญญาณดิจิทัลทีวี (Set-Top-Box) จำหน่ายได้ในปลายเดือนส.ค.หลังจากพิธีมอบใบอนุญาตโครงข่ายดิจิทัลทีวี 4 รายไปเมื่อวันที่ 24 ก.ค.คือช่อง 5กองทัพบก,ช่อง 9 อสมท., ช่อง 11 กรมประชาสัมพันธ์และไทยพีบีเอส

รวมทั้งยังกำหนดวันดีเดย์ให้ดิจิทัลทีวีชุดแรก 30 ช่องที่จะมาจากการประมูล 24 ช่องในช่วงต้นเดือนต.ค.และการออกใบอนุญาตช่องบริการสาธารณะที่ไม่ใช้ระบบ Bueaty Contest อีก 6 ช่อง เริ่มออกอากาศเป็นครั้งแรกในวันที่ 5 ธ.ค.ที่เป็นวันมหามงคลของพสกนิกรชาวไทย วันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ

ช่องบริการสาธารณะ 4 ช่องแรกจาก 6 ช่องน่าจะเป็นช่อง 5 ที่ยังไม่แน่ใจว่ากสท.จะกำหนดเงื่อนไขปรับผังให้สัดส่วนข่าวและสาระเป็น 70% ก่อนหรือไม่จากปัจจุบันมีสัดส่วนแค่ประมาณ 40% , ไทยพีบีเอสที่มีกฎหมายทีวีสาธารณะรองรับ,ช่อง 11 กรมประชาสัมพันธ์กับช่องทีวีรัฐสภาที่มีภารกิจการประกอบกิจการอยู่ในช่องบริการสาธารณะประเภทที่ 3 อยู่แล้วที่กสท.ออกหนังสือเจาะจง "ชักชวน" ให้มายื่นขออนุญาตเสียที

ส่วนอีก 2 ช่องบริการสาธารณะแม้ยังไม่ปรากฏตัวออกมาชัดเจน แต่เห็นว่ามีหลายกระทรวงหลายหน่วยงานราชการกำลังขะมักขะเม้น จัดทำข้อเสนอ "โทรทัศน์บริการสาธารณะ" ประเภทที่ 2 ที่สามารถโฆษณาหารายได้ให้มี "กำไรพอเพียง" ให้กสท.พิจารณา

ล่าสุดท่าทีของประธานกสท.เรื่องการออกใบอนุญาตช่องบริการสาธารณะเริ่มเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญในเชิงบวกเป็นครั้งแรก แม้ยังไม่ยอมกำหนดหลักเกณฑ์ Beauty Contest สำหรับช่องที่เหลือ

เมื่อวันที่ 16 ก.ค.พ.อ.ดร.นทีบอกในเวทีเสวนา "คิดใหม่แนวทางการจัดสรรคลื่นความถี่ดิจิทัลทีวี" ของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ว่ามีความเข้าใจผิดว่ากสท.จะให้ใบอนุญาตกับกระทรวงหน่วยงาน แต่ในความเป็นจริงแล้วอยากให้เกิดการรวมตัวกันเหมือนกับมหาวิทยาลัยของรัฐและเอกชน 33 แห่งเพื่อทำข้อเสนอมาให้กสท.อย่างนี้น่าจะได้ใบอนุญาต เพราะถ้าแต่ละมหาวิทยาลัยยื่นข้อเสนอมาทางกสท.ไม่สามารถเลือกให้มหาวิทยาลัยใดมหาวิทยาลัยหนึ่งได้จะ"ถูกด่า"ได้

การเปิดตัวออกอากาศของช่องดิจิทัลทีวีในเชิงพาณิชย์ 24 ช่องกับช่องบริการสาธารณะอีก 6 ช่องในวันที่ 5 ธ.ค.นี้ เสมือนการเป่านกหวีดให้นักวิ่งทั้งหมดออกวิ่งพร้อมๆ กัน แม้ช่องบริการสาธารณะส่วนใหญ่มีข้อจำกัดในการโฆษณาอย่างเต็มรูปแบบ ยกเว้นกรณีช่อง 5 ที่อยู่ในประเภทที่ 2 เพื่อความมั่นคงที่สามารถโฆษณาแบบคอมเมอร์เชี่ยลได้

แต่ผลกระทบในเชิงการแย่งลูกตาของคนดูหรือ EYEBALL ย่อมมีผลกระทบกับ 24 ช่องธุรกิจอย่างแน่นอน กลุ่มช่องธุรกิจยังต้องไปทำ "สงครามใหญ่" กับฟรีทีวี 6 ช่องในระบบอนาล็อกที่สามารถเข้าถึงครัวเรือนไทยได้ 99% หรือ 22 ล้านครัวเรือนหรือเข้าไปยึดครอง"ลูกตา"คนไทยได้เกือบทั้งหมด 65-67 ล้านคน ทำให้เรทติ้งของช่อง 3 กับช่อง 7 สูงลิ่ว เทียบกับขอบเขตพื้นที่โครงข่ายดิจิทัลทีวีในปีแรกทางกสท.กำหนดไว้ 50 % ของประชากรหรือประมาณ 11 ล้านครัวเรือน

ซึ่งไม่ได้หมายความว่าดิจิทัลทีวีจะมีคนดูมากถึง 35 ล้านคนโดยทันที เพียงแค่การันตีว่า Network Coverage สำหรับสัญญาณดิจิทัลทีวีครอบคลุมไปถึง 50% ของประชากร โดยเฉพาะพื้นที่กรุงเทพมหานครกับปริมณฑลที่มีประมาณ 10-14 ล้านคนจาก 3-4 ล้านครัวเรือนหรือประมาณ 20 %ของประชากรจะรับชมได้อย่างแน่นอน รวมกับครัวเรือนไทยในอีก 15 จังหวัดหัวเมืองใหญ่ประมาณ 7 ล้านครัวเรือนหรือ 30 % ประมาณ 24 ล้านคน

การรับชมดิจิทัลทีวี 30 ช่องจะต้องทำอย่างไร ยังเป็นคำถามมากมายจากผู้บริโภคที่ขาดความรู้ความเข้าใจการเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบดิจิทัลทีวี เช่น โทรทัศน์เครื่องเดิมดูได้หรือไม่ , กล่องรับสัญญาณจานดาวเทียมดูได้หรือไม่ , กล่องรับสัญญาณกับเสายุ่งยากในการติดตั้งจะต้องปีนหลังคาหรือไม่ ,โทรทัศน์รุ่นไหนที่ต้องใช้กล่องแปลงสัญญาณเพราะมีบางรุ่นไม่ต้องใช้ ฯลฯ

ประเทศฝรั่งเศสมีการเปลี่ยนผ่านไปสู่ดิจิทัลทีวี เริ่มต้นปีแรกกำหนดให้โครงข่ายครอบคลุม 50% เหมือนกับประเทศไทย แต่คนฝรั่งเศสสนใจติดตั้งกล่องรับสัญญาณในอัตราเพียงแค่ 3 %เท่านั้นที่เรียกว่า Penetration Rate ต่ำมากๆ แต่ค่อยๆขยับขึ้นจนกระทั่งในปีที่ 7 เมื่อโครงข่ายดิจิทัลทีวีครอบคลุมไปได้ประมาณ 95 % Penetration Rate ได้แค่ประมาณ 61% ที่เหลือยังดูโทรทัศน์ในระบบเดิม เช่น จานดาวเทียม,เคเบิลทีวีบอกรับสมาชิก,บรอดแบนด์ทีวี ฯลฯ

ปัญหาใหญ่ที่สุดของอุตสาหกรรมโทรทัศน์ไทยที่เป็นห่วงโซ่ปลายทางสุดและทุกฝ่ายวิพากษ์วิจารณ์มาโดยตลอดคือ"สภาพผูกขาดโดยปริยาย"ของบริษัทสำรวจเรทติ้งคนดูครองตลาดเกือบทั้งหมดคือบริษัทเนลสัน ประเทศไทยที่เป็นบริษัทลูกของบริษัทเนลสันที่เป็นบริษัทวิจัยใหญ่สุดของโลกโทรทัศน์ ซึ่งผู้ผลิตรายการและสถานีโทรทัศน์บางแห่งไม่ค่อยเชื่อถือในข้อมูลเนลสันที่มักไม่ยอมเปิดเผยวิธีการเลือกสำรวจกลุ่มตัวอย่างคนดู

แต่บริษัทเอเยนซี่โฆษณาส่วนใหญ่ยังเลือกใช้ข้อมูลเรทติ้งจากเนลสันในการตัดสินใจซื้อโฆษณาหรือเรียกว่าเป็น Currency สกุลเงินสำหรับการซื้อ-ขายโฆษณา โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริษัทขนาดใหญ่ที่มาจากสหรัฐอเมริกาและยุโรปล้วนแต่ระบุมาเลยว่าเชื่อถือในข้อมูลของเนลสันที่เป็นบริษัทสัญชาติดัชท์ แม้มีคู่แข่งอย่างบริษัท วิดีโอรีเสิร์ท ยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่นก็ไม่ได้รับการยอมรับหรือแม้กระทั่งนำไปเทียบเคียงเพื่อตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลเนลสัน

แม้ว่าในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมาบริษัทเนลสันได้จัดทำระบบเรทติ้งขายให้กับผู้ประกอบการโทรทัศน์ดาวเทียมและเคเบิ้ลทีวีที่ยินยอมควักเงินซื้อข้อมูลเรทติ้งของตัวเองประมาณ 45 ช่องจากกว่า 200 ช่อง แต่ดูเหมือนว่าบริษัทเอเยนซี่โฆษณายังไม่ได้ใช้ข้อมูลนี้อย่างเป็นเรื่องเป็นราว

แต่พวกเขามักใช้เป็นข้ออ้างในการ "กดราคาซื้อโฆษณา" เสียมากกว่า ทำให้เม็ดเงินโฆษณายังไม่ได้มาสู่ทีวีดาวเทียมมากสักเท่าไหร่เมื่อเทียบกับคนดูที่เพิ่มขึ้นมากจนสามารถเข้าถึงคนดูได้ถึง 60 %ของครัวเรือน เพราะเอเยนซี่โฆษณายังต้อง"ยอมจำนน"กับอำนาจต่อรองที่มีมากสุดๆของฟรีทีวี 2 ช่องใหญ่คือช่อง 3 กับช่อง 7 ที่เป็นผู้กำหนดชะตากรรมของเอเยนซี่โฆษณาว่าจะมี"เวลาโฆษณา"ในช่วงไพร์มไทม์ขายให้หรือไม่

สัดส่วนคนดูทีวีดาวเทียมกับคนดูฟรีทีวีได้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่ปี 2554 ที่จานดาวเทียมกับเคเบิ้ลทีวีทุกค่ายขยายตัวอย่างมาก จนสามารถเข้าถึงคนดูได้เกิน 50 %เป็นครั้งแรกและในปี 2555 จากการสำรวจของบริษัทเนลสันก้าวกระโดดเพิ่มขึ้นเป็น 64 % ของครัวเรือนไทย แต่การขยายตัวของแพลทฟอร์มดาวเทียมกับเคเบิ้ลไม่ได้ทำให้ยอดคนดูฟรีทีวีลดลงเพราะฟรีทีวีทั้ง 6 ช่องไปในแพลตฟอร์มเหล่านี้ด้วย

เนลสันเปิดเผยข้อมูลสำรวจล่าสุดในสัปดาห์ที่ผ่านมา( 15-21 ก.ค.2556) สัดส่วนคนดูทีวีดาวเทียมกับเคเบิ้ลทีวีทั่วประเทศในกลุ่มคนดูอายุ 4 ปีขึ้นไปทุกเพศทุกวัยกระโดดไปที่ 34.8% ส่วนแบ่งคนดูฟรีทีวีพบว่าช่อง 7 ยังอันดับหนึ่ง 32.4 % ,อันดับ 2 ช่อง 3 คนดู 22.7 % ,อันดับ 3 ช่อง9 อสมท.4.2 % , อันดับ 4 ช่อง 5 กองทัพบก 3.9 %, อันดับ 5 TPBS 1.1 % และอันดับสุดท้าย NBT 0.9 %

พื้นที่กรุงเทพกับปริมณฑล อันดับ 1 ช่อง 3 ได้ส่วนแบ่งคนดู 30.4 % , อันดับ 2 ช่อง 7 คนดู 21.8 %, อับดับ 3 ช่อง9 คนดู 4.9 %, อันดับ 4 ช่อง 5 คนดู 4.5 %, อันดับ 5 TPBS 1.2 % และอันดับสุดท้าย NBT 1 % ส่วนทีวีดาวเทียมกับเคเบิลทีวีรวมกัน 36.1 %

พื้นที่หัวเมืองในเขตเทศบาลทั่วประเทศ อันดับ 1 ช่อง 3 ได้ส่วนแบ่งคนดู 28% , อันดับ 2 ช่อง 7 คนดู 21 % , อันดับ 3 ช่อง 9 คนดู 4.8 % ,อันดับ 4 ช่อง 5 คนดู 4.3 %, อันดับ 5 TPBS 1.4 % และสุดท้ายNBT 0.9 % ส่วนทีวีดาวเทียมกับเคเบิลท้องถิ่นรวมกัน 39.5 %

พื้นที่ชนบทนอกเขตเทศบาลทั่วประเทศ อันดับ 1 ช่อง 7 นำโด่งมากได้ส่วนแบ่งคนดูถึง 39.2 %, อันดับ 2 ช่อง 3 คนดู 19 %, อันดับ 3 ช่อง 9 คนดู 3.9 %, อันดับ 4 ช่อง 5 คนดู 3.6 %, อันดับ 5 TPBSกับNBT เท่ากัน 0.9 % ส่วนทีวีดาวเทียมกับเคเบิลท้องถิ่นรวมกัน 32.5 %

ตัวเลขส่วนแบ่งคนดูของทีวีดาวเทียมกับเคเบิ้ลท้องถิ่นเทียบกับฟรีทีวีอยู่ในอัตราประมาณ 35 % ต่อ 65 % แต่เมื่อดูส่วนแบ่งเม็ดเงินโฆษณาในรอบ 6 เดือนแรกเทียบกันดูแล้วส่วนแบ่งของทีวีดาวเทียมกับเคเบิลทีวียังมีแค่ 13.8 % ประมาณ 5,467 ล้านบาทเทียบกับฟรีทีวี 86.2 % ประมาณ 34,203 ล้านบาท แม้ว่าเมื่อเทียบกับปีที่แล้วในช่วงเดียวกันส่วนแบ่งเม็ดเงินโฆษณาของทีวีดาวเทียมกับเคเบิลทีวีเพิ่มขึ้นประมาณ 1 %จาก 12.7 % และฟรีทีวี 87.2 %

ส่วนแบ่งคนดูของทีวีดาวเทียมกับเคเบิลทีวีที่เพิ่มอย่างมีนัยสำคัญมากถึง 35 % แต่เม็ดเงินโฆษณาที่ไหลมาลงทีวีดาวเทียมยังมีแค่ประมาณ 13.8 % ไม่สมดุลอย่างยิ่งต่ำกว่าความเป็นจริงเกือบ 2 เท่าตัว แม้ว่าช่องทีวีดาวเทียมหลายช่องมีเรทติ้งมากกว่าช่อง TPBS, NBT และในบางช่วงเวลายังมากกว่าช่อง 5 กับช่อง 9 แต่อัตราค่าโฆษณาสุทธิสูงสุดยังไม่เกิน 20,000-30,000 บาทที่ถือว่าต่ำเกินจริงมาก

หากกสท.ยังไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องหรือหันมาสนใจในการ" จัดระบบ" หรือ "วางระเบียบ" ในการจัดทำหรือการวิจัยเรทติ้งของดิจิทัลทีวี 24 ช่อง เมื่อดิจิทัลทีวีเริ่มออกอากาศในวันที่ 5 ธ.ค.ที่โครงข่ายก็เพิ่งเริ่มต้น แล้วยังไม่มีระบบเรทติ้ง"รองรับ"อีกจะกลายเป็นขวากหนามใหญ่ของผู้เล่นรายใหม่ ในการเข้าสมรภูมิที่เสียเปรียบผู้เล่นรายเก่าอย่างช่อง 3 กับช่อง 7 อยู่แล้วที่สามารถยึดกุม EYEBALL คนดูไว้เป็นส่วนใหญ่ที่ยังมีอำนาจชี้เป็นชี้ตายเอเยนซี่โฆษณา

อย่าหวังว่าจะกระเด็นไปถึงดิจิทัลทีวีไปได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ แม้กระทั่งทีวีดาวเทียมกับเคเบิลทีวีที่สามารถแย่งชิง"ลูกตา"คนดูได้มาเยอะขึ้นมาก แต่เม็ดเงินยังไหลลงมาน้อยกว่าความเป็นจริงมาก แล้วกสท.ควรจะทำอย่างไรโปรดติดตามสัปดาห์





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กรกฎาคม 2013 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      



[ Add to my favorite ] [ X ]