• อดิศักดิ์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : adisak@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2006-12-12
  • จำนวนเรื่อง : 396
  • จำนวนผู้ชม : 682136
  • ส่ง msg :
  • โหวต 556 คน
คิดใหม่วันอาทิตย์
วิพากษ์วิจารณ์การเมือง เศรษฐกิจ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/adisak
วันอาทิตย์ ที่ 1 กันยายน 2556
Posted by อดิศักดิ์ , ผู้อ่าน : 1811 , 08:37:25 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 

การบ้านข้อสำคัญที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์(กสท.) ยังตอบได้คลุมเครือมากที่สุดคือค่าบริการโครงข่ายดิจิทัลทีวี,การครอบคลุมและการเข้าถึงที่เป็น"สาระสำคัญ"ในการประเมินความเป็นไปได้ทางธุรกิจดิจิทัลทีวีของผู้เล่นรายใหม่ที่ยังเป็นเพียง"ประมาณการ"ที่ไม่มีใครรู้ว่าจะเบี่ยงเบนไปจากข้อสรุปของกสท.แค่ไหน

การตอบคำถามทุกครั้งพ.อ.ดร.นที ศุกลรัตน์ ประธานกสท.จะบอกได้แต่เพียงว่ากสท.จะประกาศอัตราค่าบริการโครงข่ายก่อนการประมูล 30 วัน ถ้าถือตามกำหนดเวลาใหม่ของกสท.จะให้มีการยื่นซองประมูลในวันที่ 27-29 ต.ค.แล้วตรวจคุณสมบัติอีก 45 วันประมาณกลางเดือนธ.ค.จะประกาศรายชื่อผู้มีคุณสมบัติครบถ้วน แล้วประมูลในช่วงกลางเดือนม.ค.2557

ค่าบริการโครงข่ายดิจิทัลทีวีน่าจะประกาศได้ในช่วงกลางธ.ค.2556 ก่อนประมูล 30 วัน แต่หลังการยื่นซองประมูลในช่วงวันที่ 27-29 ต.ค.ที่ผู้ประมูลจะต้องตัดสินใจแล้วว่าจะยื่นซองประมูลช่องดิจิทัลทีวีประเภทอะไร

ที่สำคัญในช่วงวันยื่นซองจะต้องวางหลักประกันการประมูล ด้วยการใช้"เงินสด"หรือ"เช็คที่ธนาคารสั่งจ่าย"ที่เป็นเช็คลงวันที่ไม่เกิน 3 วันทำการ ผู้ประมูลจะต้องตัดสินใจหาหลักประกันเงินสดโดยยังไม่รู้ตัวเลข"ค่าบริการโครงข่าย"ที่จะเป็นต้นทุนที่แพงกว่าเงินค่าประมูล เงื่อนไขเช่นนี้มองได้อย่างเดียวคือการบีบบังคับให้เหลือผู้ประมูลรายใหญ่ที่มีสถานะการเงินเข้มแข็งเท่านั้น

รายเล็กที่มีฐานะการเงินพอสมควรแต่ไม่สามารถหา"เงินสด"มาวางเป็นหลักประกันล่วงหน้าจะถอดใจได้

กสท.กำหนดหลักประกันขั้นต่ำ 10 %เป็น"เงินสด"ของราคาประมูลขั้นต่ำของแต่ละประเภท ช่องวาไรตี้ประเภทความคมชัดสูง(HD ) ราคาขั้นต่ำ 1,510 ล้านบาท หลักประกันเงินสด 151 ล้านบาท,ช่องวาไรตี้ประเภทความคมชัดปกติ(SD) ราคาขั้นต่ำ 380 ล้านบาท หลักประกัน 38 ล้านบาท,ช่องข่าวคมชัดปกติ 220 ล้านบาท หลักประกัน 22 ล้านบาท และช่องเด็กและครอบครัว 140 ล้านบาท หลักประกัน 14 ล้านบาท

เงื่อนไขการประมูลยังระบุด้วยว่ากสท.มีสิทธิยึดเงินค้ำประกันได้กรณีที่ผู้เข้าประมูลหรือผู้ชนะประมูลไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขการประมูล,กฎการประมูลหรือเงื่อนไขก่อนรับใบอนุญาต แม้จะเป็นกฎมาตรฐานของการวางหลักประกัน แต่การกำหนดให้ยื่นซองประมูลก่อนจะรู้"ต้นทุนค่าบริการโครงข่าย"เป็นการสร้างภาระให้ผู้เข้าประมูลมากเกินไป

ผมคิดว่าประเด็นนี้กสท.น่าจะรับฟังคำร้องขอที่แทบจะเป็น"คำวิงวอน"อยู่แล้วให้กสท.ตอบคำถามหรือบอกรายละเอียดของการออกใบอนุญาตผู้ให้บริการโครงข่าย 4 ราย(Multiplexer)คือช่อง 5 กองทัพบก, ช่อง 9 อสมท.,ช่อง 11 กรมประชาสัมพันธ์และสถานนีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสที่มีอายุ 15 ปี

ทำไมกสท.ไม่ใช้วิธี"ประมูล"โครงข่ายเหมือนกับประมูลช่องดิจิทัลทีวี แต่กลับใช้วิธี"ยกให้"หน่วยงานรัฐและรัฐวิสาหกิจได้ใบอนุญาตไปเลย โดยไม่เปิดโอกาสให้เอกชนอีกหลายรายที่แสดงความสนใจในการเข้าประมูลโครงข่ายเช่นกัน เช่น กลุ่มสามารถ,กลุ่มอินทัช,บริษัททีโอที,บริษัทซิสโก้,บริษัทล็อกเล่ย์ ซึ่งโดยความเป็นจริงแล้วผู้ให้บริการโครงข่ายจะเป็นผู้ครอบครอง"คลื่นความถี่"โดยตรง ไม่ใช่ผู้ประมูล"ช่องรายการ"แต่อย่างใด
ผู้ประมูลช่องรายการดิจิทัลทีวี 3 ประเภท น่าจะเป็นแค่"ประมูลสิทธิ์ถือใบอนุญาต"การใช้คลื่นความถี่ที่อยู่ในการบริหารของผู้รับใบอนุญาตโครงข่ายหรือ MUX ที่กสท.อนุญาตให้แพร่ภาพช่องดิจิทัลทีวี MUX ละ 8 ช่องแบ่งเป็นแบบ SD 6 ช่องและ HD 2 ช่อง

ตัวเลขรอบแรกที่กสท.ใช้ในการพิจารณาออกใบอนุญาตผู้ให้บริการโครงข่าย 4 รายเท่าที่มีการเปิดเผยในวงแคบ ประเมินว่าทั้ง 4 รายจะมีรายได้จากค่าบริการโครงข่ายรวมกันประมาณ 36,000 ล้านบาท สูงกว่าราคาประมูลขั้นต่ำของ 24 ช่องดิจิทัลทีวีที่กสท.ประกาศออกมารวมกันได้ประมาณ 15,900 บาท ซึ่งอาจจะสูงขึ้นจากการประมูลไม่น่าจะสูงขึ้นไปถึง 1 เท่าตัว อาจจะสูงขึ้นไปเฉลี่ยประมาณ 50-60 %เป็นประมาณ 20,000-25,000 ล้านบาท

กองทัพบกเสนอราคาค่าบริการโครงข่าย ช่อง SD ปีที่หนึ่ง 18 ล้านบาท,ปีที่สอง 30 ล้านบาท,ปีที่สาม 48 ล้านบาท, ปีที่4-15 ปีละ 60 ล้านบาท รวมช่องละ 816 ล้านบาท และช่องแบบ HD ปีที่หนึ่ง 54 ล้านบาท,ปีที่สอง 90 ล้านบาท, ปีที่สาม 144 ล้านบาทและปีที่ 4-15 ปีละ 180 ล้านบาท รวม 2,448 ล้านบาท

อสมท.เสนอราคาค่าบริการโครงข่าย ช่อง SD ปีที่หนึ่ง 60 ล้านบาท,ปีที่สอง 61.8 ล้านบาท, ปีที่สาม 63.6 ล้านบาท,ปีที่ 4-15 ปีละ 65.52 ล้านบาท รวมช่องละ 971.64 ล้านบาท ส่วนช่องแบบ HD ยังไม่พร้อมเสนอราคา

กรมประชาสัมพันธ์ เสนอราคาค่าบริการโครงข่าย ช่อง SD ปีที่หนึ่ง 28.8 ล้านบาท,ปีที่สอง 38.4 ล้านบาท,ปีที่3-15 ปีละ 48 ล้านบาท รวมช่องละ 691.2 ล้านบาท และช่อง HD ปีที่หนึ่ง 84 ล้านบาท,ปีที่สอง 120 ล้านบาท,ปีที่3-15 ปีละ 144 ล้านบาท รวมช่อง HD 2,076 ล้านบาท

ไทยพีบีเอส เสนอราคาค่าบริการโครงข่าย ช่อง SD ปีที่หนึ่ง 24 ล้านบาท,ปีที่สอง 38.4 ล้านบาท,ปีที่สาม 43.2 ล้านบาท และปีที่ 4-15 ปีละ 48 ล้านบาท รวมช่องละ 681.6 ล้านบาท และช่องแบบ HD ปีที่หนึ่ง 54 ล้านบาท,ปีที่สอง 86.4 ล้านบาท ,ปีที่สาม 97.2 ล้านบาท และปีที่ 4-15 ปีละ 108 ล้านบาท รวมช่องละ 1,533.6 ล้านบาท

ตัวเลขเหล่านี้ ถ้าหากกสท.ต้องการให้เงินประมูลสูงขึ้นน่าจะพิจารณาควบคุมเพดานราคาค่าบริการโครงข่าย"ขั้นสูง" โดยใช้มาตรฐานที่สูงกว่าไทยพีบีเอสเล็กน้อยที่เสนอราคาต่ำที่สุดก็ได้ เพื่อช่วยให้ผู้รับใบอนุญาต MUX มีกำไรบ้างตามสมควร เพราะไทยพีบีเอสเป็นเจ้าของ"เสาส่งหลัก"มากที่สุด 34 ฐานจาก 39 ฐาน ที่เหลือ 5 แห่งเป็นของอสมท. ไทยพีบีเอสย่อมมีต้นทุนที่ต่ำกว่ารายอื่น

แม้ตัวเลขของไทยพีบีเอสจะถือว่าต่ำกว่าทุกราย แต่หากเทียบกับการเช่าช่องสัญญาณดาวเทียมของทีวีดาวเทียมในปัจจุบันเฉลี่ยประมาณช่องละ 1 ล้านบาทที่ครอบคลุมทั้งประเทศ ค่าเช่าโครงข่ายดิจิทัลทีวีเมื่อเต็มพื้นที่ไม่น่าจะสูงเกินกว่า 2-3 เท่าของค่าเช่าช่องทีวีดาวเทียม

คำถามต่อมาการครอบคลุม Network Coverage ที่กสท.ได้กำหนดเงื่อนไขการขยายโครงข่ายในปีแรก 50 %ของประชากร,ปีที่สอง 80 %,ปีที่สาม 90 %และปีที่สี่ 95 % ทำไมกสท.ไปกำหนดเวลานานเกินไปหรือเปล่า เพราะลองสอบถามความพร้อมของผู้ให้บริการโครงข่าย

อธิบายว่า"เสาส่งหลัก" 39 ฐานและเสาส่งสถานีฐานหรือ Gap Filler Station อีก 153 แห่งมีอยู่แล้วจะไม่เสียเวลาในการทดสอบสัญญาณว่ารับภาพได้หรือไม่ที่เป็นขั้นตอนที่เสียเวลามากที่สุด ผู้ให้บริการโครงข่ายสามารถติดตั้งเครื่องส่งดิจิทัลให้แล้วเสร็จภายใน 2-3 ปีเท่านั้น

อยากให้กสท.ลองทำการบ้านอย่างละเอียดกับผู้ให้บริการโครงข่ายอีกครั้งเพื่อเร่งการขยายฐานเสาส่งให้เร็วขึ้นจะเป็นประโยชน์กับการขยายฐานคนดูให้เพิ่มขึ้นเร็วขึ้น รวมทั้งการรับสัญญาณได้ในอาคาร( Indoor Reception ) , การรับสัญญาณผ่านอุปกรณ์มือถือ( Mobile Inception ) และการรับสัญญาณในรถยนต์ที่สิ่งด้วยความเร็วขั้นต่ำประมาณ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

รวมทั้งความชัดเจนในการออกใบอนุญาตกล่องรับสัญญาณ(Set-Top-Box )ที่ควรจะออกใบอนุญาตให้ก่อนการประมูล เพื่อปล่อยให้กลไกตลาดของภาคเอกชนแข่งขันกันผลักดันให้กล่องรับสัญญาณรุ่นต่างๆที่มีหลายแบบให้เข้าไปในจังหวัดหลักที่โครงข่ายจะเริ่มดำเนินการในปีแรก

เท่าที่ได้ทราบ 15 จังหวัดแรกประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร , ครราชสีมา,เชียงใหม่,สงขลา,อุบลราชธานี,สุราษฎร์ธานี,ระยอง,สุโขทัย,ขอนแก่น,อุดรธานี,เชียงราย,สระแก้ว,นครศรีธรรมราช,นครสวรรค์และสิงห์บุรี รวมการเข้าถึงของโครงข่าย 12.4 ล้านครัวเรือน ประมาณ 55 %ของครัวเรือนไทย

คำถามต่อมาคืออัตราการเข้าถึงดิจิทัลทีวี( Penetration Rate )ที่แม้โครงข่ายขยายครอบคลุมไปแล้ว แต่ถ้าหากผู้บริโภคใน 15 จังหวัดแรกไม่ได้สนใจจะซื้อกล่องรับสัญญาณไปติดตั้งกับโทรทัศน์แบบเดิมก็ไม่มีประโยชน์สำหรับช่องดิจิทัลทีวีใหม่ 24 ช่อง รวมทั้งโทรทัศน์รุ่นใหม่ที่มีจูนเนอร์รับสัญญาณดิจิทัลทีวีได้ 54 รุ่น 4 ยี่ห้อที่กสท.เพิ่งอนุมัติให้วางจำหน่ายได้แล้ว หลังจากอั้นไม่ให้อนุญาตมานานโดยไม่มีเหตุผลแจ้งชัดว่าทำไม? ทำให้ยอดจำหน่ายโทรทัศน์รุ่นเก่าตกต่ำลงไปร่วม 30 %ในไตรมาส 1-2

หากกสท.เร่งทำเรื่องเหล่านี้ให้มีความชัดเจนก่อนการประมูลจะทำให้ผู้เข้าประมูลตัดสินใจเพิ่ม"ราคาประมูล"แข่งขันกันได้อย่างไม่ลังเล เพราะคนดูโทรทัศน์ในระบบดิจิทัลทีวีจะเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว

พฤติกรรมของคนดูทั่วโลกกำลังพัฒนาไปสู่การชมโทรทัศน์ผ่าน Second Screen ที่กลายเป็นพฤติกรรมการบริโภคสื่อโทรทัศน์ของคนอเมริกันที่มีสัดส่วนการดูโทรทัศน์ที่เป็นจอที่หนึ่ง( First Screen) ควบคู่ไปกับจอที่สอง( Second Screen )มากถึง 60-70 % เพื่อเข้าสู่การส่งต่อคอนเทนท์ผ่าน Social Media, การพัฒนาไปสู่การสั่งซื้อสินค้าออนไลน์จากการดูโทรทัศน์ , Interactive ฯลฯ

คนไทยก็ไม่น้อยหน้าอย่างแน่นอน อาการเห่อดิจิทัลทีวีเกิดขึ้นโดยทั่วไปและพฤติกรรมแบบ Second Screen ควบคู่กับ First Screen ก็แพร่หลายมากๆในช่วงละครเรทติ้งสูงๆ

--------------------

ภาพประกอบจาก http://www.komchadluek.net/

 





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กันยายน 2013 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          



[ Add to my favorite ] [ X ]