• อดิศักดิ์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : adisak@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2006-12-12
  • จำนวนเรื่อง : 396
  • จำนวนผู้ชม : 682145
  • ส่ง msg :
  • โหวต 556 คน
คิดใหม่วันอาทิตย์
วิพากษ์วิจารณ์การเมือง เศรษฐกิจ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/adisak
วันอาทิตย์ ที่ 6 เมษายน 2557
Posted by อดิศักดิ์ , ผู้อ่าน : 2882 , 08:28:53 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน มะอึก , BlueHill โหวตเรื่องนี้

บริษัท อสมท. จำกัด(มหาชน)เป็นผู้ชนะประมูลทีวีดิจิทัล 2 ช่องเพียงรายเดียวที่เป็นเจ้าของโครงข่ายทีวีดิจิทัลอีกด้วย หากมองในเชิงธุรกิจน่าจะ"ครบเครื่อง"และมี"อาวุธครบมือ"มากที่สุดในมหาสงครามทีวีดิจิทัลที่ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว เมื่อวันที่ 1 เม.ย.ที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์(กสท.) ได้ให้ผู้ประกอบการโครงข่ายเริ่มดำเนินการและกฎ Must Carry เริ่มในวันเดียวกัน

แต่ดูเหมือนว่าความใหญ่โตครบเครื่อง กลับไม่ได้ช่วยทำให้อสมท.เป็นที่เกรงขาม ของคู่แข่งขันช่องทีวีดิจิทัลรายใหม่ๆ แต่อย่างใด แวดวงที่เคยคบหาทำธุรกิจกับอสมท.ในยุคก่อนหน้านี้และยุคนี้ ต่างพากัน"ส่ายหน้า"ด้วยความเป็นห่วงว่าอสมท.จะอยู่รอดไม่ประสบภาวะ"ขาดทุน"ท่ามกลางการแข่งขันในระดับ"อภิมหาสงครามทีวีดิจิทัล"ไปได้นานสักเท่าไหร่

ผลประกอบการปีที่แล้ว อสมท.มีกำไรสุทธิ 1,527 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจากปี 2555 ที่มีกำไรสุทธิ 1,550 ล้านบาท

รายได้รวมทุกธุรกิจในปีที่แล้ว 5,984 ล้านบาท แทบจะไม่เพิ่มเลยเมื่อเทียบกับปี 2556 ที่มียอดรายได้รวม 5,938 ล้านบาท

ลองเข้าไปดูเนื้อในรายได้ในธุรกิจโทรทัศน์แล้วจะเห็นว่าน่าห่วงแค่ไหน แม้ว่ารายได้รวมที่คิดเป็น 85 %ยังอยู่สภาพลดลงเล็กน้อยจาก 3,859 ล้านบาทเหลือ 3,821 ล้านบาท แต่รายได้หลักที่มาจากโฆษณากลับลดลงจาก 2,852 ล้านบาทในปี 2555 เหลือ 2,354 ล้านบาท ลดลงไปเกือบ 500 ล้านบาท ยังมีที่รายได้จากค่าเช่าเวลาเพิ่มจาก 193 ล้านบาทเป็น 240 ล้านบาทและรายได้จากการจัดกิจกรรมเพิ่มขึ้นจาก 454 ล้านบาทเป็น 794 ล้านบาท

กำไรสุทธิของอสมท.กว่า 50 %ยังมาจากรายได้"ของตาย"หรือพูดแบบไม่ค่อยสุภาพนักคือ"เสือนอนกิน"จากรายได้ค่าสัมปทานกับบริษัท บีอีซี จำกัด(มหาชน) ประมาณ 228 ล้านบาทต่อปี,รายได้จากบริษัท ทรูวิชั่นส์ 249 ล้าบาทและรายได้จากบริษัททรูเคเบิ้ล 344 ล้านบาท

รวมรายได้หรือกำไรของอสมท.แบบแทบไม่มีค่าใช้จ่ายทางตรงประมาณ 800 ล้านบาทต่อปีที่อสมท.ยังได้จากสัมปทานการใช้คลื่นความถี่ เมื่อหมดอายุในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าจะต้องคืนคลื่นให้กับคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)

สัญญาสัมปทานโทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิกของบริษัท ทรูวิชั่นส์จะสิ้นสุดลงในวันที่ 30 ก.ย. 2557 และบริษัท ทรูเคเบิ้ลทีวีจะสิ้นสุดวันที่ 31 ธ.ค. 2562 ปัจจุบันกลุ่มทรูได้ใบอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิกจากกสท.อยู่แล้ว จึงไม่มีความจำเป็นใดๆ จะอยู่จนครบอายุในสัมปทานหลังที่ยังมีอายุอีก 5 ปี

สัญญาสัมปทานโทรทัศน์ช่อง 3 จะสิ้นสุดอายุวันที่ 25 มี.ค. 2563 แม้ว่ายังเหลืออีกประมาณ 6 ปี แต่บริษัทบีอีซีคงคิด"อยากจะยกเลิกสัญญา"ก่อนกำหนดเมื่อโครงข่ายทีวีดิจิทัลขยายเต็มพื้นที่ในอีกประมาณ 2-3 ปีข้างหน้า เพราะกลุ่มช่อง 3 ประมูลช่องทีวีดิจิทัลได้ถึง 3 ช่องที่มีภาระเงินประมูลเพิ่มขึ้นมาก ทำไมจะต้องจ่ายเงินให้อสมท.แบบเดิมอีก

ฝ่ายบริหารอสมท.เคยคิดเหมือนกับสถานีโทรทัศน์ช่อง 5 อยากจะได้ใบอนุญาตประกอบกิจการโครงข่ายอีก 1 ใบเพื่อเกลี่ยต้นทุนลงทุนจะได้มีกำไรจากธุรกิจใหม่นี้มากขึ้น แต่ความอุ้ยอ้ายขององค์กรและบริหารแบบผลประโยชน์ทับซ้อนกันวุ่นวายทำให้"คิดช้า"กว่าช่อง 5 ที่ตัดสินใจแบบทหาร ชิงตัดหน้าเสนอกสท.ลดอายุสัมปทานช่อง 7 ลงจาก 9 ปีเหลือ 5 ปีแลกกับใบอนุญาตโครงข่ายเพิ่มขึ้นอีก 1 ใบที่มีความแน่นอนไปอีก 15 ปี เสี่ยงน้อยกว่ากว่ารายได้จากโฆษณาที่มีคู่แข่งขันมากขึ้น

ฝ่ายบริหารช่อง 5 ประเมินความเสี่ยงไว้อย่างน่าสนใจ เมื่อทีวีดิจิทัลเกิดขึ้นแล้วรายได้โฆษณาของช่อง 5 จะลดลงไปไม่น้อยกว่า 50 % ภายใน 2-3 ปีข้างหน้า ยิ่งช่อง 5 จะเปลี่ยนสถานะเป็นโทรทัศน์เพื่อบริการสาธารณะจะยิ่งส่งผลให้รายได้ค่าเช่าเวลาและรายได้โฆษณาลดลงไป

ในขณะที่ฝ่ายบริหารของอสมท.ก็คิดไม่ต่างกันแต่ไม่ได้ทำอะไรเพื่อลดความเสี่ยง ลองไปอ่านรายงานของที่ปรึกษาอิสระของบริษัทหลักทรัพย์กรุงศรีอยุธยาที่อสมท.ว่าจ้างมาเขียนรายงานเพื่อให้ข้อมูลการประมูลทีวีดิจิทัลของอสมท.กับนักลงทุน วิเคราะห์ว่าส่วนแบ่งการตลาดที่เทียบเป็นเงินโฆษณาของอสมท.จะลดลงจาก 18 % เหลือเพียง 9 % เมื่อการเปลี่ยนผ่านจากอนาล็อกสู่ดิจิทัลเสร็จสิ้นลง

กสท.คงยากจะให้ใบอนุญาตโครงข่ายกับอสมท.อีก 1 ใบเพราะแค่ใบเดียวก็สร้างปัญหาให้มากมายเกือบจะทำให้แผนโครงข่ายทีวีดิจิทัลของรายอื่นสะดุดไปด้วย เพราะฝ่ายบริหารของอสมท.คิด"นอกลู่นอกทาง"หาสตอรี่ที่บอกว่าเป็นจุดแข็งด้านเทคโนโลยีของโครงข่ายอสมท. เช่น ขอไม่ใช่เสาส่งหลักร่วมกับไทยพีบีเอสที่ได้เคยตกลงกันแล้ว , เทคโนโลยีที่ล้ำสมัยมีเสา 2 ปีกสามารถรับได้ทุกทิศทาง ฯลฯ

"คนรู้ทัน"บอกว่าสตอรี่นี้สร้างขึ้นมาเป็นการเฉพาะเพื่อทำให้สมเหตุสมผลในการเพิ่มลงทุนให้สูงกว่าปกติ ราคากลางเครื่องส่งทีวีดิจิทัลของอสมท.จึงสูงกว่าช่อง 5 กับไทยพีบีเอสเป็นเท่าตัว แม้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินได้ทักท้วงไปแล้วก็ดูเหมือนว่าฝ่ายบริหารอสมท.ทำเป็นไม่ได้ยิน ยังเดินหน้าจัดประมูลท่ามกลางเสียงทักท้วงของกสท.อีกด้วยว่าให้มาใช้เสาส่งเดียวกับไทยพีบีเอส แต่จนบัดนี้กระบวนการประมูลยังไม่เสร็จสิ้น

สมญานาม"แดนสนธยา"ที่เคยเจือจางลงไปในช่วงหนึ่ง หลังการอุบัติขึ้นของ"สังคมอุดมปัญญา"เมื่ออสมท.เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยสำเร็จ ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา"แดนสนธยา"ได้กลับเข้ามาครอบงำอสมท.ยิ่งกว่ายุคใดๆ

"สำนักวิศวกรรมและโครงข่าย"ที่เคยมีชื่อเสียงเป็นแหล่งผู้เชี่ยวชาญแถวหน้าในการวางระบบการออกอากาศของโทรทัศน์ กลับกลายเป็นสำนักที่กำลังอยู่ในภาวะ"สมองไหล"คนเก่งๆ ลาออกไปสู่ทีวีดิจิทัลช่องใหม่ๆ หลายช่องที่มีอดีตผู้บริหารของอสมท.ไปนั่งบริหาร

ทำไมพวกเขาที่เคยมีความรักและศรัทธาในองค์กรแห่งนี้"เดินออก"ไป คงไม่ใช่เรื่องเงินหรือผลตอบแทนเพราะอสมท.จ่ายไม่น้อยแต่อย่างใด เท่าที่ฟังมาเพราะเบื่อหน่ายการทำงานกับ"หัวหน้า"ที่ไม่เก่งไม่มีความรู้มากพอ แต่"อวดเก่ง"และพร้อมสนองฝ่ายบริหารที่มี"นักการเมือง"ชี้นิ้วสั่ง

"สำนักข่าวไทย"ที่เคยมีผลงานข่าวโดดเด่นในอดีตมาหลายสิบปี คนข่าวเก่งๆ ของอสมท.ที่เคยแสดงบทบาทปกป้องไม่ให้ฝ่ายการเมืองหรือบอร์ดเข้ามาแทรกแซงความเป็นอิสระในการทำงานข่าวหายไปไหนกันหมด

ทำไมพวกเขายอมให้มีคนของฝ่ายการเมืองมานั่ง"ควบคุม"ข่าวของอสมท.ให้กลายเป็น"ข่าวข้างเดียว" จนแฟนข่าวสำนักข่าวไทยในอดีตบอกว่าบางวันข่าวช่อง 9 แย่ยิ่งกว่าข่าวของช่อง 11 กรมประชาสัมพันธ์ที่มีฉายา"กรมกร๊วก"ที่สังคมไม่ได้ฝากความหวังไว้ให้อยู่แล้ว

"สำนักการตลาดและขายส่วนงานโทรทัศน์" ที่เป็นหน่วยงานหารายได้หลักของอสมท. 85 % กำลังอยู่ในสภาพระส่ำระสายที่มาจากหลายสาเหตุ เช่น ผังรายการในเวลาไพร์มไทม์ไม่มีความแน่นอน รายการที่ไม่มีคุณภาพไร้เรทติ้งเต็มไปหมด ฯลฯ

ผังรายการของช่อง 9 ในปีที่แล้วและปีนี้ยังอยู่ในสภาพ"ไม่นิ่ง"มีการปรับเปลี่ยนตลอดเวลา จนทำให้รายได้โฆษณาในปีที่แล้วทรุดฮวบลงไปอย่างเห็นได้ชัดถึง 500 ล้านบาทและวงการเอเยนซี่เริ่มคุยกันว่าจะไม่ลงโฆษณาในช่อง 9 แล้ว

รายการของช่อง 9 หลายรายการในช่วงเวลาไพร์มไทม์ที่เคยทำรายได้หลักให้อสมท. กลับกลายเป็นรายการคุณภาพต่ำๆ จากต่างประเทศและรายการวาไรตี้ที่ไม่ประเทืองปัญญา ส่วนใหญ่เป็นรายการ"ฝาก"มาจากฝ่ายการเมืองที่เข้ามาครอบงำอสมท.แบบเบ็ดเสร็จยิ่งกว่ายุคใดๆ หลายรายการยังได้สิทธิ์ใช้ระบบ Time Sharing ที่ไม่ต้องจ่ายค่าเช่าเวลา แต่ฝ่ายโฆษณาของอสมท.แทบไม่กล้าเอารายการเหล่านี้ไปขายให้บริษัทเอเยนซี่โฆษณาเลย

ฟังมาว่าช่วงไตรมาสแรกอสมท.ปีนี้จะมองเห็น"ตัวเลขรายได้โฆษณาติดลบ"อย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน และพวกเขากำลังหวั่นไหวกับภาวะการแข่งขันจากทีวีดิจิทัลอีกกว่า 20 ช่อง เพราะเข้าสู่สมรภูมิที่ยังไม่มีอะไรแน่นอนว่าช่อง HD และช่องเด็กที่ประมูลได้มาจะมีจุดเด่นของช่องแบบไหน

ช่องความคมชัดสูงหรือ High Definition กับช่องเด็กและครอบครัวที่อสมท.ประมูลได้รวมราคา 4,000 ล้านบาท ภาระต้นทุนเงินประมูล 2 ช่องรวมแล้วเฉลี่ยออกเป็นค่าใช้จ่ายอีกปีละไม่น้อยกว่า 267 ล้านบาท จากเดิมช่อง 9 ไม่มีภาระรายจ่ายค่าคลื่นความถี่

แย่ไปกว่านั้น ประธานบอร์ดอสมท."สุธรรม แสงประทุม"และกรรมการบอร์ดอีกหลายคนกับกรรมการผู้อำนวยการใหญ่"ดร.เอนก เพิ่มวงศ์เสนีย์"มาจากการเมืองคนละสายในพรรคเพื่อไทย สภาพการบริหารงานย่ำแย่ไม่เข้าใจการแข่งขันทางธุรกิจไม่มีแผนงานที่ชัดเจน แต่เป็นไปแบบแย่งดาวคนละดวง-ช่วงชิงกันเพลิดเพลินเจริญใจอิ่มหมีพีมันเสียมากกว่า

ดังเช่นกรณีล่าสุดทัวร์สถานีโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็นของประธานบอร์ดกับบอร์ดเกือบทั้งหมดที่ใช้เงินกว่า 10 ล้านบาท ทั้งๆ ที่อสมท.ไม่ได้ประมูลช่องข่าวและระบบออกอากาศของสหรัฐอเมริกาใช้ระบบ ASTC แต่ไทยใช้ระบบ DVB-T2 กรรมการผู้อำนวยการใหญ่บอกว่าทักท้วงไปแล้วแต่สายเกินไปลดค่าใช้จ่ายไม่ได้ งบเดินทางไปดูงานต่างประเทศปีละ 13 ล้านบาท แค่คณะนี้คณะเดียวใช้งบประมาณไปร่วม 10 ล้านบาท

พนักงานอสมท.จำนวนมากที่มีความห่วงใยในอนาคตองค์กรสื่อของรัฐที่เป็นบริษัทมหาชนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กำลังตั้งคำถามว่า"แดนสนธยา"กลับมาสู่อสมท.ท่ามกลางภาวะการแข่งขันรุนแรงใน"มหาสงครามทีวีดิจิทัล"ที่กำลังเริ่มต้น องค์กรสื่อแห่งนี้ที่เคยสร้างเกียรติภูมิมายาวนานจะฝ่าฟันและอยู่รอดได้อย่างไร

สหภาพแรงงานอสมท.ที่เคยมีบทบาท"หมาเฝ้าบ้าน"อย่างแข็งขันในอดีต กลับ"เลือกเห่า"ในบางเรื่อง ในขณะที่พนักงานจำนวนมากเห็นความไม่ชอบมาพากลหลายเรื่อง สหภาพแรงงานฯกลับ"เงียบ" เกิดอะไรขึ้นกับอสมท.ยุคแดนสนธยายุคทีวีดิจิทัลที่อสมท.ได้เปรียบทุกอย่างและอาวุธครบเครื่อง แต่กลับใกล้"อัสดง"หรือเปล่า





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
4BANK วันที่ : 06/04/2014 เวลา : 21.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bankbank
4BANK

ผมว่า ก็คงเหมือน case TOT ที่อาศัยคนนอกโต ต้นทุนรัฐรับไป ตอนนี้เป็นไง เดินด้วยตัวเองไม่เป็นแล้วละ กว่าจะรู้สึกก็สายเสียแล้วละ
บอลพรีเมียร์ เป็นไง กำไรดีไหม แต่ละ match ห่วยแตก หรือแค่ร่างทรวงแบก cost

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< เมษายน 2014 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      



[ Add to my favorite ] [ X ]