• อดิศักดิ์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : adisak@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2006-12-12
  • จำนวนเรื่อง : 396
  • จำนวนผู้ชม : 682182
  • ส่ง msg :
  • โหวต 556 คน
คิดใหม่วันอาทิตย์
วิพากษ์วิจารณ์การเมือง เศรษฐกิจ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/adisak
วันอาทิตย์ ที่ 20 เมษายน 2557
Posted by อดิศักดิ์ , ผู้อ่าน : 1861 , 08:24:56 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน BlueHill โหวตเรื่องนี้

สัปดาห์นี้น่าจะเป็นสัปดาห์ที่จะมีความชัดเจนหลายเรื่องเกี่ยวกับ "ทีวีดิจิทัล" เพิ่มขึ้นที่จะทำให้ความคึกคักมากยิ่งขึ้นไปอีก หลังจากในช่วงที่ผ่านมา 2-3 สัปดาห์ เต็มไปด้วยความสับสนของผู้บริโภคที่อยู่ในอาการงุนงง จนถึงขั้นงุ่นง่านที่ไม่ได้ดูละครสามีตีตราตอนอวสานทางช่อง 3 ที่หาไม่เจอบนจานดาวเทียม เมื่อฟรีทีวี 6 ช่อง ที่อยู่บนจานดาวเทียม C-Band ถูกจัดช่องเรียงหมายเลขใหม่ไม่เหมือนกันในแต่ละจานดาวเทียม ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.ตามกฎ Must Carry ที่กสท.อนุญาตให้ช่องหมายเลข 1-10 อยู่ในการบริหารจัดการของเจ้าของโครงข่ายและจัดเรียงช่องทีวีดิจิทัลไว้ตั้งแต่หมายเลข 11-46 ที่ไม่ตรงกับหมายเลขช่องบนภาคพื้นดิน

แต่ความสับสนอลหม่านน่าจะค่อยๆ คลี่คลายลง หากลองไล่ปฏิทิน "ทีวีดิจิทัล" ตั้งแต่ต้นสัปดาห์หน้าจะเห็นความเคลื่อนไหวแบบรายวัน ที่เกี่ยวข้องกับการจัดระบบระเบียบวางกติกาหรือระบบนิเวศ Eco-system ของอุตสาหกรรมทีวีดิจิทัลที่มีมูลค่าลงทุนนับแสนล้านบาทในอีก 5 ปีข้างหน้า ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นกระแสหลัก ของวงการโทรทัศน์ของประเทศไทย ที่อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคดิจิทัลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้อีกแล้ว

วันที่ 21 เม.ย.คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ (กสท.) จะมีการประชุม "รอบที่สาม" ในวาระเงื่อนไขการสนับสนุนคูปองเงินสดเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบทีวีดิจิทัลที่น่าจะมีข้อยุติได้เพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ในวันที่ 23 เม.ย.

กสท.ประชุมวาระนี้มีไปแล้ว 2 นัด เมื่อวันที่ 17-18 เม.ย. แต่ยังไร้ข้อยุติว่ากระบวนการแจกคูปองให้ผู้บริโภคไปแลกกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิทัลอย่างไรที่น่าจะเป็นวิธีการปฏิบัติเสียมากกว่าที่มีข้อกังวลเรื่องแนวทางการป้องกันการทุจริต

ประเด็นหลักที่เห็นพ้องกันแล้วคือมูลค่าคูปองน่าจะเพิ่มจาก 690 บาทต่อคูปองที่คำนวณจาก "เงินขั้นต่ำประมูลช่องทีวีดิจิทัล" ประมาณ 15,900 ล้านบาท ที่จะให้เฉพาะกล่องรับสัญญาณ เพิ่มมูลค่าคูปองมาเป็นไม่เกิน 1,200 บาท เพราะเงินประมูลช่องทีวีดิจิทัลสูงขึ้นกว่าเดิมมาก เพื่อให้รวมไปถึง "อุปกรณ์ประเภทเสาอากาศ" ที่จะเป็นการแบ่งเบาภาระของผู้บริโภคนำไปแลกกล่องรับสัญญาณกับเสาอากาศได้ครบ

แต่ประเด็นสำคัญที่ยังไม่เห็นพ้องในกสท.คือคูปองนี้จะสามารถนำไปแลก "กล่องรับสัญญาณดาวเทียม" ได้ด้วยหรือไม่เพราะถือว่ากล่องรับสัญญาณดาวเทียมมีช่องทีวีดิจิทัลอยู่ด้วย

ประเด็นนี้ในมุมมองของ 24 ช่อง ทีวีดิจิทัลส่วนใหญ่ค่อนไปทางเดียวกันคือ "ไม่เห็นด้วย" และ ได้เคยเสนอในที่ประชุมคณะอนุกรรมการเปลี่ยนผ่านไปสู่ดิจิทัลของกสท.ไปแล้ว

เหตุผลคือคูปองเงินสดมาจาก "เงินประมูลช่องทีวีดิจิทัล" ควรจะแลกซื้อเฉพาะกล่องที่รับสัญญาณช่องทีวีดิจิทัลภาคพื้นดินอย่างเดียวที่มี 48 ช่อง เท่านั้น มิเช่นนั้นหากสามารถแลกซื้อกล่องรับสัญญาณจากดาวเทียมด้วยจะกลายเป็นการส่งเสริมให้กล่องทีวีดาวเทียมขยายตัวมากยิ่งขึ้นที่ปัจจุบันเข้าถึงครัวเรือนไทยมากกว่า 60-70% อยู่แล้ว ซึ่งกล่องรับสัญญาณช่องทีวีดาวเทียมยังมีช่องโทรทัศน์ที่ถือเป็น "คู่แข่งทางอ้อม" อีกกว่า 200 ช่องที่จะได้ประโยชน์ไปโดยไม่ได้ลงทุนใดๆ

การกำหนดเงื่อนไขให้กล่องรับสัญญาณดาวเทียมที่ให้ใช้คูปองแลกซื้อได้จะต้องเรียงช่องทีวีดิจิทัลตั้งแต่หมายเลข 1-36 ไม่ใช่การแก้ปัญหาความสับสนการเรียงช่อง Must Carry บนจานดาวเทียมและเคเบิ้ลทีวีแบบบอกรับสมาชิกที่จะต้อง "บวกสิบ" จากหมายเลขช่องบนภาคพื้นดิน เพราะกล่องรับสัญญาณเหล่านี้สามารถจัดเรียงช่องใหม่เองได้

วิธีการแก้ปัญหาความสับสนนี้ทำได้ง่ายๆ ทางเดียวคือการยกเลิกประกาศการจัดเรียงหมายเลขช่องที่ลงราชกิจจานุเบกษาวันที่ 19 ธ.ค. 2556 ที่ไปเปิดช่องให้ผู้ถือใบอนุญาตโครงข่ายนำช่องหมายเลข 1-10 ไปบริหารจัดการเองได้ แล้วให้ถือเอาประกาศการจัดหมวดหมู่ และเรียงลำดับหมายเลขช่องที่ประกาศไปก่อนหน้านี้ในเดือนเม.ย. 2556 ที่กำหนดว่าการนำหมายเลขช่องไปเรียงเก็บเงินหรือ"ขาย"ให้กับช่องต่างๆ ไม่สามารถกระทำได้จะเป็นความผิดตามกฎหมาย

บอกข้อมูลให้ กสท. ทราบไว้ว่าประกาศฉบับดังกล่าวของ กสท. ทำให้เกิดการซื้อขายหมายเลขช่อง 1-10 กันในราคาสูงมากอย่างเป็นล่ำเป็นสัน หมายเลขช่องละประมาณ 2 ล้านบาทต่อเดือน ทำให้บริษัทยักษ์ใหญ่จานดาวเทียมมี "รายได้พิเศษ" ต่อเดือนต่อช่องมากกว่าบริษัทไทยคมที่ให้เช่าช่อง C-Bandกับ KU-Band บริการ Must Carryกับทีวีดิจิทัล 24 ช่อง รวมกันประมาณ 1 ล้านบาทต่อเดือนต่อช่อง

นอกจากนี้แล้ว บริษัทยักษ์ใหญ่จานดาวเทียมรายนี้กำลังใช้ "อำนาจเหนือตลาด" ไม่ยอมนำช่องทีวีดาวเทียมบางช่องที่ไม่ยอม "จ่ายเงินรายเดือน" เป็นเงินกินเปล่าประมาณเดือนละ 1-2 แสนบาท ลงไปในกล่องรับสัญญาณของตัวเอง พฤติกรรมแบบนี้คือการทำธุรกิจที่เอาเปรียบช่องทีวีดาวเทียมรายเล็กๆ ที่ไม่มีอำนาจต่อรอง

วันที่ 21-25 เม.ย. กสท. กำหนดให้เป็นช่วงเวลาการยื่นข้อเสนอของผู้มีคุณสมบัติโทรทัศน์บริการสาธารณะประเภทที่ 3 ที่มีภารกิจการกระจายข้อมูลหรือสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างรัฐบาลกับประชาชนและรัฐสภากับประชาชน รวมทั้งการส่งเสริมประชาธิปไตย ช่องนี้กำหนดหมายเลข 10 ไว้น่าจะมีคุณสมบัติตรงรายเดียวคือสถานีโทรทัศน์รัฐสภา

วันที่ 22 เม.ย. ผู้ให้บริการโทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิกรายใหญ่ที่สุดของไทย "ทรูวิชั่นส์" ได้กำหนดให้เป็นวันที่ทรูวิชั่นส์จะเริ่มปฏิบัตามกฎ Must Carry เรียงช่องทีวีดิจิทัล 36 ช่องจากหมายเลข 11-46 ทั้งในระบบจานดาวเทียมแบบ KU-Band และระบบสายเคเบิล

วันที่ 23 เม.ย. สมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทยได้เชิญฟรีทีวี 6 ช่อง, ทีวีดิจิทัล 24 ช่อง, สมาพันธ์ผู้ประกอบการวิทยุและโทรทัศน์ฯ, ชมรมผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล, สำนักงานคณะกรรมการรคุ้มครองผู้บริโภค, กสท.มาร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงการจัดตั้ง "คณะกรรมการพิจารณาโฆษณาทางโทรทัศน์" ที่เป็นไปตามหลักการกำกับดูแลกันเองในส่วนของสปอตโฆษณาทางโทรทัศน์ทุกช่อง

วันที่ 24-26 เม.ย.น่าจะเป็นช่วง "ฤกษ์ดี" ที่มีช่องทีวีดิจิทัลดีเดย์ออนแอร์มากที่สุด เริ่มจากวันที่ 24 เม.ย.เป็นวันออนแอร์วันแรกจัดงานเปิดตัวคือ ช่องไทยรัฐทีวี มีงานยักษ์ที่ "เซนเตอร์พอยต์สตูดิโอ" ซอยแบริ่ง ถนนสุขุมวิทข้ามฟากจากย่านวิภาวดีมาย่านบางนา ช่องไทยรัฐทีวี 32 HD วางผังข่าวไว้ 50% กับวาไรตี้ 50% และลงทุนระบบเสียงแบบ Dolby Stereo 5.1

วันที่ 25 เม.ย.มีมากที่สุดถึง 4 ช่อง คือกลุ่มช่อง 3 มี 2 ช่องใหม่คือ ช่อง 3 SD ที่วางผังข่าว 50% กับวาไรตี้ 50% กับ ช่อง 3 Family News, ช่อง 8 RS จะอัพเกรดช่อง 8 เดิม, ช่อง Bright TV ของกลุ่ม 3Aมาร์เก็ตติ้งที่เป็นช่องใหม่สัดส่วนข่าว 50% เท่ากับวาไรตี้ และ ช่อง NOW26 ถือฤกษ์วันเสาร์ที่ 26 เม.ย.จะปรับผังรายการเข้าสู่โหมดของทีวีดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ

ลองไล่เรียงดูแล้วการเปิดตัวช่องทีวีดิจิทัลตั้งแต่ 1 เม.ย.แล้วถึงตอนนี้ยังเหลืออีก 3-4 ช่อง ที่ยังไม่ได้เผยโฉมหน้าช่องแบบชัดๆ คือ ช่อง GMM 2 ช่องที่รู้ว่าใช้ ช่อง GMM One เป็น HD และกำลังสร้างช่องใหม่อีก 1 ช่องคู่ขนานกัน, ช่องอัมรินทร์ทีวี ที่มาหลังสุด เพิ่งแย้มออกมาแล้วพบกันแน่พ.ค.นี้

และยังเหลืออีกประปรายสำหรับ 3 ช่องฟรีทีวีที่เป็นกุญแจสำคัญของการเปลี่ยนผ่านจากอนาล็อกสู่ดิจิทัล คือ ช่อง 33 HD จะวางผังเหมือนกับช่อง 3 อนาล็อก กี่เปอร์เซ็นต์, ช่อง 7 อนาล็อกกับช่อง 35 HD น่าจะเหมือนกัน 100% และ ช่อง 9 อนาล็อกจะยกทั้งผัง 100% มาสู่ ช่อง 30 HD หรือไม่ ยังสับสนในเชิงนโยบายของบอร์ดอสมท.

วันที่ 25 เม.ย. จะถือเป็นวัน "นับหนึ่ง" อายุใบอนุญาตทีวีดิจิทัลของประเทศไทย กสท.กำหนดให้ช่องทีวีดิจิทัล 24 ช่องจะต้องเริ่มทดลองออกอากาศ โดยให้ระยะเวลาอีก 1 เดือนไปจนถึงวันที่ 24 พ.ค.เพื่อให้ทุกช่องออกอากาศแบบสมบูรณ์ 100% ลงผังรายการครบถ้วนตามที่ได้ยื่นเสนอกับกสท.

นับจากวันที่ 25 เม.ย.เป็นต้นไปถือได้ว่าประเทศไทยมี "ช่องทีวีดิจิทัล" ทั้งประเภทสาธารณะกับประเภทธุรกิจ รวม 27 ช่อง สำหรับช่องสาธารณะคือช่อง 5, ช่อง 11 และ ช่องไทยพีบีเอส ที่ออกคู่ขนานกับอนาล็อกอยู่แล้ว

ส่วนช่องประเภทธุรกิจ 24 ช่อง ก็จะได้เห็นโฉมหน้าที่แท้จริง, ผู้เล่นตัวจริงลงสนามในแต่ละช่องทีวีดิจิทัลที่ในช่วง 3-4 เดือนหลังการประมูลทีวีดิจิทัลเสร็จสิ้นลงในปลายเดือนธ.ค.ปีที่แล้วได้เกิดภาวะฝุ่นตลบของการย้ายสังกัดของ"คนโทรทัศน์"ครั้งใหญ่อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในอดีต

"คนหน้าจอ" ผู้ประกาศและนักข่าวที่มีทั้งหน้าเก่าได้แจ้งเกิดในช่องใหม่ๆ กันเยอะและคนหน้าใหม่ที่จะเป็น "ดาวดวงใหม่" เกิดขึ้นอีกมากมายและ "คนหลังจอ" ที่เป็นโปรดิวเซอร์และครีเอทีฟรายการที่กลายเป็น "ตลาดนัด" ซื้อขายบุคลากรกัน

อัตราเงินเดือนของ "คนหน้าจอ" และ "คนหลังจอ" ที่เป็นคนที่มีประสบการณ์ในช่องเดิมๆ ได้กลายเป็น"มนุษย์ทองคำ"ในช่องใหม่ที่มีฐานเงินเดือนและค่าตอบแทนได้เพิ่มขึ้นมากในระดับ 1-2-3 เท่าตัว แล้วหลังจากอีกสัก 6 เดือนคงจะประเมินได้ว่าคุ้มค่าค่าจ้างหรือไม่

การจัดทัพคนโทรทัศน์ของแต่ละช่องเริ่ม "ลงตัว" และการเปิดฉากของ "มหาสงครามทีวีดิจิทัล" ของจริงในสนามธุรกิจเริ่มค่อยๆรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ต้นทุนการประมูลที่มากกว่างบเป็นส่วนใหญ่และต้นทุนการผลิตที่รวมไปถึงต้นทุนบุคลากรที่เพิ่มขึ้นมากได้กลายเป็น "แรงกดดัน" ให้ผู้บริหารทีวีดิจิทัลทุกช่อง วิ่งกันวุ่นเพื่อนำเสนอขายโฆษณาในช่องให้กับลูกค้าเอเจนซี่โฆษณาและบริษัทใหญ่ๆที่ทางเลือกมากอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

ความไม่ลงตัวของกฎ Must Carry บนโครงข่ายที่มีการเรียงหมายเลขช่องไม่ตรงกับภาคพื้นดิน , ความไม่พร้อมทางเทคนิคของโครงข่ายต่างๆที่ยังติดๆ ดับๆ ในบางโครงข่าย, แนวทางการวัดเรทติ้งช่องทีวีดิจิทัล, ความไม่พร้อมของผู้บริโภคที่ไม่ได้ข้อมูลเพียงพอว่าทีวีดิจิทัลคืออะไรจะดูอย่างไร รวมไปถึงความไม่ชัดเจนของห้วงเวลาการแจกคูปองให้ผู้บริโภคในรัศมีที่โครงข่ายไปถึงแล้วว่าจะเริ่มแจกเมื่อไหร่ ทำให้สถานการณ์ของทีวีดิจิทัลทุกช่องกำลังอยู่ในสภาพดิ้นรนอย่างหนัก

"สงครามราคา" ( Pricing War ) ในวงการโทรทัศน์ฟรีทีวีและทีวีดาวเทียมได้เกิดมาระยะหนึ่งแล้วในช่วงไตรมาสที่สี่ของปีที่แล้ว และไตรมาสที่ 1 ของปีนี้ที่ภาวะเศรษฐกิจของประเทศได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบทางการเมือง เมื่อเอเยนซี่โฆษณาทุกรายพร้อมใจกันบอกกับช่องทีวีดิจิทัลว่าในไตรมาส 2 ยังขอใช้อัตราค่าโฆษณาเดิมของทีวีดาวเทียม( CAB/SAT )ที่ต่ำมากๆ อยู่แล้ว

หลายช่องที่ไม่มีฐานคนดูแน่นหนามากนักได้เริ่มงัดกลยุทธ์การขายโฆษณาที่ยิ่งกว่าการตัดราคา ถึงขั้นลด-แลก-แจก-แถม "จัดสรรนาทีโฆษณาแจกฟรีๆ" ให้กับบริษัทเอเยนซี่โฆษณาเพื่อนำไปให้กับบริษัทลูกค้าทดลองเอาสปอตโฆษณามาลงในช่วงไตรมาสที่ 2 ที่ยังดีกว่าปล่อยผังรายการไว้ว่างๆ





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
TheSuphan วันที่ : 21/04/2014 เวลา : 09.18 น.
http://www.facebook.com/thesuphan

สิ่งที่สำคัญที่สุด คือจำนวนของผู้ชม

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< เมษายน 2014 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      



[ Add to my favorite ] [ X ]