• อดิศักดิ์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : adisak@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2006-12-12
  • จำนวนเรื่อง : 396
  • จำนวนผู้ชม : 682182
  • ส่ง msg :
  • โหวต 556 คน
คิดใหม่วันอาทิตย์
วิพากษ์วิจารณ์การเมือง เศรษฐกิจ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/adisak
วันอาทิตย์ ที่ 27 เมษายน 2557
Posted by อดิศักดิ์ , ผู้อ่าน : 1348 , 11:44:18 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

     คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ (กสท.) กำลังเล่นเกม"เสี่ยง"ในการกำหนดเงื่อนไขการแจกคูปองแลกกล่องทีวีดิจิทัล ว่าจะเฉพาะกล่องภาคพื้นดิน 48 ช่องหรือจะเปิดกว้างให้แลกกล่องแบบทีวีดาวเทียมและกล่องเคเบิลทีวีได้หรือไม่

   อาจจะกำลังกลายเป็น"สงครามกล่องดิน-กล่องดาว"อีกยกที่ถึงขั้นฟ้องร้องคดีในศาลปกครอง รวมไปถึงการกำหนดอนาคตของระบบ โทรทัศน์ดิจิทัลภาคพื้นดิน 48 ช่องจะเกิดขึ้นได้จริงหรือไม่

       ลองย้อนกลับไปดูมติเบื้องต้นของกสท.เมื่อวันที่ 21 เม.ย.กำหนดแนวทางการแจก"คูปองส่วนลด"เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบที วีดิจิทัล และเข้าใจว่าในตอนเย็นวันที่ 22 เม.ย.กสท.มีประชุมอีกรอบน่าจะเป็น"รอบที่ 4"ที่เสียงส่วนใหญ่น่าจะเห็นพ้องแนวทางการแจกคูปองแล้ว 

      1.กล่องแปลสัญญาณดิจิทัลภาคพื้นดิน( Set-Top-Box ) พร้อมสายอากาศในอาคารแบบมีภาคขยาย( Active Antenna)
        2.เครื่องรับโทรทัศน์แบบมีอุปกรณ์รับสัญญาณดิจิทัลในตัว
     3.กล่องรับสัญญาณทีวีดาวเทียมและเคเบิลทีวี รองรับการดูรายการความละเอียดสูง( HD )และมีการเรียงช่องรายการตั้งแต่หมายเลข 1- 36 ช่องแรกเป็นทีวีดิจิทัลและช่องที่ 37 เป็นต้นไปเป็น Pay TV ไม่หารายได้จากการโฆษณาและเป็นกล่องรับสัญญาณแบบขายขาด แม้ผู้บริโภคจะ ไม่จ่ายค่าบริการรายเดือนก็ดูฟรีทีวีดิจิทัล 36 ช่อง

      แต่ดูเหมือนว่าเป็นเรื่องลือลั่นร่ำลือไปต่างๆนาๆ บางคนบอกชักจะได้กลิ่นทะแม่ง เพราะกว่าจะได้แนวทางเช่นนี้กสท.ประชุมกันอย่าง ต่อเนื่องอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ประชุมตั้งแต่วันที่ 17 เม.ย.,18 เม.ย.และ 21 เม.ย.ช่วงเช้าและช่วงเย็นก็ยังไม่ยุติ แล้วขยับมาขอรอบสุดท้ายวันที่ 22 เม.ย.เย็น

      หลังจากในตอนเช้าวันที่ 22 เม.ย.มีการประชุมคณะอนุกรรมการ Digital Switch Over กับตัวแทน 17 บริษัท 24 ช่องทีวีดิจิทัล ดร.นที ศุกลรัตน์ ขอประชุม"นอกรอบ"กับตัวแทนของ 17 บริษัท 24 ช่องทีวีดิจิทัลเพื่อโน้มน้าวให้เห็นประโยชน์มากมายกับทีวีดิจิทัลจะเกิดได้เร็วขึ้นอีก หากยอมให้แลกกล่องทีวีดาวเทียมประเภท PayTV ได้จะเป็นการสร้างธุรกิจ Content ให้เกิดขึ้นจริง

     เท่าที่ทราบในขณะนี้ ยังเหลือ กสท.เสียงข้างน้อย"หนึ่งเดียว" คือ "อาจารย์เก๋-สุภิญญา กลางณรงค์" ที่ยืนกรานยัง"ไม่เห็นด้วย"กับการแจก คูปองส่วนลดกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิทัลจากทีวีดาวเทียม

      มติ กสท.ยังไม่ถือว่าสิ้นสุดจะต้องส่งเรื่องให้คณะกรรมการกองทุนพัฒนาสื่อฯพิจารณาในวันที่ 6 พ.ค.ขออนุมัตินำเงินออกมาเปลี่ยนเป็น คูปองที่ยังไม่ได้ข้อยุติเรื่องมูลค่าคูปอง หลังจากนั้นกสท.จะต้องนำเรื่องเข้าคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทร คมนาคมแห่งชาติ(กสทช.)ในการประชุมชุดใหญ่วันที่ 14 พ.ค.

      เหตุผลคัดค้านชัดเจนของคุณสุภิญญาคือกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิทัลจากสัญญาณดาวเทียมจะรับช่องทีวีดิจิทัลได้แค่ 36 ช่องเท่านั้น ไม่ใช่ 48 ช่องทีวีดิจิทัลตามแผนแม่บทเดิมที่ได้มีมติกันไปตั้งแต่เริ่มต้นวางแผนการเปลี่ยนผ่านจากอะนาล็อกสู่ดิจิทัล

     หากครัวเรือนไทยไม่มีกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิทัลภาคพื้นดิน 48 ช่องครบทั้ง 22 ล้านครัวเรือนจะทำให้เกิด"ความเสี่ยง"ถูกภาคประชาชนฟ้องศาลปกครองได้ เพราะกล่องรับทีวีดาวเทียมจะรับช่องทีวีดิจิทัลได้แค่ 36 ช่องตามกฎ Must Carry แต่อีก 12 ช่องทีวีชุมชนจะรับสัญญาณได้เฉพาะกล่องภาคพื้นดินเท่านั้น 

      การผลักให้ภาคชุมชนไปรับช่อง"ทีวีชุมชน" 12 ช่องจากโทรทัศน์ที่มีอุปกรณ์รับสัญญาณดิจิทัลในตัวจะยิ่งทำให้ผู้บริโภคมีภาระในการซื้อโทรทัศน์ใหม่ค่อนข้างมาก แตกต่างจากการได้รับคูปองส่วนลดแลกกล่องรับสัญญาณภาคพื้นดินที่ไม่เป็นภาระเพิ่มเงินมากนัก

      ในขณะเดียวกันในมุมมองภาคธุรกิจที่ประมูลทีวีดิจิทัลได้ที่มีอยู่ 17 บริษัทน่าจะมีหลายบริษัทกำลังศึกษาข้อกฎหมาย อาจจะถึงขั้น" ฟ้องศาลปกครอง"ให้ไต่สวนฉุกเฉินเพื่อระงับมติกสท.นี้ เพราะคูปองส่วนลดกล่องรับสัญญาณดาวเทียมจะเป็นการเปิดรั้วให้เกิดคู่แข่งขันทาง ธุรกิจกระทบการดำเนินงานแน่ๆ

      น่าจะผิดเจตนารมณ์แผนแม่บททีวีดิจิทัล แม้ไม่ได้ระบุชัดเจนว่ากสท.จะนำเงินประมูล 24 ช่องไปแปลงเป็นคูปองส่วนลดเพื่อแลกกล่องรับสัญญาณเฉพาะทีวีดิจิทัล 48 ช่องอย่างเดียว แต่เป็นที่รู้กันโดยทั่วไปตามแผนแม่บทการเปลี่ยนผ่านจากอนาล็อกสู่ดิจิทัลว่าหมายถึงกล่องรับสัญญาณภาคพื้นดิน 48 ช่อง ไม่ใช่กล่องรับสัญญาณจากทีวีดาวเทียมที่ไม่จำกัดจำนวนช่อง หากผู้ประมูลรู้ว่ากสท.จะให้แลกกล่องดาวเทียมได้คง จะไม่มีรายไหนเสนอราคาประมูลสูงขนาดนี้

      แม้ว่ากสท.จะพยายามกำหนดเงื่อนไขให้ช่องเหล่านั้นเป็นแบบ Pay TV แต่โดยความเป็นจริงกฎหมายยังอนุญาตให้ Pay TV มีรายได้จากโฆษณาเฉลี่ยได้ไม่เกิน 5 นาทีต่อชั่วโมงหรือไม่เกิน 6 นาทีต่อชั่วโมงในช่วงไพร์มไทม์ แค่นี้ก็ถือว่าเป็นการเปิดโอกาสให้เกิดคู่แข่ง"ช่องทีวีดาวเทียม"อีกไม่จำกัดมาแย่ง"งบโฆษณา"ที่ยังไม่รู้ว่าจะขยายตัวมากแค่ไหน 

      ในมุมมองของเจ้าของช่องทีวีดิจิทัลส่วนใหญ่ที่ไม่มีธุรกิจขายกล่องรับสัญญาณทีวีดาวเทียมอยู่เดิม เริ่มมองเห็นหายนะรออยู่ข้างหน้าที่ไม่ใช่แข่งกัน 24 ช่องแต่จะกลายเป็นอีก 200 ช่องที่ไม่มีภาระประมูลมาแข่งกับ 24 ช่องที่แบกภาระประมูล หากกสท.ยืนยันมติคูปองส่วนลด แลกกล่องทีวีดาวเทียมได้ด้วย

      เปรียบเทียบง่ายๆ ระหว่างการประมูลทีวีดิจิทัลกับการจัดสรรที่ดินแปลงงามๆ กสท.ประกาศจูงใจให้ผู้สนใจเข้ามาประมูล"ที่ดิน"จำนวน 24 แปลงจาก 48 แปลง ด้วยการบอกว่าจะนำเงินบางส่วนจากการประมูลของเอกชนไปสร้างถนนและสาธารณูปโภคเพื่อให้เป็นประโยชน์กับที่ดิน แปลงสาธารณะ 12 แปลงและแปลงของชุมชน 12 แปลง พร้อมทั้งล้อมรั้วอย่างดีให้มีแค่ 48 แปลงในอีก 15 ปี

      ส่วนที่ดินนอกรั้วที่มีคนไปจับจองกันสะเปะสะปะไปทั่วบ้านทั่วเมือง เปรียบเทียบกับทีวีดาวเทียมที่มีอยู่ร่วม 200-300 ช่อง ทาง กสท. จะจัดระเบียบให้ทำมาหากินได้น้อยลงเพราะมีการขายเกินเวลา,ขายสินค้าผิดกฎหมาย ควบคุมได้ยากมากจะต้องคุมกำเนิดไม่ให้ขยายตัวไปกว่านี้ รวมทั้งที่ดินแปลงเก่า 6 แปลงหรือฟรีทีวีแบบอนาล็อก 6 ช่องที่จ่ายค่าเช่าให้รัฐน้อยเกินไปจะต้องหมดสิทธิ์การทำมาหากินภายในอีก 5-6 ปีข้างหน้า

       ปรากฏว่าเมื่อประมูลที่ดิน(ทีวีดิจิทัล)เสร็จแล้ว กสท.กลับเห็นดีเห็นงามกับการนำเงินประมูลไปลงทุนทุบรั้วทิ้ง สร้างถนนเพิ่มเติมจากแผนแม่บท เพื่อขยายไปถึงแปลงที่ดินที่มีการจับจองไปแล้วหรือทำให้ช่องทีวีดาวเทียมกว่า 200-300 ช่องได้อานิสงส์หรือประโยชน์จากกล่องรับสัญญาณที่เปิดเงื่อนไขการแลกซื้อกว้างขึ้น แทนที่จะแลกซื้อกล่องภาคพื้นดินที่รับได้แค่ 48 ช่อง แต่กลับเป็นกล่องที่ไม่มีขีดจำกัดใดๆ ในการรับชมได้หลายร้อยช่อง

      แม้ว่ากสท.พยายามจะบอกว่ากำหนดให้รับได้เฉพาะช่องแบบ Pay TV และต้องรับชมแบบความชัดสูงได้( HD ) แต่ในเมื่อกฎหมายกำหนดให้ช่องแบบ Pay TV หารายได้จากโฆษณาได้ด้วยย่อมจะกลายเป็นว่าทีวีดิจิทัล 24 ช่องที่แบกภาระเงินประมูลจะมีคู่แข่งเพิ่มจากเดิมแข่งกันกับ 24 ช่องกันเองกับช่องอนาล็อกอีก 3-4 ช่อง กลายเป็นคู่แข่งขันประเภท Pay TV มาแย่งโฆษณาได้อีก

      กสท.การกำหนดเงื่อนไขให้เรียงช่อง 1-36 ช่องแรกสำหรับกล่องประเภทนี้น่าจะเป็นแค่"กลลวง"หรือ"ขนมล่อ"ให้ 24 ช่องทีวีดิจิทัล คล้อยตามเฉพาะกล่องใหม่เรียง 1-36 ไม่ใช่ 11-46 แต่กล่องเก่าอีก 10 ล้านกล่องยังเรียงช่องจากหมายเลข 11-46 เหมือนเดิมที่ไม่ตรงกับช่องภาคพื้นดิน

       ขอถาม กสท.ว่าทำไมไม่ไปแก้ไขประกาศ กสท.ลงวันที่ 19 ธ.ค. 2556 ที่ไปเปิดช่องให้เจ้าของโครงข่ายหรือจานดาวเทียมไปหาประโยชน์จาก 10 ช่องแรกที่กลายเป็น"รายได้หลัก"จากธุรกิจผลิตและจำหน่ายจานดาวเทียม ซึ่งควรจะมีรายได้หลักจากค่าผลิตจานและค่าติดตั้งจานมากกว่าค่าเบอร์ช่องบนหน้าจาน

      ถ้าหากกสท.ยังแข็งขืนให้ยินยอมนำคูปองไปแลกกล่องดาวเทียม กลุ่มทีวีดิจิทัลน่าจะขอให้กำหนดเงื่อนไขแบบเข้มสุดๆ เช่น ช่อง PayTV จะต้องไม่มีโฆษณา , เจ้าของแพลทฟอร์มจะต้องเป็น"เจ้าของ"ช่อง Pay TV ทุกช่อง , ช่อง Pay TV จากต่างประเทศจะต้องเป็นสัดส่วนไม่เกิน 50 %ของช่องผลิตในประเทศเพื่อเป็นการส่งเสริมการผลิตเนื้อหา ฯลฯ

      ความเห็นของผม หากนอกเหนือจากคูปองกล่องรับสัญญาณภาคพื้นดินแล้ว ยินยอมได้กรณีส่วนลดซื้อโทรทัศน์ที่มีจูนเนอร์รับดิจิทัล และคูปองส่วนลดแลกกล่องรับดิจิทัลสำหรับเคเบิลทีวีท้องถิ่น( DVB-S2 ) เพื่อช่วยทำให้เคเบิลทีวีท้องถิ่นที่ได้รับผลกระทบทางธุรกิจโดยตรงจาก ทีวีดิจิทัล 48 ช่องและการทำตามกฎ Must Carry ที่กสท.ยังไม่ได้ช่วยลดภาระใดๆ จะเป็นแรงจูงใจให้เปลี่ยนโครงข่ายจากสายทองแดงอนาล็อกมา เป็นสายไฟเบอร์รับดิจิทัลได้ในแบบความคมชัดสูง( HD) ด้วย

      มูลค่าคูปองส่วนลดก็เป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนมาก หากกำหนดราคาสูงถึง 1,200 บาทต่อกล่องจะดีกับผู้บริโภคแทบไม่ต้องควักเงิน เพิ่ม แต่จะกลายเป็นการไปกำหนด"ราคาขาย"กล่องในท้องตลาดให้สูงขึ้นเกินไป แต่หากกำหนดมูลค่าเดิม 690 บาทต่อกล่องก็จะกลายเป็นไม่จูงใจผู้บริโภคให้นำไปแลกซื้อกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิทัลที่ต้องเพิ่มเงินอีกไม่น้อยกว่าเท่าตัว

      ศึกคูปองแลกกล่องทีวีดิจิทัลยังเป็นมหากาพย์ใน "อภิมหาสงครามทีวีดิจิทัล" ที่หากดำเนินการล่าช้าไปอีกก็จะกระทบกับฐานคนดูทีวีดิจิทัลที่ถือว่าเริ่มนับหนึ่งใบอนุญาตทีวีดิจิทัลตั้งแต่ 25 เม.ย.แล้ว แต่ฐานผู้ชมยังไม่ชัดเจน

      แต่หากกสท.ดึงดันจะให้แลกกล่องได้มากกว่ากล่องภาคพื้นดิน ย่อมจะทำให้กสท.เกิดความเสี่ยงโดนคดีความทางศาลปกครองได้แล้วผลระยะยาวอาจจะทำให้สัดส่วนของครัวเรือนไทยที่ชมทีวีดิจิทัลจากคลื่นภาคพื้นดินยังคงหยุดอยู่ที่ประมาณ 30 %ที่ปัจจุบันครัวเรือนไทยรับชมโทรทัศน์จากหนวดกุ้ง-ก้างปลาเช่นเดิม หากเป็นเช่นนั้นก็ถือเป็นความล้มเหลวของการเปลี่ยนผ่านจากอนาล็อกไปสู่ดิจิทัลโดยสิ้นเชิง





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< เมษายน 2014 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      



[ Add to my favorite ] [ X ]