• อดิศักดิ์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : adisak@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2006-12-12
  • จำนวนเรื่อง : 396
  • จำนวนผู้ชม : 705904
  • ส่ง msg :
  • โหวต 556 คน
คิดใหม่วันอาทิตย์
วิพากษ์วิจารณ์การเมือง เศรษฐกิจ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/adisak
วันอาทิตย์ ที่ 1 มิถุนายน 2557
Posted by อดิศักดิ์ , ผู้อ่าน : 3632 , 08:34:50 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน

อักษรย่อของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ คสช. แทบจะพ้องกับอักษรย่อของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ กิจการโทรคมนาคม กสทช. ที่มี 2 คณะย่อยคือคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ (กสท.) และคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.)

นับจากนี้เป็นต้นไปบทบาทของ กสทช. ที่เคยดำรงสถานะเป็น "องค์กรอิสระ" ภายใต้รัฐธรรมนูญ ปี 2550 ที่ถูกยกเลิกไปแล้วด้วยคำสั่งของคสช. ส่งผลทำให้ กสทช. ไม่มีสถานะที่ยึดโยงกับรัฐธรรมนูญอีกต่อไปแล้ว ในส่วนของกิจการโทรคมนาคมคงไม่ค่อยมีปัญหาในการใช้อำนาจของ กทค. เองที่ได้รับผลกระทบจากการรัฐประหารครั้งนี้น้อยกว่ากิจการสายบรอดแคสติ้ง

กิจการวิทยุกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์เป็นกิจการที่เสมือนถูก "สึนามิ" จากรัฐประหารให้ต้องกลับมา "จัดระเบียบใหม่" ภายใต้อำนาจของ คสช. ที่ในปัจจุบันมีอำนาจเหนือองค์กรอิสระอย่างกสท.อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้ว่ากสท.ยังมีอำนาจภายใต้กฎหมาย 2 ฉบับ คือพระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ พ.ศ.2551 และพระราชบัญบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553

หลังคำประกาศยึดอำนาจการปกครองของ คสช. ในเวลา 16.30 น. วันที่ 22 พ.ค. ทำให้ "สื่อวิทยุ-โทรทัศน์" ในประเทศไทยทุกช่องทุกสถานีทั้งอนาล็อก, ดิจิทัล, ทีวีดาวเทียม และเคเบิ้ลทีวี รวมทั้งสถานีวิทยุชุมชนกลายเป็น "หนึ่งสถานี" ตลอดค่ำคืนวันนั้นห้ามจัดรายการปกติ จนกระทั่งวันรุ่งขึ้น 23 พ.ค. เวลา 18.00 น. คสช. ได้อนุญาตให้สถานีโทรทัศน์ฟรีทีวีระบบอนาล็อก 6 สถานี ได้กลับมาจัดรายการปกติ และรายการวิทยุหลายสถานีได้เริ่มกลับเข้ามาสู่รายการปกติ

แต่ช่วงก่อนการยึดอำนาจ 1 วัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ใช้อำนาจตามประกาศกฎอัยการศึก ได้สั่งให้สถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม 14 สถานี และสถานีโทรทัศน์ดิจิทัล 1 สถานี ยุติการออกอากาศเป็นการชั่วคราว

ต่อมาในช่วงสายๆ วันเสาร์ที่ 24 พ.ค. ได้เกิดปรากฏการณ์ "ปล่อยผี" อย่างคาดไม่ถึง หลังประชุมตามคำสั่งเชิญประชุมของ คสช. ได้อนุญาตให้ทีวีดิจิทัล 23 ช่อง (ยกเว้นช่อง Voice TV ที่ยังมีคำสั่งตามกฎอัยการศึกห้ามออกอากาศ), ทีวีดาวเทียมมากกว่า 200 ช่อง (ยกเว้น 14 ช่องตามคำสั่งกฎอัยการศึก) และเคเบิ้ลทีวีระบบบอกรับสมาชิกให้ออกอากาศได้ ก่อนคำสั่งคสช.ออกมาเป็นทางการ แล้วในช่วงบ่ายได้มีคำสั่ง คสช. อย่างเป็นทางการออกมาไม่ได้รวมไปถึงทีวีดาวเทียม

ณ ปัจจุบันคงมีสื่อโทรทัศน์ฟรีทีวีอนาล็อก 6 ช่อง, ทีวีดิจิทัล 23 ช่อง, โทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิก 6-7 ราย ที่ได้รับอนุญาตให้เปิดบริการได้ เช่น ทรูวิชั่ส์, CTH, GMMZ , เจริญเคเบิ้ลทีวี, IPM ฯลฯ

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา จึงกลายเป็นช่วงเวลาแห่งการสับสนอลหม่านอย่างยิ่ง ของผู้ประกอบการโครงข่าย, โทรทัศน์ดาวเทียม, โทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิก ฯลฯ ที่ กสท. ได้เชิญประชุมหลายรอบ เพื่อ "สาง" ปมปัญหาที่ทับซ้อนกันยุ่งเหยิงมายาวนานก่อนการจัดตั้ง กสท. เสียอีก กสท.เองก็รู้ซึ้งถึงปัญหาอยู่แล้วที่ไม่สามารถใช้อำนาจปกติภายใต้กฎหมาย 2 ฉบับ ในการจัดระเบียบใหม่

ผมเห็นด้วยกับการใช้จังหวะนี้ "จัดระเบียบใหม่" ธุรกิจบรอดแคสติ้งส์ให้เข้ารูปเข้ารอยเสียที แต่ไม่เห็นด้วยกับการ "ดองเค็ม" โทรทัศน์ดาวเทียมที่ทุกรายมีใบอนุญาตจาก กสท. เพราะส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการในระดับเอสเอ็มอีที่กำลังเดือดร้อนแสนสาหัสทางการเงิน จากการห้ามออกอากาศ เพราะตามความเป็นจริงแล้วคำสั่ง คสช. ไม่ได้สั่งให้ระงับการออกอากาศทีวีดาวเทียมทั้งหมด

แต่สำหรับทีวีดาวเทียมส่วนใหญ่ (ยกเว้น 14 ช่องที่ถูกสั่งปิด) ให้งดการจัดรายการปกติ แล้วเชื่อมรายการกับแม่ข่ายคือ ททบ. 5 ที่ปัจจุบันได้ออกอากาศรายการปกติแล้ว ยกเว้นในบางช่วงมีรายการพิเศษจาก คสช. ที่ให้สถานีโทรทัศน์ทุกแห่งเชื่อมสัญญาณออกอากาศ ในปัจจุบันผังรายการช่อง 5 ส่วนใหญ่เป็นรายการปกติไปแล้ว แต่หน้าจอของทีวีดาวเทียมทั้งหมดยังเป็นโลโก้ของ 5 เหล่าทัพที่รวมกันเป็นคณะรักษาความสงบเรียบร้อย

ผู้ประกอบการทีวีดาวเทียมค่อนข้างสับสนงงงวยมากๆ ว่าพวกเขาทำผิดอะไรบ้าง ทำไม กสท. จะต้องเร่งรีบบังคับให้ "โทรทัศน์ดาวเทียม" ทุกรายที่เป็นบริการแบบ Free to Air ให้กลายเป็น Pay TV ด้วยการกำหนดเงื่อนไขให้ยินยอมเปลี่ยนสถานะใบอนุญาตใหม่จากฟรีทูแอร์ที่ตามประกาศยังไม่ได้กำหนดจำนวนนาทีโฆษณาต่อชั่วโมง ให้เป็นแบบบอกรับสมาชิกที่กำหนดจำนวนนาทีโฆษณาได้สูงสุดไม่เกิน 6 นาทีต่อชั่วโมง

ทำไม กสท. ไม่ใช้เกณฑ์ความประพฤติที่ กสท. เคยแจ้งทุกครั้งในการออกใบอนุญาตชั่วคราว ว่าถ้าหากผู้ประกอบการโทรทัศน์ดาวเทียมไม่เคยถูกร้องเรียนใดๆ จะได้รับการต่อใบอนุญาตโดยทันที แล้วลงโทษช่องทีวีดาวเทียมที่มีเรื่องร้องเรียน ทั้งเรื่องโฆษณาเกินจริงอาหารเสริม, ไสยศาสตร์,ปลุกระดมทางการเมือง ฯลฯ

อยากให้ใช้จังหวะนี้แยก "ปลาเน่า" ออกจากข้อง เพื่อไม่ให้กลับมาออกอากาศได้อีกต่อไป แต่สถานีที่เป็นประเภท "ปลาดี" ที่มีความตั้งใจในการประกอบธุรกิจนี้ และยินยอมปฏิบัติตามเงื่อนไขของ กสท. มาโดยตลอด กลับต้องถูกลงโทษไปด้วยเป็นการปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม

กรณี "วิทยุชุมชน" กว่า 6,000 สถานี ที่ถูกสั่งให้ยุติการออกอากาศไปด้วย คงไม่มีใครติดใจสงสัยมากนัก เพราะส่วนใหญ่มีความประพฤติประเภท "เหลือขอ" จริงๆ สังคมส่ายหน้าต่อการเกิดขึ้นของวิทยุชุมชนส่วนใหญ่ที่ไม่ใช่ "วิทยุชุมชน" ตามนิยามเดิมหรือตามเจตนารมณ์เดิมของรัฐธรรมนูญ ปี 2550 ที่ให้คลื่นความถี่เป็นของภาคประชาชน 20%

กสท.ยังควรจะยึดถือพระราชบัญญัติ 2 ฉบับและประกาศต่างๆ ที่ผ่านการประชาพิจารณ์ตามกระบวนการของกฎหมายทุกอย่าง ซึ่งกฎหมายทุกฉบับ และประกาศทุกฉบับยังไม่ได้ถูกยกเลิกโดยคำสั่งของคสช.แต่อย่างใด

มิเช่นนั้นจะกลายเป็นว่า กสท. กำลังฉวยโอกาสใช้อำนาจ "เกินขอบเขต" กฎหมายในการจัดระเบียบกิจการโทรทัศน์ดาวเทียมที่กสท. เองเป็นผู้ให้ใบอนุญาตตามเงื่อนไขตามประกาศทั้งหมด รวมทั้งโทรทัศน์ดาวเทียมที่มีสถานะเป็น "ทีวีการเมือง" หาใช่ "ทีวีธุรกิจ" ที่เคยมีคำเตือนจากหลายฝ่ายไปแล้วว่า กสท. ไม่ควรเร่งรีบให้ใบอนุญาตทีวีการเมืองที่มีปัญหาอยู่แล้ว แบบเดียวกับทีวีดาวเทียมที่ประกอบธุรกิจ

คสช. น่าจะเพียงแค่อยากให้ กสท. จัดระเบียบวิทยุชุมชน และโทรทัศน์ดาวเทียมใหม่ หาวิธีป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาเช่นในอดีตที่มี "ทีวีการเมือง" และ "วิทยุชุมชน" ไม่ว่าฝ่ายไหนที่ปลุกระดมให้เกิดความขัดแย้งในสังคม แต่คงไม่ใช่ให้ "เหมาเข่ง" ไปเปลี่ยนใบอนุญาตประกอบกิจการเป็นเงื่อนไขการเปิดใหม่ที่ไม่เกี่ยวกับคำสั่ง คสช. เลย จนกระทั่งกลายเป็นกระทบธุรกิจโทรทัศน์ดาวเทียมทั้งหมดที่มีห่วงโซ่ทางธุรกิจไปอีกยาวไกล

ลองคำนวณง่ายๆ สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมแต่ละแห่ง น่าจะมีบุคลากรประจำเฉลี่ยอย่างน้อยประมาณ 50 คน กรณีโทรทัศน์ดาวเทียม 250 สถานีๆ ละ 50 คน รวมเป็นแรงงานที่กำลังเดือดร้อนประมาณ 12,500 คน จู่ๆ คนเหล่านี้จะกลายเป็นคนว่างงานและอาจจะตกงานในเร็ววันนี้ หากกระบวนการพิจารณาอนุญาตให้ออกอากาศใหม่ยังเบี่ยงเบนไปจากเจตนาของ คสช. ที่ให้ยุติรายการปกติไว้เป็นการชั่วคราว

แต่ละสถานียังมีผู้เช่าเวลาผลิตรายการให้อีกอย่างน้อยสถานีละประมาณ 10-20 ราย ที่จำเป็นต้องใช้สื่อโทรทัศน์ดาวเทียมในการประกอบกิจการค้าขายแบบผู้ประกอบการรายเล็กๆ ที่มีขีดความสามารถจ่ายค่าโฆษณาในอัตราต่ำกว่าฟรีทีวี 100 เท่า ผู้ประกอบการธุรกิจรายเล็กๆ เหล่านี้ได้มีโอกาสใช้สื่อโฆษณาโทรทัศน์ เพื่อเข้าถึงคนดูในกลุ่มจานดาวเทียมกว่า 12-13 ล้านครัวเรือน กลายเป็นหมดโอกาสไปโดยสิ้่นเชิงมาเกินกว่า 10 วันแล้ว

ชะตากรรมของพวกเขาที่อยู่ในแวดวงโทรทัศน์ดาวเทียม ที่รวมกันไม่น่าจะน้อยกว่า 20,000 ครอบครัว กำลัง "ล่อแหลม" มากๆ ในภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัว ช่องทางโทรทัศน์ดาวเทียมที่พวกเขาอาศัยทำมาหากินถูกปิดลงเป็นการชั่วคราว แล้วอนุญาตให้เปิดใหม่อย่างมีเงื่อนไขที่สมเหตุสมผล คงไม่มีใครขัดข้อง เพราะทุกสถานีต้องการออกอากาศปกติโดยเร็วที่สุด แต่ กสท. ควรจะบอกให้ชัดเจนกว่านี้เปิดบนเงื่อนไขใดบ้าง




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ครูแดง วันที่ : 02/06/2014 เวลา : 06.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krudang

-หากสื่อส่วนใหญ่ รักษาจรรยาบรรณให้มากกว่าที่ผ่านมา
คงไม่เกิดปัญหาแบบนี้....

ความคิดเห็นที่ 1 TheSuphan ถูกใจสิ่งนี้ (1)
sawaddeethailand วันที่ : 01/06/2014 เวลา : 20.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sawaddeethailand

ก่อนที่จะเรียกร้องควรปรับปรุงมาตรฐานของตัวเองก่อน

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มิถุนายน 2014 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          



[ Add to my favorite ] [ X ]