• อดิศักดิ์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : adisak@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2006-12-12
  • จำนวนเรื่อง : 396
  • จำนวนผู้ชม : 682139
  • ส่ง msg :
  • โหวต 556 คน
คิดใหม่วันอาทิตย์
วิพากษ์วิจารณ์การเมือง เศรษฐกิจ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/adisak
วันอาทิตย์ ที่ 13 กรกฎาคม 2557
Posted by อดิศักดิ์ , ผู้อ่าน : 2575 , 09:57:54 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

กระบวนการประชาพิจารณ์คูปองทีวีดิจิทัล 4 ภาคจบลงไปแล้ว แต่ยังมีหลายๆ ประเด็นค้างคาจนอาจจะทำให้เกิด "ความเข้าใจผิด" ในข้อเท็จจริงว่า การแลกกล่องทีวีดาวเทียม ทำให้การเปลี่ยนผ่านจากทีวีอนาล็อก สู่ทีวีดิจิทัลเกิดขึ้นได้รวดเร็วกว่า และสามารถเพิ่มคนดูหรือ Eyeball ทีวีดิจิทัลได้มากกว่ากล่องทีวีดิจิทัลภาคพื้นดิน

ประเด็นของผู้เข้าร่วมประชาพิจารณ์พูดสนับสนุนการแจกคูปองเพื่อแลกซื้อกล่องทีวีดาวเทียม มักจะบอกว่าสัญญาณดาวเทียมไทยคมครอบคลุมไปทั่วประเทศ ครัวเรือนไทยติดตั้งจานดาวเทียมมากกว่า 70% แล้ว ทำให้ทุกพื้นที่สามารถรับชมทีวีดิจิทัล 36 ช่องได้ทันที จึงควรจะให้คูปองส่วนลดไปแลกซื้อกล่องทีวีดาวเทียมได้ เพื่อให้จำนวนคนดูทีวีดิจิทัลเพิ่มขึ้น

ข้อมูลอ้างอิง : ครัวเรือนไทยที่ติดตั้งจานดาวเทียมเพื่อรับช่องทีวีดาวเทียมแบบฟรีทูแอร์ น่าจะอยู่ที่ 50% ไม่ใช่ 70% ซึ่งปัจจุบันคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ กิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ให้เข้ารหัสหรือ Biss Key ทั้งหมด แต่ยังมีข้อสงสัยเรื่องจำนวน "จานดาวเทียม" แบบ C-Band ที่แต่ละบริษัทมักอ้างจากการขายของตัวเอง เมื่อรวมทั้งหมดทุกรายที่เป็นเจ้าใหญ่ๆ คือ PSI, INFOSAT, THAISAT, IDEASAT, LEOTECH, DYNASAT ฯลฯ น่าจะเกินกว่า 20 ล้านจาน เพราะทุกรายมักพูดอ้างอิงตัวเลขรวมตั้งแต่ขายจานใบแรก โดยไม่ได้หักจานที่มีการเสื่อมสภาพตามอายุการใช้งานออก

ตัวเลขอ้างอิงที่น่าเชื่อถือได้มากที่สุด คือ บริษัทเอซีเนลสันที่มีการสำรวจทุกปีครั้งละ 6 เดือน กลุ่มตัวอย่างประมาณ 6,000 ครัวเรือน แบ่งเป็นพื้นที่กรุงเทพ และปริมณฑล เขตเทศบาล และนอกเขตเทศบาล ตัวเลขล่าสุด 2556 ครัวเรือนไทยรับชมโทรทัศน์ผ่านจานดาวเทียมมีประมาณ 49% คิดเป็นประมาณ 11 ล้านครัวเรือน, เสาอากาศแบบก้างปลา 32% ประมาณ 7.7 ล้านครัวเรือน, เคเบิ้ลทีวีท้องถิ่น 10% ประมาณ 2.5 ล้านสมาชิก และ ทรูวิชั่นส์ 8% ประมาณ 1.9 ล้านสมาชิก เมื่อแบ่งตัวเลขออกเป็นรับแบบจานใหญ่ C-Band ประมาณ 9.38 ล้านจาน แบบจานเล็กหรือจานทึบ KU-Band ประมาณ 2 ล้านจาน

ประเด็นที่เข้าใจผิด : หากแจกคูปองเพื่อแลกกล่องทีวีดาวเทียม จะทำให้ผู้บริโภคสามารถรับชมทีวีดิจิทัลได้เร็วขึ้น กว่าการแจกเฉพาะคูปองกล่องภาคพื้นดิน เพราะสัญญาณดาวเทียมครอบคลุมไป 100% แล้ว แต่โครงข่ายทีวีดิจิทัลเพิ่งขยายไปได้แค่ประมาณ 50%ของครัวเรือน

ข้อเท็จจริง : การแจกคูปองส่วนลด จะกระทำได้เฉพาะพื้นที่การขยายโครงข่ายของทีวีดิจิทัลเท่านั้น โดยแจกไปตามชื่อในทะเบียนบ้านของกระทรวงมหาดไทย ที่อยู่ในรัศมีการออกอากาศของโครงข่ายดิจิทัลภาคพื้นดิน ไม่ได้แจกไปทั่วประเทศ ตั้งแต่เริ่มแรกตามที่มีการเข้าใจผิดๆ

นอกจากนี้แล้ว งบประมาณในการแปลงเป็นคูปองส่วนลดมาจากการจ่ายเงินค่าประมูลของ 24 ช่อง ที่มีกำหนดไว้ 6 ปี อิงกับการขยายโครงข่ายภาคพื้นที่ที่ให้เวลาผู้รับใบอนุญาตให้ขยายสัญญาณให้ครอบคลุม 98% ภายใน 4 ปี กสทช. เพิ่งได้เงินไปงวดแรกจากการประมูลประมาณ 11,000 ล้านบาท เพื่อนำไปแปลงเป็นคูปองสำหรับ 11 ล้านครัวเรือน ที่สัญญาณทีวีดิจิทัลครอบคลุมแล้ว ยังไม่ได้เงินทั้งหมด 50,000 ล้านบาท ทำให้จะต้องทะยอยแจกคูปองเฉพาะกื้นที่โครงข่ายก่อน

การนำคูปองไปแจกนอกเขตสัญญาณโครงข่ายทีวีดิจิทัล จะถือว่าเป็นการทำผิดเงื่อนไขการประมูล ทำให้ไม่ได้ช่วยให้การเปลี่ยนผ่านจากอนาล็อกสู่ดิจิทัล มากกว่าการแจกคูปองทีวีดิจิทัลภาคพื้นดินแต่อย่างใด

ในทางตรงกันข้าม หากแจกคูปองภาคพื้นดินอย่างเดียว จะทำให้ผู้บริโภคได้ประโยชน์มากกว่า และไม่เป็นภาระในการติดตั้งเพื่อรับชมทีวีดิจิทัลเพิ่มเติมในกรณีที่มีจานดาวเทียมสามารถรับชมทีวีดิจิทัลได้อยู่แล้ว เพราะหากผู้บริโภคที่ยังไม่มีจานดาวเทียม แล้วนำคูปองส่วนลดไปแลกซื้อกล่องทีวีดาวเทียมจะมีภาระในการจ้างช่างอีกประมาณ 1,000 บาท มาติดตั้งจานดาวเทียม ซึ่งตามนโยบายของ กสทช. ไม่ต้องการให้ผู้บริโภคต้องมีภาระเพิ่มเติมในการเปลี่ยนผ่าน

กรณีผู้บริโภคมีจานดาวเทียมอยู่แล้ว เมื่อแลกซื้อกล่องทีวีดาวเทียมมาอีกจะไม่ทำให้จำนวนคนดูทีวีดิจิทัลหรือ Eyeball เพิ่มขึ้นแต่อย่างใด มิหนำซ้ำอาจจะถูกแรงโฆษณาของผู้ประกอบการโทรทัศน์ บอกรับสมาชิกที่มีช่องรายการที่น่าสนใจให้นำคูปองไปแลกซื้อมาเพื่อทดแทนกล่องทีวีดาวเทียมแบบฟรีทูแอร์ (เช่น PSI, BIG4) แล้วสมัครเป็นสมาชิกแทนการดูแบบไม่เสียค่าสมาชิก

นอกจากนี้แล้ว ไม่ได้มีหลักประกันตลอดไปว่ากล่องทีวีดาวเทียม หรือกล่องโทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิกจะมีช่องทีวีดิจิทัล 24 ช่องธุรกิจ ไปตลอด เพราะ กสทช. ได้ออกกฎ Must Carry เพื่อบังคับให้ผู้ให้บริการโครงข่าย เช่น กลุ่มผู้ผลิตและจำหน่ายจานดาวเทียม, เคเบิ้ลท้องถิ่น,โทรทัศน์บอกรับสมาชิก ฯลฯ จะต้องนำช่องทีวีดิจิทัล 24 ช่องธุรกิจ กับ 12 ช่อง ทีวีสาธารณะไปเผยแพร่ในหมายเลข 13-46 เพื่อให้ผู้ชมได้รับชมทีวีดิจิทัลผ่านดาวเทียม และเคเบิลด้วยในระหว่างที่โครงข่ายภาคพื้นดินยังไม่ได้ขยายสัญญาณครอบคลุมทั้งประเทศ โดยทันทีจะต้องใช้เวลาประมาณ 3-4 ปี

ในขณะที่ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล 24 ช่อง ยินยอมรับภาระค่าใช้จ่ายการส่งสัญญาณขึ้นดาวเทียมไทยคม เพื่อให้โครงข่ายต่างๆ รับไปเผยแพร่ต่อได้ ซึ่ง กสทช. ได้รับปากว่าจะแบ่งเบาภาระผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล ในระยะเวลา 2-3 ปี ด้วยการให้มีการขอเงินชดเชยจำนวนหนึ่ง จากยอดเงินที่ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลต้องนำส่งในอัตรา 2 + 2% จากรายได้ก่อนหักค่าใช้จ่าย

เมื่อสัญญาณโครงข่ายภาคพื้นดินครอบคลุม 98-99% แล้วก็ไม่มีความจำเป็นจะต้องใช้ประกาศ Must Carry อีกต่อไป เช่นเดียวกับกรณีฟรีทีวีแบบอนาล็อกที่สัญญาณครอบคลุมมากกว่า 95% แทบไม่จำเป็นต้องมีภาระค่าช่องดาวเทียมเลย อนาคตกล่องทีวีดาวเทียมอาจจะไม่มีช่องทีวีดิจิทัลก็ได้ แล้วใครจะรับผิดชอบ?

การแจกกล่องทีวีดาวเทียม สามารถกระทำได้ในกรณีอื่นๆ เฉพาะกรณีๆ เช่น ภายหลังได้มีการตรวจสอบสัญญาณโครงข่ายทีวีดิจิทัลแล้วครอบคลุมไม่ถึง ฯลฯ แต่จะเป็นการแจกหลังจากแจกกล่องภาคพื้นดินกับการทดสอบสัญญาณแล้วเท่านั้น
ผู้บริโภคเข้าใจผิด : ผู้เข้าร่วมประชาพิจารณ์มักบอกว่า ปัจจุบันดูช่องทีวีดิจิทัลผ่านจานดาวเทียมแล้ว ไม่ได้ภาพแบบ HD อยากจะได้กล่องทีวีดาวเทียมรุ่น DVB-S2 ที่รับสัญญาณแบบ HD ได้

ข้อเท็จจริง : ปัจจุบันดาวเทียมไทยคมนำสัญญาณ 24 ช่อง ทีวีดิจิทัลไปอัพลิงก์ส่งในระดับความคมชัดแบบ SD ทั้งหมด แม้ได้กล่องทีวีดาวเทียมรุ่น DVB-S2 ไปก็ไม่สามารถรับช่องทีวีดิจิทัลแบบ HD ได้ ยกเว้นว่า ในอนาคตไทยคมจะอัพเกรดการส่งสัญญาณช่องทีวีดิจิทัลแบบ HD 7 ช่องด้วย แล้วกล่องรุ่นเก่า DVB-S1 จะไม่สามารถรับในระดับความคมชัด HD 1ได้ จำเป็นจะต้องเปลี่ยนเป็นกล่อง DVB-S2 ก่อนที่ในปัจจุบันผู้ผลิตและจำหน่ายจานดาวเทียมก็มีแคมเปญกล่องเก่าแลกกล่องใหม่ในราคาไม่ถึงพันบาทอยู่แล้ว

ผู้บริโภคขาดข้อมูล : ผู้เข้าร่วมประชาพิจารณ์ไม่ค่อยมีใครพูดถึงจำนวนช่องทีวีดิจิทัลบนจานดาวเทียมมีเพียง 36 ช่อง แต่กล่องภาคพื้นดินมี 48 ช่องที่ในอนาคตเมื่อมีช่องทีวีชุมชนจะรับชมได้ด้วย

ข้อเท็จจริง : กสทช. ยังไม่ได้ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนมีความเข้าใจเพียงพอว่า กล่องทีวีดิจิทัลภาคพื้นดินมีคุณสมบัติที่ดีกว่าการรับชมโทรทัศน์ผ่านจานดาวเทียมอย่างไร เช่น ระดับความคมชัดมากกว่าเป็น HD , กล่องทีวีดิจิทัลภาคพื้นดินสามารถบันทึกรายการย้อนหลัง , ไม่มีปัญหาภาวะอากาศหรือฝนตกหลักแล้วรับชมไม่ได้ ฯลฯ

รวมทั้งจำนวนช่องบนกล่องทีวีดิจิทัลภาคพื้นดิน มีมากกว่าจำนวนช่องดิจิทัลบนจานดาวเทียม หากผู้บริโภคไม่ทราบข้อมูลพื้นฐานนี้จะทำให้สำคัญผิดไปได้ เมื่อ กสทช. อนุญาตให้มีทีวีชุมชนจะไม่สามารถรับชมได้อีก 12 ช่อง ที่สร้างปัญหาใหม่ขึ้นมาอีก

กรณีกล่องเคเบิ้ลท้องถิ่น : ผู้ประกอบการเคเบิ้ลท้องถิ่นยังไม่สามารถอธิบายให้สาธารณะได้เข้าใจว่าได้รับภาระ Must Carry เพื่อให้ทีวีดิจิทัล 36 ช่องลงในโครงข่าย แต่ยังไม่สามารถปฏิบัติได้ทุกราย เพราะจำนวนช่องรายการของเคเบิ้ลทีวีในระบบเก่าอนาล็อกมีจำนวนช่องเพียง 60-80 ช่องเท่านั้น หากนำช่องทีวีดิจิทัล 36 ช่อง ไปลงในโครงข่ายจะทำให้ลูกค้าที่เป็นสมาชิกไม่พอใจอย่างแน่นอน เพราะจะเหลือช่องที่ต้องจ่ายเงินค่าสมาชิกไม่มากนัก

กสทช. ควรจะหาทางเยียวยาผู้ประกอบการเคเบิ้ลท้องถิ่น ให้เปลี่ยนโครงข่ายจากสายทองแดงแบบอนาล็อก ไปเป็นไฟเบอร์ออฟฟิคที่ส่งแบบช่องรายการดิจิทัลได้ เพื่อทำให้จำนวนช่องของเคเบิ้ลทีวีท้องถิ่นเพิ่มเป็นประมาณ 150-200 ช่อง ซึ่งจะเป็นหนทางรอดของเคเบิ้ลทีวีท้องถิ่นที่มีความเสี่ยงมากเมื่อทีวีดิจิทัลเกิดขึ้นทั้งหมด 48 ช่อง

ขอร้อง กสทช. อย่าได้เบี่ยงเบนการใช้ "คูปองส่วนลด" จากเงินประมูลทีวีดิจิทัล ไปอุดหนุนให้แลกซื้อกล่องทีวีดาวเทียมหรือกล่องโทรทัศน์บอกรับสมาชิกได้เลย ควรจะยึดถือตามแผนแม่บทเดิมมุ่งให้ประเทศไทยเปลี่ยนผ่านโทรทัศน์อนาล็อก เป็นโทรทัศน์ดิจิทัลให้เป็นระบบโทรทัศน์ให้บริการทั่วไปเป็นสื่อหลักของประเทศ แล้วช่วยทำให้โทรทัศน์บอกรับสมาชิก โทรทัศน์ดาวเทียม โทรทัศน์อินเทอร์เน็ต ฯลฯ เป็นโทรทัศน์ทางเลือก ที่มีกลุ่มเป้าหมายชัดเจนแบบ Segmentation มิเช่นนั้น กสทช. มีความเสี่ยงอย่างยิ่งจะถูกฟ้องจากกลุ่มผู้บริโภค กับผู้ประกอบการไปพร้อมๆ กัน





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กรกฎาคม 2014 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    



[ Add to my favorite ] [ X ]