• อดิศักดิ์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : adisak@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2006-12-12
  • จำนวนเรื่อง : 396
  • จำนวนผู้ชม : 682487
  • ส่ง msg :
  • โหวต 556 คน
คิดใหม่วันอาทิตย์
วิพากษ์วิจารณ์การเมือง เศรษฐกิจ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/adisak
วันอาทิตย์ ที่ 17 สิงหาคม 2557
Posted by อดิศักดิ์ , ผู้อ่าน : 1428 , 10:13:24 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 

แม้มติคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เป็นเอกฉันท์ 10 ต่อ 0 (ไม่เข้าประชุม 1 เสียง) อนุมัติเงื่อนไข"คูปองส่วนลด"มูลค่า 690 บาทให้แลกซื้ออุปกรณ์ได้ 2 อย่างตามเงื่อนไขก่อนการประมูลทีวีดิจิทัล คือส่วนลดเครื่องรับโทรทัศน์ที่มีจูนเนอร์ (iDTV) และส่วนลดซื้อกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิทัลภาคพื้นดิน ( DVB-T2)

แต่มองไปข้างหน้ายังเต็มไปด้วย"ขวากหนาม"ของการเปลี่ยนผ่านระบบโทรทัศน์แบบอนาล็อกไปสู่ระบบดิจิทัล ยังวางระเกะระกะอีกหลายด่านและยาวไกล

บทเรียนในหลายประเทศของการเปลี่ยนผ่านสู่ทีวีดิจิทัล ที่ใช้เวลาเนิ่นนานระหว่าง 5-12 ปี อาจจะเป็น"ภาพหลอน"ที่ทำให้หลายๆ คนพยายามหาหนทางลัดหรือชวนกันแวะข้างทาง

ไม่อดทนมุ่งหน้าสู่หนทางการเปลี่ยนผ่านเพื่อทำให้"ทุกครัวเรือนไทย" มีอุปกรณ์ชนิดใดชนิดหนึ่งที่รับ"คลื่นความถี่ทีวีดิจิทัลภาคพื้นดิน "เพื่อให้เสมือนเป็น"สาธารณูปโภค" พื้นฐานที่รัฐพึงมีให้"ฟรี"กับพลเมืองไทยทุกครัวเรือน

กสทช.พยายาม"สร้างทางลัด"ด้วยกฎ Must Carry เพื่อ"บังคับ"ให้ผู้ได้ใบอนุญาตโครงข่ายทุกโครงข่ายนำช่องทีวีดิจิทัล 36 ช่องไปเผยแพร่เพื่อทำให้คนไทยสามารถ"เข้าถึง"ทีวีดิจิทัลได้ทันทีประมาณ 60-70% เพราะสัดส่วนครัวเรือนไทยติดตั้งจานดาวเทียมประมาณ 50% เคเบิลทีวีท้องถิ่นทั่วประเทศประมาณ 10% และเคเบิลทีวีระดับชาติอย่างทรูวิชั่นส์, CTH, GMM-Z ฯลฯ รวมประมาณ 10 %

แต่ไม่ควร"ทึกทัก"พยายามทำทางลัดให้กลายเป็น"ถนนถาวร"ในการรับชมทีวีดิจิทัลภาคพื้นดิน ด้วยการแจกคูปองส่วนลดเพื่อให้ผู้บริโภคไปซื้อกล่องทีวีดาวเทียม เพราะกฎ Must Carry ควรเป็นกฎชั่วคราวที่มีอายุใช้งานเท่าๆ กับห้วงเวลาการขายโครงข่ายทีวีดิจิทัลให้ครอบคลุมทั่วประเทศที่น่าจะใช้เวลาประมาณ 2-3 ปี

เป้าหมายจำนวนช่องทีวีดิจิทัลที่ทุกครัวเรือนรับชมได้จากคลื่นความถี่ภาคพื้นดินควรจะเป็น 48 ช่องคือช่องธุรกิจ 24 ช่อง,ช่องบริการสาธารณะ 12 ช่องและช่องทีวีชุมชน 12 ช่อง

หาใช่รับชมได้แค่ 36 ช่องที่เป็นการรับสัญญาณได้ผ่านกล่องทีวีดาวเทียม หรือกล่องเคเบิลทีวีที่เสมือนเป็นเพียง"ทีวีดิจิทัลจำแลง" เพราะเท่ากับเป็นการตัดสิทธิ์ของชุมชนในการครอบครองคลื่นความถี่เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชนสาธารณะตามเจตนารมณ์เดิม

เส้นทางการเปลี่ยนผ่านไปสู่ทีวีดิจิทัลอย่างสมบูรณ์แบบ จึงยังเต็มไปด้วย"ขวากหนาม"และ"กับดัก"ที่ไม่มีหนทางอื่น นอกจาก"รวมพลัง" จากทุกภาคส่วนก้าวข้ามขวากหนามในอีกหลายด่านไปให้ได้

ขวากหนามที่หนึ่ง : แผนการประชาสัมพันธ์ทีวีดิจิทัลยัง"เบาบาง"

นับเวลาจากวันนี้ไปถึง 15 กันยายนที่กสทช.ขีดเส้นตัวเองให้เริ่มแจก"คูปองส่วนลด" แลกซื้อกล่องทีวีดิจิทัลน่าจะเป็นเรื่องเร่งด่วนมากๆ ในการทำให้ผู้บริโภคประมาณ 5-6 ล้านครัวเรือนในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล, เชียงใหม่,นครราชสีมาและสงขลาที่โครงข่ายทีวีดิจิทัลครอบคลุมไปถึงแล้ว มีการรับรู้และเข้าใจในระบบทีวีดิจิทัลภาคพื้นดินที่จะสร้างความพึงพอใจมากกว่าระบบโทรทัศน์อื่นๆ เช่น ความคมชัดของภาพที่สูงกว่าปกติหรือ HD , การดูย้อนหลังผ่านระบบบันทึกรายการ ฯลฯ

ช่วงก่อนหน้าประมูลทีวีดิจิทัลกว่า 1 ปีและหลังประมูลทีวีดิจิทัลเสร็จสิ้นมากว่า 7 เดือนแล้ว กสทช.ยังไม่เคยออกแผนประชาสัมพันธ์อย่างเป็นรูปธรรมเพื่อสร้างกระแสตื่นตัวในหมู่ผู้บริโภคให้ใจจดใจจ่อรอคอยการมาถึงของสัญญาณทีวีดิจิทัล แล้วนำคูปองส่วนลดไปแลกซื้อโทรทัศน์หรือกล่อง DVB-T2 แม้ว่าผู้ประกอบการ 24 ช่องที่เสียเงินประมูลไปกว่า 50,000 ล้านบาทได้เสนอแนะหรือขอร้องวิงวอนผ่านในทุกเวทีประชุมไปแล้ว แต่ดูเหมือนกสทช.ยังเลือกดำเนินการเองแต่เพียงลำพัง

ข้อเสนอแนะ : กสทช.ควรจะรวมพลังผู้ที่เกี่ยวข้องมีส่วนได้ส่วนเสีย ในอุตสาหกรรมนี้ผลักดันให้เป็น"วาระแห่งชาติ" ออกมารูปแบบ"ภาคีทีวีดิจิทัลประเทศไทย"เพื่อระดมสมอง,ระดมสรรพกำลังและระดมสื่อทุกรูปแบบเพื่อสร้างกระแสความตื่นตัวในการเปลี่ยนผ่านจากระบบอนาล็อกไปสู่ระบบทีวีดิจิทัลที่เป็นการเปลี่ยนแปลงในรอบ 60 ปี หากเปลี่ยนผ่านได้สำเร็จมากเท่าไหร่ย่อมจะเป็นผลประโยชน์ร่วมของทุกคน

ขวากหนามที่สอง : กระบวนการแจก"คูปองส่วนลด"ที่ยังขาดกลไกและกลยุทธ์

กสทช.ยังอยู่ในอาการมะงุมมะงาหราหลังจาก"ช่วงสุญญากาศ"ที่มีการล็อบบี้-โต้แย้ง จนนำไปสู่การประชาพิจารณ์ แล้วนำไปสู่ข้อยุติในกสท.ชุดใหญ่ ทำให้กลไก"คณะอนุกรรมการจัดทำแผนการปรับเปลี่ยนระบบการรับส่งวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ในระบบดิจิทัล" ที่มีพ.อ.ดร.นที ศุกลรัตน์ ประธานกสท.เป็นประธานอยู่ในอาการ"หยุดชะงัก"ยังไม่มีการประชุมอีกเลย นับจากครั้งที่ 5 เมื่อวันที่ 3 มิถุนายนที่ผ่านมา

ข้อเสนอแนะ : น่าจะมีการปรับปรุงองค์ประกอบคณะอนุกรรมการชุดนี้ให้"เล็กลง" เหลือกรรมการเฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรง เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนในเชิงกลยุทธ์ ควรจะลดกรรมการจากหน่วยราชการที่ไม่เกี่ยวข้องลง

อยากจะขอร้องให้พ.อ.ดร.นทีกลับมาเป็น"คนเดิม"ที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น ในการขับเคลื่อนอุปสรรคต่างๆ เพื่อทำให้ทีวีดิจิทัลเกิดขึ้นเช่นเดียวกับช่วงก่อนการประมูล

อยากให้"อาจารย์น้ำ"มองไปข้างหน้า ทำงานอย่างแข็งขันเช่นเดิมเพื่อให้ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล 24 ช่องและทีวีสาธารณะ 12 ช่องกับทีวีชุมชน 12 ช่องยังมีความหวังกับการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ให้เกิดขึ้นเร็วที่สุดเป็นสถิติโลกดังเช่นที"อาจารย์น้ำ"เคยวางเป้าหมายไว้

ขวากหนามที่สาม : การกำกับและดูแลโครงข่ายให้ครอบคลุมทั่วถึงจริงๆ

หัวใจของกระบวนการเปลี่ยนผ่านจากระบบอนาล็อกไปสู่ดิจิทัล คือการขยายโครงข่ายให้ครอบคลุมอย่างทั่วถึงโดยเร็วที่สุด เปรียบเสมือนการสร้าง"ทางด่วน"ให้ไปถึงทุกครัวเรือนได้เร็วเท่าไหร่จะช่วยทำให้"ผู้บริโภค"มีความกระตือรือร้น ในการรับชมทีวีดิจิทัลทดแทนการรับชมจากระบบอนาล็อกเดิมได้เร็วขึ้นเท่านั้น การยุติออกอากาศระบบอนาล็อกจะเป็นจุดเริ่มต้น ของการเปลี่ยนผ่านไปสู่โทรทัศน์ระบบดิจิทัล ที่มีความคมชัดสูงและสูงขึ้นในระดับ 4K ที่หลายประเทศได้พัฒนาไปถึงขั้นนั้นแล้ว

นับจากการเริ่มให้บริการของโครงข่าย 3 รายคือกองทัพบก,ไทยพีบีเอสและบริษัท อสมท. จำกัด(มหาชน)เมื่อวันที่ 1 เมษายน ยังถือว่าแต่ละโครงข่าย"สอบไม่ผ่าน"สัญญาณยังติดๆ ดับๆ ไม่ครอบคลุมจริงๆ ผู้บริโภคยังบ่นผ่านสื่อต่างๆ แต่ยังไม่เคยเห็นกสทช.มีกลไกในการแก้ไขหรือตอบคำถามผู้บริโภค หรือสั่งให้ผู้ถือใบอนุญาตโครงข่าย 3 รายปรับปรุงประสิทธิภาพการส่งสัญญาณเลย

ข้อเสนอแนะ : กสทช.ควรจะเร่งเปิด"คอลเซนเตอร์"กลางหรือสร้างระบบ Digital Hotline แบบเดียวกับฝั่งโทรคมนาคม ที่รับเรื่องราวร้องทุกข์คุณภาพการให้บริการโทรศัพท์มือถือ 3 G ด้วยการเชื่อมโยงไปถึงผู้ให้บริการโครงข่ายโดยตรง,ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลที่มักเป็น"หน้าด่าน" รับเสียงบ่นจากผู้ชมโดยตรง

นอกจากนี้ควรจะจัด"ทีมเทคนิคเพื่อทดสอบสัญญาณ"ตระเวนสุ่มสำรวจ" ความเข้ม"ของสัญญาณไปตามจุดต่างๆ ที่โครงข่ายทีวีดิจิทัลครอบคลุมไปถึง เพราะผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล 24 ช่องไม่มีทางเลือกอื่นในการใช้บริการเลย ทุกรายอยู่ในภาวะจำยอมไม่มีอำนาจต่อรองใดๆ กับผู้ให้บริการโครงข่ายทีวีดิจิทัล

ขวากหนามที่ห้า : ระบบวัดความนิยมหรือเรทติ้งของช่องทีวีดิจิทัล

ระบบเรทติ้งถือเป็น"ห่วงโซ่สุดท้าย"หรือเสมือนเป็น" Currency "ในการซื้อขายโฆษณา เมื่อเอเยนซี่จะปฏิเสธไม่ซื้อโฆษณามักจะอ้างไม่มีเรทติ้ง ผู้ผลิตรายการไม่มีใครซื้อโฆษณาก็โทษเนลสันว่าไม่น่าเชื่อถือ ใครๆ ก็โทษบริษัท เนลสันว่าผูกขาด,ทำให้รายการดีๆ ไม่มีโอกาสเกิดเพราะไม่มีเรทติ้ง ฯลฯ อนาคตของระบบเรทติ้งของทีวีในประเทศจะเป็นอย่างไร เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ที่สุดจะขอยกยอดไปในสัปดาห์หน้า





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< สิงหาคม 2014 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            



[ Add to my favorite ] [ X ]