• อดิศักดิ์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : adisak@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2006-12-12
  • จำนวนเรื่อง : 396
  • จำนวนผู้ชม : 682463
  • ส่ง msg :
  • โหวต 556 คน
คิดใหม่วันอาทิตย์
วิพากษ์วิจารณ์การเมือง เศรษฐกิจ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/adisak
วันอาทิตย์ ที่ 14 กันยายน 2557
Posted by อดิศักดิ์ , ผู้อ่าน : 7026 , 11:11:44 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน BlueHill , redribbons07 โหวตเรื่องนี้

ผมต้องเปลี่ยนใจขอเขียนถึง"ช่อง 3"อีกครั้ง หลังจากคอลัมน์นี้เมื่อ 31 ส.ค.ได้พูดถึง"เกมวัดใจกสท."ว่าด้วยคำร้องของช่อง 3 ที่ไป"อวดอ้าง"ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติฉบับ 27 ว่าให้การคุ้มครองช่อง 3 อนาล็อกสามารถออกอากาศทางโครงข่ายดาวเทียมและเคเบิลทีวีได้ หลังระยะเวลาการทุเลาให้ออกอากาศได้สิ้นสุดเที่ยงคืนวันที่ 1 ก.ย.และศาลปกครองกลาง"ยกคำร้อง"ของช่อง 3 ให้คุ้มครองระหว่างการฟ้อง


จนกระทั่งพล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมและผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบกต้องออกมาพูดชัดถ้อยชัดคำว่าประกาศคสช.ฉบับที่ 27 ไม่เกี่ยวข้องกับคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์(กสท.)และทีวีดิจิทัล แล้วเกิด"ดราม่า"ภายในกสท.กับช่อง 3 อีกหลายระลอกสั่นสะเทือนไป ทั้งกสท.ซอยสายลมและช่อง 3 อาคารมาลีนนท์


บนหน้าจอช่อง 3 ทุกรายการข่าวตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาดูเหมือนว่า"จงใจ"ใช้วิธีการอธิบายข่าวในรูปแบบที่ไม่แตกต่างจาก"โฆษณาชวนเชื่อ"ในยุคสุดท้ายของอนาล็อก ด้วยการบอกข้อมูล"ไม่ครบถ้วน"และคลาดเคลื่อนอย่างน่าเป็นห่วงอย่างยิ่งต่อหน้าที่และความรับผิดชอบของผู้ได้รับสัมปทานการใช้คลื่นความถี่ 1 ช่องอนาล็อกและใบอนุญาต 3 ช่องดิจิทัล


ช่อง 3 ชักธงรบแบบเต็มอัตราศึก ระดมพิธีกรระดับแนวหน้าของช่อง 3 ดาหน้ากันออกมาเรียกร้องขอความเป็นธรรมกรณีถูกคำสั่ง"จอดำ" และทำข่าวกับทำกราฟฟิกข้อมูลสร้างกระแสเชิงลบกับการขยายโครงข่ายทีวีดิจิทัลเพื่อทำให้เหตุผลของตัวเองชอบธรรมในการไม่ออกคู่ขนาน เนื้อหาทำนองนี้จะปรากฏในแทบทุกช่วงของรายการเรื่องเล่าเช้านี้-สรยุทธ สุทัศนะจินดา, รายการจอโลกเศรษฐกิจ-บัญชา ชุมชัยเวทย์และรายการข่าว 3 มิติ-กิตติ สิงหาปัด


กรณีล่าสุดคือการให้ข้อมูลเรื่องโครงข่ายที่เข้าขั้น"มั่ว"เอาดีใส่ตัว เพื่อทำให้การขยายโครงข่ายดูเป็น"ผู้ร้าย" พิธีกรคนดังทั้ง"สรยุทธ-บัญชา"ใช้ข้อมูลชุดเดียวกันแสดง % ของโครงข่ายทีวีดิจิทัล พูดทำนองว่ากทม.โครงข่ายทำไปได้แค่ 26% และหัวเมือง 3 แห่งไปได้แค่ 2-3 % โดยข้อเท็จจริงตัวเลขเหล่านี้คือเปอร์เซ็นต์ประชากรแต่ละพื้นที่เทียบกับประชากรทั้งหมด ไม่ใช่การขยาย"พื้นที่"โครงข่าย(อ่านกราฟฟิกประกอบ) ช่วงข่าวของช่อง 3 หลายช่วงก็ทำสกู๊ปข่าวให้ชาวบ้านที่ไม่มีความเข้าใจในกฎกติกาอันยุ่งเหยิงของกสท
.เรียกร้องไม่ให้กสท.ออกคำสั่ง"จอดำช่อง 3 " เป็นการทำข่าวแบบ"ด้านเดียว"โดยไม่ได้ให้มีความคิดเห็นหลายๆ ด้าน


รายการข่าวของช่อง 3 ไม่เคยเอ่ย"สักครั้งเดียว"ถึงเสียงก่นด่าชะยันโตช่อง 3 ในโลกออนไลน์บนเว็บบอร์ด pantip.com #ทีวีดิจิทัล ที่มีภาษาดุเดือดเข้าข่าย Hate Speech เป็นส่วนใหญ่ หลังจากเสียงอ้อนวอนให้คู่ขนานไม่ได้รับการตอบสนอง ผิดวิสัยของรายการเล่าข่าวของช่อง 3 ที่ทำเป็นนิสัย หยิบข่าวประเภท"ดราม่า"เรื่องไร้สาระบนเว็บบอร์ด pantip.com มาเล่าแบบเวิ้นเว้อมากๆ อยู่เป็นประจำ

แล้วก่อนสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา"นายใหญ่"ประวิทย์ มาลีนนท์ได้เวลาออกโรงยื่นหนังสืออุทธรณ์ถึง"ฐากรตัณฑสิทธิ์"เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชา ติ(กสทช.)ที่"รับปาก"จะนำเรื่องเข้าที่ประชุมกสทช.ชุดใหญ่ในวันที่ 17 ก.ย.


และไม่มีใครคาดมาก่อนว่า"นายใหญ่ช่อง 3 "คนนี้จะไปปรากฏตัวในงานเสวนาประจำปีของสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ขอนั่งฟังแถวหน้าเผชิญหน้าแบบตรงๆ กับ"สุภิญญา กลางณรงค์" กรรมการกสท.ที่มีบทบาทมากที่สุดในการยืนหยัดให้โครงข่ายยุติการเผยแพร่ช่อง 3 ภายใน 15 วัน


ผมขอให้"ข้อมูลเพิ่มเติม"หรือ"ความจริงอีกด้าน"ที่ช่อง 3 ละเลยในแต่ละประเด็นเพื่อให้"สาธารณชน"ได้ใช้วิจารณญาณว่าระหว่างกสท.กับช่อง 3 ที่เป็นคู่กรณีโดยตรง ใครมีความชอบธรรมมากกว่ากัน


แม้ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล 21 ช่อง (ไม่นับอีก 3 ช่องของช่อง 3) ไม่ใช่คู่กรณีโดยตรงของช่อง 3 แต่จะเป็นผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง หากกสท.ไม่ยึดมั่นในการปฏิบัติหน้าที่และใช้อำนาจอย่างตรงไปตรงมาตามที่ให้คำมั่นและประกาศฉบับต่างๆ


ในช่วง 2-3 สัปดาห์ผ่านมา "นายใหญ่ช่อง3" และ "มือขวานายใหญ่ช่อง3-สุรินทร์ กฤตยาพงศ์พันธ์" ดูเหมือนว่าจะพร้อมใจกันออกมาพูดในแบบที่ไม่ใช่ตัวตนของนักธุรกิจที่เคยพูดจาเรียบร้อยไม่เคย Hate Speech ใส่คนอื่น แต่คราวนี้กลับร่วมกันสร้างวาทกรรมที่เข้าข่าย Hate Speech ทำให้อีกฝ่ายเกิดความรู้สึกเกลียดชัง ผู้คนในแวดวงทีวีดิจิทัลได้ฟังได้อ่านแล้วบอกตรงๆ ว่ามีหลายคนเกิดอารมณ์เดือดดาลมากๆ "ตัวเลขเรทติ้งของทีวีดิจิทัลทั้งหมด รวมกันยังไม่ถึงครึ่งหนึ่งของช่อง 3 "หรือ"ตอนนี้ตัวเลขเรทติ้งก็มีแล้ว ตัว
เลขน่าเกลียดมาก"


คำว่า"น่าเกลียดมาก"เป็นคำดูถูกคนอื่น ทั้งๆที่ทีวีดิจิทัลเพิ่งออกอากาศมาได้ 6-7 เดือน แต่อัตราการเติบโตของส่วนแบ่งคนดูเพิ่มขึ้นมากกว่า 100 %และเรทติ้งช่อง Workpoint กับ ช่อง 8 RS ได้เอาชนะช่อง 5 และ ช่อง 9 กำลังจะจ่อช่อง 3 กับช่อง 7 ที่คงจะทำให้ช่อง 3 เกิดอาการวิตกกังวลว่าอีก 2-3 ปีข้างหน้า เมื่อการแข่งขันบนสนามทีวีดิจิทัลจะเริ่มเท่าเทียมกันมากขึ้นๆ ช่อง 3 ที่เคยแข่งกับช่อง7 ช่องเดียวในช่วง 10 ปีที่ผ่านมายังไม่น่าจะเตรียมความพร้อมในการแข่งขันได้ทัน


"ช่องที่ประมูลดิจิทัลไม่มีสักช่องที่เตรียมบุคลากรไว้ เราไม่ได้เตรียมคน" ลองไปถามผู้บริหารช่องทีวีดิจิทัลจะได้คำตอบยันกลับมาว่าช่อง 3 นั่นแหละเป็นช่องที่ไม่เคยสร้างคนของตัวเอง แต่จะใช้"เงิน"เลือก"ช็อป"คนเก่งๆ จากช่องอื่นๆ เช่น กว้านคนหน้าจอไทยพีบีเอส , ชวนยกทีมข่าวอาชญากรรมกับโต๊ะการเมืองของช่องเนชั่น ฯลฯ


ข้อเรียกร้องล่าสุดของช่อง 3 ที่ใช้เป็น"วาทกรรม"ในทางสาธารณะผ่านหน้าจอช่อง 3 ตลอด 1-2 วันที่ผ่านมาหลังจาก"เสียรังวัด "กับประกาศคสช.ฉบับที่ 27 ที่"สรยุทธ" พูดขึงขังอธิบายเป็นฉากๆ เมื่อเช้าวันที่ 4 ก.ย.ถึง ขั้นยกให้มีสถานะเทียบเท่าพระราชบัญญัติและไม่สามารถใช้กลยุทธ์ฟ้องอาญา"ดักหน้า"การทำหน้าที่กรรมการกสท. 3 คนที่เป็น"เสียงข้างมาก"เพื่อสกัดไม่ให้ลงมติออกหนังสือไปถึงโครงข่ายไม่ให้นำช่อง 3 ไปเผยแพร่ต่อภายใน 15 วัน


1.ขอให้ทบทวนมติบอร์ดกสท.วันที่ 8 ก.ย.ที่มีมติส่งหนังสือถึงผู้ให้บริการโครงข่ายเคเบิลและทีวีดาวเทียมยุติการแพร่ภาพช่อง 3 ระบบอะนาล็อกภายใน 15 วัน


2.ขอให้ทบทวนมติบอร์ดกสท.วันที่ 3 ก.ย.ที่ให้โทรทัศน์ในระบบอนาล็อกหมดความเป็นฟรีทีวีตามประกาศการให้บริการโทรทัศน์ที่เป็นการทั่วไปหรือมัสต์แครี่


3.ขอให้มีมติคุ้มครองและมีมาตรการเยียวยาช่อง 3 ระหว่างที่กสทช.พิจารณาในเรื่องนี้เพื่อให้ช่อง 3 ออกอากาศต่อไปได้จนกว่ามีข้อยุติ


ทั้งสามเรื่องเป็นสิ่งที่ช่อง 3 ควรจะหาทาง"แก้ปัญหา"ให้จบสิ้นแล้วเดินตามกติกาของกสท.และคำสั่งศาลปกครองกลาง ช่อง 3 มีเวลาในระหว่างวันที่ 28 พ.ค.- 1 ก.ย.ครบ 100 วันที่กสท.ให้ทุเลาการบังคับใช้มติ 3 ก.พ.และศาลปกครองกลางได้ออกคำสั่งยกคำร้อง"คุ้มครอง"ของช่อง 3 ไปแล้วเมื่อวันที่ 29 ก.ค.แล้วระหว่างการต่อสู้คดีนี้ขอให้ปฏิบัติตามมติ 3 ก.พ.ไปก่อน


แต่ช่อง 3 กลับไม่ได้"ใส่ใจ"ในการแก้ปัญหาที่ทราบมาล่วงหน้าหลายเดือน แม้ว่าเป็น"สิทธิอันชอบธรรม"ของช่อง 3 ที่ไม่จำเป็นต้องยื่นขอออกอากาศคู่ขนานช่องอนาล็อกกับช่องดิจิทัล แต่หากแผนธุรกิจเป็นเช่นนั้นมาแต่ต้นตามที่ผู้บริหารช่อง 3 ยืนยันว่าจะไม่ออกคู่ขนานก็ควรจะทราบสถานะของฟรีทีวีอนาล็อกที่เหลือแค่"ใบอนุญาตภาคพื้นดิน" ไม่มีสิทธิ์ออกอากาศผ่านโครงข่ายดาวเทียมและเคเบิลทีวี ช่อง 3 ควรจะต้องขอใบอนุญาตเพิ่มเติมไว้ก่อนแล้วทำตามเงื่อนไขลดจำนวนนาทีโฆษณาเหลือ 6 นาทีต่อชั่วโมงใน
ระหว่างการยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลางที่ไม่คุ้มครองชั่วคราวแล้ว


แต่ในอีกด้านช่อง 3 น่าจะกำลังเดินเกม"ต่อรอง"กับกสท.เพื่อขอ"ลดภาระค่าใช้จ่าย"ในการออกอากาศ"คู่ขนาน" เพราะช่อง 3 ได้ยื่นข้อเสนอโดยตรงกับพ.อ.ดร.นที ศุกลรัตน์ ประธานกสท.เสียงข้างน้อยกรณีมติจอดำขอให้กสท.หาทางออกอากาศ"ทั้งช่อง"ในรูปแบบ Realtime Pass Though ห้ามตัดต่อดัดแปลงใดๆ

ข้อเสนอนี้เป็นวิธีการเลี่ยงใช้คำว่า"ช่องทีวีสาธารณะ"ที่เป็นข้อเสนอแรกๆ จะขอใช้ช่องหมายเลข 12 ออกอากาศคู่ขนานช่อง 3 ที่กรรมการกสท."สุภิญญา"ยืนยันว่าทำไม่ได้เพราะช่องทีวีสาธารณะไม่มีโฆษณาและเป็นการเอาเปรียบช่องทีวีดิจิทัลอื่นๆ แม้ว่าจะเลียบๆเคียงมีข้อเสนอแลกเปลี่ยนให้ช่องทีวีดิจิทัลทุกช่องได้รับอนุมัติ"ชะลอการจ่ายเงินประมูล"งวดที่ 2 ไป 1-2 ปีเพื่อไม่ให้ช่องทีวีดิจิทัลคัดค้าน


ภาระของช่อง 3 อนาล็อกกรณีออกอากาศคู่ขนานดิจิทัลน่าจะเป็นตัวเลข 4 %ของรายได้ช่องทีวีดิจิทัลเพราะช่อง 3 อนาล็อกมีภาระจ่ายค่าสัมปทานให้อสมท.ปีละ 250 ล้านบาท ถ้าจะต้องจ่ายอีก 4 %จากรายได้ช่อง 3 ปีละประมาณ 15,000 ล้านบาทจะเป็นภาระเพิ่มอีกประมาณปีละ 600 ล้านบาท


กสทช.ชุดใหญ่จึงไม่ควรจะเข้ามา"แทรกแซง"การใช้อำนาจอย่างเป็นขั้นเป็นตอนของกสท.ที่ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล 24 ช่องรับรู้เหมือนกันและ 2 ช่องอนาล็อกคือช่อง 7 และช่อง 9 ได้ปฏิบัติตามในการออกคู่ขนานไปก่อน โดยช่อง 7 ได้ยื่นหนังสือขอให้กสท.พิจารณายกเว้นการเก็บเงิน 4 %จากรายได้เพื่อเข้ากองทุนวิจัย และพัฒนาสื่อและกองทุน USO ที่เป็นภาระซ้ำซ้อนกับสัมปทานเดิม


ลองไปอ่านตำนานตระกูลมาลีนนท์ว่าด้วยการได้มาของสัมปทานช่อง3 จะเข้าใจดีว่า กว่ารุ่นบุกเบิกจะต้อง"กล้ำกลืน"ทำหลายสิ่งหลายอย่างที่"ไม่ถูกต้อง"และศิโรราบกับ"ผู้มีอำนาจ"ในแต่ละยุค แล้วสมบัติชิ้นสำคัญของหัวหน้าตระกูลคนปัจจุบัน"วิชัย มาลีนนท์"วัย 92 ปี อาจจะเป็นสมบัติชิ้นสุดท้ายที่ดูเหมือนมีคำปะกาสิตว่าลูกหลานจะต้องกอดไว้จนถึงวันที่ 24 มีนาคม 2563 วันสิ้นสุดสัญญาสัมปทานที่ยาวนานร่วมครึ่งศตวรรษ

 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
BlueHill วันที่ : 15/09/2014 เวลา : 10.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

หนักหนาทีี่สุดคือ การให้ข้อมูลบิดเบือนแก่สาธารณชนนี่แหละครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
อ.ไชยแสง วันที่ : 15/09/2014 เวลา : 10.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chaisang
บ้านหวั่งหลี ซัวเถา

คิดแบบคนโง่ ยิ่งออกมาด่า คนทั้งประเทศ ยิ่งเกลียด
สรย้วย เกลียด ช่อง3
ช่อง3 จอดำนาน ช่อง1 เวิร์คพ้อยต์ ช่อง2 RS ยิ่งขายดี
ไม่มีสรย้วยดู ช่องเนชั่น แฟนๆข่าวเช้า เพิ่มมากขึ้นทุกวัน
แค่นี้ก็รู้ว่า ใครโง่ หรือ ใครฉลาดกันแน่ ก็อยากให้
ช่อง3 จอดำไปนาน นาน นาน

ความคิดเห็นที่ 1 TheSuphan ถูกใจสิ่งนี้ (1)
redribbons07 วันที่ : 14/09/2014 เวลา : 11.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/redribbons07

กติกาเปลี่ยนแล้วยังไม่ยอมรับกติกา


พยายามจะเอาเปรียบช่องอื่นๆ ให้ได้ โดยอ้างคน

ชม ซึ่งจริงๆ เมื่อมีปัญหาแบบนี้ หลายๆ คนก็เห็น

ด้วย ให้ช่อง 3 จอดำไปเถอะ

อยากจะดูเหมือนกันว่าคนที่มีหน้าที่ดูแล กติกา

อย่างเช่น กสท.และกสทช.จะทำหน้าที่ของตัวเอง

อย่างไร

เมืองไทยนี่มันพัฒนาไม่ได้ในหลายๆ ด้านก็เพราะ

ระบบอุปถัมภ์นี่แหละมีทุกวงการ โดยเฉพาะที่ผล

ประโยชน์เยอะๆ



.

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กันยายน 2014 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        



[ Add to my favorite ] [ X ]