• อดิศักดิ์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : adisak@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2006-12-12
  • จำนวนเรื่อง : 396
  • จำนวนผู้ชม : 682145
  • ส่ง msg :
  • โหวต 556 คน
คิดใหม่วันอาทิตย์
วิพากษ์วิจารณ์การเมือง เศรษฐกิจ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/adisak
วันอาทิตย์ ที่ 21 กันยายน 2557
Posted by อดิศักดิ์ , ผู้อ่าน : 2060 , 08:40:22 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 4 คน พล.ท.นันทเดช , driftworm และอีก 2 คนโหวตเรื่องนี้


 

พลันคำว่า "เศรษฐกิจดิจิทัล" (Digital Economy) ปรากฏขึ้นในการเดินหน้านโยบายของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาทำให้มองเห็นความสับสนอลหม่านในการกำกับดูแลกิจการวิทยุ โทรทัศน์ โทรคมนาคมแห่งชาติ น่าจะกลายเป็นอุปสรรคใหญ่ของการขับเคลื่อนประเทศไทย ไปสู่เศรษฐกิจใหม่แบบดิจิทัลนำหน้า

ไม่อยากให้เกิดภาวะอาลาดินถูตะเกียงให้ "ยักษ์" พวยพุ่งออกมาเพื่อมา "จัดการ" ความยุ่งเหยิงของอุตสาหกรรมนี้ที่เป็นหนึ่งใน "หัวจักร" ขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล ที่ยังไม่ค่อยขยับไปถึงไหน

ดังเช่นการบิดเป้าหมายประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฉบับที่ 27 ให้เป็นประโยชน์กับตัวเองที่มีฟรีทีวีช่องอลาล็อกบางช่อง ช่างกล้าบอกว่า มีสถานะเสมือนพระราชบัญญัติให้การคุ้มครองฟรีทีวีแบบอนาล็อกภาคพื้นดิน สามารถออกอากาศในระบบโทรทัศน์ ส่งผ่านดาวเทียมได้โดยอัตโนมัติ โดยไม่คำนึงถึงหลักเกณฑ์ประกาศของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรทัศน์แห่งชาติ(กสทช.) ที่พยายามสร้าง "สนามแข่งขันที่เท่าเทียม" (Level Playing Field)

อาจารย์โกศล เพร็ชสุวรรณ แบ่งเศรษฐกิจดิจิทัลไว้ 6-7 ด้าน เช่น ธุรกิจด้านโทรคมนาคม, ธุรกิจด้านวิทยุ โทรทัศน์, ธุรกิจด้านไอที, ธุรกิจด้าน Digital Contentและ ธุรกิจ E-Commerce

เชื่อหรือไม่ว่าประเทศไทยมีการจัดตั้งหน่วยงานราชการ, รัฐวิสาหกิจ, องค์การมหาชนที่มีหน้าที่ และความรับผิดชอบเศรษฐกิจดิจิทัลในทุกๆ ด้านอยู่แล้ว

ลองขานชื่อแล้วจะไม่เชื่อว่าประเทศไทยมีความก้าวหน้าในการจัดตั้งหน่วยงานที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจดิจิทัล เช่น กระทรวงไอซีที, โครงการรัฐบาลอิเล็คทรอนิกส์.เนคเทค, สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (SIPA), สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA), คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) บริษัท ไอเน็ต จำกัด (มหาชน), บริษัท TOT จำกัด(มหาชน), บริษัท CATจำกัด (มหาชน), กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี, พระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ ฯลฯ

แต่ต่างฝ่ายต่างทำงานแยกจากกัน และไม่ขึ้นต่อกันแบบไซโลที่ขอบเขตงานไม่เกี่ยวข้องกัน ทั้งที่เกี่ยวกันอย่างแยกไม่ออก ขอจำกัดวงพูดเฉพาะด้านวิทยุ โทรทัศน์และโทรคมนาคม เพื่อก้าวข้ามปัญหา "ช่อง 3 จอดำ" ที่เป็นเพียงปัญหาเล็กๆ ในช่วงระหว่างการเปลี่ยนผ่านจากฟรีทีวีระบบอนาล็อกไปสู่ฟรีทีวีระบบดิจิทัล

หากมองเช่นนี้อาการดื้อดึงของกลุ่มบริษัทบีอีซีเวิร์ล หรือ ช่อง 3 เป็นเพียงการดิ้นรนครั้งสุดท้ายของกลุ่มธุรกิจที่คุ้นเคยกับธุรกิจอนาล็อก ที่มาจากระบบสัมปทานที่อิงแอบกับระบบอุปถัมภ์อำนาจนิยม

เพียงแค่ระยะเวลาเท่านั้น อีกแค่ 3-4 ปีข้างหน้า ภายในปี 2561 ตามแผนแม่บทกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ได้กำหนดห้วงเวลาสิ้นสุดระบบฟรีทีวีอนาล็อกที่มีอายุมายาวนานกว่าครึ่งศตวรรษ

ภาพของช่อง 3 กับช่อง 7 ที่เคยครอบครองส่วนแบ่ง "คนดู (EYEBALL) รวมกันมากกว่า 70-80% ของคนไทยและกึ่งผูกขาดเงินโฆษณารวมกันมากกว่า 70% ของวงโฆษณาในอุตสาหกรรมโทรทัศน์จะค่อยๆ กลายเป็นอดีตในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า เมื่อสนามการแข่งขันเท่าเทียมกันมากขึ้น การแข่งขันจะไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบกันมากนัก

อุตสาหกรรมโทรทัศน์เป็นอุตสาหกรรมเดียว ที่จะชี้ขาดกันด้วยกรรมการตัดสินที่เป็นคนดูทั้งประเทศ แต่ละช่องทีวีจะได้ส่วนแบ่ง "คนดู-รายได้" มาจากการตัดสินใจของคนดูที่พึงพอใจ "เนื้อหา" ของแต่ละช่องรายการเท่านั้น

"เนื้อหา" จะเป็นดัชนีวัด "เศรษฐกิจดิจิทัล" ในภาควิทยุ-โทรทัศน์ เนื้อหามาจาก "ความคิดสร้างสรรค์" ของทรัพยากรมนุษย์ หรือ Peopleware ที่ยังเป็นปัญหาใหญ่ที่สุด ของการเกิดขึ้นของทีวีดิจิทัลที่มีความไม่พร้อมในทุกๆด้าน

กสทช. ที่เป็นหน่วยงานกำกับและดูแลกิจการวิทยุ โทรทัศน์และโทรคมนาคมที่ทำได้เพียงแค่การก่อสร้าง" โครงสร้างพื้นฐาน" เพื่อเป็น "สื่อ" นำ "ข้อมูล-เนื้อหา" ไปถึงบริโภค ซึ่งยังไม่มีหน่วยงานใดมายกระดับ "เนื้อหา" ให้ได้คุณภาพในระดับสินค้าส่งออก ดังเช่นประเทศเกาหลีใต้ที่ส่งออกคอนเทนท์เป็นสินค้าวัฒนธรรม

ภาคโทรคมนาคม คือ การประมูลใบอนุญาตโทรศัพท์ 3G ที่ได้ผู้เล่นหน้าเดิม 3 ราย กับผู้เล่นเก่าในสายโทรคมนาคมที่ยังอยู่บนโครงข่ายแบบอนาล็อก ไร้ประสิทธิภาพในการสื่อสาร-ส่งผ่านข้อมูลขนาดใหญ่

ภาคโทรทัศน์คือการประมูลใบอนุญาตทีวีดิจิทัล 24 ช่อง ที่ได้ผู้เล่นหน้าใหม่ 14 บริษัท กับผู้เล่นหน้าเก่า 3 บริษัท ที่ยังยักแย่ยักยันกับระบบออกอากาศแบบอนาล็อกที่กำหนดวันสิ้นสุดไว้แล้วในปี 2561 และการวางโครงข่ายทีวีดิจิทัลทั่วประเทศที่มีแผนให้เสร็จสิ้นภายใน 4 ปี

ภาควิทยุกระจายเสียง กำลังอยู่ระหว่างการรอผลการทดลองออกอากาศ "วิทยุดิจิทัล" กับผู้เล่นหน้าเก่าอีกหลายพันสถานีวิทยุ ที่ยังเป็นการใช้คลื่นแบบอนาล็อก เสียงรบกวนตีกันยุ่งเหยิง

กระทรวงไอซีที เคยมีความพยายามจัดสัมมนาระดับชาติ เพื่อระดมสมองผู้ที่เกี่ยวข้องกับกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทีวีดิจิทัล และศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์ และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) ยังเคยจัดทำรายงานผลการศึกษาฉบับสมบูรณ์โครงการศึกษาวิจัยเรื่อง "แนวทางการจัดทำนโยบายการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบโทรทัศน์ดิจิทัลสำหรับประเทศไทย"

แต่ กสทช. ดำรงตนเป็น "องค์กรอิสระ" ที่ไม่ได้ขึ้นต่อกระทรวงไอซีทีมีกฎหมายรองรับเป็นการเฉพาะ ความพยายามของกระทรวงไอซีทีกับเนคเทคทำได้แค่ "จัดสัมมนา" ที่ไม่ได้รับการแยแสจาก กสทช.

กสทช.จึงเป็นหน่วยงาน "หัวหอก" เศรษฐกิจดิจิทัล ในภาควิทยุ โทรทัศน์และโทรคมนาคม ที่ทำหน้าที่แบบเบ็ดเสร็จ คือ เขียนแผน-ทำแผนให้เป็นจริง-กำกับดูแล ความรับผิด-ความรับชอบอยู่ภายใต้หน่วยงานเดียวที่ไม่แน่ใจว่า ขีดความสามารถของบุคลากรในหน่วยงานอิสระแบบนี้จะขับเคลื่อนอุตสาหกรรมนี้ไปได้ถูกทิศถูกทางหรือไม่

แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเรียกร้องให้ กสทช. ไปขึ้นอยู่กับกระทรวงไอซีทีแต่อย่างใด การเกิดขึ้นของกระทรวงไอซีทีในสมัยรัฐบาล "ทักษิณ ชินวัตร" อย่างรีบเร่งขาดการวางแผนอย่างรัดกุม ทำให้กระทรวงไอซีทีมีผลงานหลักไล่จับเว็บโป๊เสียมากกว่าจะทำหน้าที่เป็นหน่วยงานหลักในการวางแผนเชิงยุทธศาสตร์ด้านไอซีทีของประเทศ

จึงเห็นแค่แผนแม่บทของ กสทช. ที่ "เก่ง" ทำให้การเกิดขึ้นของทีวีดิจิทัล 24 ช่อง กับการได้เงินประมูล 50,000 ล้านบาท แต่ไม่ได้ "คิดต่อ" ไปว่าจะนำเงินก้อนใหญ่ขาดนี้ไป "ต่อยอด" ให้ทีวีดิจิทัล 24 ช่อง เอกชน, ทีวีสาธารณะ 12 ช่อง และ ทีวีชุมชนอีก 12 ช่อง ใน 39 พื้นที่ เพื่อทำให้การจัดสรรคลื่นความถี่สาธารณะด้วยการประมูลครั้งนี้ นำไปสู่การใช้ประโยชน์สาธารณะอย่างแท้จริง ทั้งในเชิงข้อมูลข่าวสาร, ความบันเทิง, การศึกษาและสาธารณสุข

ช่วงที่ผ่านมา กสท. ทำได้ดีที่สุด คือ ขอแค่แวะข้างทางหรือเดินเข้าซอย แล้วขอเปลี่ยนกรอบคิดจากการนำเงินประมูลเพื่อแปลงเป็นคูปองแลกกล่องทีวีดิจิทัลภาคพื้นดิน (DVB-T2) ไปสู่กล่องทีวีดาวเทียม (DVB-S2) ที่มีช่องทีวีดิจิทัลตามกฎ Must Carry ที่เป็นเพียงแค่ "ช่องทีวีดิจิทัลจำแลง" บนโครงข่ายดาวเทียม

แล้วทำให้เกิดปัญหาทะเลาะเบาะแว้ง ในแวดวงโทรทัศน์อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน กว่าข้อโต้แย้งที่ไม่ได้แก่นสารใดๆ จะได้ข้อยุติกลับมาเริ่มต้นในจุดเดิมได้ทำร้ายผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลที่แบกภาระเงินประมูลสูงลิ่วนานอีกหลายเดือนกว่าจะเริ่มเดินหน้าได้

ประชาชนชาวไทยแทบไม่รู้เลยว่า "ทีวีดิจิทัล" มีคุณลักษณะพิเศษมากกว่า "ทีวีอนาล็อก" มากแค่ไหน จึงไม่แปลกที่ช่อง 3 ครอบครอง" คลื่นความถี่สาธารณะในแบบอนาล็อกมากว่า 40 ปี สามารถครองใจให้ผู้คนเรียกร้องไม่ให้ "จอดำ" ช่อง 3 ทั้งๆ ที่ไม่เดินตามกติกา หรือเพื่อผลักไสให้รีบๆ เลิกระบบอนาล็อกเสียที ทั้งๆ ที่มีระบบทีวีดิจิทัลเป็นทางเลือกที่มองเห็นภาพชัดๆ แล้วถึง 24 ช่องและกำลังจะมาอีกถึง 24 ช่อง

ทีวีดิจิทัลเหนือกว่าทีวีอนาล็อก คือสามารถทำให้การใช้คลื่นความถี่คุ้มค่ามากขึ้น เช่น เพิ่มช่องรายการจาก 1 คลื่นความถี่ทำได้แค่ 1 ช่องรายการเป็น 4-6 ช่องรายการที่มีความคมชัดมากกว่าปกติแบบ HD

การเกิดขึ้นของระบบทีวีดิจิทัล ทำให้เกิดอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง และอุตสาหกรรมโทรทัศน์รุ่นใหม่ที่มีจอภาพคมชัดในระดับHD และจะก้าวไปสู่ความคมชัดเป็น 4 เท่าของ HD, ระบบอินเตอร์แอคทีฟ, ระบบ E-Commerce, กล่องรับสัญญาณภาคพื้นดินที่มีฟังก์ชั่นใช้งานหลากหลาย ฯลฯ

ทีวีดิจิทัลจึงเป็นเสมือนหัวรถจักรของการสร้าง "เศรษฐกิจดิจิทัล" ที่จะทำให้เกิดอุตสาหกรรมที่เป็นฮาร์ดแวร์และอุตสาหกรรมที่เป็นซอฟต์แวร์ กับธุรกิจบริการด้านเนื้อหาที่สร้างสรรค์ในรูปแบบใหม่ๆ หวังอย่างยิ่งว่ากรอบแนวคิดกระทรวงเศรษฐกิจดิจิทัลที่รัฐบาล "ประยุทธ์ จันทร์โอชา" จะลงมาช่วยกำกับ "หางเสือ" ของ กสทช. ไม่ให้หลงทางไปมากกว่านี้ได้





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
Hiriotappa from mobile วันที่ : 22/09/2014 เวลา : 16.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Hiriotappa

ระดับการศึกษาของคนในประเทศกับประเทศดังๆอย่างญี่ปุ่นหรืออื่นๆนั้นแตกต่างกันมาก ขนาดในญี่ปุ่นใช้เวลานานมาก กับเวลาเพียงไม่กี่ปี ในส่วนของความมั่นใจของต่างชาติคงไม่ใช่เรื่องง่าย เรื่องจอดำก็เช่นกัน ดูเหมือน ทาง กสท และ กสทช จัไม่เห็นค่าชื่อเสียงที่เกิดขึ้นกับคู่ค้าและผลิตรายการจากต่างประเทศเลย อ้างว่าอยากได้ลูกค้าใหม่ ทั้งๆที่จริงๆแล้วลูกค้าใหม่และ อะไรๆแบบดิจิตอล มันก็ต้องพึ่งพาหรือมีส่วนร่วมจากต่างประเทศด้วยเช่นกัน ถ้าจอดำ ใครจะมั่นใจได้ว่าถ้ามาลงทุนกิจการเหล่านี้ในเมืองไทยกับคนไทยหรือกำหนดให้รายการของตัวเองนำออกฉายแล้วจะไม่เกิดปัญหา ความยิ่งใหญ่ ความรวดเร็วแบบดิจิตอล เวลามีปัญหามันก็เป็นไปแบบดิจิตอลเช่นกัน เศรษฐกิจ เป็นส่วนหนึ่งของเศรษฐศาสตร์ เพียงแต่ไม่สนใจเรื่องศาสตร์แต่เอากิจเข้าไปเน้นก็เท่านั้น ลึกๆแล้วเรื่องนี้สำหรับประเทศไทยสิบปีก็ยังไม่พอครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
พล.ท.นันทเดช วันที่ : 21/09/2014 เวลา : 23.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nunrimfar
พลโทนันทเดช เมฆสวัสดิ์

ขอบคุณท่ีให้ความรู้ท่ีชัดเจนครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
driftworm วันที่ : 21/09/2014 เวลา : 15.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

ออกกฎหมายห้ามขายอุปกรณ์ส่งสัญญาณวิทยุกระจายเสียงอนาหล็อก
รวมทั้งหยุดบริการอะหลั่ยซ่อมบำรุงดีมั้ยครับ


ขจัดปัญหาผู้ประกอบการสถานีเล่นเอาเถิดเจ้าล่อ
จะได้ก้วไปข้งหน้าฉับไว

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ni_gul วันที่ : 21/09/2014 เวลา : 09.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc
"ทุกคนก็มีจิตใจที่จะรักกัน ทุกคนมีจิตใจที่จะช่วยกันทำอะไรต่างๆ โดยที่เป็นสิ่งที่เป็นมงคล ไม่ทะเลาะกัน. แค่นี้ก็พอ ขอแค่นี้" พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (๔ ธ.ค. ๒๕๓๗) สาธุ! คนไทยทำได้แล้วค่ะ - สมานมหัศจรรย์ | ๐สมาน มือไทยเทศทั้ง_โลกา, สมาน มิตรใส่ใจพา_ช่วยได้, สมาน แผลใส่ยาทา_ยังชั่ว, สมาน ชาติเสียสละไซร้_เพื่อเกื้อมหัศจรรย์ http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc/2018/07/17/entry-2 

ได้ความรู้ความเข้าใจขึ้นอักโขเลยค่ะ
นี่สิคะ วิสัยทัศน์เพื่อชาติจึงสำคัญ
แล้วชาวบ้านก็ต้องโละโทรทัศน์ระบบเก่าทิ้งอีกแล้วใช่ไหมคะเนี่ย... นี่ละ... ใช่เลย เศรษฐกิจดิจิตัล!

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กันยายน 2014 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        



[ Add to my favorite ] [ X ]