• อดิศักดิ์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : adisak@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2006-12-12
  • จำนวนเรื่อง : 396
  • จำนวนผู้ชม : 705904
  • ส่ง msg :
  • โหวต 556 คน
คิดใหม่วันอาทิตย์
วิพากษ์วิจารณ์การเมือง เศรษฐกิจ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/adisak
วันอาทิตย์ ที่ 12 ตุลาคม 2557
Posted by อดิศักดิ์ , ผู้อ่าน : 2503 , 09:19:42 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ช่วงเสาร์-อาทิตย์นี้(11-12 ต.ค.)ครัวเรือนไทยใน 21 จังหวัดประมาณ 4.6 ล้านบ้านจะมีบุรุษไปรษณีย์ไปเคาะประตูบ้าน มอบ"คูปองทีวีดิจิทัล"มูลค่า 690 บาทให้เพื่อนำไปใช้เป็น"ส่วนลด"ซื้อเครื่องรับโทรทัศน์ที่มีจูนเนอร์ในตัวหรือนำไปแลกซื้อกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิทัลภาคพื้นดิน( DVB T2 )

ถือเป็นอีก"หลักไมล์"ของกระบวนการเปลี่ยนผ่านระบบออกอากาศโทรทัศน์ประเทศไทยที่ใช้คลื่นความถี่ภาคพื้นดินจากระบบอนาล็อกที่มีอยู่ 6 ช่องมานานเกือบ 60 ปีไปสู่ระบบทีวีดิจิทัล 48 ช่อง หลังจากนี้แล้วฐานผู้ชมทีวีดิจิทัลจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วไปทดแทนผู้ชมทีวีระบบอนาล็อกที่ใช้หนวดกุ้งก้างปลาที่นับถอยหลังในอีกดไม่เกินปลายปี 2561 จะยุติการออกอากาศโดยสิ้นเชิง

แม้ผู้ชมทีวีดิจิทัลได้อยู่แล้วผ่านกฎ Must Carry บนจานดาวเทียมและโทรทัศน์บอกรับสมาชิกในระดับชาติกับระดับท้องถิ่นก็ได้สิทธิรับคูปองทีวีดิจิทัล แล้วลองนำไปแลกซื้อกล่องรับสัญญาณ DVB T2 ยี่ห้อไหนได้จะได้รับอรรถรสเพิ่มขึ้นจากการรับชมทีวีดิจิทัลที่มีความคมชัดแตกต่างโดยสิ้นเชิงจากที่ได้รับชมผ่านจานดาวเทียมและเคเบิลทีวี ซึ่งมีความคมชัดในระดับปกติหรือ SD เท่านั้น แม้เป็นช่องที่มีความคมชัดสูงแบบ HD 7 ช่องแต่ทรานสปอนเดอร์ของดาวเทียมไทยคมไม่มีแบนด์วิธเพียงพอรองรับได้

โดยเฉพาะอย่างยิ่งการรับชมผ่านเคเบิลทีวีทั้งระดับชาติอย่างทรูวิชั่นส์ที่วางช่องทีวีดิจิทัลได้ในหมายเลข 13-36 กลับมีความคมชัดในระดับต่ำกว่า SD คุณภาพของภาพย่ำแย่กว่าบนจานดาวเทียมเสียอีก ยิ่งดูช่องทีวีดิจิทัลผ่านเคเบิลท้องถิ่นแล้วจะยิ่งช้ำใจ เพราะเคเบิลทีวีท้องถิ่นส่วนใหญ่ยังเป็นระบบสายทองแดงออกอากาศแบบอนาล็อกที่คุณภาพของภาพต่ำกว่ามาตรฐานเป็นส่วนใหญ่และยังมีน้อยรายมากที่มีขีดความสามารถในการจัดเรียงช่องทีวีดิจิทัลที่หมายเลข 13-36 ตามกฎ Must Carry

มิหนำซ้ำผู้ประกอบการเคเบิลทีวีท้องถิ่นยังไม่สามารถปฏิบัติตามกฎ Must Carry นำช่องทีวีดิจิทัลที่ออกอากาศในปัจจุบัน 24 ช่องลงไปออกอากาศต่อได้ทุกช่อง เท่าที่ตรวจสอบน่าจะปฏิบัติตามกฎ Must Carry นี้ได้ครบถ้วนไม่เกิน 10-20% ของทั้งหมด

เคเบิลทีวีท้องถิ่นส่วนใหญ่ยังมีข้อจำกัดด้านเทคโนโลยีระบบอนาล็อกน่าจะนำช่องทีวีดิจิทัลลงไปในโครงข่ายได้ไม่เกิน 10 ช่องเท่านั้นและส่วนใหญ่เป็นช่องทีวีดาวเทียมเดิมๆ ที่ยกระดับตัวเองเป็นทีวีดิจิทัล เช่น ช่อง Nation TV, Workpoint , RS , MONO ฯลฯ เพราะจำนวนช่องของผู้ประกอบการเคเบิลทีวีท้องถิ่นส่วนใหญ่ไม่น่าจะเกิน 80 ช่องรายการ ถ้านำช่องทีวีดิจิทัลลงไปในโครงข่ายทั้งหมดก็แทบจะไม่เหลือจำนวนช่องอื่นๆ ให้ลูกค้าได้เลือกมากนัก

เมื่อคูปองทีวีดิจิทัลไปถึงบ้านครัวเรือนไทย 4.6 ล้านบ้าน ย่อมหมายความว่าผู้บริโภคมีทางเลือกเพิ่มขึ้นในการรับชมโทรทัศน์จากเดิมมีแค่ 2 ทางเลือก หากต้องการรับชมโทรทัศน์มากกว่า 6 ช่องที่เป็นฟรีทีวีคือติดตั้งจานดาวเทียมที่ไม่เสียค่าบริการรายเดือนหรือเป็นสมาชิกเคเบิลทีวีที่มีค่าสมาชิกเดือนละประมาณ 300-350 บาท

ชาวบ้านไม่ได้รู้เรื่องเทคโนโลยีหรือไม่ได้สนใจว่า"ช่องทีวี"ที่รับชมได้มาจากระบบการออกอากาศแบบไหน แต่เหตุผลหลักในอดีตเลือกรับชมผ่านจานดาวเทียมหรือเคเบิลทีวีท้องถิ่นคือทำให้ช่องฟรีทีวี 6 ช่องรับชมได้ชัดขึ้น

ต่อมาเมื่อเกิดช่องทีวีดาวเทียมมากขึ้นเป็นกว่า 200 ช่อง ชาวบ้านดีใจที่ได้เลือกช่องทีวีมากขึ้น สนองความต้องการหลากหลายมากกว่า 6 ช่องเดิม แม้นักวิชาการจะบอกว่าช่องทีวีดาวเทียมมากกว่า 200 ช่องเป็นขยะเสียเป็นส่วนใหญ่ แต่เหตุใดช่องเพลงลูกทุ่ง,หนังไทย,หนังต่างประเทศ,ช่องข่าวการเมือง,ช่องวาไรตี้ แม้กระทั่งช่องขายตรงขายยาเน้นไสยศาสตร์และเซ็กซ์กลับมีคนชมมากพอสมควร

เมื่อคูปองทีวีดิจิทัลไปถึงบ้าน ย่อมจะทำให้การทำตลาดของเคเบิลทีวีท้องถิ่นยากลำบากขึ้นอย่างแน่นอน ลูกค้าของเคเบิลทีวีท้องถิ่นคงจะชั่งใจเป็นสมาชิกเคเบิลทีวีท้องถิ่นเสียเงินรายเดือน 300-350 บาทต่อไปหรือไม่

ชะตากรรมของเคเบิลท้องถิ่นนับจากนี้เสมือนกำลังอยู่ปากเหวแห่งหายนะ หากผู้ประกอบการเคเบิลทีวีท้องถิ่นไม่รีบปรับตัวไปสู่ระบบดิจิทัลเคเบิลเพิ่มช่องจาก 80 ช่องเป็น 150-160 ช่อง แล้วนำช่องทีวีดิจิทัล 24 ช่องลงไปในโครงข่ายตามกฎ Must Carry เพื่อตอบคำถามสมาชิกที่อยากดูทีวีดิจิทัล 24 ช่องโดยไม่เลิกเป็นสมาชิก

ในระยะ 2-3 ปีที่ผ่านมาน่าจะเป็นห้วงเวลาที่เหมาะสมในการปรับตัวของผู้ประกอบการเคเบิลทีวีท้องถิ่นจากอนาล็อกสู่ดิจิทัล แต่น่าเสียดายที่โครงการ One Network ของบริษัท เคเบิลไทยโฮลดิ้ง จำกัด (CTH) ที่มี"วิชัย ทองแตง-ไทยรัฐ"ถือหุ้นใหญ่ล้มเหลวเกือบทั้งหมด

เท่าที่ประเมินจากสมาคมเคเบิลทีวีแห่งประเทศไทยน่าจะมีผู้ประกอบการเคเบิลทีวีท้องถิ่นเพียงแค่ประมาณ 15% เข้าร่วมกับ CTH หรือมีสมาชิกรวมกันไม่น่าจะเกิน 150,000 สมาชิกจากเป้าหมาย 2.5 ล้านสมาชิกเคเบิลทีวีท้องถิ่นรวมกันประมาณ 300-350 รายที่กำลังดิ้นรนเหลือรอดจากการล้มหายตายจากและถูกควบรวมกิจการไปประมาณ 20% จากผู้ประกอบการเคเบิลทีวีท้องถิ่นที่เดิมมีประมาณ 450-500 รายในช่วงรุ่งเรืองมากสุดในปี 2546-2550

กฎ Must Carry ที่ใช้บังคับกับผู้ถือใบอนุญาตทุกโครงข่ายเป็นภาระมากที่สุดของกลุ่มเคเบิลทีวีท้องถิ่น รองลงมาเป็นกลุ่มเคเบิลทีวีระดับชาติและแทบจะไม่ได้เป็นภาระมากนักกับผู้ประกอบการโครงข่ายทีวีดาวเทียม

คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ (กสท.) จึงควรพิจารณาข้อเรียกร้องของสมาคมเคเบิลทีวีแห่งประเทศไทยที่ได้ยื่นกับ"สุภิญญา กลางณรงค์"ขอลดภาระยกเว้นค่าธรรมเนียม 4 %จากรายได้เป็นเวลา 5 ปีเพื่อให้ผู้ประกอบการเคเบิลทีวีนำเงินยกเงินส่วนนี้ไปลงทุนเปลี่ยนระบบออกอากาศและสายส่งจากระบบอนาล็อกให้เป็นระบบดิจิทัล รองรับกฎ Must Carry ได้ทั้ง 36 ช่อง

สมาคมเคเบิลทีวีแห่งประเทศไทยควรจะชูประเด็นแผนการเปลี่ยนผ่านของเคเบิลทีวีท้องถิ่นจากอนาล็อกสู่ดิจิทัล เช่นเดียวกับการเปลี่ยนผ่านของโทรทัศน์ภาคพื้นดินที่ใช้คลื่นความถี่

เชื่อหรือไม่ว่าแผนแม่บทกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ของกสท.ฉบับ 5 ปีระหว่างปี พ.ศ. 2554-2559 ไม่ได้พูดถึงกิจการเคเบิลทีวีท้องถิ่นหรือเคเบิลทีวีระดับชาติเลย เขียนถึงแค่โทรทัศน์ที่ใช้คลื่นความถี่ภาคพื้นดินจากอนาล็อกสู่ดิจิทัล

โรดแม็บของเคเบิลทีวีท้องถิ่นน่าจะต้องกำหนดอย่างเร่งด่วน 3 ปีที่มองไปแล้วเหลือทางรอดทางเดียวคือเปลี่ยนโครงข่ายระบบอนาล็อกไปเป็นระบบดิจิทัลให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของเคเบิลทีวีท้องถิ่นที่สามารถเข้าถึงรากหญ้าในหัวเมืองต่างๆ ได้มากกว่าโทรทัศน์ในระบบอื่นๆ และการเพิ่มบริการนอกเหนือจากช่องรายการโทรทัศน์ผ่านสายส่ง เช่น บริการอินเทอร์เน็ต, บริการ E-Commerce ฯลฯ

สนับสนุนข้อเสนอของสมาคมเคเบิลทีวีแห่งประเทศไทยให้มีการแก้ไขพระราชบัญญัติประกอบกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 แยกกิจการเคเบิลทีวีท้องถิ่นออกมาเป็นกฎหมายเฉพาะเพื่อให้กิจการนี้มีสถานะในสังคมชัดเจนขึ้น

เพราะจุดแข็งของเคเบิลทีวีท้องถิ่นสามารถผลิตคอนเทนท์"ช่องรายการท้องถิ่น"เพื่อบริการท้องถิ่นได้ ซึ่งทีวีดาวเทียมและทีวีดิจิทัลระดับชาติไม่สามารถทำได้โดยตรง แต่หากไม่ได้ยกเครื่องใหญ่ไปสู่ระบบดิจิทัลเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ย่อมมองไม่เห็นทางรอดของเคเบิลทีวีท้องถิ่นแต่อย่างใด

จึงถือเป็นหน้าที่และภารกิจของกสท.ที่ยังไม่เคยอยู่ในวาระใดๆ ในการเข้าไปช่วยเหลือลดภาระ"หลังแอ่น"ในการประกอบกิจการของเคเบิลทีวีท้องถิ่นเพื่อให้อยู่รอดได้เป็นโทรทัศน์ทางเลือกในชุมชน เช่น ยกเว้นเก็บค่าธรรมเนียม 4% , สนับสนุนทางการเงินเพื่อพัฒนาบุคลากรให้ผลิตเนื้อหาท้องถิ่น , สนับสนุนและส่งเสริมให้เคเบิลทีวีท้องถิ่นเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลโดยเร็วที่สุด,ลดภาระตามประกาศต่างๆ ที่บังคับเคเบิลทีวีท้องถิ่นเกินความจำเป็น ฯลฯ




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ตุลาคม 2014 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  



[ Add to my favorite ] [ X ]