• อดิศักดิ์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : adisak@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2006-12-12
  • จำนวนเรื่อง : 396
  • จำนวนผู้ชม : 682170
  • ส่ง msg :
  • โหวต 556 คน
คิดใหม่วันอาทิตย์
วิพากษ์วิจารณ์การเมือง เศรษฐกิจ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/adisak
วันอาทิตย์ ที่ 7 ธันวาคม 2557
Posted by อดิศักดิ์ , ผู้อ่าน : 1820 , 08:26:17 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน redribbons07 โหวตเรื่องนี้


 

ตามติดแนวทางนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล ของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มาจนถึงปัจจุบัน น่าจะพอเห็นแสงสว่างปลายอุโมงค์ว่า Thailand Road Map to Digital Economyน่าจะเริ่มต้นเดินมาถูกทาง

แต่ยังมีความเป็นห่วงว่าเมื่อถึงทางแยกจะต้องเลือกเดินไปในทิศทางไหนอาจจะหลงทางได้ เช่นเดียวกับการจัดตั้งกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือกระทรวงไอซีทีที่มีผลงานให้สังคมจดจำได้เป็นส่วนใหญ่คือการไล่ปิดเว็บลามกเป็นงานหลัก

เมื่อได้เห็นชื่อรัฐมนตรีไอซีที"พรชัย รุจิประภา" กับทีมที่ปรึกษาคณะทำงานขับเคลื่อน นโยบายเศรษฐกิจดิจิทัลระดับปรมาจารย์ด้านไอซีทีรุ่นดั้งเดิม อันประกอบด้วย ดร.ไพรัช ธัชยพงษ์,ดร.โกศล เพ็ชร์สุวรรณ์,ดร.ทวีศักดิ์ กออนันตกุล,ดร.มนู อรดีดลเชษฐ์และดร.สิทธิชัย โภไคยอุดม ทุกคนล้วนแต่เป็นกูรูด้านไอทีซีของประเทศไทยที่มีอายุเกินกว่า 60 ปีไปจนถึง 70 กว่าปี

ดูจากชื่อชั้นและประสบการณ์ยาวนานของ 5 กูรูไอซีทีของประเทศไทยแล้วไม่ได้เป็นห่วงมากนัก เท่าที่ติดตามงานและความคิดของทุกคนยังมีความมุ่งมั่น (Passion) ผลักดันการยกเครื่องไอซีทีประเทศไทยไม่หยุดหย่อน

หวังว่าอายุจะเป็นเพียงแค่ตัวเลข แต่ละท่านน่าจะนำบทเรียนความสำเร็จ และความล้มเหลวในการผลักดันนโยบาย หรือจัดตั้งหน่วยงานด้านนี้มาร่างโรดแมพ ของนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัลในรัฐบาลชุดนี้ ที่มีโอกาสประสบความสำเร็จมากที่สุด

อาจจะกล่าวได้ว่าเป็น"โอกาสสุดท้าย"ของประเทศไทยในการร่างแผนแม่บทเศรษฐกิจดิจิทัลที่จะนำไปสู่การปฏิบัติได้จริงและถูกทิศถูกทางทันกับการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีและไอทีซีของโลก

ดร.ไพรัชมีบทบาทสำคัญในการผลักดันนโยบายไอซีทีของประเทศไทยและเป็นผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการคนแรกของศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC)

แล้วส่งไม้มาถึงดร.ทวีศักดิ์ที่มาเป็นผู้อำนวยการเนคเทคปี 2553 หน่วยงานนี้น่าจะพอยอมรับได้ว่าเป็นหน่วยงานสำคัญด้านไอทีและคอมพิวเตอร์ที่มีผลงานและไม่ได้ล้าหลัง แต่ยังต้องไขนอตยกระดับให้มีบทบาทมากขึ้นในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล

ดร.โกศลกับดร.สิทธิชัยถือเป็นรุ่นบุกเบิกการก่อตั้งสถาบันเทคโนโลยีเจ้าคุณทหารลาดกระบัง แล้วยังมีบทบาทแข็งขันในการผลักดันแผนแม่บทด้านไอซีทีของประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง

ดร.มนูน่าจะเป็นกูรูคนเดียวที่มาจากภาคธุรกิจเป็นผู้ก่อตั้งบริษัท ดาต้าแมท ประเทศไทย บริษัทด้านคอมพิวเตอร์แรกๆ ของประเทศไทยและอยู่แวดวงการศึกษาด้านไอซีที-ดิจิทัลมาโดยตลอด แล้วเข้ามาผลักดันให้เกิดองค์การอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (SIPA) แล้วนั่งเป็นผู้อำนวยการคนแรก

ขอให้ดร.มนูเรียนรู้บทเรียนการจัดตั้งซิป้าให้เป็นองค์กรมหาชน ที่มีเป้าหมายส่งเสริมการสร้างสรรค์ซอฟต์แวร์ แต่กลับไม่สามารถพูดได้ว่าประสบความสำเร็จ การบริหารงานภายในซิป้าเต็มไปด้วยความขัดแย้งภายในองค์กรและระหว่างผู้อำนวยการกับบอร์ดซิป้ามาโดยตลอด

เท่าที่ทราบวิธีการทำงานของคณะทำงานชุดนี้ในเบื้องต้น นอกเหนือจากพิมพ์เขียวนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัลที่แต่ละคนต่างมีแนวคิดของตัวเองแล้วกำลังนำมาประกอบร่างให้เป็นนโยบายดิจิทัลที่จับต้องทำได้จริงคณะทำงานรุ่นกูรูดั้งเดิมได้โยน"โจทย์เศรษฐกิจดิจิทัล"ไปให้กับกูรูไอที-ดิจิทัลรุ่นใหม่ๆ ที่ล้วนแต่เติบโตมากับการเกิดขึ้นของอินเทอร์เน็ตในช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมา

กูรูไอทีคนรุ่นใหม่เหล่านี้กระตือรือร้นมากๆ พวกเขา"สุมหัว"ระดมสมองกันหลายวงหลายรอบทั้งแบบดั้งเดิมเจอหน้ากัน,คุยผ่านออนไลน์-โซเชียลมีเดีย ฯลฯเพื่อเขียน Road Map นโยบายเศรษฐกิจดิจิทัลให้สอดคล้องกับกระแสโลกที่มีความเร็วในการเปลี่ยนแปลงมาก เช่น คลาวด์คอมพิวเตอร์ , New Media , Social Media , 3Gสู่ 4G , Digital Broadcasting , M-Commerce, E-Money ฯลฯ

ช่วงแรกๆ ยอมรับว่าไม่ค่อยมีความหวังจะเห็นการเกิดขึ้นของนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัลจากรัฐบาลชุดนี้สักเท่าไหร่ เมื่อได้ยินน้ำเสียงและท่าทีแรกๆ ของรัฐมนตรีไอซีทีออกมาในทำนองว่าจะเร่งให้ออกกฎหมายเกี่ยวกับไอทีและดิจิทัล ฝันร้ายแค่พระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ฉบับปัจจุบันก็สร้างปัญหามากกว่าจะแก้ปัญหา

การรวมหน่วยงานที่เกี่ยวกับไอทีและดิจิทัลมาตั้งกระทรวงใหม่ ที่กระทรวงไอซีทีเดิมก็แสนจะเชื่องช้าและล้าหลัง กลัวว่าจะแค่เปลี่ยนชื่อ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เป็นกระทรวงเศรษฐกิจดิจิทัลที่เคยมีประสบการณ์ปฏิรูประบบราชการแบบลวกๆ มาแล้วสมัยรัฐบาลพ.ต.อ.ทักษิณ ชินวัตร แค่เอากรมกองต่างๆ มายุบรวมกันตั้งเป็นกระทรวงใหม่แต่ทุกกรมยังทำงานแยกกัน

การโอนองค์กรอิสระอย่างคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.)ที่เป็นองค์กรอิสระมาสังกัดกระทรวงใหม่ กสทช.จะถอยหลังเข้าคลองไปอยู่ในระบบราชการที่มีขั้นตอนทำงานมากมาย ฯลฯ

แต่ความหวังกลับมาเปล่งประกายวูบวาบขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อได้ฟังแนวทางจากนายกรัฐมนตรีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และรองนายกรัฐมนตรีม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุลไม่ได้เริ่มต้นจากเร่งรวมหน่วยงานเพื่อตั้งกระทรวงใหม่ แต่จะเร่งให้เกิด"นโยบายบรอดแบนด์แห่งชาติ"ไปถึงทุกครัวเรือน, Digital Gatway , National Data Center เพื่อเป็นศูนย์ข้อมูลราชการ-รัฐวิสาหกิจ และการออกกฎหมายใหม่อีกเกือบ 10 ฉบับเพื่อรองรับเศรษฐกิจแบบดิจิทัล ฯลฯ

อย่าไปห่วงเรื่องโครงสร้างกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ว่าจะประกอบด้วยกรมกองหรือหน่วยงานอะไร น่าจะเป็น"เรื่องรอง"ที่ไม่ใช่ความจำเป็นเร่งด่วนในลำดับแรกๆ เพราะกระทรวงไอซีที,องค์กรมหาชน ฯลฯที่อยู่ภายใต้กระทรวงไอซีทีอยู่แล้วและบางองค์กรไม่ได้อยู่ภายใต้กระทรวงไอซีทียังพอประคับประคองทำงานแบบรูทีนไปได้ก่อนสักระยะ กระทรวงไอซีทีใหม่ควรจะทำให้เหลือหน่วยงานน้อยลง ทำทุกอย่างบน"ออนไลน์"ให้มากขึ้น

ยอมเสียเวลารอให้ Master Plan ร่างสุดท้ายของนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัลฉบับกูรูรุ่นปรมาจารย์กับฉบับกูรูรุ่นใหม่เสร็จ แล้วมาผสมผสานกันแล้วค่อยเขียนโครงสร้างใหม่ของกระทรวงนี้ก็ไม่สายเกินไป

อยากให้นายกฯประยุทธ์เร่งทำความเข้าใจให้ทุกคน"เข้าใจตรงกันนะ"ว่านโยบายแห่งชาติว่าด้วยเศรษฐกิจดิจิทัลจะเป็น"วาระแห่งชาติ"ที่มีความสำคัญมากที่สุด สำหรับอนาคตประเทศไทยในอีก 10-20 ปีข้างหน้า มิเช่นนั้นประเทศไทยจะตกขบวนรถไฟสายดิจิทัลที่ทุกประเทศกำลังเร่งเพิ่มความเร็วแบบความเร็วสูง High Speed ไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

แผนแม่บทของนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัลไม่น่าจะจำกัดวงเฉพาะเรื่องหรือเน้น"เศรษฐกิจดิจิทัล"ประเภทพาณิชยอิเล็กทรอนิกส์อย่างเดียว แม้ว่ามูลค่าทางธุรกิจของเศรษฐกิจดิจิทัลจะสูงมากหลักหลายแสนล้านบาทต่อปี

แต่ควรจะมองไปถึงการยกระดับประเทศไทย ให้เป็น"สังคมดิจิทัล"เพราะความเป็นดิจิทัลจะเข้าไปเกี่ยวกับวิถีชีวิตของทุกคนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และยังจะเป็นการเพิ่มมูลค่าของ"คนไทย" หรือทรัพยากรมนุษย์ในยุคโลกดิจิทัลให้แข่งขันกับสังคมโลกได้ เช่น การศึกษาผ่านออนไลน์ , สาธารณสุข , อาชญากรรมทางไซเบอร์ , การจ้างงาน , การประหยัดพลังงาน, การสื่อสารทางสังคม , การเมืองแบบดิจิทัลที่ประชาชนเข้าถึงข้อมูล, ความบันเทิง, ความคิดสร้างสรรค์ ฯลฯ

แก่นกลางหรือหัวใจของการสร้างเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล น่าจะเริ่มต้นการทำให้การเข้าถึงไอซีทีของคนไทยถือเป็นกิจการสาธารณูปโภค เช่นเดียวกับนโยบายกิจการสาธารณูปโภคอื่นๆ ที่รัฐมีหน้าที่จะต้องลงทุนโดยไม่หวังกำไรในเชิงธุรกิจ เพื่อทำให้ทุกคนทุกครัวเรือนได้รับบริการไอซีทีอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม เช่นเดียวกับ การส่งไฟฟ้าให้แสงสว่างตลอด 24 ชั่วโมงถึงทุกบ้าน , บริการน้ำประปาสะอาดต่อท่อไปถึงทุกบ้าน ฯลฯ

จึงอยากจะเห็นประเทศไทยมีโครงข่ายบรอดแบรนด์หรืออินเทอร์เน็ตความเร็วสูง"ทางสาย"ไปถึงทุกบ้านทุกครัวเรือนโดยเร็วที่สุด รัฐบาลนายกฯประยุทธ์ควรจะลงมือทำทันทีก่อนเรื่องอื่นๆ เมื่อเปรียบเทียบการลงทุนสร้างโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงไปถึงทุกบ้านกับความเร่งด่วนในการลงทุนโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงหรือรถไฟฟ้าใต้ดินที่รัฐบาลทุกชุดได้ให้ความสำคัญลำดับต้นๆ

อยากให้จัดลำดับความสำคัญการลงทุนใหม่ เลือกเร่งการลงทุนสร้างโครงข่ายไฟเบอร์ออฟติค เพื่อทำให้กลายเป็นอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ให้ไปถึงทุกบ้านจะทำให้เกิดเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลได้ โดยทันทีมีมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจมากกว่า





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 07/12/2014 เวลา : 09.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

รัฐบาลนี้...ต้องบอกว่าหลายคนไม่ตรงกับงาน
ที่ผมขัดใจที่สุดก็คือกระทรวงศึกษาฯนั่นแหละ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
redribbons07 วันที่ : 07/12/2014 เวลา : 08.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/redribbons07

แก่นกลางหรือหัวใจของการสร้างเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล น่าจะเริ่มต้นการทำให้การเข้าถึงไอซีทีของคนไทยถือเป็นกิจการสาธารณูปโภค เช่นเดียวกับนโยบายกิจการสาธารณูปโภคอื่นๆ ที่รัฐมีหน้าที่จะต้องลงทุนโดยไม่หวังกำไรในเชิงธุรกิจ เพื่อทำให้ทุกคนทุกครัวเรือนได้รับบริการไอซีทีอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม เช่นเดียวกับ การส่งไฟฟ้าให้แสงสว่างตลอด 24 ชั่วโมงถึงทุกบ้าน , บริการน้ำประปาสะอาดต่อท่อไปถึงทุกบ้าน ฯลฯ

จึงอยากจะเห็นประเทศไทยมีโครงข่ายบรอดแบรนด์หรืออินเทอร์เน็ตความเร็วสูง"ทางสาย"ไปถึงทุกบ้านทุกครัวเรือนโดยเร็วที่สุด รัฐบาลนายกฯประยุทธ์ควรจะลงมือทำทันทีก่อนเรื่องอื่นๆ เมื่อเปรียบเทียบการลงทุนสร้างโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงไปถึงทุกบ้านกับความเร่งด่วนในการลงทุนโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงหรือรถไฟฟ้าใต้ดินที่รัฐบาลทุกชุดได้ให้ความสำคัญลำดับต้นๆ

อยากให้จัดลำดับความสำคัญการลงทุนใหม่ เลือกเร่งการลงทุนสร้างโครงข่ายไฟเบอร์ออฟติค เพื่อทำให้กลายเป็นอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ให้ไปถึงทุกบ้านจะทำให้เกิดเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลได้ โดยทันทีมีมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจมากกว่า

...................................................................

เห็นด้วยค่ะ



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ธันวาคม 2014 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      



[ Add to my favorite ] [ X ]