• อดิศักดิ์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : adisak@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2006-12-12
  • จำนวนเรื่อง : 396
  • จำนวนผู้ชม : 682363
  • ส่ง msg :
  • โหวต 556 คน
คิดใหม่วันอาทิตย์
วิพากษ์วิจารณ์การเมือง เศรษฐกิจ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/adisak
วันอาทิตย์ ที่ 15 มีนาคม 2558
Posted by อดิศักดิ์ , ผู้อ่าน : 1738 , 20:13:38 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน


พระราชบัญบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงวิทยุโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 กำหนดภารกิจสำคัญอันดับแรกของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม(กสทช.) คือการจัดทำแผนแม่บทการบริหารคลื่นความถี่ ที่มีแยกย่อยลงไปอีกหลายแผนแม่บททั้งด้านกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์กับกิจการโทรคมนาคม

เนื่องจากคอลัมน์นี้ส่วนใหญ่เน้นเนื้อหากิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ จึงยังขอออกความเห็นเฉพาะการทำงานของคณะกรรมกรรกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์(กสท.) ที่มีแผนแม่บทกิจกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์ฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2555-2559 )ที่มีแผนที่สำคัญที่สุดคือแผนการเปลี่ยนระบบการรับส่งสัญญานวิทยุโทรทัศน์เป็นระบบดิจิทัล ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงในเชิงโครงสร้างของอุตสาหกรรมโทรทัศน์ในทุกมิติที่มีผลกระทบในวงกว้างมากกว่าเรื่องใดๆ

ส่วนการจัดระเบียบวิทยุชุมชน,โทรทัศน์ดาวเทียมและเคเบิลทีวีเป็นการทำงาน“ย้อนหลัง”เพื่อใ่ช้อำนาจตามประกาศกสท.ตีกรอบให้สามารถกำกับและดูแลได้อย่างมีประสิทธิภาพเท่านั้นเอง

กสท.ทำงานได้อย่างเยี่ยมยอด,พอสอบผ่านหรือสอบตก ท่านผู้อ่านลองประเมินด้วยตัวเองคงไม่แตกต่างจากผมมากนัก

“เยี่ยมยอด”คงตัดออกไปได้เลย ผมถือว่าพอสอบผ่านในบางเรื่อง แต่น่าจะสอบตกเป็นส่วนใหญ่เสียมากกว่า เพราะวิทยุชุมชนก็ยังเป็นวิทยุชุมชนที่ได้รับการผ่อนผันเป็นใบอนุญาตชั่วคราว,โทรทัศน์ดาวเทียมก็ยังได้รับใบอนุญาตออกอากาศแบบชั่วคราว 1 ปีและเคเบิลทีวีท้องถิ่นก็เช่นเดียวกัน

“ใบอนุญาตชั่วคราวหรืออายุ 1 ปี”คือรูปแบบการหลีกเลี่ยงการแก้ปัญหาของกสท. ที่ีคงยังไม่รู้จะสางปัญหาเก่าได้อย่างไร โดยในช่วง 2 ปีแรก อำนาจส่วนใหญ่อยู่ในมือของประธานกสท.คือ พ.อ.ดร.นที ศุกลรัตน์ ที่มีพิื้นฐานส่วนใหญ่ตั้งแต่ระดับปริญญาตรีจนถึงปริญญาเอกด้านวิศวกรรมไฟฟ้า

ทำให้แนวทางของประกาศกสท.ต่างๆ กลายเป็นประกาศที่ผ่านการคิดแบบเชิงเทคนิคที่แต่ละประกาศจะเชื่อมร้อยกัน แก้ฉบับนี้ไปกระทบฉบับนั้นพันกันอีรุงตุงนัง มากกว่าวิธีคิดแบบบรอดแคสติ้งที่ควรจะเน้นเชิงเนื้อหาเป็นหลัก เพราะเทคโนโลยี่คือสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปได้ตลอดเวลา แต่เนื้อหาเป็นสิ่งที่อยู่บนดุลยพินิจเสียมากกว่า

เมื่อผ่านมาปีที่ 3 แล้วเกิดรัฐประหารเมื่อวันที่ 22 พ.ค.2557 ทำให้กสท.ได้จังหวะในการจัดระเบียบแบบ“เข้มข้น” กับวิทยุชุมชนที่มีเนื้อหาการเมืองถูกปิด, โทรทัศน์ดาวเทียมถูกเข้ารหัสการรับชมและเคเบิลทีวี ถูกตีตราสังข์ยากจะทำธุรกิจต่อไปได้หากไม่ผ่อนคลายกฏต่างๆลง เช่น กฏ Must Carry ทีวีดิจิทัล 36 ช่องที่ส่วนใหญ่ไม่สามารถทำได้หากยังไม่ได้ลงทุนเปลี่ยนจากโครงข่ายอะนาล็อกสู่ดิจิทัล ฯลฯ

แต่ดูเหมือนไม่ใช่ทางแก้ปัญหาจริงๆในการจัดระเบียบแบบเข้มข้น ที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงทางธุรกิจและเทคโนโลยี่ ท่ี่เปลี่ยนแปลงเร็วมาก กลับยิ่งทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจทั้งสามประเภท กำลังอยู่ในภาวะถดถอยและสุ่มเสี่ยงจะค่อยๆล้มหายตายจากไปเรื่อยๆ

หากจะกล่าวโทษประธานกสท.อย่างเดียวคงไม่ได้ เพราะสาเหตุที่ทำให้เรื่องราวยุ่งเหยิงอุรุงตุงนัง น่าจะมาจากพระราชบัญญัติประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 ที่เป็นกฏหมายหลานของรัฐธรรมนูญปี 2550 ที่ออกมาก่อนพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่พ.ศ.2553 ที่เป็นกฏหมายลูกที่ควรจะออกมาก่อน แต่กลับออกมาหลังกกหมายหลาน

แต่ประธานกสท.พ.อ.ดร.นทีมีส่วนอย่างมากที่ทำให้กระบวนการจัดระเบียบ“ยุ่งเหยิง”มากยิ่งขึ้นจากวิธีคิดแบบ“แผงวงจรไฟฟ้า”ที่เป็นสื่อนำกระแสไฟฟ้าที่ไม่มีความรู้สึกนึกคิดใดๆ แตกต่างจากวิธีคิดแบบ“คลื่นความถี่”ที่เป็นสื่อนำเนื้อหาที่มีอารมณ์ความรู้สึกไปสู่ผู้รับสารที่เป็นมนุษย์

ขอวิจารณ์ตรงๆ ว่าประธานกสท.พ.อ.ดร.นทีอาจจะดูเหมือนว่าพร้อม“รับฟัง” แต่ดูเหมือนไม่ค่อย“ได้ยิน”ความคิดเห็นจากผู้ประกอบการจริงๆ ทำให้ผู้ถือใบอนุญาตมักมีความรู้สึกว่าไม่ต้องไปถือจะดีกว่า เพราะผู้ประกอบการที่เป็นคนดียอมรับกติกาทำถูกต้อง มักจะต้องเพิ่มภาระและกลายเป็นผู้ร้าย มากกว่าผู้ประกอบการที่ดื้อรั้นไม่ยอมถือใบอนุญาต ที่มักได้ยินคำพูดทำนองว่ากสท.ไม่สามารถไปกำกับดูแลได้

ส่วนกรรมการกสท.อีก 4 คนที่มีบทบาทเด่นชัดพอสมควรน่าจะแค่ 3 คนคือดร.ธวัชชัย จิตรภาษนันท์,อาจารย์สุภิญญา กลางณรงค์และพลโทดร.พีระพงษ์ มานะกิจ ส่วนพ.ต.อ.ทวีศักดิ์ งามสง่า แทบจะไม่เคยได้ยินการให้สัมภาษณ์ในงานรับผิดชอบว่าด้านใด

สังคมรับรู้ว่าดร.ธวัชชัยมีความเชี่ยวชาญในเชิงเศรษฐศาสตร์-การเงินเน้นเรื่องการสร้างกติกาให้เกิดการแข่งขันในตลาดเสรี,อาจารย์สุภิญญาชัดเจนตรงไปตรงมาในหลักผลประโยชน์ของผู้บริโภค

ส่วนพลโทดร.พีระพงษ์ที่รับผิดชอบในเชิงเนื้อหา ที่บางครั้งอาจจะดูเหมือนออกแนวความมั่นคงตามประสานายทหาร แต่หากได้ลองฟังคำอธิบายขยายความแล้วรับฟังได้ถึงเจตนาดีของพลโทพีระพงษ์ ที่ต้องการใช้ไม้เรียวตีกรอบบทบาทของสื่อไม่ให้“ทำร้ายสังคม” เมื่อสื่อยังไม่สามารถกำกับดูแลตัวเองได้ในเชิงเนื้อหาก็จำเป็นต้องมีกฏเกณฑ์ชัดๆให้เดินก่อน

แต่ความยุ่งเหยิงอลหม่านของวิทยุชุมชน,โทรทัศน์ดาวเทียมและเคเบิลทีวีท้องถิ่นก็ยังไม่เท่ากับ“อนาคตอันยุ่งเหยิง”ของการเปลี่ยนระบบการรับส่งสัญญาณวิทยุโทรท้ัศน์เป็นระบบดิจิทัลที่ผ่านมาได้ 1 ปี 3 เดือน หลังการประมูลทีวีดิจิทัล 24 ช่องเมื่อวันที่ 27-28 ธ.ค. 2556

ผมขอพูดแทนผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล 17 บริษัท 24 ช่องที่ใช้เงินประมูลรวมกันกว่า 50,000 ล้านบาทว่าส่วนใหญ่เต็มไปด้วยความหวาดหวั่นในอนาคตอันคลุมเคลือของทีวีดิจิทัล ว่าจะเดินต่อไปกันยังไงหรือรอวันล้มหายตายจาก ก่อนใบอนุญาตที่เหลืออีก 14 ปี

กสท.ไม่สามารถให้คำตอบใดๆ ได้เต็มปากเต็มคำในเกือบทุกเรื่องว่าจะทำต่อไปหรือไม่ทำแล้ว, จะช่วยเหลือหรือไม่มีทางช่วยเหลือ, จะแก้ไขอุปสรรคหรือ่แก้ไม่ได้แล้ว ฯลฯ

มิหนำซ้ำเวทีของผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลที่กสท. เคยให้มีตัวแทนของ24ช่องอยู่ในคณะอนุกรรมการ จัดทำแผนการปรับเปลี่ยนระบบการรับส่งวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ในระบบดิจิทัลที่มีประธานกสท.พ.อ.ดร.นทีเป็นประธานมีประชุมครั้งที่ 5 เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2557 เป็นครั้งล่าสุดที่ไม่อยากจะให้เป็นครั้งสุดท้าย แต่หลังจากนั้นไม่เคยมีการเรียกประชุมอีกเลย

ทั้งๆที่มีปัญหาเกิดขึ้นมากมายในช่วงเริ่มต้นของการออกอากาศทีวีดิจิทัล 24 ช่องที่เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2557 แล้วหลังจากนั้นไม่เคยมีวันใดไม่มีปัญหากับทีวีดิจิทัลอีกเลย แต่ไม่เคยได้คำตอบจากกสท.แบบชัดๆ กว่าจะได้มาต้องผ่านการแสดง“วิวาทะ”จนเกิดความแตกแยกไปทั่ววงการทีวีดิจิทัลที่ีอยู่ในสภาพเคว้งคว้างหาที่พึ่งจริงๆไม่ได้

โดยเฉพาะอย่างยิ่งบทบาทและหน้าที่ความรับผิดชอบของประธานกสท.พ.อ.ดร.นที ศุกลรัตน์ที่เสมือนเป็นสัญญลักษณ์ของ“มิสเตอร์ทีวีดิจิทัล”ที่มีชื่อบนโลกทวิตเตอร์ @DrNateeDigital ที่เคยให้คมั่ำนสัญญาหลายอย่างที่ทำให้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมโทรทัศน์เชื่อมั่นมากๆ ในการเปลี่ยนผ่านสู่ทีวีดิจิทัล แย่งกันเข้าไปเคาะประมูลด้วยยอดเงินสูงกว่า 50,000 ล้านบาท

แต่หลังประมูลประธานกสท. กลับตัดสินใจทำหลายอย่างที่แตกต่างจากที่สัญญาไว้ หรืออยู่ในอาการอ้ำอึ้งในหลายเรื่องที่ควรจะช่วยเหลือผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลอย่างแข็งขัน จนเกิดคำถามถึงอนาคตของทีวีดิจิทัลว่าอาจจะต้องล้มหายตายจากไปต่อหน้าต่อตาในอีกไม่ช้านี้

อายุของกสทช.ผ่านมามากกว่าครึ่งเทอมแล้ว นับจากพรบ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ ปี 2553 มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2553แล้วสรรหากสทช.มีผลตั้งแต่ต้นเดือนต.ค.2554 มีการเลือกประธานกสทช. และประธานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม และประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ ทำหน้าที่มาเกินกว่าครึ่งเทอมแล้ว

ก่อนจะถูกปรับเปลี่ยนไปอยู่ในโครงสร้างใหม่ของคณะกรรมการเศรษฐกิจดิจิทัล ยังมีเวลาทำงานอีกประมาณ 2 ปี 6 เดือนน่าจะถึงเวลา“ยกเครื่อง”ตำแหน่งต่างๆใหม่ แล้วน่าจะลองให้กรรมการกสทช.ที่ยังไม่เคยทำหน้าที่ประธานกสทช., ประธานกทค.และประธานกสท.ทำหน้าที่“ประธาน”ทั้งชุดใหญ่ชุดเล็กในช่วงที่เหลืออยู่สะสางปัญหาอันยุ่งเหยิงในวงการโทรคมนาคม โดยเฉพาะวิทยุ-โทรทัศน์ยุ่งเหยิงกว่าหลายเท่าเพื่อก้าวเดินต่อไป วัดจากศักดิ์ศรีแล้วกรรมการกสทช. 11 คนมีสถานะเท่ากันจากการสรรหาจากแต่ละช่องทาง





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มีนาคม 2015 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        



[ Add to my favorite ] [ X ]