• อดิศักดิ์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : adisak@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2006-12-12
  • จำนวนเรื่อง : 396
  • จำนวนผู้ชม : 682136
  • ส่ง msg :
  • โหวต 556 คน
คิดใหม่วันอาทิตย์
วิพากษ์วิจารณ์การเมือง เศรษฐกิจ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/adisak
วันอาทิตย์ ที่ 24 พฤษภาคม 2558
Posted by อดิศักดิ์ , ผู้อ่าน : 1645 , 10:02:29 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน สิงห์นอกระบบ , ni_gul โหวตเรื่องนี้

ในที่สุดวิบากกรรมของทีวีดิจิทัลในปีแรกที่หนักหนาสาหัส อันเป็นผลจากการปฏิบัติหน้าที่ "บกพร่อง" ของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์(กสท.)ในหลายๆเรื่อง ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลก็จำต้อง"แบกรับ"หลังแอ่นต่อไป อย่างไม่ค่อยมีความหวังมากนัก ว่าอนาคตของทีวีดิจิทัลจะรุ่งหรือร่วงเมื่อไหร่

ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล 16 ช่องอยู่ในภาวะ"จำยอม"ไปชำระเงินค่าใบอนุญาตงวดที่ 2 เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมารวมเป็นเงินกว่า 6,647 ล้านบาท ยังเหลืออีก 8 ช่องที่คาดว่าทุกช่องจะไปชำระในวันจันทร์ที่ 25 พ.ค.ที่เป็นวันสุดท้าย

โดยมีผู้ประกอบการหลายรายได้ยื่นจดหมาย"ขอสงวนสิทธิ์ในการฟ้องร้อง" เพื่อขอให้ศาลปกครองมีคำสั่งให้กสทช. เยียวยาผลกระทบจากการปฏิบัติหน้าที่"บกพร่อง" ของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.)

ความหวังในการเลื่อนชำระเงินงวดที่ 2 ออกไปอย่างน้อย 1 ปีมลายหายไป เมื่อท่าทีของกสท.เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่แล้วอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย หลังจากกสทช.ได้อนุมัติในหลักการเมื่อวันที่ 28 เม.ย.ให้เลื่อนชำระเงินประมูลงวดที่ 2 ไป 1 ปีแต่ให้ไปจัดทำประชาพิจารณ์โดยเร่งด่วนภายใน 15 วันเพื่อให้เสร็จทันก่อนถึงกำหนดชำระเงินประมูลงวด 2 ภายในวันที่ 25 พ.ค.

ข้ออ้างของกสท.คือมีนักเคลื่อนไหวทางสังคมชื่อ"ศรีสุวรรณ จรรยา"ไปยื่นจดหมายต่อสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน,คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติและสำนักงานอัยการสูงสุดว่ากสท.กระทำความผิดในการเอื้อให้เอกชนได้ประโยชน์ จากการเลื่อนชำระเงินงวดที่ 2 ทำให้กสท.ชะงักทันทีไปยื่นจดหมายสอบถามจาก 3 หน่วยงานอยย่างเร่งด่วน

การตัดสินใจของกสท.ครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความไม่คงเส้นคงวา และไร้หลักการใดๆในการทำงานของกสท. ที่ออกแบบให้เป็นองค์กรอิสระ แต่กลับแน่วแน่ในวิธีการ"ปกป้องตัวเอง" ด้วยการโยนการตัดสินใจที่สำคัญๆ ออกไปจากอำนาจของตัวเองอยู่เป็นประจำ เพื่อจะได้ไม่ต้อง "รับผิดชอบ" ใดๆจากการตัดสินใจร่วมกันของกสท. 5 คน

แต่เรื่องใหญ่ที่สุดกลับหวงไว้ไม่ยอมให้ผู้เกี่ยวข้องมีส่วนร่วม คือกระบวนการเปลี่ยนผ่านจากโทรทัศน์ระบบอนาล็อกสู่ดิจิทัล จนทำให้หลังการประมูลทีวีดิจิทัลผ่านไป 1 ปีได้ทำให้ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล 24 ช่องอยู่ในภาวะบักโกรกกันถ้วนหน้า จนแทบมองไม่เห็นฝั่งว่าจะเผชิญกับโขดหินขวากหนามอะไรอีกกับการเปลี่ยนผ่านที่อยู่ในสภาพทุกลักทุเลอย่างมาก

กสท.ไม่เคย"ยอมรับผิด"ใดๆว่าทั้งหลายทั้งปวงเกิดขึ้นจากการปฏิบัติหน้าที่"บกพร่อง"ของตัวเอง แต่กลับโยนปัญหาออกจากตัวเองหรือหาวิธีการป้องกันตัวเองไม่ให้ถูกกล่าวโทษจากการตัดสินใจ

ศาลปกครองได้กลายเป็นที่พึ่งสุดท้ายของผู้ประกอบการ ที่ไม่ได้รับผลกรรมจากการกระทำของกสทช. ในแทบทุกเรื่องและหลายครั้งกสทช.ในฝั่งบรอดแคสต์"เต็มใจ" ถูกฟ้องเพื่อให้ศาลปกครองมีคำสั่งให้กระทำการในบางเรื่องที่ไม่กล้าตัดสินใจด้วยตัวเอง จึงเป็นเรื่องแปลกประหลาดมหัศจรรย์มากว่าในหลายกรณีกสท. แก้ปัญหาแบบลิงแก้แห แล้วไปต่อไม่ได้ กลับบอกให้ผู้ประกอบการไปฟ้องศาลปกครองเพื่อสั่งให้ดำเนินการจะได้ไม่มีความผิด

ครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน กสท.บอกว่าเห็นใจผู้ถือใบอนุญาตทีวีดิจิทัล ยอมรับบางส่วนว่าเกิดปัญหาจากการกระทำของกสท.เองด้วย อยากจะให้เลื่อนชำระเงินประมูลงวดที่ 2 แต่ทำไม่ได้กลัวจะผิดกฎหมาย แต่ถ้าศาลปกครองสั่งให้เยียวยาแบบไหนพร้อมจะดำเนินการทันที

เพื่อนพ้องในวงการทีวีดิจิทัลได้หารือกันหลายรอบแล้ว เห็นตรงกันว่าศาลปกครองน่าจะเป็นที่พึ่งพาแหล่งสุดท้ายเพื่อให้มีคำพิพากษา"เยียวยา"ผลกระทบจากการกระทำ"บกพร่อง"ของกสท. เช่น คูปองแจกช้าไป 6 เดือน, โครงข่ายไม่ครอบคลุมไม่ได้คุณภาพ , การประชาสัมพันธ์อ่อนมาก, การเรียงหมายเลขเหมือนกันทุกแพลตฟอร์มไม่เกิดขึ้น ฯลฯ

ผมมีความเห็นว่าข้อเรียกร้องเรื่องเดียว ที่จะแก้ไขเยียวยาได้คือขอให้กสท.ปฏิบัติหน้าที่ ให้เป็นไปตามแผนงานการเปลี่ยนผ่านจากระบบอนาล็อกสู่ดิจิทัลอย่างเคร่งครัด

สำคัญที่สุดคือกสท.จะต้องยึดมั่นในแผนเปลี่ยนผ่าน เพื่อนำไปสู่การยุติออกอากาศระบบอนาล็อกสิ้นปี 2561 ให้ทุกครัวเรือน 100% สามารถรับชมทีวีดิจิทัลจากอุปกรณ์กล่องรับสัญญาณ หรือโทรทัศน์ที่มีจูนเนอร์รับทีวีดิจิทัล ไม่ใช่หลอกๆกันว่ารับชมทีวีดิจิทัลผ่านจานดาวเทียมและเคเบิลทีวีได้ตามกฎ Must Carry

แผนแม่บทการเปลี่ยนผ่านจากระบบอนาล็อกสู่ดิจิทัล เริ่มต้นใช้ ปี 2555-2559 ผ่านมาแล้วประมาณ 3 ปี ตามแผนแม่บทในปี 2558 จะต้องกำหนดแผนเปลี่ยนผ่านยุติระบบอนาล็อกให้มีความชัดเจนว่าวันไหน เพื่อให้เป็น"วาระแห่งชาติ"ในการนับถอยหลังสิ้นสุดระบบอนาล็อก ( Analog Switch-off)ที่ไม่ใช่ภารกิจของกสท.องค์กรเดียว

ข้อตกลงร่วมของสถานีโทรทัศน์ของรัฐคือช่อง 5, ช่อง 9 , ช่อง 11 และไทยพีบีเอส รวมทั้งช่อง 7 ที่เป็นคู่สัมปทานช่อง 5 จะพร้อมใจกันยุติการออกอากาศในระบบอะนาล็อกภายในสิ้นปี 2561 แต่ยังเหลือช่อง 3 ที่เป็นคู่สัญญาสัมปทานกับอสมท.จะสิ้นสุดสัญญาที่ต่ออายุอีก 10 ปีในวันที่ 24 มี.ค. 2563 รวมเวลาช่อง 3 ได้สัมปทานไปร่วมครึ่งศตวรรษหรือ 50 ปี ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะร่นอายุสัญญาให้สิ้นสุดพร้อมกันภายในปี 2561 หรือไม่

แผนแม่บทมีตัวชี้วัดว่าภายในปี 2560 ครัวเรือนไทยในเมืองใหญ่ไม่น้อยกว่า 80% จะต้องรับชมทีวีดิจิทัลได้ ขอให้ทำให้ได้จริงๆ ไม่ใช่เป็นเพียงแค่ในปี 2558 สัญญาณโครงข่ายตามการกล่าวอ้างของผู้ให้บริการบอกครอบคลุมไม่น้อยกว่า 80% แล้ว แต่ความเป็นจริงครัวเรือนไทยที่รับชมทีวีดิจิทัลจากกล่องรับสัญญาณแบบ DVB T2 และเครื่องรับโทรทัศน์ที่มีจูนเนอร์จากการใช้คูปองมาแลกไปยังมีแค่ประมาณ 5 ล้านกล่องหรือคิดเป็นแค่ 25% ของครัวเรือนไทย 22 ล้านครัวเรือน

จำนวนครัวเรือนไทยที่ใช้เป็นฐานในช่วงก่อนการประมูลก็เป็นปัญหาใหญ่เช่นเดียวกัน แต่เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาเลขาธิการสำนักงานกสทช."ฐากร ตัณฑสิทธิ์"ยอมรับว่าจะให้มีการแจกคูปองให้ครบ 22.8 ล้านครัวเรือน จากเดิมใช้ตัวเลขครัวเรือนไทย 14.1 ล้านครัวเรือนในการแจกคูปองที่บอกว่ายังเหลือแจกอีก 4.6 ล้านใบ แล้วคูปองที่แจกไปทั้งหมดประมาณ 9 ล้านคูปองมีผู้มาแลกแค่ประมาณ 50% ส่วนที่เหลือได้ต่ออายุจาก 31 พ.ค.ออกไปอีก 2 เดือน ถ้ายังไม่มีผู้มาแลกอีกจะถือว่าหมดสิทธิ์ เท่ากับว่ายอดเงินคูปองประมาณ 4,000 ล้านบาทจะส่งเข้าคลัง

หากต้องการเยียวยาผลกระทบผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล ควรจะหาหนทางให้ทุกครัวเรือน 22.8 ล้านครัวเรือนมีอุปกรณ์รับชมทีวีดิจิทัลภาคพื้นดินได้ครบถ้วนตามที่บอกไว้ก่อนประมูล ไม่ใช่ตามที่พ.อ.ดร.นที ศุกลรัตน์ ประธานกสท.พยายามจะให้ใช้เกณฑ์รับสัญญาณผ่านกล่องทีวีดาวเทียมประมาณ 50% ได้ตามกฎ Must Carry

เงินประมูลงวดแรกที่ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลจ่าย 11,162 ล้านบาทยังอยู่ที่กองทุนวิจัยสื่อฯของกสทช. ส่วนงวดที่สองอีก 8,124 ล้านบาท(หากทุกรายมาชำระในวันที่ 25 พ.ค.)จะต้องส่งเข้ากระทรวงการคลังก่อน รวม 2 งวด 19,286 ล้านบาท

หากใช้เกณฑ์คูปอง 690 บาทที่มาจากตัวเลขเงินประมูลขั้นต่ำ 15,190 ล้านบาทหารด้วยจำนวนครัวเรือน 22 ล้านครัวเรือน ผู้ประกอบการได้ชำระเงินประมูลทั้งสองงวดน่าจะเพียงพอต่อการนำไปจัดซื้อกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิทัลภาคพื้นดินพร้อมกับเสาอากาศ สามารถแจกไปถึงครัวเรือนหรือบ้านที่ยังไม่ได้นำคูปองมาแลกอีกประมาณ 17 ล้านครัวเรือนจะทำให้การเปลี่ยนผ่านจากอนาล็อกสู่ดิจิทัลครบถ้วน 100%จริงๆ ที่เป็นผลดีอย่างยิ่งต่อประชาชน รวมทั้งจะทำให้"โทรทัศน์ชุมชน"ในแต่ละพื้นที่ 12 ช่องมีโอกาสเกิดขึ้น

ผู้ประกอบการ 17 บริษัท 24 ช่องทีวีดิจิทัลน่าจะต้องการเพียงแค่นี้ นำเงินประมูลของกลุ่มผู้ประกอบการที่วีดิจิทัลที่ชำระมาแล้ว 2 งวดไปทำให้คนไทยสามารถเข้าถึงทีวีดิจิทัลได้จริงๆ ไม่ใช่แบบจำแลงๆ ผ่านจานดาวเทียม

มองไปมองมาเห็นช่องทางเดียวแม้ไม่ค่อยเห็นด้วยกับมาตรา 44 นัก ในเมื่อกสท.ไม่สามารถทำหน้าที่ได้ และมักอ้างว่าเกินอำนาจของตัวเองตามกฎหมาย ฝากท่านนายกรัฐมนตรีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาใช้มาตรา 44 ในเชิงสร้างสรรค์ อยากให้สั่งนำเงินประมูล 2 งวดที่ยังเหลืออีกประมาณ 15,000 ล้านบาทไป"คืนความสุข" ซื้อกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิทัลให้ชาวบ้านได้รับชมทีวีดิจิทัล บนความคมชัดสมบูรณ์แบบ ทั้งในระบบความคมชัดปกติ( SD )และความคมชัดสูง( HD )

ความยุ่งเหยิงสิ้นหวังในทีวีดิจิทัลของไทยจะมลายไปทันทีทุกฝ่าย WIN-WIN และผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลจะมีความสามารถในการชำระเงินงวดที่เหลือ 4 งวดในอีก 4 ปี รวมกันอีกประมาณ 30,000 ล้านบาทเป็นเงินเข้ากระทรวงการคลัง





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
skyhitra วันที่ : 25/05/2015 เวลา : 07.59 น.

ไปแลกกล่องยี่ห้อแพงมาตั้งแต่วันแรกๆ ทุกวันนี้ยังดูได้ไม่ได้ผลุบๆโผล่ๆ ห่วยจริงๆ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤษภาคม 2015 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            



[ Add to my favorite ] [ X ]