• อดิศักดิ์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : adisak@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2006-12-12
  • จำนวนเรื่อง : 396
  • จำนวนผู้ชม : 682170
  • ส่ง msg :
  • โหวต 556 คน
คิดใหม่วันอาทิตย์
วิพากษ์วิจารณ์การเมือง เศรษฐกิจ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/adisak
วันอาทิตย์ ที่ 20 กันยายน 2558
Posted by อดิศักดิ์ , ผู้อ่าน : 2018 , 10:09:49 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน Chaoying , wullopp และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

ล้วนแต่ไร้เนื้อหาไร้อนาคตและว่างเปล่าจับต้องไม่ได้เลย  จนกลายเป็นวาทกรรมเพื่อการโต้วาที เพื่อเอาชนะทางการเมืองเสียมากกว่า

 ทำให้ผมเริ่มกลับไปอ่านอย่างจริงจัง ว่าด้วยข้อเสนอเชิงปฏิรูปประเทศของนักคิดหลายๆคนที่ไม่ได้มาจากนักการเมือง” พบว่าส่วนใหญ่เสนอความจำเป็นอย่างยิ่งยวดว่าจะต้องปฏิรูปประเทศไทยโดยเร็วที่สุด ทำให้วาทกรรมปฏิรูปก่อนหรือหลังเลือกตั้ง กลายเป็นแค่การโต้วาทีบนกะพี้ไม่ใช่แก่นสารใดๆที่ต้องไปถกเถียงให้เปลืองเวลา

เริ่มต้นจากการอ่านข้อเสนอ "วิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์การปฏิรูปประเทศไทย" ของดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ อดีตประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญจัดทำวิสัยทัศน์ และออกแบบอนาคตประเทศไทย ของสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) ที่ได้นำเสนอในโครงการสัมมนาสปช. รายงานประชาชนเรื่อง“เปลี่ยนประเทศไทยกับสปช.” เมื่อวันที่ 13 สิงหาคมที่ผ่านมา

แล้วสัปดาห์ต่อมาต่อมาดร.สุวิทย์ได้รับโปรดเกล้าแต่งตั้ง ให้เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ถือเป็นมือทำงานคนสำคัญในทีมเศรษฐกิจใหม่ของดร.สมคิด จาตุศรพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีที่แบกความคาดหวังของคนไทยทั้งประเทศไว้ว่า จะเป็นผู้เข้ามาบริหารเศรษฐกิจของประเทศให้ฟื้นกลับมาได้ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

 ข้อเสนอของดร.สุวิทย์ ที่นำเสนอสปช. สะกัดแก่นหลักๆมาจากหนังสือเล่มสำคัญของดร.สุวิทย์ที่ใช้ชื่อว่า "โลกเปลี่ยน ไทยปรับ : หลุดจากกับดัก พ้นจากชาติที่ล้มเหลว" จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ปี 2556 ที่ดร.สุวิทย์บอกไว้ว่าเป็นหนังสือเล่มที่ ที่ตั้งใจจะหล่อหลอมทั้ง 3 Clusters of Concept คือ

แนวคิดว่าด้วยพลวัตโลก( Global Dynamics) แนวคิดว่าด้วยยุทธศาสตร์การสร้างความมั่นคง( Wealth Creation Strategy) และแนวคิดว่าด้วยยุทธศาสตร์ประเทศไทย( Thailand Strategy )

ขอแนะนำให้ทุกท่านที่เป็นห่วงเป็นใยอนาคตประเทศไทย ควรจะหาหนังสือเล่มนี้ไปอ่านจะได้พอมองเห็น “แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์” ของประเทศไทย แม้ยังมีขวากหนามมากมาย

รวมทั้งอ่านข้อเสนอแนวคิดในเชิงยุทธศาสตร์ประเทศไทย แบบกระชับๆ ในรูปแบบ Powerpoint ที่เข้าใจได้ไม่อยาก ดร.สุวิทย์ได้นำขึ้นไปอยู่บน Facebook/ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ เผยแพร่ให้สาธารณะได้อ่านคิดตามไปว่าประเทศของเราจะเดินหน้าไปอย่างไร

   ตำแหน่งในเชิงยุทธศาสตร์ประเทศไทยในปัจจุบันบนเวทีโลกยังอยู่ในโลกที่ 2 กลางๆห่างไกลจากการก้าวไปสู่ประเทศโลกที่หนึ่ง

 ประเทศโลกที่ 1 ที่เป็นเพื่อนบ้านของเราคือสิงคโปร์และเกาหลีใต้ที่มีสังคมประชาธิปไตย การเมืองมีเสถียรภาพ การเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างมีเสถียรภาพ

ประเทศโลกที่ 2 ประกอบด้วยประเทศจีน,มาเลย์เซีย,อินเดีย ที่กำลังมองเห็นหนทางก้าวไปสู่ประเทศโลกที่ 1 เทียบกับประเทศที่ยังมีการเมืองค่อนมาทางแตกแยกวุ่นวาย ไร้เสถียรภาพปานกลาง ส่วนการเติบโตทางเศรษฐกิจยังก้ำกึ่งระหว่างการเติบโตอย่างมีเสถียรภาพกับเปราะบาง อ่อนไหว ไร้เสถียรภาพ

ประเทศโลกที่ 3 ประกอบด้วยประเทศพม่าและเวียดนามที่ยังอยู่ในสภาพการเมืองแตกแยกวุ่นวายไร้เสถียรภาพและการเมืองเปราะบาง อ่อนไหว ไร้เสถียรภาพเช่นเดียวกัน

ปัญหาสำคัญที่ดร.สุวิทย์ชวนให้ขบคิด สิ่งที่ท้าทายคนไทยในศตวรรษที่ 21 อย่างยิ่ง เพราะประเทศไทยอยู่ในประเทศโลกที่สองที่ยังมองไม่เห็นช่องทาง ว่าจะก้าวไปสู่ประเทศโลกที่หนึ่งได้อย่างไรในระยะเวลาอันใกล้

   ประเด็นที่ 1 เราจะปรับตัวให้เข้ากับอารยธรรมของโลก ซึ่งเป็นเรื่องของ Globalization ได้อย่างไร

ประเด็นที่ 2 มีภัยคุกคามในรูปแบบใหม่ ซึ่งดร.สุวิทย์เรียกว่าเป็นภัยคุกคามไม่ตามแบบ ในหลากมิติได้อย่างไร

ประเด็นที่ 3 เรื่องของความมั่งคังทางเศรษฐกิจ เราจะปรับตัวเข้าสู่สังคมองค์ความรู้ เหมือนกับประเทศอื่นๆเป็นเศรษฐกิจที่สร้างมูลค่าเพิ่มได้อย่างไร

ประเด็นที่ 4 เราจะมีระบอบการปกครองที่เป็นระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทางเป็นองค์ประมุชอย่างแท้จริงได้อย่างไร

   คำถามคือ แล้วประเทศไทยอยู่อย่างนี้ได้อย่างไร เราอยู่อย่างนี้ไม่ได้

สิ่งสำคัญคือการปฏิรูป เราต้องเปลี่ยนแปลง โลกเปลี่ยน แล้วเราไม่ปรับไม่ได้ ทำให้มีความจำเป็นจะต้องเกิดการปฏิรูปขนานใหญ่อย่างเป็นระบบ หากย้อนไปในอดีต เรามีการเปลี่ยนแปลงที่เรียกว่าเป็นการปฏิรูปขนานใหญ่ อย่างเป็นระบบเพียงครั้งเดียวในสมัยล้นเกล้า รัชกาลที่ 5 หลังจากนั้นเรากินบุญเก่า แต่ทุกวันนี้เราเผชิญกับแรงกดดันจากภายนอกที่มีอยู่มากมาย บวกกับแรงปะทุจากภายใน ทำให้ประเทศเดินต่อไปไม่ได้แล้ว

การเผชิญกับกับดักเชิงซ้อนของความเหลื่อมล้ำ อำนาจ ความมั่งคั่ง อภิสิทธิ์ชน ทุจริตคอร์รัปชั่นกับสังคมที่ไม่ Clean & Clear, สังคมที่ไม่ Free & Fair , สังคมที่ไม่ Care & Share ทำให้เกิดความขัดแย้งที่รุนแรงอย่างที่เห็นในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา

ปัญหาของพวกเรา ไม่ได้มีแค่ปัญหาภายใน เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่น เราเป็นประเทศที่เคยเป็นประเทศที่ยากจน และพัฒนามาสู่ประเทศที่มีรายได้ปานกลาง แต่ ณ วันนี้ เราไม่สามารถที่จะก้าวขึ้นสู่ประเทศที่มีรายได้สูง เพราะเราติดอยู่ในกับดักประเทศรายได้ปานกลาง และเป็นประเทศที่ไม่สามารถขับเคลื่อนด้วยอค์ความรู้ ด้วยนวัตกรรม

แต่การเผชิญกับกับดักเพีรยงอย่างเดียวมันไม่น่ากลัว เรายังเป็นประเทศที่กำลังเผชิญกับสิ่งที่เราเรียกว่า"ศตวรรษแห่งความว่างเปล่า" ศตวรรษแห่งความไม่มีอะไรเลยหรือ Lost Decades

   บนภูเขาน้ำแข็งของปัญหาของชาติ เราเป็นประเทศที่มีรายได้ปานกลางที่มีความเหลื่อมล้ำที่ค่อนข้างสูง มีทุจริตคอรัปชั่นที่ดาษดื่น มีความขัดแย้งที่รุงแรง

แต่เมื่อดูใต้น้ำแข็งจะพบว่ามีปัญหาที่แท้จริง เป็นปัญหาฐานรากมีอยู่มากมาย เรามีทุนมนุษย์ที่อ่อนด้อย มีทุนสังคมที่อ่อนแอ มีทุนธรรมชาติที่เสื่อมโทรม

 ดร.สุวิทย์ย้ำว่า แต่ที่แย่ที่สุดคือเรามีทุนคุณธรรมและจริยธรรมที่เสื่อมทราม

ในการแข่งขันกับประเทศอื่นเพื่อสร้างความมั่งคั่งได้หรือไม่นั้น จบอยู่ที่"คน" คนของเรา คุณภาพต่ำลงเมื่อเปรียบเทียบกับคนอื่น และเรายังมีโครงสร้างของคนที่เป็น Aging Society หรือสังคมสูงวัยที่น้อยประเทศจะโดนสองเด้งแบบนี้

  "ถ้าเรามัวแต่ทำงานปกติแบบที่เป็นอยู่เดิม โดยที่ไมีการปฏิรูปครั้งใหญ่และอย่างต่อเนื่อง เราจะอยู่ไม่รอด นี่คือแรงปะทุจากภายใน" ความเป็นห่วงของดร.สุวิทย์มากยิ่งขึ้นไปอีกกับแรงกดดันจากภายนอก กุญแจสำคัญอยู่ที่คำว่า"การเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายกับประเทศอื่นได้อย่างไร" เป็นการเชื่อมโยงทั้งในเชิงกายภาพ เชื่อมโยงของผู้คน เชื่อมโยงในเชิงสถาบันหรือเชื่อมโยงในโลกเสมือน

โลกได้เปลี่ยนจากความคิดที่บอกว่า One Country , One Market กลายเป็น One World, One Market โลกเป็นหนึ่งเดียวแล้ว สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปมีทั้งในเชิงภูมิรัฐศาสตร์และภูมิเศรษฐศาสตร์

การเสนอประเด็นในเชิงยุทธศาสตร์ประเทศไทย จะอยู่อย่างไรในโลกใบใหม่นี้น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง สัปดาห์หน้าจะนำเสนอแก่นความคิดของดร.สุวิทย์เพื่อช่วยกันหาทางออกให้ประเทศไทย แล้วเลิกทะเลาะกันปฏิรุปก่อนเลือกตั้งหรือหลังเลือกตั้ง อ่านจากข้อเขียนของดร.สุวิทย์แล้ว คำตอบของผมคือเร่งลงมือปฏิรูปที่ไม่มีทางทำสำเร็จในเร็ววัน โดยไม่ต้องสนใจว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ที่เป็นเรื่องรอง

 

- See more at: http://www.bangkokbiznews.com/blog/detail/635628#sthash.bx65R9dn.dpuf





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ครูแดง วันที่ : 21/09/2015 เวลา : 09.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krudang

ขอบคุณค่ะ

ดร.สุวิทย์ย้ำว่า “แต่ที่แย่ที่สุดคือเรามีทุนคุณธรรมและจริยธรรมที่เสื่อมทราม”

-น่าเป็นห่วงๆ...ขอคนไทยทุกคนหันหน้าเข้าบ้าน ช่วยกันดูแลคนในครอบครัวอย่างจริงจัง....แก้ได้ๆ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
wullopp วันที่ : 20/09/2015 เวลา : 18.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

ขอบคุณ
และ หวังว่า
คงจะเป็นพลังขับเคลื่อนประเทศไทยได้ครับ

ความคิดเห็นที่ 1 wullopp ถูกใจสิ่งนี้ (1)
redribbons07 วันที่ : 20/09/2015 เวลา : 13.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/redribbons07

ดร.สุวิทยื เป็นคนที่ใจดี มีความจริงใจต่อเพื่อนๆ


เมื่อเพื่อนๆ ขอไป ได้นำหนังสือ


"โลกเปลี่ยน ไทยปรับ : หลุดจากกับดัก พ้นจากชาติที่ล้มเหลว" จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ปี 2556


มาแจกเพื่อนๆ หลายเล่มค่ะ


ได้รับและอ่านแล้ว๖เมื่อนานมาแล้ว ... เห็นว่าเป็น

หนังสือที่ดีมากเล่มหนึ่งค่ะ


ไม่ได้ชมกันเอง แต่เห็นว่าดร สุวิทย์ มองปัญหา


ของประเทศไทยได้กระจ่างชัดมาก บอกวิธีแก้

ปัญหาไว้ชัดเจน เพียงแต่ในทางปฏิบัติ


จะทำกันได้แค่ไหน และจริงจังแค่ไหนค่ะ



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กันยายน 2015 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      



[ Add to my favorite ] [ X ]