• อดิศักดิ์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : adisak@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2006-12-12
  • จำนวนเรื่อง : 396
  • จำนวนผู้ชม : 682488
  • ส่ง msg :
  • โหวต 556 คน
คิดใหม่วันอาทิตย์
วิพากษ์วิจารณ์การเมือง เศรษฐกิจ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/adisak
วันอาทิตย์ ที่ 4 ตุลาคม 2558
Posted by อดิศักดิ์ , ผู้อ่าน : 1893 , 10:46:17 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน wullopp , rattiya โหวตเรื่องนี้

เดือนตุลาคมเป็นเดือนเริ่มต้นของปีปฏิทินชีวิตราชการของไทย ปีนี้ธนาคารแห่งประเทศไทยมีผู้ว่าการฯคนที่ 23 ดร.วิรไท สันติประภพ ชื่อ“วิรไท” แปลว่า “ผู้มีเสรีแกล้วกล้า” น่าจะเป็นการเข้ามารับตำแหน่งท่ามกลางเสียงสองกระแส ทั้งชื่นชมในประวัติการทำงาน และความคิดกับอาการดูแคลนว่าอายุน้อยเกินไปหรือเปล่า สำหรับการเข้ามารับตำแหน่งอันเป็น “ทุกขลาภ” ท่ามกลางปัญหารุมเร้าเศรษฐกิจไทยจะไปกันอีท่าไหน “เรามาถึงจุดนี้ได้ยังไง”

ผมรู้จัก ดร.วิรไท ในยุค “ธารินทร์ นิมมานเหมินทร์” เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง สมัยรัฐบาลชวน หลีกภัย รอบที่สอง ที่เข้ามาแก้ปัญหาวิกฤติต้มยำกุ้งปี 2540 ที่ตกทอดมาจากรัฐบาลพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ดร.วิรไทอยู่ในทีมทำงานของรัฐมนตรีคลัง เพื่อประสานกับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ(IMF ) เพราะก่อนหน้านั้นหลังจากจบปริญญาเอกเศรษฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดเมื่ออายุ 24 ปี ได้เข้ามาทำงานไอเอ็มเอฟอยู่ 2 ปีก่อนจะลาออกมาอยู่กระทรวงการคลัง

จึงไม่ได้รู้สึกว่าดร.วิรไท ที่ปีนี้มีอายุ 46 จะอายุน้อยเกินไปสำหรับตำแหน่งผู้ว่าแบงก์ชาติ กลับมั่นใจมากๆ ว่าคนรุ่นใหม่อย่างดร.วิรไทที่มีทั้งประวัติการเรียนดีเด่น, การทำงานผ่านทั้งระดับโลก-ราชการ-เอกชน และยังแสดงความคิดอ่านใหม่ๆ ห่วงใยประเทศชาติอยู่เป็นระยะๆเยี่ยงนี้

สามารถเข้ามาทำงานช่วยประเทศชาติได้อย่างแน่นอน และน่าจะเหมาะสมกว่าคนรุ่นเก่าๆที่ “แสดงตัว” เป็น“ผู้ทรงอิทธิพล”หรือยึดกุมอำนาจทั้งมีตำแหน่งหรือไม่มีตำแหน่ง ในการบริหารนโยบายเศรษฐกิจและการเงินของประเทศมานานมากแล้ว จนลากจูงโครงสร้างเศรษฐกิจ ที่เต็มไปด้วยปัญหาทำให้ประเทศไทยมาถึงจุดนี้ได้ยังไงคือไปต่อแทบไม่ได้

ดร.วิรไทได้เขียนบทความสำคัญชิ้นหนึ่งที่ถูกจังหวะอย่างยิ่ง หัวข้อ “กำลังเกิดอะไรขึ้นกับเศรษฐกิจไทย” ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจเมื่อวันที่ 13 พ.ค. 2558 ก่อนจะได้รับเลือกให้เป็นผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยคนที่ 23 ได้อย่างน่าสนใจมากๆ ซึ่งน่าจะเป็นแนวทางสำคัญในการบริหารนโยบายเศรษฐกิจและการเงิน ของผู้ว่าแบงก์ชาติคนนี้ ที่มีเทอมทำงานอีกนานเพียงพอ สำหรับการแก้ไขโครงสร้างเศรษฐกิจของไทยที่มีปัญหามานาน

“ผมเชื่อว่าประเทศไทยกำลังเผชิญกับปัญหาเชิงโครงสร้างหลายจุด ถ้าจะเปรียบเทียบกับร่างกายคน เศรษฐกิจไทยเวลานี้เหมือนกับคนอ้วนที่เคยปล่อยเนื้อปล่อยตัว กินตามใจตามปากมานาน มีอาการทั้งโรคเบาหวาน ความดัน หัวใจ กล้ามเนื้ออ่อนแรง ข้อเข่าเริ่มเสื่อม กระดูกหลายชิ้นเริ่มทรุด ทางเดียวที่จะทำให้กลับมาแข็งแรงได้อย่างแท้จริงคือต้องปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต ลดการกินตามใจปาก หันมาออกกำลังกายรีดไขมัน สร้างกล้ามเนื้อ รวมทั้งยอมเจ็บตัวผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าและชิ้นกระดูกที่มีปัญหา ใครก็ตามที่โดนหมอวินิจฉัยแบบนี้ย่อมทำใจยาก”

"การเลิกกินตามใจปากและหันมาออกกำลังกาย ทำให้เกิดผลข้างเคียงหลายอย่าง ทั้งหน้ามืด อ่อนแรง หงุดหงิด จนหลายคนควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้

คนไข้ที่ใจอ่อนมักหันกลับไปใช้ชีวิตเหมือนเดิม และหวังว่าจะเจอหมอคนใหม่ที่ชอบเอาใจ วินิจฉัยโรคไม่ได้เป็นอะไรรุนแรง ทุกคนรู้ดีว่าคนไข้ที่หลอกตัวเอง มีแต่จะสะสมโรคร้ายมากขึ้น เสี่ยงที่จะหัวใจวาย หรือเส้นเลือดในสมองแตกตายแบบฉับพลัน

ถ้าเราปล่อยให้สุขภาพเสื่อมลงถึงจุดนั้นแล้ว การรักษาให้กลับมาปกติใหม่จะยากขึ้น และต้นทุนค่ารักษาก็จะสูงขึ้นมาก (จนอาจจะทำให้คนไข้และญาติพี่น้องหมดเนื้อหมดตัว)

ประเทศไทยมาถึงจุดนี้ได้ยังไง?

เดือน ก.ค.ปี 2540 ประเทศไทยกลายเป็นต้นต่อวิกฤติเศรษฐกิจที่แพร่เชื้อโรคไปยังประเทศอื่นๆ แม้ว่าคนไทยจำนวนมากเห็นว่ากองทุนการเงินระหว่างประเทศ มาปล้นอธิปไตยทางเศรษฐกิจของไทยไปปู้ยี้ปูยำ มากกว่ามาช่วยให้เศรษฐกิจประเทศไทยฟื้นกลับมาได้

แต่ต้องยอมรับว่าภาคสถาบันการเงินเอกชนของไทยในปัจจุบัน ไม่ได้มีปัญหาสถานะผุกร่อนจนเป็นสาเหตุสำคัญ ของวิกฤติต้มยำกุ้งปี 2540 แต่กลับแข็งแกร่งมากกว่าเดิม

ดร.วิรไทที่ทำงานอยู่“วงในที่สุด” ของทีมงานกระทรวงการคลังแก้วิกฤติเศรษฐกิจปี 2540 น่าจะมีคำตอบและเรียนรู้บทเรียนอย่างดี เหมาะสมอย่างยิ่ง ในการเข้ามารับตำแหน่งผู้ว่าแบงก์ชาติ ในยุคนี้เพื่อมาแก้ปมปัญหาในเชิงโครงสร้างเศรษฐกิจไทย ที่เสมือนคนอมโรคแห่งเอเชีย

ข้อวินิจฉัยโรคเชิงโครงสร้างเศรษฐกิจไทย ในสายตาของดร.วิรไทจะถูกต้องหรือไม่ ลองอ่านอีกครั้ง

“สาเหตุหนึ่งที่ทำให้เศรษฐกิจไทยเหมือนคนอ้วนที่เคยกินตามใจปากจนเกินพอดี เป็นเพราะนโยบายภาครัฐในอดีตหลายเรื่องที่สร้าง ”รายได้เทียม“ ให้แก่ประชาชน ส่งเสริมให้คนนำเงินในอนาคตมาใช้ล่วงหน้า และสร้างวัฒนธรรมรอรัฐอุปถัมภ์ หมอที่ชอบเอาใจคนไข้มักเร่งให้คนไข้ดูดี ด้วยการเร่งการบริโภคและการลงทุน เพื่อทำให้เศรษฐกิจขยายตัวเร็วในช่วงสั้นๆไม่ว่าจะเป็น

โครงการรถคันแรก (ที่หลายคนกู้เงินซื้อรถเพื่อสิทธิ์เอาภาษีคืนจากรัฐบาล)

โครงการรับจำนำข้าวในราคาที่สูงเกินจริง (ที่สร้างผลขาดทุนกว่าครึ่งล้านล้านบาท สร้างหนี้สาธารณะ และทำให้เกษตรกรถูกหลอกว่าจะมีรายได้ดีต่อเนื่อง จนใช้จ่ายเกินตัว)

การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาททั่วประเทศ (ทำให้แรงงานเชื่อว่าจะมีรายได้สูงขึ้นเรื่อยๆ แต่กลับทำให้ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็กไปไม่รอด และราคาสินค้ากระโดดขึ้นเร็ว)

และการขึ้นเงินเดือนข้าราชการแบบก้าวกระโดดโดยไม่เพิ่มประสิทธิภาพ (ได้สร้างข้อจำกัดทางงบประมาณ โดยเฉพาะงบลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ)

ทั้งนี้ยังไม่รวมโครงการขยายสินเชื่อของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ และโครงการเร่งลงทุนผ่านรัฐวิสาหกิจที่ไม่คุ้มค่าอีกหลายสิบโครงการ”

เมื่อนโยบายเหล่านี้เริ่มอ่อนฤทธิ์ และร่างกายเริ่มแสดงอาการที่แท้จริง อย่างที่เห็นกันด้วยเสียงอุทานว่า“ประเทศไทยมาถึงจุดนี้ได้ยังไง”

ดร.วิรไท เคยให้สัมภาาณ์ว่าสไตล์การทำงานจะทำเต็มที่ ไม่มีวันหยุด แต่ถ้าถึงเวลาพักจะไปเที่ยวหลายวัน แอตเมื่อหมอเศรษฐกิจวินิจฉัยโรคร้ายแรงขนาดนี้ คงอีกนานกว่าหมอเศรษฐกิจคนนี้จะได้ไปเที่ยวอย่างใจอยาก





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (1)
wullopp วันที่ : 04/10/2015 เวลา : 16.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

จาก ในเรื่อง...
" ทางเดียวที่จะทำให้กลับมาแข็งแรงได้อย่างแท้จริงคือต้องปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต ลดการกินตามใจปาก หันมาออกกำลังกายรีดไขมัน สร้างกล้ามเนื้อ รวมทั้งยอมเจ็บตัวผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าและชิ้นกระดูกที่มีปัญหา ใครก็ตามที่โดนหมอวินิจฉัยแบบนี้ย่อมทำใจยาก”...

อ่านแล้วเห็นภาพพจน์เลย
อย่างไรก็...
ขอเชียร์ อาจารย์ที่ทำดีเพื่อพลิกฟื้นประเทศไทย
และ ขอเชียร์ให้ประเทศไทย ประสบความสำเร็จ
เรียนมาด้วยความเคารพ ครับ....

ความคิดเห็นที่ 2 wullopp ถูกใจสิ่งนี้ (1)
rattiya วันที่ : 04/10/2015 เวลา : 16.39 น.

"สาเหตุหนึ่งที่ทำให้เศรษฐกิจไทยเหมือนคนอ้วนที่เคยกินตามใจปากจนเกินพอดี เป็นเพราะนโยบายภาครัฐในอดีตหลายเรื่องที่สร้าง ”รายได้เทียม“ ให้แก่ประชาชน ส่งเสริมให้คนนำเงินในอนาคตมาใช้ล่วงหน้า และสร้างวัฒนธรรมรอรัฐอุปถัมภ์ หมอที่ชอบเอาใจคนไข้มักเร่งให้คนไข้ดูดี ด้วยการเร่งการบริโภคและการลงทุน เพื่อทำให้เศรษฐกิจขยายตัวเร็วในช่วงสั้นๆไม่ว่าจะเป็น"

ความคิดเห็นที่ 1 wullopp ถูกใจสิ่งนี้ (1)
redribbons07 วันที่ : 04/10/2015 เวลา : 10.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/redribbons07

สำหรับ ดร.วิรไท สันติประภพ


เท่าที่เคยอ่านบทความ นับว่ามีความรู้


ความสามารถค่ะ





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ตุลาคม 2015 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31



[ Add to my favorite ] [ X ]