• ลูกแมวเปียกน้ำ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : eog_x@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-09-04
  • จำนวนเรื่อง : 224
  • จำนวนผู้ชม : 449549
  • ส่ง msg :
  • โหวต 18 คน
ลูกแมวเปียกน้ำ
วิจารณ์สังคมอย่างตรงไปตรงมา นำเสนอข่าวที่คนไม่ค่อยให้ความสนใจ และสุดท้ายวิเคราะห์ข่าวสารทั่วไป ติดตามผลงานเพิ่มเติมได้ที่ www.faceboo.com/fbaekx
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/aekx
วันพุธ ที่ 18 กันยายน 2556
Posted by ลูกแมวเปียกน้ำ , ผู้อ่าน : 16647 , 17:10:55 น.  
หมวด : กฎหมาย

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน february26 , NN1234 และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

 

รู้สึกว่ามีรายละเอียดค่อนข้างเยอะ ผมขอหยิบมาเฉพาะเรื่องการแจ้งความก่อนจับแล้วกันนะครับ 
ขั้นตอนการจับกุมคดีละเมิดลิขสิทธิ์ ตามกฎหมายแล้วคดีความผิดตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 66 ความผิดตามพระราชบัญญัตินี้เป็นความผิดอันยอมความได้ ถ้าผู้เสียหายไม่ติดใจเอาความ(หลังได้เงิน) มีหลายสำนักกฎหมายให้ความเห็นทางกฎหมายว่าก่อนดำเนินการจับกุมผู้เสียหายหรือผู้รับมอบอำนาจจากผู้เสียหายหรือผู้รับมอบอำนาจช่วงจากผู้เสียหาย(รับมอบอำนาจช่วงคือรับมอบอำนาจกันต่อๆมาจากผู้เสียหายไปผู้รับมอบอำนาจคนแรกไปผู้รับมอบอำนาจคนที่สอง เป็นต้น) ต้องไปแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีต่อสถานีตำรวจท้องที่ๆเกิดเหตุก่อนจึงจะดำเนินการจับกุมได้ ซึ่งต่อมาเหมือนมีระเบียบหรือวิธีปฏิบัติภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เรื่องการจับกุมคดีละเมิดลิขสิทธิ์ ให้ผู้เสียหายไปแจ้งความดำเนินคดีกับพนักงานสอบสวนในสถานีตำรวจท้องที่นั้นๆก่อน ทนายรณณรงค์คิดว่าที่มีระเบียบหรือวิธีปฏิบัติตัวนี้ออกมาเพราะมีหลายคดีที่ผู้แจ้งความดำเนินคดีไม่มีอำนาจแจ้งความหรือไม่ใช่ผู้เสียหาย แต่ตำรวจไปจับกุมผู้ต้องหามาแล้ว ถูกผู้ต้องหาดำเนินคดีกลับภายหลัง(ทราบมาว่าหากศาลตัดสินว่าผิดหรือนายไม่ช่วย โทษวินัยคือออกจากราชการไว้ก่อนหรือพักราชการจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาทีเดียวเชียว) ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงอาจจะต้องการให้พนักงานสอบสวนสอบสวนสิทธิการแจ้งความของผู้เสียหายก่อนดำเนินการจับกุมก็เป็นได้( เพราะจะได้ลดอัตราการเสี่ยงในการถูกดำเนินคดีกลับให้น้อยลง) 
แต่จริงๆมันมีเหตุผลทางกฎหมายอยู่อย่างหนึ่งคือ การที่ตำรวจจะจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ต้องเป็นความผิดซึ่งหน้าเฉพาะที่ปรากฎไว้ในบัญชีแนบท้ายประมวลวิธีพิจารณาคดีอาญา ซึ่งทนายรณณรงค์เอามาตีลังกาดูก็ยังไม่พบว่าคดีลิขสิทธิ์จะสามารถดำเนินการจับกุมโดยไม่แจ้งความร้องทุกข์ได้โดยอ้างเหตุเป็นความผิดซึ่งหน้า(ตามที่ตำรวจบางคนอ้างว่าจับได้เลยแม้ไม่ต้องแจ้งความเพราะเป็นความผิดซึ่งหน้า โดยผมแนะนำว่าจับนะจับได้แต่ถ้าเขาฟ้องกลับเรื่องนี้ท่านอาจจะโดนดำเนินคดีอาญาพร้อมโทษทางวินัยก็ได้นะครับ) 
เอาล่ะสมมติว่าเรื่องการแจ้งความผ่านพ้นไปแล้ว โอเค ตรวจดูแล้วใบมอบอำนาจเป็นของจริงมีอำนาจแจ้งความดำเนินคดีจริงๆ กรณี ร้านคอมพิวเตอร์ ตำรวจขอค้นโดยอ้างว่าเป็นที่สาธารณสถานหรือที่สาธารณะใครจะเข้าออกก็ได้ไม่จำเป็นต้องมีหมายค้นก็เข้าได้เลย แบบบี้เราทำอย่างไร ทนายรณณรงค์เลยไปเปิดดูประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑ (๓) ได้วางหลักไว้ว่า 
“ ที่สาธารณสถาน หมายความว่า สถานที่ใดๆที่ประชาชนมีความชอบธรรมที่จะเข้าไปได้ “ 
นั่นหมายความว่า ที่สาธารณสถานนั้น ใครก็เข้าไปได้ ภายใต้เงื่อนไขของสถานที่นั้น รวมทั้งเจ้าพนักงานด้วย ดังนั้นการที่จะเข้าไปจึงไม่จำเป็นต้องมีหมาย แต่การที่มีความชอบธรรมที่จะเข้าไป ไม่ใช่หมายความว่าจะมีความชอบธรรมที่จะค้นด้วย เพราะคำว่า “เข้าไป” กับคำว่า “ค้น” มันเป็นคนละความหมายกัน 

“ ห้ามมิให้ค้นในที่รโหฐาน โดยไม่มีหมายค้นหรือคำสั่งของศาล....” 
นั่นหมายความว่า การที่จะค้นที่รโหฐานนั้น ต้องมีหมายค้น ซึ่งการที่จะค้นได้นั้นก็ต้องมีการ “เข้าไป”ในที่รโหฐานนั้น และทำการ”ค้น” แม้ตำรวจจะอ้างว่าร้านเกมเป็นที่ซึ่งใครๆก็เข้าไปได้จึงถือเป็นที่สาธารณะสถานก็ตามซึ่งนั้นเป็นการเข้าใจที่ผิดเพราะแม้จะเป็นร้านบริการทางคอมพิวเตอร์แต่ถ้าทางร้านไม่ยินยอมให้บริการลูกค้าๆก็ไม่มีสิทธิใช้บริการหรือเข้ามาภายในร้านครับ 
ดังนั้น จึงเห็นว่าการเข้าไปในสาธารณสถานนั้นไม่จำเป็นต้องมีหมาย แต่การค้นที่สาธารณสถานที่มีเจ้าของหรือผู้ครอบครอง ต้องมีหมายค้นจึงจะสามารถค้นได้ เพราะเป็นเรื่องของการละเมิดสิทธิของผู้อื่นโดยแท้ 
สรุปก็คือไม่มีหมายศาลอย่าให้ตำรวจค้นร้านนั้นเองครับ ขั้นตอนการออกหมายค้นนั้นพนักงานสอบสวนสามารถขอหมายค้นจากศาลได้อยู่แล้ว เพียงแต่อาศัยเวลาหน่อย(เขียนถึงตรงนี้ผมนึกถึงตอนตำรวจไปค้นร้านของเจ๊ ลีน่าจัง ที่อนุเสาวรีย์เลย ที่เจ๊แกปิดประตูร้านใส่หน้าตำรวจเลย) 
เอ้าถ้าตำรวจไปขอหมายมาแล้วหรือเรายอมให้เขาค้นแล้ว(ถ้าไม่ยอมให้เขาค้นห้ามเซ็นเอกสารอนุญาตให้ค้นได้เด็ดขาดแม้จะเป็นภายหลังหรือขณะนั้นก็ตามเพราะนั้นเท่ากับความผิดตำรวจหายไปแล้วเรื่องของการค้นโดยไม่มีหมายค้น) การค้นนั้นเมื่อเจอของกลางที่ใช้ในการกระทำความผิดของกลางย่อมโดยยึดไปโรงพักเป็นธรรมดา 
หลังจากนี้ก็ไปว่ากันต่อในศาลครับในส่วนของต้นน้ำของกระบวนการยุติธรรมเรามีสิทธิ์เพียงเท่านี้แหละครับ แต่กลางน้ำจะเป็นอย่างไร ปลายน้ำจะดีแค่ไหน ต้องไปตามต่ออีกที อิ อิ 





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน