*/
  • อาโป
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-06-10
  • จำนวนเรื่อง : 311
  • จำนวนผู้ชม : 408665
  • จำนวนผู้โหวต : 1784
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1784 คน
<< มีนาคม 2009 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 17 มีนาคม 2552
Posted by อาโป , ผู้อ่าน : 13945 , 18:55:57 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน อักษราภรณ์ , ..เวลาสวัสดิ์.. โหวตเรื่องนี้


  อายตนะภายนอก ๖

คือ :

           รูป  ไม่ใช่เพียงรูปกาย  คือรูปคนเราที่เป็น ๆ อยู่  แต่หมายรูป

ที่มากระทบทางตา

 เมื่อมีรูปอะไรมากระทบทางตารูป  ก็เป็นอายตนะภายนอก ตา ก็เป็นอายตนะ

ภายใน  ที่เรียกว่า  ตา  เรียกในภาษาไทย  แต่ภาษาบาลีท่านเรียกว่าจักขุ 

หรือเรียกตามภาษาสันสกฤตว่า  จักษุ  หมายเอาตาที่เห็นรูป  ไม่ใช่รูปตา

จะเล็กใหญ่ยาวสั้นก็ตามไม่ว่าถึง  ว่าแต่เพียงเห็น  ที่เรียกกันว่า จักษุประสาท

หรือ  จักขุประสาท  ถ้ารูปตาท่านเรียกว่า  อักขิ.  ที่ชมว่าตางาม หรือติว่าตา

ไม่งาม  ไม่ใช่จักขุ  เป็น  อักขิ.  ถ้าว่าถึง  จักขุ  ต้องว่าเห็นชัดเห็นไม่ชัด 

หรือจักขุดี จักขุบอด  จักขุ  อันเป็นอายตนะภายในคู่กันกับ  รูป  อันเป็น

อายตนะภายนอก  รูปที่เป็นอายตนะภายนอกนี้ท่านก็เรียกว่ารูปะหรือรูป

นี่คู่หนึ่ง.

           สัททะ  เรียกตามภาษาบาลี  หรือ  ศัพทะ  เรียกตามภาษา

สันสกฤต  หมายความว่าเสียง  เมื่อมากระทบกับโสตก็ให้สำเร็จการได้ยิน 

โสต  ที่เราแปลว่าหู  หมายถึงหูที่เราได้ยิน  ไม่ใช่ใบหู  ใบหูท่านเรียกว่า 

กรรณ  หูได้ยิน  หรือโสตประสาท  จึงเรียกว่า  โสต  เป็นคู่กับ   สัททะ 

หรือ  ศัพทะ  ที่เราแปลกันว่าเสียงนี่อีกคู่หนึ่ง.

           คันธะ  แปลว่า  กลิ่น  ถ้าเรียกรวม  คันธะ แปลว่ากลิ่นทั่วไป 

กลิ่นหอมกลิ่นเหม็นทั้งหมดรวมเรียกว่า คันธะ  ถ้าจะให้ชัดลงไปว่ากลิ่นหอม 

ท่านมักให้คำว่าสุคันธะ  กลิ่นดี ถ้ากลิ่นเหม็นท่านใช้คำว่า ทุคคันธะ กลิ่นชั่ว 

กลิ่นเมื่อมาประสบกับ  ฆานะ  ที่เราแปลว่า จมูก ก็ให้สำเร็จความรู้สึกทาง

จมูกขึ้น ฆานะหมายถึงจมูกที่ได้กลิ่น  ที่เรียกว่า ฆานประสาท ไม่ใช่รูจมูก 

รูปจมูกที่โตบ้างเล็กบ้าง แฟบบ้าง  โด่งบ้าง

 ท่านเรียกว่า นาสา หรือ นาสิกา  นี่อีกคู่หนึ่ง

           รสะ  หรือ รส  คือ  รสเปรี้ยว หวาน  เค็ม  มัน  เผ็ด  ที่จะรู้

ได้ด้วยลิ้น  รวมเรียกว่า  รส  ทั้งหมด  นี่เป็นส่วนหนึ่งภายนอก

ชิวหา  ลิ้นเป็นภายใน  เมื่อผสมกันเข้าก็ให้สำเร็จความรู้สึกทางลิ้น 

ชิวหานี้ท่านเรียกรวมทั้งรูปของลิ้น  ทั้งลิ้นที่รู้สึกรส  ท่านก็เรียกว่า  ชิวหา 

เรียกรวมกัน  แต่ที่หมายในที่นี้  หมายเอาลิ้นที่รู้สึกรส คือ ชิวหาประสาท

นี่คู่หนึ่ง

           โผฏฐัพพะ  แปลว่า  สิ่งที่พึงถูกต้องคือถูกต้องได้ด้วยกาย  เป็น

ส่วนภายนอก  กาย  หรือ กายะ  เป็นส่วนภายใน  โผฏฐัพพะกับกายประสบ

กันเข้า  ก็ให้สำเร็จความรู้สึกทางกาย  เช่น  ลมพัดมาถูกตัวเรา

ลมเป็นโผฏฐัพพะ  ตัวเราส่วนใดส่วนหนึ่งก็ตาม  เป็นกาย  หรืออะไรอื่น ๆ 

ทั้งหมดที่มาถูกกาย  สิ่งเหล่านั้นเป็นโผฏฐัพพะ  กายที่ได้รับกระทบของ

โผฏฐัพพะก็เรียกว่ากาย  จนถึงเอามือข้างหนึ่งจับมืออีกข้างหนึ่ง  ข้างหนึ่งก็

ต้องเป็นโผฏฐัพพะ  อีกข้างหนึ่งเป็นกาย  โผฏฐัพพะเป็นภายนอก

กายเป็นภายใน  นี่อีกคู่หนึ่ง.

           ธรรมะ  ในที่นี้ตรงกับภาษาไทยว่า  เรื่อง  เป็นคู่กันกับ  มนะ 

หรือ  มโน  ที่เป็นภายใน  ธรรม คือเรื่องมาประสบกันเข้ากับมนะหรือมโน 

ก็ให้สำเร็จความรู้สึกทางมนะหรือมโน  นี่อีกคู่หนึ่ง.

           รูป  เสียง  กลิ่น  รส  โผฏฐัพพะ  ธรรมะ  ท่านจัดเป็น

อายตนะภายนอก จักขุ  โสตะ  ฆานะ  ชิวหา  กายะ  มนะ  

ท่านจัดเป็นอายตนะภายใน  จึงเป็นอายตนะภายนอก ๖  อายตนะภายใน ๖

           เมื่อ  จักขุ  โสตะ  ฆานะ  ชิวหา  กายะ  มนะ  ประจำอยู่ไม่

พิบัติพิการ จึงสำเร็จเป็นอายตนะ จักขุเป็นต้น ที่พิบัติพิการนั้น  พึงเห็นดังนี้  

คนตาบอดมีแต่รูปตาจักขุไม่มี  คนหูหนวกมีแต่ใบหู  หรือรูปหู   โสตะไม่มี 

คนที่มีโรคอย่างใดอย่างหนึ่งที่ฆานะประสาทเสีย  จะมีกลิ่นหอมเหม็นอะไรมา

ประสบก็ไม่รู้  นี่ฆานะก็ไม่มี  เช่นคนเป็นหวัดแรง ๆ  ไม่ได้กลิ่นชั่วคราว  นี่

ฆานะเสีย  คนที่ชิวหาประสาทเสียชั่วครั้งชั่วคราวเพราะเหตุใด

เหตุหนึ่งก็ตาม  แม้จะกินอะไร  ก็ไม่รู้รสเปรี้ยวหวานเค็มมันเผ็ด  นี่ชิวหา

ประสาทเสีย  คนที่ร่างกายบางส่วนพิการแม้เอาเข็มมาแทงก็ไม่รู้สึก  นี่เป็น

กายประสาทพิการ  ไม่รู้สึกโผฏฐัพพะ  ในที่นี้หมาย

ถึงจักขุ  โสตะ  ฆานะ  ชิวหา  กายะ  มนะ  ที่ปกติ  ไม่พิบัติพิการ.

 ( โอ.๑/๙๙-๑๐๒ ).

   

    อายตนะภายในเรียกว่าอินทรีย์  ก็ได้ คือ

           จักขุ  เรียกว่า จักขุอินทรีย์  หรือจักขุนทรีย์.

           โสตะ  เรียกว่า  โสตอินทรีย์  หรือ โสตินทรีย์.

           ฆานะ  เรียกว่า  ฆานอินทรีย์  หรือ ฆานินทรีย์.

           ชิวหา  เรียกว่า  ชิวหาอินทรีย์ หรือ ชิวหินทรีย์.

           กายะ  เรียกว่า  กายอินทรีย์   หรือ กายินทรีย์.

           มนะ  เรียกว่า  มนอินทรีย์  หรือ มนินทรีย์.

           จักขุอินทรีย์  เอาสนธิกันเข้าก็เป็นจักขุนทรีย์  หรือ  จักขินทรีย์ 

หรือจักขฺวินทรีย์  ก็ได้

  ถ้าเรียกอายตนะภายในว่า  อินทรีย์  ก็เรียกอายตนะภายนอกว่า  อารมณ์

           รูปะ  เรียกว่า  รูปารมณ์.

           สัททะ  เรียกว่า  สัททารมณ์.

           คันธะ  เรียกว่า  คันธารมณ์.

           รสะ  เรียกว่า  รสารมณ์.

           โผฏฐัพพะ  เรียกว่า  โผฏฐัพพารมณ์.

           ธรรม  เรียกว่า  ธัมมารมณ์.

           อีกอย่างหนึ่ง  ท่านเรียกอายตนะ

ภายในว่า  ทวาร  คือ  เรียกว่า  จักขุทวาร โสตทวาร  ฆานทวาร

 ชิวหาทวาร กายทวาร  มโนทวาร  ทวาร  ก็แปลว่าช่อง  เช่นเราเรียกประตู

ว่าทวาร  ก็เพราะเป็นทางเข้า  อายตนะภายใน  เรียกว่าทวาร  ก็เพราะเป็น

ช่องเข้าของอายตนะภายนอก  เมื่อเรียกอายตนะภายในว่าทวาร  ก็เรียก

อายตนะภายนอกว่าอารมณ์เหมือนกัน.

           ที่เรียกอายตนะภายในว่า อินทรีย์หมายความว่าเป็นใหญ่ สิ่งใดที่

เป็นใหญ่สิ่งนั้นเรียกว่าอินทรีย์  เช่น

           จักขุ  เป็นใหญ่ในการเห็น  จะเอาจักขุไปฟังไม่ได้  เอาจักขุไป

ดมไม่ได้  เอาจักขุไปลิ้มรสไม่ได้  เอาจักขุไปคิดไม่ได้เป็นใหญ่แต่ในหน้าที่

ของตัว  จึงเรียกว่าจักขุอินทรีย์.

           โสตะ  เป็นใหญ่ในการฟัง  มีหน้าที่ๆ จะฟังเท่านั้น จะเอาโสตะ

ไปดูไปดมไม่ได้จึงเรียกว่า  โสตอินทรีย์.

           ฆานะ เป็นใหญ่ในการดมกลิ่น จะเอาฆานะไปใช้ในทางอื่นไม่

ได้  ใช้ดูใช้ฟังไม่ได้  ใช้ถูกต้องก็ไม่ได้  ใช้คิดก็ไม่ได้

จึงเรียกว่า ฆานอินทรีย์.

           ชิวหา เป็นใหญ่ในการลิ้มรส  จะเอาชิวหาไปใช้ในทางอื่นไม่ได้ 

เป็นใหญ่แต่ในหน้าที่ของตัวจึงเรียกว่า  ชิวหาอินทรีย์.

           กายะ  ก็เช่นเดียวกัน เป็นใหญ่ในการถูกต้อง  จะเอากายไปดูก็

ไม่ได้  เอาไปฟังก็ไม่ได้  จึงเรียกว่า  กายอินทรีย์.

           มนะ  เป็นใหญ่ในการนึกคิด  จะเอามนะไปใช้ในทางอื่นไม่ได้ 

จึงเรียกว่า มนอินทรีย์.

           รวมความว่า  อายตนะภายในที่ได้ชื่อว่า  อินทรีย์  ก็เพราะเป็น

ใหญ่ในหน้าที่ของตัว  ในทางพระศาสนาท่านเรียกว่าอินทรีย์ ๖  ก็ได้  ทวาร

๖  ก็ได้  อายตนะภายใน ๖  ก็ได้  แล้วแต่จะสมควร. 

เมื่ออายตนะภายในกับอายตนะภายนอกหรือ  อินทรีย์กับอารมณ์ประสบกันเข้าก็

เกิดวิญญาณ  เรียกตามอายตนะภายในว่า  จักขุวิญญาณ  โสตวิญญาณ 

ฆานวิญญาณ  ชิวหาวิญญาณ  กายวิญญาณมโนวิญญาณ.

 ( โอ.  ๑/๑๐๕-๑๐๖ ).






อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
อักษราภรณ์ วันที่ : 24/10/2013 เวลา : 19.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Aug-saraporn
ดอกโมกเอยโมกขธรรมล้ำเลิศค่า.....ปรารถนาโมกข์หมายปลายทางถึง.....อัฏฐังคิกมรรคไม่หย่อนตึง.....โมกน้อยดอกหนึ่งเริ่มแย้มบาน.....

สาธุค่ะ...

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
..เวลาสวัสดิ์.. วันที่ : 14/07/2012 เวลา : 21.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/times



ความคิดเห็นที่ 13 (0)
times วันที่ : 13/02/2011 เวลา : 23.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/times


.

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
times วันที่ : 08/08/2010 เวลา : 11.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/times


.

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
times วันที่ : 23/05/2010 เวลา : 18.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/times



ความคิดเห็นที่ 10 (0)
อาโป วันที่ : 18/03/2009 เวลา : 16.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/agile
อชิระ/อาโป


ชาติ.....ขวานทองของไทฯ

....ขวานปัญญาเหล็กต้องกล้าด้ามต้องดี

ใช้ศีลตีด้วยธาตุในชาติหา

หล่อหลอมด้วยไฟในเตาอวิชชา

ได้ด้ามมาอย่าประมาทเข้าทาสตัว

หลิ่มให้แน่นด้วยธรรมนำวิถี

อริยมรรคต้องมีลงขัดถู

..ได้ขวานเหมาะ คมหมั่นปัญญารู้

ตัดตัวกูของกูด้วยขวานตน

ลงวิบากถากหน้าหาหนว่าง

แล้วลงหลังสติมั่นฟันไม้ใหญ่

ค่อยค่อย เฉาะที่ละเปราะประเด็นใจ

..ต้นไม้ใหญ่ขวานคม ล้มตัวตนฯ
.....

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
ก้อนหินยิ้ม วันที่ : 18/03/2009 เวลา : 08.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konhinsmile

อาโป จ๋า
ก้อนหิน มาตามอาโป
ไปเป็นกำลังให้ก้อนหินยิ้มด้วยนะคะ
ที่ไดอะรี่ธรรม ค่ะ
วิ่งไปตาม link ข้างล่างนี้นะคะ(ไวๆๆ อะนะ..อย่าหกกะล้มนะเจ้าค่ะ)
Permalink : http://www.oknation.net/blog/dailyhamma/2009/03/18

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
times วันที่ : 18/03/2009 เวลา : 08.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/times


_/|\_

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
อักษราภรณ์ วันที่ : 18/03/2009 เวลา : 01.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Aug-saraporn
ดอกโมกเอยโมกขธรรมล้ำเลิศค่า.....ปรารถนาโมกข์หมายปลายทางถึง.....อัฏฐังคิกมรรคไม่หย่อนตึง.....โมกน้อยดอกหนึ่งเริ่มแย้มบาน.....



ความคิดเห็นที่ 6 (0)
times วันที่ : 18/03/2009 เวลา : 00.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/times

สาธุค่ะ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ณัฐรดา วันที่ : 17/03/2009 เวลา : 21.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

ขอบคุณมากค่ะ
ไว้มาอ่านอีกรอบค่ะ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
Toitoi วันที่ : 17/03/2009 เวลา : 20.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Toitoi

สาธุ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
อักษราภรณ์ วันที่ : 17/03/2009 เวลา : 19.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Aug-saraporn
ดอกโมกเอยโมกขธรรมล้ำเลิศค่า.....ปรารถนาโมกข์หมายปลายทางถึง.....อัฏฐังคิกมรรคไม่หย่อนตึง.....โมกน้อยดอกหนึ่งเริ่มแย้มบาน.....


ถ้าเรียกอายตนะภายในว่า
อินทรีย์
ก็เรียกอายตนะภายนอกว่า
อารมณ์



สาธุ
ขอบพระคุณมากค่ะ_/l\_ _/l\_ _/l\_

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ลานเทวา วันที่ : 17/03/2009 เวลา : 19.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/phutanow
 .......ทุกบทคำนำนัยยะ   เถอะเจ้าจงชำระ   มันด้วยใจ.........


สาธุ


ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ting วันที่ : 17/03/2009 เวลา : 19.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Germany
จงเตือนตนด้วยตนเอง สักแต่ว่าตัวตนเกิดขึ้น ตั้งอยู่ดับไป เหมือนต้นไม้ออกดอกออกผล ล่วงหล่นไปเมล็ดเกิดใหม่ก็มาจากต้นไม้เดิม


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน