*/
  • อาโป
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-06-10
  • จำนวนเรื่อง : 313
  • จำนวนผู้ชม : 450324
  • จำนวนผู้โหวต : 1921
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1921 คน
<< มีนาคม 2009 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 18 มีนาคม 2552
Posted by อาโป , ผู้อ่าน : 2905 , 17:16:39 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน อิมกุดั่น , ..เวลาสวัสดิ์.. โหวตเรื่องนี้

  

   


 ท่านเรียกย่อ ๆ  กันว่า มรรค เพื่อจะให้ความแน่นอน

 ก็เรียกว่าอริยมรรค  มรรค  แปลว่า ทาง  

เช่น  ทางที่คนเราจะไป  ทางน้ำเรียกว่าชลมรรค

ทางบกเรียกว่า  สถลมรรค ต่อมามีทางอากาศเข้า  เห็นจะต้องเรียก

อากาศมรรค  การเดินไปตามทางก็เรียกว่า มรรค  เหมือนกัน

 เพราะฉะนั้น  จึงหมายถึงว่า  ทางที่เดินไปเรียกว่า  มรรค อย่างหนึ่ง

 การเดินไปตามทาง  มรรค อีกอย่างหนึ่ง และใช้ได้ทั่ว ๆ ไป 

ทางชั่วก็เรียกว่า  มรรคชั่ว  หรือจะเรียกว่ามิจฉามรรค  ก็ได้ 

ทางดีทางชอบก็อาจจะเรียกว่า  สัมมามรรค  แต่นี่เรียกกันเอาเอง

 จะเรียกทางชั่วว่า  ทุมรรค  และเรียกทางดีว่า  สุมรรค  ก็น่าจะได้ 

แต่ไม่มีแบบแผนที่ท่านใช้กัน

 

   ตามพระบาลีท่านเรียกว่า  ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาทางดำเนินไปเพื่อถึง

ความดับทุกข์

 แต่เรียกเช่นนั้นยาวนัก  ก็เรียกกันย่อ ๆ ว่า มรรคมีองค์ ๘  คือ

 สัมมาทิฏฐิ  สัมมาสังกัปปะ  สัมมาวาจา  สัมมากัมมันติ  สัมมาอาชีวะ 

สัมมาวายามะ  สัมมาสติ  สัมมาสมาธิ

   คนมักจะเข้าไป ผิดไป  จนถึงพระเทศน์กันว่า ๘ ทางก็มี 

นั่นเพราะไม่พิจารณาดูให้ดีจึงว่าเช่นนั้น  ที่ถูกแล้วมีทางเดียว

 แต่มี ๘ องค์  คือ ๘  อาการ 

เหมือนอย่างเราจะเดินทางจากตำบลนี้ไป ถึงตำบลโน้น  ทางเดินก็ต้องมีทาง

เดียว  การเดินก็เดินทางเดียว 

แต่มีองค์ต่างกันคือ  ๑. เราตั้งใจว่าจะเดินไป

  ๒. ใช้ตาดูทาง  ๓. ใช้หูฟัง กลัวอันตรายจะมีขึ้นในระหว่างเดิน

 ๔. ก้าวเท้าไป  นี่เรียกว่า ๔ทางไม่ได้  ต้องเรียกว่าทางเดียว

 แต่มีองค์คืออาการเป็น ๔

 เพราะฉะนั้น  ที่แปลว่า มรรค ๘  ทางนั้นผิด  มรรคมีทางเดียว

แต่มีองค์  คืออาการเป็น ๘. 

( โอ.  ๑/๑๙๙-๒๐๐ ).

         

   ท่านแสดงว่ามรรคต้องพร้อมเพรียงกัน  ที่เรียกว่า  มัคคสามัคคี  ความ

พร้อมเพรียงกันของมรรค  สัมมาทิฏฐิ  ทำหน้าที่พิจารณาในอริยสัจ  สัมมา

สังกัปปะคือ  เนกขัมมสังกัปปะ  ดำริในการออก  อัพยาปาทสังกัปปะ  ดำริใน

อันไม่ปองร้าย  อวิหิงสาสังกัปปะ  ดำริในอันไม่เบียดเบียน  จึงต่อเนื่องไป 

ส่วน  สัมมาวาจา  พูดชอบ สัมมากัมมันตะ  ทำชอบ

ดูเป็นที่ว่าต้องพูดชอบจึงจะเป็น  สัมมาวาจา  ต้องทำชอบจึงจะเป็น

 สัมมากัมมันตะ  ถ้าเช่นนี้แล้วมรรคก็ไม่เป็นสามัคคี  ก็แตกแยกกัน

  เพราะฉะนั้น  พระบาลีจึงแสดงว่า  สัมมาวาจา  คือเว้นจากวจีทุจริต

สัมมากัมมันตะ  คือเว้นจากกายทุจริต

 จะให้มรรคเป็นสามัคคีพร้อมเพรียงกัน  ก็คือเมื่อสัมมาทิฏฐิมีหน้าที่พิจารณา

ให้เห็นอริยสัจ ๔  สัมมาสังกัปปะ  ดำริชอบก็คือ  ดำริไปตามสัมมาทิฏฐิ. 

สัมมาวาจาก็ไม่คิดที่จะพูดชั่ว  เพราะตั้งใจอยู่ในการพิจารณา

 สัมมากัมมันตะ  ก็เหมือนกัน  เมื่อมีสัมมาทิฏฐิ  สัมมาสังกัปปะ 

สัมมาวาจา  สัมมากัมมันตะ  เลี้ยงชีพ  ก็ต้องชอบ  พยายาม  ก็ต้องชอบ 

สติ  ก็ต้องระลึกชอบ  สมาธิ  ก็ต้องตั้งมั่นชอบไปตามกัน  ถ้าเป็นเช่นนี้แล้ว 

มรรคก็เป็น มัคคสามัคคี  เมื่อมรรคเป็นสามัคคี

 คือ  พร้อมเพรียงกันแล้ว ก็เป็นเหตุให้เห็น อริยสัจ ๔  ตามเป็นจริง

        

     คนที่ตั้งใจปฏิบัติตามอริยมรรค  ตั้งต้นก็พิจารณาเพื่อให้เห็นชอบ

 แต่ไม่สำเร็จไม่ถึง  เห็นชอบ  ก็เพราะมรรคไม่สามัคคี  ไม่พร้อมเพรียงกัน

แต่เมื่อรวมองค์มรรคต่าง ๆ  เหล่านั้นให้พร้อมเพรียงกันเหมือน

ดังการเดินทางที่แสดงมาแล้ว คือ  ใจคิด จะเดิน  ตาต้องดูทาง  ดูอันตราย 

หูต้องฟังอันตราย  เท้าก้าวเดิน รวมกันไป  เช่นนี้  การเดินจึงจะสำเร็จ

   มรรคมีองค์ ๘  ก็เป็นเช่นเดียวกัน  ต้องมีสามัคคีกัน ทำหน้าที่พร้อมไป

ด้วยกัน  จึงจะให้สำเร็จกิจคือเห็นอริยสัจ ๔  ตามเป็นจริง

         

    แต่แม้จะมุ่งปฏิบัติในมรรค  ตั้งต้นแต่พิจารณาอริยสัจ ๔

 อันเป็นสัมมาทิฏฐิ ก็ต้องเริ่มต้นมาแต่  พละ ๕  อินทรีย์ ๕  

อิทธิบาท ๔  สัมมัปปธาน ๕  จึงจะอุดหนุน  สติปัฏฐาน  ให้เจริญยิ่งขึ้น

จนสติปัฏฐานเลื่อนขึ้นเป็น สติสัมโพชฌงค์แล้วประกอบด้วยองค์อีก ๖ รวม

เป็น  โพชฌงค์ ๗  โพชฌงค์ ๗  มี  อุเบกขาโพชฌงค์  คือ  ปัญญา

พิจารณาเห็นตามเป็นจริง  ไม่ยินดียินร้าย  เป็นส่วนปัญญา

เมื่อปัญญาที่พิจารณานั้นเลื่อนสูงขึ้น  ก็เป็น  สัมมาทิฏฐิในองค์มรรค  และ

ประกอบด้วยองค์มรรคอีก ๗  จึงเป็น มัคคสามัคคี  ถ้าว่าจำเพาะหน้าที่

ที่จะปฏิบัติเพื่อให้เห็นง่าย ๆ  สัมมาทิฏฐิ  มีหน้าที่พิจารณาเพื่อให้เห็น

อริยสัจ ๔  ตามเป็นจริง  สัมมาสมาธิ  อุดหนุนให้การพิจารณาอริยสัจ ๔ 

ให้ตั้งมั่นอยู่ได้   ถ้าขาดสัมมาสมาธิ  การตั้งใจมั่นก็ไม่มี

การพิจารณาอริยสัจ ๔  ก็ไม่เห็น

  ธรรมเหล่านี้อาศัยซึ่งกันและกันไปจึงเรียกว่าโพธิปักขิยธรรม 

ธรรมเป็นฝ่ายแห่ง ปัญญา เป็นเครื่องตรัสรู้หรือธรรมเป็น

ฝ่ายแห่งความตรัสรู้  แต่ธรรมเหล่านี้ ละเอียดต้องพิจารณาดูให้ดี  ไม่เช่นนั้น

ก็เป็นแต่พอรู้เลา ๆ  อาจจะไม่เข้าใจ อรรถ  คือเนื้อความได้ดี

 แต่ท่านแสดงไว้อย่างนี้ก็แสดงไปตามเรื่อง.

 ( โอ.  ๑/๒๐๘-๒๑๐ ).



   มรรคมีองค์ ๘ ประการนี้ถ้าเกิดขึ้น ด้วยกันเป็น มรรคสามัคคี ในเวลาใด 

ทุกขนิโรธ  ก็เป็นอันทำให้แจ้ง,  จิตก็สงบระงับ, ตัณหาเป็นทุกขสมุทัย 

ก็เป็นอันละ,  ทุกข์ ก็เป็นอันกำหนดรู้. ทุกข์เพราะกิเลส  ก็ ไม่เกิด.

  ชื่อว่าสัจจะทั้ง ๔  เกิดขึ้นในขณะ จิตเดียว.  แต่ควรสันนิษฐานว่า

 องค์มรรคทั้ง ๘  ประการนั้น  ถึงเกิดขึ้นด้วยกันเป็นมรรคสามัคคี 

แต่ถ้ามีกำลังยังไม่เต็มเสมอกันทุกองค์  คือถึงสัมมาทิฏฐิจะเกิดขึ้นตลอดถึง

สัมมาอาชีวะ,  แต่ถ้า สัมมาวายามะ  ยังไม่หนุนสัมมาสติให้มีกำลังเต็มที่เป็น

ไปได้นาน  และยังไม่หนุน สัมมาสมาธิ  ให้มีกำลังเต็มที่จนถึงฌาน

 ดังที่ท่านแสดงไว้,  สัมมาวายามะ  ก็ยังอ่อน สัมมาสติ  สัมมาสมาธิ  ก็ยัง

อ่อน  เพราะฉะนั้น  คงยังไม่เป็นอริยมรรค  แต่คงเป็นโลกิยมรรค,  ถ้ามรรค

เป็นโกลิยมรรคเกิดขึ้น  ผลที่เสร็จมาแต่มรรค  ก็คงเป็นโลกิยผล,

 เมื่อผลเป็นโลกิยผล  ก็คงเป็น กุปปธรรม  คือยังกำเริบยังเสื่อมได้. 

ต่อเมื่อใด  ผู้บำเพ็ญเพียรได้ทำองค์มรรคทั้ง ๘  ประการให้เกิดขึ้นมีกำลัง

เสมอกันตลอดเป็นอริยมรรคแล้ว.  ผลอันเสร็จมาแต่มรรค

 ก็คงเป็นอริยผล.  องค์มรรคทั้ง ๘ ประการนั้น  ถ้าเกิดขึ้นด้วยกันเป็น

มรรคสามัคคี  ก็คงจะได้ผลเป็นทุกขนิโรธ ถึงยังเป็นโกลิยผล

 เป็นกุปปธรรม  ก็อาจระงับทุกข์  ทำจิตให้ผ่องในสงบระงับ

เป็นอันได้ปรากฏรสพระธรรมได้ชั่วคราว.  ถ้าท่านผู้บำเพ็ญเพียรได้ทำให้

เกิดขึ้นบ่อย ๆ  เข้า  ก็คงได้บรรลุผลนั้นบ่อย ๆ  เข้า  และคงอาจเป็น

อุปนิสัยให้องค์มรรคทั้ง ๘ มีกำลังเต็มที่เสมอกันเป็น

อริยมรรค.  ผลก็คงเป็นอริยผล  ตามกำลังของมรรค.

 ( วชิร.  ๒๖๖-๒๖๗ ).



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 28 (0)
..เวลาสวัสดิ์.. วันที่ : 08/12/2018 เวลา : 21.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/times


🙏

ความคิดเห็นที่ 27 (0)
..เวลาสวัสดิ์.. วันที่ : 16/11/2017 เวลา : 12.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/times



ความคิดเห็นที่ 26 (0)
..เวลาสวัสดิ์.. วันที่ : 15/06/2016 เวลา : 01.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/times



ความคิดเห็นที่ 25 (0)
..เวลาสวัสดิ์.. วันที่ : 14/06/2016 เวลา : 23.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/times



ความคิดเห็นที่ 24 (0)
..เวลาสวัสดิ์.. วันที่ : 01/11/2014 เวลา : 23.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/times


.

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
..เวลาสวัสดิ์.. วันที่ : 11/10/2014 เวลา : 23.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/times


ทุกนัยธรรมนำส่งดิ่งตรงจิต
รู้จุดผิด--เห็นทางถูก..แล้วปลูกฝัง
สัมมาฯ ชอบ กอปรพินิจ..อริยสัจจัง
ปัญญาหยั่ง..เซาะรากเหง้าเงาอวิชชาฯ

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
..เวลาสวัสดิ์.. วันที่ : 09/12/2013 เวลา : 23.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/times


ความคิดเห็นที่ 21 (0)
..เวลาสวัสดิ์.. วันที่ : 05/07/2012 เวลา : 00.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/times


.

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
..เวลาสวัสดิ์.. วันที่ : 22/06/2012 เวลา : 23.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/times


.

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
อิมกุดั่น วันที่ : 16/12/2011 เวลา : 17.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/im
คลิกชื่อ "  อิมกุดั่น " เลือก "สารภาพ" แล้วพบกันที่.. http://www.oknation.net/blog/canvas 

สาธุค่ะ

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
times วันที่ : 28/03/2011 เวลา : 00.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/times


.

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
times วันที่ : 23/03/2011 เวลา : 09.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/times


จิตหนึ่ง..

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
times วันที่ : 29/05/2010 เวลา : 17.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/times



ความคิดเห็นที่ 15 (0)
times วันที่ : 20/03/2009 เวลา : 00.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/times



ความคิดเห็นที่ 14 (0)
อักษราภรณ์ วันที่ : 20/03/2009 เวลา : 00.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Aug-saraporn
ดอกโมกเอยโมกขธรรมล้ำเลิศค่า.....ปรารถนาโมกข์หมายปลายทางถึง.....อัฏฐังคิกมรรคไม่หย่อนตึง.....โมกน้อยดอกหนึ่งเริ่มแย้มบาน.....



ความคิดเห็นที่ 13 (0)
ลานเทวา วันที่ : 19/03/2009 เวลา : 22.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/phutanow
 .......ทุกบทคำนำนัยยะ   เถอะเจ้าจงชำระ   มันด้วยใจ.........

สาธุ


ความคิดเห็นที่ 12 (0)
passama วันที่ : 19/03/2009 เวลา : 20.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/passama
สิ่งที่เราไม่มีเราจะไม่สูญเสียมันไป

ปลายทางแห่งศรัทธา...

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
wadwangnoy วันที่ : 19/03/2009 เวลา : 16.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wadwangnoy

เจริญพร..

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
ใบชมพู วันที่ : 19/03/2009 เวลา : 16.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mooni
มู


ธรรม

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
เด็กชายนะโม วันที่ : 19/03/2009 เวลา : 15.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rattamontri
นครพนม

จริงๆนะขอรับ
ผมเข้ามาบลอคท่าน
ผมรู้สึกมีบุญอบอุ่นในใจ
สาธุรำพึง
ยอมือไหว้
มรรคมีองค์ 8
ทางที่จะไปสู่อะไรนะคับ
นิพพานใช่ไหมขอรับ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ลูกพระบิดาเด็กมอออคนหนึ่ง วันที่ : 19/03/2009 เวลา : 15.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pueng
ฤาโลกนี้จะไม่มีความจริง  มีเพียงสิ่งที่มองจากมุมใคร

สวัสดีค่ะ

มาทักทายค่ะ

.
.

ขอบคุณบทความดีดีน่ะค่ะ

เพิ่งเข้าใจ คำว่า

"มรรค มีองค์ 8 "

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
times วันที่ : 19/03/2009 เวลา : 08.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/times


_/|\_


ความคิดเห็นที่ 6 (0)
อาโป วันที่ : 19/03/2009 เวลา : 05.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/agile
อชิระ/อาโป



ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ManInTheWind วันที่ : 19/03/2009 เวลา : 04.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nopsteve


" ปราชญ์ "

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
times วันที่ : 19/03/2009 เวลา : 00.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/times

เด็ก คห# 3 น่ารักจัง

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
อักษราภรณ์ วันที่ : 18/03/2009 เวลา : 23.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Aug-saraporn
ดอกโมกเอยโมกขธรรมล้ำเลิศค่า.....ปรารถนาโมกข์หมายปลายทางถึง.....อัฏฐังคิกมรรคไม่หย่อนตึง.....โมกน้อยดอกหนึ่งเริ่มแย้มบาน.....


_/l\_ _/l\_ _/l\_

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
times วันที่ : 18/03/2009 เวลา : 19.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/times


_/|\_

อริยมรรค มีองค์ ๘


ความคิดเห็นที่ 1 (0)
times วันที่ : 18/03/2009 เวลา : 17.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/times




_/|\_

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน