*/
  • อาโป
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-06-10
  • จำนวนเรื่อง : 313
  • จำนวนผู้ชม : 450312
  • จำนวนผู้โหวต : 1921
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1921 คน
<< มีนาคม 2009 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 30 มีนาคม 2552
Posted by อาโป , ผู้อ่าน : 2652 , 19:30:29 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน ..เวลาสวัสดิ์.. โหวตเรื่องนี้

 

 

  

พ-ละ พลังละ หรือ พละ:  คือ 

ธรรมเป็นกำลัง ๕  แยกอาการออกไปก็เป็น  สัทธา ๑  วิริยะ ๑  สติ ๑ สมาธิ ๑  ปัญญา ๑

  ธรรมเหล่านี้ต้องมีกำลัง  หรือเป็นกำลังเกิดขึ้นในบุคคล

บุคคลจึงสามารถต่อต้านข้าศึกได้สำเร็จ,

ธรรมส่วนชั่วที่เป็นข้าศึกของพละก็มี ๕

เป็นคู่กัน:

    อสัทธิยะ  ความไม่เชื่อ  เป็นข้าศึกของ สัทธา  ความเชื่อ

    โกสัชชะ  ความเกียจคร้าน  เป็นข้าศึกของ วิริยะ  ความเพียร

    สติสัมโมสา  ความหลงสติ  เป็นข้าศึกของ  สติ

    จิตตวิกเขปะ  ความฟุ้งซ่านของจิตเป็นข้าศึกของ  สมาธิ

   ทุปปัญญา  รู้ชั่วหรือปัญญาอ่อน  ปัญญาแร้นแค้น  เป็นข้าศึกของ ปัญญา

          

   คนเราจะทำอะไร  ให้สำเร็จได้ก็ต้อง อาศัย  สัทธา  ความเชื่อ  คือ เชื่อ

ว่ากิจที่จะทำนั้นเป็นกิจที่ดีอย่างหนึ่ง  เชื่อว่าเราเองสามารถจะทำได้สำเร็จ

อีกอย่างหนึ่ง  ทั้งสองอย่างนี้ต้องประกอบกัน 

  ถ้าไม่เชื่อว่ากิจการที่จะทำนั้นดี  ก็ไม่ทำ  หรือเชื่อว่าดีแต่ว่าไม่เชื่อความ

สามารถของตัว  นึกว่าทำไม่ได้  ดูถูกตัวเองเสีย  ยอมตัวเองให้เลวเสีย

ก็ไม่สำเร็จอีกเหมือนกัน  จึงต้องอาศัยความเชื่อ  เชื่อว่ากิจที่จะทำนั้นดี

และเชื่อความสามารถของตัวว่าทำได้ 

  เมื่อเชื่อเช่นนั้นแล้วก็ต่อสู้กับ อสัทธิยะ  ความไม่เชื่อ  วิริยะ  ความ

บากบั่น  ก็ช่วยประกอบกับ  สัทธา  ความเชื่อ  ต่อสู้กับ โกสัชชะ  ความ

เกียจคร้าน  สติ  ความระลึก  หรือความระลึกได้  ก็เข้าประกอบกัน  สู้กับ 

สติสัมโมสา  ความหลงสติ  สมาธิ  ความตั้งใจมั่น  ก็สู้กับ  จิตตวิกเขปะ 

ความฟุ้งซ่านของจิต  

    ปัญญาที่พิจารณา  เพื่อให้รู้ตามเป็นจริง  ก็ต่อสู้กับทุปปัญญา  รู้ชั่วรู้ผิด

ในเวลาที่ต่อสู้กันนี้แหละ  ธรรมเหล่านี้จึงได้ชื่อว่าเป็นกำลัง  เป็นพละ

อย่างหนึ่ง ๆ  ถ้าต่อสู้กับข้าศึกไม่สำเร็จแพ้ข้าศึก  ข้าศึกก็เข้าครอบงำบุคคล

บุคคลก็หมดกำลัง  ไม่มีกำลัง  ทำอะไรก็ไม่สำเร็จ

  ถ้ามีธรรม ๔  อย่างนี้แข็งแรงต่อสู้กับข้าศึกจนข้าสึกแพ้  สัทธา,  วิริยะ,  

สติ,  สมาธิ,  ปัญญา  ก็เป็นใหญ่ขึ้น  ได้ชื่อว่าเป็น  อินทรีย์ 

  สัทธา  ก็เป็นใหญ่ในการเชื่อ  วิริยะ  ก็เป็นใหญ่ในการบากบั่น  สติ  ก็

เป็นใหญ่ในการนึก สมาธิ ก็เป็นใหญ่ในการตั้งมั่น  ปัญญา  ก็เป็น

ใหญ่ในการพิจารณาเพื่อให้รู้  เหมือนดังคนที่ต่อสู้กับข้าศึกศัตรู  ในเวลาที่

ต่อสู้กันก็ต้องใช้กำลัง  ถ้ากำลังของตัวน้อย  ข้าศึกศัตรูก็ชนะ  ผู้แพ้ก็เป็น

เชลยของข้าศึก  นี่ก็เหมือนกัน  ถ้าสัทธา  วิริยะ  สติ  สมาธิ  ปัญญา 

อ่อนก็มีกำลังน้อยข้าศึกมีกำลังมากกว่าก็ชนะ  คนก็เป็นเชลยของความชั่ว

ที่เป็นข้าศึก  แล้วแต่ความชั่วนั้นจะฉุดไปทางไหน

 ถ้าต่อสู้กับข้าศึก  ข้าศึกแพ้  ธรรม ๕ อย่างนี้ก็เลื่อนเป็น

 อินทรีย์  คือเป็นใหญ่.

          

       เรียกตามชื่อเมื่อต่อสู้ข้าศึกว่า  สัทธาพละ  กำลังคือสัทธา  วิริยพละ 

กำลังคือ วิริยะ  สติพละ  กำลังคือสติ  สมาธิพละ  กำลังคือสมาธิ  ปัญญา

พละ  กำลังคือปัญญา  หรือว่า  สัทธาเป็นกำลังเป็นต้นก็ได้

           เมื่อธรรมเหล่านี้  ต่อสู้ข้าศึกชนะเป็นใหญ่  สัทธาก็เรียกว่า 

สัทธาอินทรีย์ สนธิเป็น  สัทธินทรีย์  อินทรีย์คือสัทธา 

วิริยะเรียกว่า  วิริยะอินทรีย์  สนธิเป็นวิริยินทรีย์  อินทรีย์คือวิริยะ

สติเรียกว่าสติอันทรีย์  สนธิเข้าก็เป็น  สตินทรีย์อินทรีย์คือสติ 

สมาธิเรียกว่า  สมาธิอินทรีย์  สนธิเข้ากันเป็น  สมาธินทรีย์อินทรีย์คือสมาธิ 

ปัญญาเรียกว่า  ปัญญาอินทรีย์  สนธิเข้าก็เป็น  ปัญญินทรีย์

อินทรีย์  คือ  ปัญญา  หรือว่าสัทธาเป็นอินทรีย์เป็นต้น  ก็ได้

           เมื่อเป็น  อินทรีย์  ก็ให้สำเร็จเป็นอิทธิบาท 

เมื่อเป็น  อิทธิบาท  ก็หนุนให้เกิด  สัมมัปปธาน  หรือ  ปธาน มุ่งทางชอบ 

ปธาน  หรือ  สัมมัปปธานก็หนุนให้การปฏิบัติ  สติปัฏฐาน  ดำเนินไปด้วยดี 

เพราะฉะนั้น  ถ้าว่าตามเหตุผล  จะทำหรือจะเจริญสติปัฏฐานได้ก็ ต้องอาศัย

สัมมัปปธาน

 

   สัมมปปธานจะเป็นไปได้ก็ต้องอาศัยอิทธิบาท  อิทธิบาทจะเป็นไปได้ให้ถึง

ความสำเร็จก็ต้องอาศัยอินทรีย์ ๕  จะเป็นอินทรีย์ได้ก็ต้องอาศัยพละ ๕ 

ต่อสู้ข้าศึก  นี่ว่าตามลำดับของธรรมหมวดนี้  แม้ในกิจอื่นก็เช่นเดียวกัน

คนจะทำอะไรสำเร็จได้ก็ต้องมีสัทธา  มีวิริยะ, มีสติ,  มีสมาธิ,  มีปัญญา 

แล้วต่อสู้กับข้าศึกจนข้าศึกแพ้ ธรรมเหล่านี้เป็นอินทรีย์ขึ้นแล้ว 

ก็เลื่อนเป็นอิทธิบาท  เป็นปธาน  ก็ให้การงานที่ทำเช่น  เรียนก็ตาม  ทำการ

งานอะไรก็ตามสำเร็จได้ ถ้าขาดไปเสีย  ก็ขาดตั้งแต่พละ การงานก็ไม่สำเร็จ 

เรามุ่งจะทำกัมมัฏฐานตั้งใจทำกัมมัฏฐาน  เมื่อว่าตามลำดับของธรรม  ก็ต้อง

มีมาตั้งแต่พละ  คือ  เป็นพละเป็นอินทรีย์  เป็นอิทธิบาท  แล้วก็เป็นปธาน 

การทำกัมมัฏฐานจึงจะสำเร็จ  ถ้าขาด  ก็ขาดมาตั้งแต่พละ  คือธรรม ๕

ประการนี้ย่อมอ่อนกำลังไ ม่พอต่อสู้ข้าศึก  ก็ไม่สำเร็จ  ต้องเป็นเชลยของข้า

ศึกไป ตามหลักธรรมเนื่องกันเช่นนี้

           เมื่อ  สติปัฏฐาน  อาศัยสัมมัปปธาน ๆ  อาศัยอิทธิบาท ๆ 

อาศัยอินทรีย์ ๆ  อาศัยพละ  สติปัฏฐานก็ดำเนินไปด้วยดี  เมื่อเป็นเช่นนี้ 

สติปัฏฐานก็จะเลื่อนชั้นขึ้นเป็นโพชฌงค์  องค์แห่งปัญญาเป็นเครื่องตรัสรู้

  นั่นไปดูในโพชฌงค์ ๗  อ่านแล้วพิจารณาดูเสีย  ต่อไปถึง  มรรคมี

องค์ ๘เนื่องกันไป

           ว่าถึงหลักธรรมที่จะพึงปฏิบัติ  สติปัฏฐานเป็นหลักที่จะปฏิบัติ 

สัมมัปปธาน  อิทธิบาท  อินทรีย์  พละเป็นอุปการธรรม  ถ้าขาดอุปการธรรม

สติปัฏฐาน  พิจารณากายเวทนาจิตธรรม  ก็ไม่สำเร็จ

 แม้ในกิจการงานอื่น ๆ  ที่จะทำก็เหมือนกัน  ถ้าขาดอุปการธรรมเหล่านี้แล้ว

กิจการงานก็ไม่สำเร็จ  คนเราที่ทำกิจการงานมาสำเร็จได้ 

แม้ในทางโลกเป็นอย่าง ๆ ง่ายก็ตามยากก็ตาม  ก็ต้องประกอบด้วยอุปการ

ธรรม  คือ ปธาน,  อิทธิบาท, อินทรีย์,  พละ  เป็นอุปการะทั้งสิ้น

( โอ.  ๑/๑๙๒-๑๙๖ ).

 

.........................................................................................

    ดูกรภิกษุทั้งหลาย อริยสัจ ๔ เหล่านี้ อริยสัจ ๔ เป็นไฉน?

คือ ทุกขอริยสัจ ทุกขสมุทัยอริยสัจ ทุกขนิโรธอริยสัจ ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทอริยสัจ.

   ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ทุกขอริยสัจเป็นไฉน?

ควรจะกล่าวได้ว่า อุปาทานขันธ์ ๕ อุปาทานขันธ์ ๕ เป็นไฉน?

ได้แก่อุปาทานขันธ์คือรูป อุปาทานขันธ์คือเวทนา อุปาทานขันธ์คือสัญญา อุปาทานขันธ์คือสังขาร อุปาทานขันธ์คือวิญญาณ นี้เรียกว่าทุกขอริยสัจ.

   ก็ทุกขสมุทยอริยสัจเป็นไฉน?

ตัณหาอันทำให้มีภพใหม่ ประกอบด้วยความกำหนัดด้วยอำนาจความพอใจ เพลิดเพลินยิ่งนักในอารมณ์นั้นๆ ได้แก่กามตัณหา ภวตัณหา วิภวตัณหา นี้เรียกว่า ทุกขสมุทยอริยสัจ.

  ก็ทุกขนิโรธอริยสัจเป็นไฉน? 

 ความดับด้วยการสำรอกโดยไม่เหลือแห่งตัณหานั้นแหละ ความสละ ความวาง ความปล่อย ความไม่อาลัยตัณหานั้น นี้เรียกว่าทุกขนิโรธอริยสัจ.

   ก็ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาอริยสัจเป็นไฉน? 

อริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ นี้แหละ คือ สัมมาทิฏฐิ ฯลฯ สัมมาสมาธิ นี้เรียกว่า ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาอริยสัจ.

   ดูกรภิกษุทั้งหลาย อริยสัจ ๔ เหล่านี้แล เพราะเหตุนั้นแหละ เธอทั้งหลายพึงกระทำความเพียรเพื่อรู้ตามความเป็นจริงว่า นี้ทุกข์ ฯลฯ นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา.
.......................................................................................


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 36 (0)
..เวลาสวัสดิ์.. วันที่ : 02/11/2014 เวลา : 22.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/times


.

ความคิดเห็นที่ 35 (0)
..เวลาสวัสดิ์.. วันที่ : 02/06/2012 เวลา : 11.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/times


น้ำวนปลาว่ายซัดส่ายหนัก
เวียนมิรู้พักตามกระแส
หลง, ไหล ไปตามความผันแปร
ธรรมแท้..หยุด..นิ่ง..แล้วพลิก..ทวน

ใช่ฝีนสัจจะธรรมที่เป็น
ทุกสิ่งที่เห็นว่าผันผวน
ธรรมดาปรุงแต่งย่อมแปรปรวน
พลิก..ทวน..รู้..ละ..ชนะมาร

ความคิดเห็นที่ 34 (0)
..เวลาสวัสดิ์.. วันที่ : 27/05/2012 เวลา : 12.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/times


.

ความคิดเห็นที่ 33 (0)
อักษราภรณ์ วันที่ : 07/10/2011 เวลา : 19.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Aug-saraporn
ดอกโมกเอยโมกขธรรมล้ำเลิศค่า.....ปรารถนาโมกข์หมายปลายทางถึง.....อัฏฐังคิกมรรคไม่หย่อนตึง.....โมกน้อยดอกหนึ่งเริ่มแย้มบาน.....



ความคิดเห็นที่ 32 (0)
เคียงดิน วันที่ : 03/05/2011 เวลา : 16.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/keangdin
รั ก แ ค่ ว า ท ก ร ร ม  อำ พ  ร า ง

ย่องมาดูเค้าคุยกัน น่ารักจริงๆ

ความคิดเห็นที่ 31 (0)
times วันที่ : 16/04/2011 เวลา : 09.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/times

.

ความคิดเห็นที่ 30 (0)
times วันที่ : 09/04/2011 เวลา : 13.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/times


.

ความคิดเห็นที่ 29 (0)
times วันที่ : 06/12/2010 เวลา : 20.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/times


เมื่อ สติปัฏฐาน อาศัยสัมมัปปธาน ๆ อาศัยอิทธิบาท ๆ
อาศัยอินทรีย์ ๆ อาศัยพละ สติปัฏฐานก็ดำเนินไปด้วยดี

ความคิดเห็นที่ 28 (0)
times วันที่ : 02/12/2010 เวลา : 08.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/times



ความคิดเห็นที่ 27 (0)
times วันที่ : 23/04/2010 เวลา : 23.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/times


แดดร่มลมตกวิหคเหิร
ชีวิตยังดำเนินเพลินเสาะหา
ตามทางแห่งพันธุ์พืชสว่างมืดพา
ชำระกิจที่ค้างคาหรือหาเพิ่ม

เพียงรู้ชัดเกิดมาเพื่อหาหน-
ทางวิชชาละตัวตนที่ฮึกเหิม
มีเพียงรู้อย่าปรุงฟุ้งเพิ่มเติม
พละเสริมสติใกล้ ไกลอุปาทาน

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
times วันที่ : 16/04/2010 เวลา : 14.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/times



ความคิดเห็นที่ 25 (0)
times วันที่ : 01/04/2009 เวลา : 01.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/times



ความคิดเห็นที่ 24 (0)
times วันที่ : 01/04/2009 เวลา : 01.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/times

ของฝาก..ภาพสวยๆ .. ทำไม่ได้..

อิอิ..ต๊ะไว้ก่อนนะคะ

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
times วันที่ : 01/04/2009 เวลา : 01.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/times

เอ..ระบบมีปัญหาไรน้อ..

มากู้ดไนท์ค่า

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
undertaker วันที่ : 31/03/2009 เวลา : 20.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/undertaker
ความสุข หาก"ขอ"กันได้ โลกนี้ก็คงไม่มีความทุกข์

แจ่มชัด ...
ท่านนำ"ธรรม"ให้เป็นเรื่องง่าย
กระผมปิติเป็นอย่างยิ่ง ......... ด้วยว่า
ปัจจุบันสมัย เหล่าชนอันครอง ทุปปัญญา มีมากเหลือเกิน
หวังเพียงเศษเสี้ยว .... จะเจริญปัญญา ขึ้นบ้าง นะท่านนะ
.
.
ต้นดึกสวัสดิ์

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
อักษราภรณ์ วันที่ : 31/03/2009 เวลา : 19.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Aug-saraporn
ดอกโมกเอยโมกขธรรมล้ำเลิศค่า.....ปรารถนาโมกข์หมายปลายทางถึง.....อัฏฐังคิกมรรคไม่หย่อนตึง.....โมกน้อยดอกหนึ่งเริ่มแย้มบาน.....



ความคิดเห็นที่ 20 (0)
อาโป วันที่ : 31/03/2009 เวลา : 18.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/agile
อชิระ/อาโป


..หว่า ดอกกุหลาบทำไมต้องมีหนามด้วยน่า...

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
times วันที่ : 31/03/2009 เวลา : 17.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/times


โฆษณา..โก๋แก่..อ๊ะป่าวอ่ะคะ..

..คิก คิก..สโลแกน..ยังใช้ได้อ๊ะป่าวน้อ..

5555+

_/|\_



ความคิดเห็นที่ 18 (0)
อักษราภรณ์ วันที่ : 31/03/2009 เวลา : 17.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Aug-saraporn
ดอกโมกเอยโมกขธรรมล้ำเลิศค่า.....ปรารถนาโมกข์หมายปลายทางถึง.....อัฏฐังคิกมรรคไม่หย่อนตึง.....โมกน้อยดอกหนึ่งเริ่มแย้มบาน.....

http://www.youtube.com/watch?v=-NFEPI3yVdE
The Eagles...Take it Easy

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
times วันที่ : 31/03/2009 เวลา : 16.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/times


ต่างคนต่างพูดพร่ำถึงคำ"รัก"
รักเสียจนต้องปกปักษ์ต้องหักหาญ
รักล้นใจไม่ต้องสนใครลนลาน
เหยียบย่ำจนชีพลาญตำนาน”รัก”

++++++++++++++++++++++

อ้างอิง..

อาโป
ความคิดเห็นที่ 20
อาโป วันที่ : 31/03/2009 เวลา : 13.12 น.


...แล้วเป็นคนเราเกิดมาในแผ่นดินนี้

ทำความดีอะไรให้ร่มเย็น

รักโกรธหลงรบราฆ่าฟันเท่านั่นหรือที่ทำเป็น

ไม่ดีเด่นกว่าบรรดาต้นหญ้าเลย..ฯ



ความคิดเห็นที่ 16 (0)
ปากกาศรีบูรพา วันที่ : 31/03/2009 เวลา : 16.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kaweesri


สุขทุกครั้งที่มาเยือน...ครับ

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
times วันที่ : 31/03/2009 เวลา : 15.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/times


อิอิ..แอบนายมา..อู้..

มา exercise.. ฝึกพละ..

จะเปง อินทรีย์..

แฮ่ แฮ่.. สุดท้าย..เป็น..ปุ๋ย..ทุกราย..

5555+

ไปก่อน..นะคะ..แล้วจะแวบมาใหม่

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
times วันที่ : 31/03/2009 เวลา : 15.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/times


5555+

อินทรีย์ ๕ นะเจ้าคะ ..

5555+

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
อาโป วันที่ : 31/03/2009 เวลา : 15.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/agile
อชิระ/อาโป


.ฮ่า..อะไรนะ..


ความคิดเห็นที่ 12 (0)
times วันที่ : 31/03/2009 เวลา : 15.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/times


..นกตายเน่าเปื่อย...

..เป็นปุ๋ย..

..เป็น..วงจร..



...เป็นต้นไม้ยังให้ความร่มรื่นแก่ชีวิต

เป็นนกตัวนิดให้เสียงเพลงแก่โลกหล้า

เป็นดอกไม้น้อยยังให้ความชื่นบานตา

แม้ต้นหญ้ายังให้ออกซิเจน

...............

โดย อาโป
ความคิดเห็นที่ 20
อาโป วันที่ : 31/03/2009 เวลา : 13.12 น.




_/|\_

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
times วันที่ : 31/03/2009 เวลา : 14.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/times


.. เป็น..

..ปุ๋ยอินทรีย์..

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
อาโป วันที่ : 31/03/2009 เวลา : 12.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/agile
อชิระ/อาโป


..นกตายเน่าเปื่อย...

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
times วันที่ : 31/03/2009 เวลา : 11.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/times




จาก นก.. เป็น..อินทรีย์..




ความคิดเห็นที่ 8 (0)
times วันที่ : 31/03/2009 เวลา : 09.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/times




_/|\_

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
times วันที่ : 31/03/2009 เวลา : 09.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/times



ความคิดเห็นที่ 6 (0)
times วันที่ : 31/03/2009 เวลา : 08.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/times



ความคิดเห็นที่ 5 (0)
times วันที่ : 31/03/2009 เวลา : 08.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/times



ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ป้ารุ วันที่ : 30/03/2009 เวลา : 20.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/paaru

ขอบคุณค่ะ เรื่องนี้สำคัญจริง ๆ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
times วันที่ : 30/03/2009 เวลา : 20.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/times



ความคิดเห็นที่ 2 (0)
อักษราภรณ์ วันที่ : 30/03/2009 เวลา : 19.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Aug-saraporn
ดอกโมกเอยโมกขธรรมล้ำเลิศค่า.....ปรารถนาโมกข์หมายปลายทางถึง.....อัฏฐังคิกมรรคไม่หย่อนตึง.....โมกน้อยดอกหนึ่งเริ่มแย้มบาน.....

สาธุค่ะ




ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ลานเทวา วันที่ : 30/03/2009 เวลา : 19.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/phutanow
 .......ทุกบทคำนำนัยยะ   เถอะเจ้าจงชำระ   มันด้วยใจ.........

สาธุ สาธุ สาธุ

กำลังแห่งธรรม กำลังแห่งความคิด

สติ



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน