*/
  • อาโป
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-06-10
  • จำนวนเรื่อง : 311
  • จำนวนผู้ชม : 405313
  • จำนวนผู้โหวต : 1768
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1768 คน
<< พฤศจิกายน 2009 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 3 พฤศจิกายน 2552
Posted by อาโป , ผู้อ่าน : 4451 , 17:11:17 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน อักษราภรณ์ , ..เวลาสวัสดิ์.. โหวตเรื่องนี้

 

ธาตุรู้

  ทุก ๆ คนมีความรู้  หรือมีธาตุรู้

อยู่ด้วยกันทั้งนั้น  ถ้าไม่มีความรู้  หรือไม่มีธาตุรู้ 

ก็จะเป็นคนไม่ได้  เพราะฉะนั้น  จึงมีพระพุทธ

ภาษิตแสดงไว้ว่า

ฉธาตุโร  อยํ  ปุริโส  คนนี้มีธาตุ ๖ คือ  ธาตุดิน 

ธาตุน้ำ  ธาตุไฟ  ธาตุลม

ธาตุอากาศและธาตุรู้  เหล่านี้เป็นต้น 

    รูปกายคือกายที่เป็นส่วนรูป  แต่ถ้าไม่มี

ธาตุรู้ก็เป็นหุ่น  หรือเป็นร่างกายของคนตาย 

ไม่สามารถจะทำกิจการงานทั้งหลาย

ให้สำเร็จไปได้  ต่อเมื่อมีวิญญาณธาตุ ธาตุรู้

ประกอบกันไปอาศัย

กันและกันเป็นไป  นั่นแหละธาตุรู้จึง

จะใช้ ดิน  น้ำ  ไฟ  ลม  อากาศ  ที่เป็น

ธาตุไม่รู้อันเป็นรูปกายนั้น  ให้ทำกิจการ

งานเพื่อสำเร็จกิจ  สำเร็จประโยชน์แก่

ตน  เพื่อสำเร็จประโยชน์ต่อบุคคลผู้อื่น

    ลำพังแต่ธาตุรู้เดิมที่มีอยู่ในบุคคล 

ก็ประมวลกันอยู่ ไม่มีอาการที่แสดงออกมาว่า

เป็นอย่างไร  เช่นเด็กที่อยู่ในครรภ์มารดา

หรือคนนอนหลับหรือคนสลบ  เพราะมี

ธาตุรู้อยู่แต่ประมวลกันอยู่  ไม่แสดง

อาการออกมา จึงไม่รู้ยิ่งขึ้นไป 

ต่อเมื่อเด็กนั้นคลอดจากครรภ์มารดาออกมา

และได้อาศัยความเจริญที่มีอยู่ตามธรรมดา

อุปถัมภ์  ก็ให้เจริญยิ่งขึ้นโดยลำดับ  หรือ

คนนอนหลับคนสลบ  ฟื้นตื่นจากหลับ

จากสลบ  ธาตุรู้นั่นแหละ  จึงแสดงออก

มาทางทวาร  คือออกมาทางตาให้เห็นรูป

ก็เกิดความรู้สึกขึ้น เรียกว่าจักขุวิญญาณ 

ออกมาทางหูได้ประสบเสียง  เกิดความ

รู้สึกขึ้น  เรียกว่าโสตวิญญาณ  ออกมาทาง

ฆานะคือจมูก  เกิดความรู้สึกขึ้น  เรียกว่า

ฆานวิญญาณ  ออกมาทางสิ้นและรู้รส

เกิดความรู้สึกขึ้น  เรียกว่าชิวหาวิญญาณ

ออกมาทางกายมาประสบโผฏฐัพพะ 

คือสิ่งที่กายถูกต้อง  เกิดความรู้สึกขึ้น  เรียกว่า

กายวิญญาณ  ออกมาทางมนะ  คือมนะนึก

คิดอารมณ์หรือเรื่องราวต่าง ๆ

เกิดความรู้สึกขึ้น  เรียกว่ามโนวิญญาณ 

วิญญาณของธาตุรู้อาศัยกับกาย  ซึ่งเป็นธาตุไม่รู้

จัดเป็นวิญญาณขันธ์  คือกองวิญญาณใน

ขันธ์ห้า, 

 นี้ธาตุรู้ตื่นขึ้นมา  แต่ว่าธาตุรู้นั้น

ก็รู้เพียงที่จะปกครอง  บริหารตนให้เป็นไป

ได้  ป้องกันอันตรายที่พึงมีมาตามสามารถ

ที่จะพึงป้องกันได้  รู้เช่นนี้เสมอกันไปใน

คนและในสัตว์ เพราะสัตว์ดิรัจฉาน  ก็มี

ความรู้เช่นนี้  นี้ได้ชื่อว่ารู้ ตื่นจากไม่รู้

หรือจากหลับ  จากสลบมาชั้นหนึ่ง  แต่ยัง

ไม่วิเศษอะไร  เพราะว่า  ถ้าปล่อยให้ธาตุรู้

นั้นเป็นไปตามอารมณ์ที่ได้ประสบ  กิเลส

ที่มีภายใน  คือโลภะ ความต้องการได้

โทสะ  ความโกรธแค้น  โมหะ  ความหลง

ก็ออกไปเกี่ยวข้องพัวพันกับอารมณ์ที่รู้นั้น

และอยากได้  โกรธแค้น หลงไปตามอารมณ์

เมื่อเป็นเช่นนี้  ก็เป็นเหตุให้ประพฤติปฏิบัติ

ทางกายด้วยทำ  ทางวาจาด้วยพูด  ทางใจ

ด้วยคิด  ผิดบ้างถูกบ้าง  ไม่รู้สึกดีชั่วอย่างไร

  ต่อเมื่อธาตุรู้นั้นแหละ  ได้รู้ยิ่งขึ้นไป

จนถึงรู้ว่าใครเป็นคนดี  ใครเป็นคนชั่ว  

เมื่อรู้จักว่า  ใครเป็นคนดี  ใครเป็นคนชั่ว

ดังนี้แล้ว  สืบเข้าไปว่า  เขาดีเพราะอะไร

หรือชั่วเพราะอะไร  ก็จะเห็นได้ด้วยความ

รู้ของตนเองว่า  คนที่ทำดี  ก็เพราะเขารู้ดี

รู้ชั่ว  และตั้งใจเว้นชั่วตั้งใจทำดี  คนที่เป็น

คนชั่ว  ก็เพราะรู้ชั่วรู้ผิด  แต่ไม่รู้ดีรู้ชอบ

จึงทำแต่ชั่วแต่ผิดออกไป  คนที่รู้ดีรู้ชั่วและ

ตั้งใจเว้นชั่วทำแต่ดีเช่นนี้  อยู่ที่ไหนตนก็

เป็นคนดี  ทำหมู่ที่อยู่ด้วยกันให้เป็นสุข คน

ที่รู้ชั่วอยู่ที่ไหนก็ทำชั่ว  ทำผู้ที่อยู่ด้วยกันให้

เดือดร้อน  พิจารณาเห็นได้ในปัจจุบันนี้

บุคคลที่รู้ดีรู้ชั่วแล้ว  ตั้งใจเว้นชั่ว   ตั้งใจ

ทำดีนี้  ก็ได้ชื่อว่า  เป็นผู้ประกอบด้วย

สุจริต  คือความประพฤติดี  ไม่เป็นผู้

ประกอบด้วยทุจริต  ความประพฤติชั่ว

เมื่อเป็นเช่นนี้ ตัวเองก็เป็นคนดี  ผู้ที่

เกี่ยวข้องด้วยก็ไม่เป็นทุกข์  มีแต่จะเป็นสุข

ความเป็นเช่นนี้  ก็เพราะธาตุรู้นั้นแหละ

ที่มีอยู่ด้วยกันทุก ๆ คน  แต่ถ้าใช้ธาตุรู้

หรือความรู้ออกไปพิจารณาดูบุคคลอื่น  ให้

เห็นตามเป็นจริงตามเหตุและผล  และ

น้อมความรู้ดีรู้ชอบเข้ามาในตน  มาฝึก

ตนทำตนให้เป็นคนตื่น เพราะรู้ตามเป็น

จริง  นี้ก็จะเป็นทางทำให้เป็นคนดี  หรือ

เป็นคนประกอบด้วยสุจริต 

เป็นกัลยาณชนคนงาม. 

( วชิร.  ๔๓๓-๔๓๖ ).

           อีกนัยหนึ่ง  ทุก ๆ คน  มีธาตุรู้อยู่

ในตนด้วยกันทั้งนั้น  ไม่มีใครไม่มีธาตุรู้

เพราะมีธาตุรู้เป็นพื้นเพเดิมอยู่นั่นแหละ  

เมื่อธาตุรู้ผสมกับดิน  น้ำ  ไฟ ลม  และ

อากาศคือช่องว่างอันเป็นรูปกาย  กายที่

เป็นส่วนรูป  ธาตุรู้ก็ออกมาทางอายตนะ

คือ  จักขุ  โสตะ  ฆานะ  ชิวหา  กาย  มนะ  

ออกมารู้รูป  เสียง  กลิ่น  รส  โผฏฐัพพะ

และธรรมคือเรื่อง  เพราะธาตุรู้ออกมา

ทางอายตนะภายใน  มาประสบอารมณ์

หรืออายตนะภายนอกเช่นนี้  จึงเป็นปัจจัย

ให้ธาตุรู้เดิมนั้นเปลี่ยนแปลงไปจากพื้นเพ

เดิม  แต่ว่าเปลี่ยนเป็นดีขึ้นก็ได้  เปลี่ยน

เป็นชั่วลงก็ได้  พึงพิจารณาดูคนทั้งหลาย

เมื่อยังไม่ได้ทำอะไรทางกาย  ทางวาจาให้

ปรากฏ  แม้จะเกิดในสกุลสูง กลาง  ต่ำ

ต่างกันอย่างไร  ธาตุรู้ที่มีอยู่เดิมนั้นก็

คงมี  ประจำอยู่ด้วยกัน  แต่ยังไม่แสดง

อาการออกมาให้ปรากฏว่าเป็นคนดีหรือ

คนชั่ว  แต่เพราะธาตุรู้ออกมาทาง

อายตนะ  มารู้อารมณ์ทั้งหลาย  และด้วย

ความรู้ผิดจากความเป็นจริง 

อารมณ์ทั้งหลายที่มาประสบ  จึงยั่วให้เกิดความ

ยินดีบ้าง  ให้เกิดความยินร้ายบ้าง  ให้

เกิดหลงงมงายบ้าง  เมื่อบุคคลไม่รู้จัก

ความยินดี  ความยินร้าย ความหลงงมงายที่มีอยู่

ในตนอันเป็นภายในและแสดง

อาการออกไปยินดียินร้าย 

และหลงงมงายในอารมณ์ที่มาประสบ 

จึงปล่อยให้ความยินดีความยินร้าย

ความหลงงมงายในอารมณ์ที่มาประสบนั้น 

ฉุดชักไปให้ทำกิจการงานทางกาย  ทางวาจา 

ทางใจเป็นไปในทางชั่ว  บุคคลก็เป็นคนชั่ว

ปรากฏอยู่  แต่ถ้าบุคคลรู้จักพิจารณาดู

รู้จักยินดี  ยินร้าย  ความหลงมงายที่มี

อยู่ภายใน และออกไปยินดี ยินร้าย

หลงงมงายในอารมณ์  เป็นภายในอันมา

ประสบ  รู้เช่นนี้แล้วไม่ยอมเป็นไปตาม

อำนาจของความยินดี  ยินร้ายและความ

หลงงมงาย, เมื่อจะทำอะไรทางกาย  ก็

เลือกทำแต่ที่ถูกต้อง  เมื่อจะพูดอะไร

ทางวาจา  ก็เลือกพูดแต่ที่ถูกต้อง  เมื่อ

จะคิดอะไรด้วยใจ  ก็เลือกคิดแต่ที่ถูก

ต้อง  หรือที่ดี  เมื่อเป็นเช่นนี้ บุคคลก็

เป็นคนดียิ่งขึ้นโดยลำดับ. 

( วชิร.  ๓๒-๓๓ ).  

คลิกดู อริยสัจ ด้วย.

 

 

ปรมัตถธรรม คือ สภาพธรรมที่มีจริง เป็นอภิธรรม

(อภิธรรม คือ ธรรมที่ยิ่งใหญ่ เพราะเป็นอนัตตา ไม่อยู่ในอำนาจบังคับบัญชาของผู้ใด)

เป็นสภาพธรรมที่เป็นไปตามเหตุปัจจัย แม้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะไม่ประสูติและตรัสรู้

สภาพธรรมทั้งหลายก็ย่อมเป็นไปตามเหตุปัจจัยอยู่แล้ว พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นพระบรมศาสดา

เพราะพระองค์ทรงตรัสรู้ธรรมทั้งปวงด้วยพระองค์เองว่า ธรรมทั้งปวงไม่ใช่ตัวตน ไม่ใช่สัตว์ ไม่ใช่บุคคล

และธรรมทั้งปวงไม่อยู่ในอำนาจบังคับบัญชาของผู้ใดทั้งสิ้น ปรมัตถธรรมหรืออภิธรรมนั้น

มิใช่ธรรมที่เหลือวิสัยที่จะเข้าใจได้ เพราะปรมัตถธรรมเป็นธรรมที่มีจริง ฉะนั้น ความเห็นถูก ความเข้าใจถูก

จึงเป็นการรู้ความจริงของปรมัตถธรรม ตามลักษณะของปรมัตถธรรมนั้นๆ


   ปรมัตถธรรม มี 2 ประเภท คือ รูปธรรม และ นามธรรม

(หรือ รูป และ นาม หรือ รูปธาตุ และ นามธาตุ)

1 รูปธรรม เป็นสภาพธรรมที่ไม่รู้อารมณ์

2 นามธรรม เป็นสภาพธรรมที่รู้อารมณ์ (อารมณ์ คือ สิ่งที่ปรากฏ และรู้ได้ เป็นได้ทั้ง รูปธรรม และ

นามธรรม เมื่อจิตเกิดขึ้นรู้สิ่งใด สิ่งที่จิตรู้นั้น ภาษาบาลีเรียกว่า อารมฺมณ หรือ อาลมฺพน)

    ปรมัตถธรรม มี 4 ประเภท คือ จิด เจตสิก รูป และนิพพาน

1.จิต เป็นสภาพธรรมที่เป็นใหญ่เป็นประธานในการรู้สิ่งที่ปรากฏ เช่น เห็น ได้ยิน เป็นต้น จิต (วิญญาณ)

เป็นสภาพรู้ เป็นนามธรรม มีลักษณะไตรลักษณ์ (อนิจจัง - ไม่เที่ยง ทุกขัง - ทนอยู่ไม่ได้ เกิดขึ้นแล้วต้อง

ดับไป อนัตตา - บังคับบัญชาไม่ได้ ไม่ใช่สัตว์ บุคคล ตัวตน)

2.เจตสิก  เป็นสภาพธรรมอีกประเภทหนึ่งที่เกิดร่วมกับจิต รู้สิ่งเดียวกับจิต ดับพร้อมกับจิต และเกิดที่เดียวกับ

จิต เจตสิกแต่ละเจตสิกมีลักษณะและกิจต่างกันตามประเภทของเจตสิกนั้นๆ เจตสิกเป็นสภาพรู้อื่นๆ ที่ไม่ใช

จิต (ได้แก่ เวทนา - ความรู้สึกสุข ทุกข์หรือเฉยๆ ที่เกิดทางกายหรือใจ สัญญา - ความจำได้ รู้ชื่อ รู้จัก

3.สังขาร - ความนึกคิดปรุงแต่งอื่นๆ เช่น รัก โกรธ เมตตา ปัญญา เป็นต้น) เป็นนามธรรม มีลักษณะ

ไตรลักษณ์ (อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา)

รูป รูปเป็นสภาพไม่รู้ เช่น สี เสียง กลิ่น รส เป็นต้น เป็นรูปธรรม มีลักษณะไตรลักษณ์

(อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา)

4.นิพพาน เป็นธรรมที่ดับกิเลส ดับทุกข์ นิพพานไม่มีปัจจัยปรุงแต่งให้เกิดขึ้น นิพพานจึงไม่เกิดดับ นิพพาน

เป็นขันธวิมุตติ คือพ้นจากขันธ์ นิพพานเป็นสภาพรู้ เป็นนามธรรม เป็นอนัตตา

แยกประเภท (บางทีเรียกว่า ดวง) ได้ดังนี

จิต มี 89 หรือ 121 ประเภท โดยพิเศษ

เจตสิก มี 52 ประเภท

รูป มี 28 ประเภท

นิพพาน

โดยจัดเป็นรูป 28 นับเป็นรูปธรรม จัดจิต 89 หรือ 121 โดยพิเศษ เจตสิก 52 นิพพาน 1 เป็นนามธรรม

สังขารธรรม คือ ธรรมที่เกิดขึ้น มีปัจจัยปรุงแต่ง ได้แก่ ธรรมอื่นๆที่ไม่ใช่นิพพาน

วิสังขารธรรม คือ ธรรมที่ไม่เกิดขึ้น ไม่มีปัจจัยปรุงแต่ง ได้แก่ นิพพาน

(ปัจจัย คือ ธรรมซึ่งอุปการะอุดหนุนให้สภาพธรรมอื่นเกิดขึ้นหรือดำรงอยู่)

สังขตธรรม คือ ธรรมที่เกิดดับ ได้แก่ ธรรมอื่นๆที่ไม่ใช่นิพพาน

อสังขตธรรม คือ ธรรมที่ไม่เกิดดับ ได้แก่ นิพพาน

จิต จำแนกโดยการเกิด คือ โดยชาติ มี 4 ชาติ คือ กุศลจิต อกุศลจิต วิบากจิต กิริยาจิต กุศลจิตเป็นจิตที่ดี

ซึ่งเป็นเหตุให้เกิดผล คือ กุศลวิบาก อกุศลจิตเป็นสภาพธรรมที่เป็นโทษ เป็นสภาพธรรมที่เป็นเหตุให้เกิด

ผลที่เป็นทุกข์ ไม่น่าพอใจ คือ อกุศลวิบาก ส่วนกิริยาจิต ซึ่งไม่เป็นเหตุที่จะให้เกิดวิบาก จึงไม่ใช่กุศลจิต

ไม่ใช่อกุศลจิต และไม่ใช่วิบากจิต สำหรับวิบากจิต เป็นสภาพธรรมที่เป็นผลจากกุศลจิต หรืออกุศลจิต และ

ปรากฏในชีวิตประจำวันของสัตว์ทั้งหลายที่มีขันธ์ห้า เมื่อจิตรู้อารมณ์ที่ปรากฏทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ถ้า

พอใจ ก็เป็นกุศลวิบาก ถ้าไม่พอใจ ก็เป็นอกุศลวิบาก

จิต จำแนกโดยภูมิ มี 4 ภูมิ คือ กามาวจรจิต รูปาวจรจิต อรูปาวจรจิต โลกุตตรจิต ในภูมิที่เป็นกามาวจรจิต

จิตมีทั้ง 4 ชาติ รูปาวจรจิตและอรูปาวจรจิต จิตมี 3 ชาติ คือยกเว้นอกุศลจิตและโลกุตตรจิต จิตมี 2 ชาติ

คือโลกุตตรกุศล และโลกุตตรวิบาก

ปรมัตถธรรม 3 เป็นขันธ์ 5

  1. จิตปรมัตถ์ 89 หรือ 121 ประเภท ทุกประเภท เป็น วิญญาณขันธ์

  2. เจตสิกปรมัตถ์ 52 ประเภท - เวทนาเจตสิก 1 เป็น เวทนาขันธ์ - สัญญาเจตสิก 1 เป็น สัญญาขันธ์ -

    เจตสิก (ที่เหลือ) 50 เป็น สังขารขันธ์

  3. รูปปรมัตถ์ 28 ประเภท ทุกประเภท เป็น รูปขันธ์

    (อภิธรรมเจ็ดคัมภีร์)

 

ดู สูตรของเว่ยหล่าง (คำสอนครั้งสุดท้าย)ด้วย

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
..เวลาสวัสดิ์.. วันที่ : 24/09/2018 เวลา : 11.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/times


ความคิดเห็นที่ 24 (0)
..เวลาสวัสดิ์.. วันที่ : 08/04/2016 เวลา : 23.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/times



ความคิดเห็นที่ 23 (0)
อักษราภรณ์ วันที่ : 11/02/2016 เวลา : 10.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Aug-saraporn
ดอกโมกเอยโมกขธรรมล้ำเลิศค่า.....ปรารถนาโมกข์หมายปลายทางถึง.....อัฏฐังคิกมรรคไม่หย่อนตึง.....โมกน้อยดอกหนึ่งเริ่มแย้มบาน.....


ความคิดเห็นที่ 22 ..เวลาสวัสดิ์.. ถูกใจสิ่งนี้ (1)
..เวลาสวัสดิ์.. วันที่ : 05/08/2012 เวลา : 23.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/times


.

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
times วันที่ : 19/02/2011 เวลา : 22.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/times


ถ้าไม่มีความรู้ หรือไม่มีธาตุรู้ ก็จะเป็นคนไม่ได้

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
times วันที่ : 19/12/2010 เวลา : 18.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/times


ธาตุรู้ รู้ธาตุ

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
อักษราภรณ์ วันที่ : 24/10/2010 เวลา : 14.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Aug-saraporn
ดอกโมกเอยโมกขธรรมล้ำเลิศค่า.....ปรารถนาโมกข์หมายปลายทางถึง.....อัฏฐังคิกมรรคไม่หย่อนตึง.....โมกน้อยดอกหนึ่งเริ่มแย้มบาน.....



ความคิดเห็นที่ 18 (0)
times วันที่ : 10/10/2010 เวลา : 09.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/times


ขอบคุณค่ะ..

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
ก้อนหินยิ้ม วันที่ : 18/11/2009 เวลา : 07.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konhinsmile

สาธุเจ้าค่ะ

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
times วันที่ : 11/11/2009 เวลา : 12.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/times


นิ่งงันดูรอยเท้าบนผืนทราย
ลำแสงจากดวงวันฉายกระทบผิว-
น้ำทะเลพริ้วระลอกให้ยล, ยิน
ภายใต้ก้อนธาตุดิน..มีอะไร?

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
อักษราภรณ์ วันที่ : 10/11/2009 เวลา : 22.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Aug-saraporn
ดอกโมกเอยโมกขธรรมล้ำเลิศค่า.....ปรารถนาโมกข์หมายปลายทางถึง.....อัฏฐังคิกมรรคไม่หย่อนตึง.....โมกน้อยดอกหนึ่งเริ่มแย้มบาน.....



ความคิดเห็นที่ 14 (0)
อักษราภรณ์ วันที่ : 09/11/2009 เวลา : 21.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Aug-saraporn
ดอกโมกเอยโมกขธรรมล้ำเลิศค่า.....ปรารถนาโมกข์หมายปลายทางถึง.....อัฏฐังคิกมรรคไม่หย่อนตึง.....โมกน้อยดอกหนึ่งเริ่มแย้มบาน.....


...

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
times วันที่ : 09/11/2009 เวลา : 14.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/times

มีเส้นชัยวางไว้ที่ข้างหน้า
รูปนามรู้ นำพา สู่จุดหมาย
ทุกสิ่งอันนอกจากนั้น อันตราย
จะพาใจแพ้พ่ายส่ายระคน

ความคิดเห็นที่ 12 ..เวลาสวัสดิ์.. ถูกใจสิ่งนี้ (1)
อักษราภรณ์ วันที่ : 08/11/2009 เวลา : 19.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Aug-saraporn
ดอกโมกเอยโมกขธรรมล้ำเลิศค่า.....ปรารถนาโมกข์หมายปลายทางถึง.....อัฏฐังคิกมรรคไม่หย่อนตึง.....โมกน้อยดอกหนึ่งเริ่มแย้มบาน.....


...

ความคิดเห็นที่ 11 ..เวลาสวัสดิ์.. ถูกใจสิ่งนี้ (1)
อักษราภรณ์ วันที่ : 07/11/2009 เวลา : 23.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Aug-saraporn
ดอกโมกเอยโมกขธรรมล้ำเลิศค่า.....ปรารถนาโมกข์หมายปลายทางถึง.....อัฏฐังคิกมรรคไม่หย่อนตึง.....โมกน้อยดอกหนึ่งเริ่มแย้มบาน.....


...

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
อักษราภรณ์ วันที่ : 07/11/2009 เวลา : 01.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Aug-saraporn
ดอกโมกเอยโมกขธรรมล้ำเลิศค่า.....ปรารถนาโมกข์หมายปลายทางถึง.....อัฏฐังคิกมรรคไม่หย่อนตึง.....โมกน้อยดอกหนึ่งเริ่มแย้มบาน.....


...

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
SOMBOONTIEW วันที่ : 06/11/2009 เวลา : 23.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/somboontiew
เราจักทำเวบหลวงปู่ทิม วัดพระขาว ด้วยใจต้องการบูชาพระคุณ หลวงปู่ www.luangputim.com

ธรรมะสวัสดีครับ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
times วันที่ : 06/11/2009 เวลา : 11.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/times

ความว่างกว้างใหญ่ไร้ประมาณ
บรรจุทุกสสารสรรพสิ่ง
เพียงมองทุกอย่างตามเป็นจริง
จิตนิ่งพบว่าง..ที่กลางใจ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
อักษราภรณ์ วันที่ : 06/11/2009 เวลา : 00.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Aug-saraporn
ดอกโมกเอยโมกขธรรมล้ำเลิศค่า.....ปรารถนาโมกข์หมายปลายทางถึง.....อัฏฐังคิกมรรคไม่หย่อนตึง.....โมกน้อยดอกหนึ่งเริ่มแย้มบาน.....


...

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ปรากฏการณ์หลังม่านสีฟ้า วันที่ : 04/11/2009 เวลา : 15.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/poetguide

เข้าใจว่า ธาตุรู้ที่ว่า คือ วิญญาณ คือ ผู้รู้แจ้งอารมณ์ ใช่ไหมครับ

ขอแลกเปลี่ยน มรรควิธีง่าย ๆ ของพระตถาคตไม่ยากครับ เข้าไปเยี่ยมเยียนอ่านกัน เป็นการรวบรวมและเรียบเรียงพุทธวจนะที่พระองค์ตรัสไว้ในเรื่อง "การละนันทิ" อย่างคร่าว ๆ ที่

แค่ ! ละนันทิ (ความเพลิน) = เดินสู่...ความไม่ตาย ? http://www.oknation.net/blog/poetguide/2009/11/04/entry-3

หลังม่านสีฟ้า
แรม 2 ค่ำ เดือน 12


ความคิดเห็นที่ 5 (0)
เด็กชายนะโม วันที่ : 04/11/2009 เวลา : 12.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rattamontri
นครพนม

ธาตุรู้ ผมก็เพิ่งได้รู้นะคับ
รู้แต่ ดิน น้ำ ลมไฟ อากาศ

แล้วถ้า นกรู้ละครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
times วันที่ : 04/11/2009 เวลา : 08.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/times

ไม่มีอะไรได้ดั่งใจ
ยึดยื้ออย่างไรก็ต้องหัน
เกิดดับตามกาลทุกวารวัน
แปรเปลี่ยนเวียนผันเช่นนั้นเอง.

ความคิดเห็นที่ 3 ..เวลาสวัสดิ์.. ถูกใจสิ่งนี้ (1)
อักษราภรณ์ วันที่ : 03/11/2009 เวลา : 19.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Aug-saraporn
ดอกโมกเอยโมกขธรรมล้ำเลิศค่า.....ปรารถนาโมกข์หมายปลายทางถึง.....อัฏฐังคิกมรรคไม่หย่อนตึง.....โมกน้อยดอกหนึ่งเริ่มแย้มบาน.....


.

ความคิดเห็นที่ 2 ..เวลาสวัสดิ์.. ถูกใจสิ่งนี้ (1)
อักษราภรณ์ วันที่ : 03/11/2009 เวลา : 19.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Aug-saraporn
ดอกโมกเอยโมกขธรรมล้ำเลิศค่า.....ปรารถนาโมกข์หมายปลายทางถึง.....อัฏฐังคิกมรรคไม่หย่อนตึง.....โมกน้อยดอกหนึ่งเริ่มแย้มบาน.....


.

ความคิดเห็นที่ 1 ..เวลาสวัสดิ์.. ถูกใจสิ่งนี้ (1)
อักษราภรณ์ วันที่ : 03/11/2009 เวลา : 19.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Aug-saraporn
ดอกโมกเอยโมกขธรรมล้ำเลิศค่า.....ปรารถนาโมกข์หมายปลายทางถึง.....อัฏฐังคิกมรรคไม่หย่อนตึง.....โมกน้อยดอกหนึ่งเริ่มแย้มบาน.....


สาธุค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน