*/
  • อาโป
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-06-10
  • จำนวนเรื่อง : 311
  • จำนวนผู้ชม : 404566
  • จำนวนผู้โหวต : 1764
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1764 คน
<< ธันวาคม 2013 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 9 ธันวาคม 2556
Posted by อาโป , ผู้อ่าน : 2000 , 20:25:09 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน อักษราภรณ์ , นายยั้งคิด และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

 

 

http://www.oknation.net/blog/agile/2010/04/24/entry-1

 

 

 

 

http://www.oknation.net/blog/agile/2009/04/15/entry-1

 

 

 

http://www.oknation.net/blog/agile/2008/07/08/entry-1

  

 

 ศีลธรรม เครื่องปกครองคน 

คำว่า ศีล  (สีลละ)สมาธิ ปัญญา วิมุตติ นี้ ผู้นับถือพระพุทธศาสนาก็ได้ยินได้ฟังกัน

มาจนชินหูจนไม่รู้สึกว่าแปลกประหลาดอย่างไร แต่บุคคลพิจารณาด้วยดีด้วยปัญญาอัน

ชอบที่มีอยู่ด้วยกันทุกคนแล้ว จะเห็นได้ว่า

 

 ธรรมเหล่านี้แหละเป็น เครื่องปกครองคน ให้อยู่ด้วยกันเป็นสุข

ให้พ้นจากความทุกข์ที่เบียดเบียนตน หรือเบียดเบียนซึ่งกันและกัน. พึงพิจารณา

ดูบุคคลที่มีความโลภ, ความโกรธ, ความหลง, เข้าครอบงำจิต. ปล่อยให้ความ

โลภ, ความโกรธ, ความหลงชักนำจิตใจให้อยู่ใต้อำนาจ ก็จะฆ่าเขาบ้าง,

จะถือเอาของที่เจ้าของเขาไม่ให้บ้างเป็นต้น. เมื่อทำอยู่เช่นนี้คนที่อยู่ด้วยกันจะ

เป็นอย่างไร พิจารณาเห็นได้โดยง่าย. คนที่อยู่กันเป็นหมวดหมู่บัดนี้ ถ้ามีใคร

มุ่งจะฆ่าคนอื่น มุ่งจะถือเอาของที่เจ้าของไม่ให้เป็นต้น หรือในที่สุดดื่มน้ำเมาทำ

ในตนเป็นคนเมาอยู่ในหมู่นี้แล้ว จะอยู่กันได้อย่างไร. เมื่อขืนอยู่ไปก็จะเดือดร้อน

กระวนกระวาย แต่ถ้าสงบจากการฆ่าการถือเอาของที่เจ้าของไม่ให้ ไปจนถึง

ไม่ทำตนเป็นคนมัวเมา เพราะเสพของเมาเช่นนี้ จะอยู่กันได้ด้วยดีเป็นสุข ดัง

เช่นในบัดนี้ ด้วยเหตุนี้ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า

 

   จึงทรงแสดงแนะนำพุทธศาสนิกผู้นับถือพระพุทธศาสนาให้ตั้งใจ

เว้นจาการฆ่า, เว้นจากการถือเอาของที่เจ้าของไม่ให้ จนถึงเว้นจากเสพของเมาที่

ทำตนให้เป็นคนมัวเมา เพื่อให้อยู่ด้วยกันเป็นสุข. เมื่อบุคคลตั้งใจเว้นจากโทษ

เหล่านี้ ความตั้งใจเว้นนั้นเป็นมโนสุจริตเมื่อมโนสุจริตมีขึ้นก็บังคับให้ กาย, วาจา

เป็นสุจริตไปตาม และจะอยู่ด้วยกันเป็นสุขตามสมควร, เมื่อเป็นเช่นนี้ ความพ้น

จากการฆ่ากัน พ้นจากการถือเอาของซึ่งเจ้าของเขาไม่ให้ของกันและกัน จนถึง

พ้นจากความมัวเมาเพราะเสพของเมาก็ปรากฏเกิดขึ้น. นี้เป็นวิมุตติคือความ

หลุดพ้นจากความชั่วเพราะศีล สีลละ ทำบุคคลให้เป็นผู้ประพฤติดีประพฤติชอบ

อยู่ด้วยกันเป็นสุข และก็เป็นสุขเห็นได้ในปัจจุบันนี้. และจะอยู่ด้วยกันเป็นสุขต่อ

ออกไปถึงในประเทศชาติ เพราะเมื่อตั้งอยู่ในศีลทั่วกัน ประเทศชาติก็จะมีความ

สงบสุข. ส่วนที่อยู่ด้วยความทุกข์เดือดร้อนระส่ำระสายนั้น ก็เพราะมีบุคคล

ที่ตั้งใจประพฤติล่วงศีล (สีลลา)ลามปามไปหมดเหล่านี้ ยอมให้กิเลส

 

 คือ โลภะโทสะ โมหะเข้าครอบงำชักนำไป, ถ้ามีมากเท่าไร

 ก็ก่อความเดือดร้อนให้มากเท่านั้น, ถ้าสงบลงมาก

เท่าไร ก็ก่อความสุขให้มากเท่านั้น จนถึงเมื่อสงบลงได้ทั่วถึงกัน ความสุขก็จะ

มีปรากฏทั่วถึงกัน. นี้ได้ชื่อว่า ศีล(สีสละ) เป็นทางพ้นจากความชั่วซึ่งเป็นไปเพื่อทำตัวให้

เป็นคนเลว ทำผู้อื่นให้เดือดร้อนเป็นข้อต้น.

 

  แม้บุคคลจะประพฤติล่วงศีลเหล่านี้ด้วยอำนาจ โลภะ โทสะ โมหะ ก็ประพฤติ

ให้เสมอไปไม่ได้ ขืนประพฤติไป ร่างกายและจิตใจก็ไม่มีกำลังพอที่จะประพฤติล่วง

จำเป็นต้องสงบเป็นบางครั้งบางคราว, เมื่อสงบลงเป็นบางครั้งบางคราว ความสุข

อย่างประณีตหรือความสุข เพราะหลุดพ้นจากการเบียดเบียนกันและกันก็จะปรากฏขึ้นได้.

แต่เพราะบุคคลไม่ใช้ปัญญาที่มีอยู่ที่ตนพิจารณาให้เห็นตามเป็นจริง

ยอมตนให้อยู่ใต้อำนาจของ โลภะ โทสะ โมหะ จึงได้ชื่อว่าเป็นทาสของโลภะ

โทสะ โมหะ ซึ่งเป็นกิเลส. บุคคลที่ยอมเป็นทาสของ โลภะ โทสะ โมหะ เช่นนี้

ไม่เป็นไทแก่ตัวเองเลย. ซ้ำยังยอมให้โลภะ โทสะ โมหะ ชักนำไปก่อความ

ทุกข์ความเดือดร้อนแก่ผู้อื่นอีกเป็นอันมาก ถ้าสงบเสียด้วยตั้งใจเว้น เพราะพิจารณา

เห็นเป็นโทษตามความเป็นจริง,วิมุตติคือความหลุดพ้นก็จะเกิดขึ้นได้ในเวลานั้น

และอยู่ด้วยกันเป็นสุข. แต่ถึงเช่นนั้น

 

  เมื่อบุคคลไม่ประพฤติล่วงศีลต่อกันและกัน

ด้วยความสงบสุข แต่ว่าใจของตนเองยังคิดฟุ้งซ่านอยู่ ก็พึงพิจารณา คน

บางคนคิดถึงเรื่องนี้ บางคนคิดเรื่องนั้น บางคนคิดเรื่องโน้น คิดเรื่องทั้งหลาย

ทั้งปวงจนจะกำหนดไม่ได้ ในเวลาที่คิดเรื่องราวเหล่านั้นไปด้วยอำนาจโลภะก็ตาม

โทสะก็ตาม โมหะก็ตาม ถ้าตั้งสติระลึกพิจารณาดูตนเอง ก็จะเห็นว่าตนเองไม่

เป็นสุข เพราะใจเดือดร้อนกระวนกระวายกระสับกระส่าย แม้ไม่พิจารณาด้วย

ปัญญาอันชอบ ปล่อยให้คิดไปเช่นนั้นหนัก ๆ เข้าก็เหนื่อยใจ เมื่อเหนื่อยใจ

เกิดขึ้น ก็หยุดสงบจากความคิดฟุ้งซ่านเหล่านั้น, นี้ก็เป็นความสุข เพราะความ

สงบจากความฟุ้งซ่าน, บุคคลสามารถใช้ปัญญาที่มีอยู่พิจารณาตนเองให้เห็นตาม

เป็นจริง.

 

  แต่ว่า ถ้าสงบจากความฟุ้งซ่านเพราะคิดจนเหนื่อยใจ ไม่เห็นโทษของ

ความฟุ้งซ่านเมื่อหายความเหนื่อยใจ แล้วก็คิดฟุ้งซ่านออกไปใหม่

ต่อเมื่อได้พิจารณาเห็นโทษของการคิดฟุ้งซ่าน เพราะปล่อยใจออกไปให้คิดเรื่องราวต่าง ๆ

จนกำหนดไม่ได้เช่นนี้ แล้วหันกลับเข้ามาดูจิตหรือดูความคิดของตน

 ให้เห็นว่าเป็นอย่างไร, กำหนดดูความคิดของตนไป ความกำหนดดูความคิด เมื่อแยก

กันออกมีความกำหนดดูอย่างหนึ่ง ความคิดอย่างหนึ่ง อันเป็นอารมณ์, เมื่อดู

หนักเข้าความคิดก็สงบเหลือแต่การดู,นี้เป็นความสงบจากความฟุ้งซ่านของจิต ได้

ชื่อว่า วิมุตติ คือ ความหลุดพ้นจากความฟุ้งซ่าน ทำจิตให้สงบได้อีกขั้นหนึ่ง.

 

 แต่ถึงเช่นนั้นเมื่อยังไม่รู้ความเป็นจริง

ก็ยังจะคิดนึกเรื่องต่าง ๆ ปล่อยให้ความคิดนึกหรือจิตฟุ้งซ่านไปอีก.

 ทางพระพุทธศาสนา พระสัมมาสัมมาพุทธเจ้าจึงทรงแนะ

นำให้ใช้ปัญญาพิจารณา คือ พิจารณาดูตั้งแต่ไกลจนใกล้เข้ามาตามลำดับจนถึง

ตนเองอย่างหนึ่ง พิจารณาจากใกล้ คือ ดูตนเองแล้วก็สืบออกไปถึงเรื่องทั้งหลาย

อันมีในโลกออกไปจนถึงที่สุด, อีกอย่างหนึ่ง จะพิจารณาอย่างไรก็ได้ พิจารณา

ดูโลกคือความเป็นไปของสัตว์โลกที่รบราฆ่าเบียดเบียนกัน ทำชีวิตและทรัพย์ของ

กันและกันให้สิ้นสูญไป อันน่าสังเวชสลดใจ,เมื่อเห็นเช่นนี้ก็คิดสืบไปว่าเพราะ

อะไร จะเห็นได้ว่า เพราะปล่อยจิตให้อยู่ใต้อำนาจของ โลภะ โทสะ โมหะ แม้

ตัวเองที่พิจารณาเช่นนั้น เมื่อยังไปยินดีในการชนะของฝ่ายหนึ่ง และยินร้ายใน

การแพ้ของอีกฝ่ายหนึ่งเช่นนี้

 

  ตัวเองก็พลอยยุ่งเหยิงไปด้วย,เพราะอะไร ก็เพราะปล่อยใจให้อยู่ใต้อำนาจของ

 โลภะ โทสะ โมหะ นั่นเอง, เมื่อพิจารณาเห็นเช่นนี้แล้ว 

ก็ดู โลภะ โทสะ โมหะ ที่เกิดขึ้นที่ตนให้เห็น เมื่อดู โลภะ โทสะ

โมหะ อยู่ ความออกไปยินดียินร้ายในการแพ้การชนะของบุคคลผู้อื่นก็จะสงบไป.

ต่อแต่นั้นเรื่องที่ใกล้เข้ามาก็ยังจะเกิดขึ้นอีก คือเรื่องที่ตนจะพึงทำ อันจะต้อง

ทำอยู่ในวันนั้น ๆ แต่ไม่เพียงแต่ทำไปให้ลุล่วงไปเท่านั้น แต่ยังไปหมกมุ่นให้เกิด

ความยินดียินร้าย ความหลงอยู่อีก, เช่นนี้เรื่องที่ใกล้เข้ามานี้ก็เป็นอารมณ์ยึดหน่วง

ก่อให้เกิด โลภะ โทสะ โมหะ ขึ้นอีกได้แต่น้อมเข้าใกล้เข้ามา เมื่อพิจารณาให้

เห็นตามเป็นจริงเช่นนี้แล้ว กำหนดดูโลภะ โทสะ โมหะ ที่มีอยู่ให้เห็นตามเป็น

จริง,อารมณ์หรือเรื่องที่จะพึงทำแม้มีประจำอยู่ ก็คงจะกระทำไปให้ลุล่วง แต่

สงบจาก โลภะ โทสะ โมหะ. นี้ก็ได้ชื่อว่าทำปัญญา ความรู้ให้เกิดมีขึ้นอีกชั้นหนึ่ง.

ต่อไปอีก

 

  เมื่อพิจารณาว่า สิ่งทั้งหมดที่มีอยู่ในโลกหรือเป็นโลกตั้งแต่กายตนเอง

กายผู้อื่น สิ่งอื่น เป็นของที่เกิดขึ้นแล้วก็แปรปรวนไป ในที่สุดก็สลายไปเหมือน

กันหมด, แม้แต่กายตัวเองก็สลายไปเช่นเดียวกัน เมื่อเป็นเช่นนี้จะมีอะไรเหลือ.

พิจารณาให้เห็นตามเป็นจริงก็จะเห็นได้ว่าความรู้เป็นเช่นนั้นแหละ เหลืออยู่ ความ

รู้ว่าเป็นเช่นนั้น เป็นความรู้ดีรู้ชอบ. เมื่ออยู่กับรู้ดีรู้ชอบเช่นนั้นแล้ว เพราะ

พิจารณาเห็นตามเป็นจริง ความรู้ดีรู้ชอบก็จะเป็นเหตุให้เกิดวิมุตติ คือ ความหลุด

พ้นจากความยึดถือในสิ่งที่เคยยึดถือมาแล้ว นี้เป็นอีกขั้นหนึ่ง.

...


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
..เวลาสวัสดิ์.. วันที่ : 31/12/2013 เวลา : 01.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/times


"ให้ท่องอยู่ในใจเสมอว่า เรามีความแก่เจ็บตายอยู่ประจำตัวทั่วหน้ากัน ป่าช้าอันเป็นที่เผาศพภายนอก และป่าช้าที่เผาศพภายในคือตัวเราเอง เป็นป่าช้าร้อยแปดพันเก้าแห่งศพที่นำมาฝังหรือบรรจุอยู่ในตัวเราตลอดเวลา ทั้งศพเก่าศพใหม่ทุกวัน"

- - เถระธรรมพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺตเถระ - -

ความคิดเห็นที่ 3 ..เวลาสวัสดิ์.. , อาโป ถูกใจสิ่งนี้ (2)
อักษราภรณ์ วันที่ : 14/12/2013 เวลา : 18.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Aug-saraporn
ดอกโมกเอยโมกขธรรมล้ำเลิศค่า.....ปรารถนาโมกข์หมายปลายทางถึง.....อัฏฐังคิกมรรคไม่หย่อนตึง.....โมกน้อยดอกหนึ่งเริ่มแย้มบาน.....


สาธุค่ะ...

ความคิดเห็นที่ 2 อาโป ถูกใจสิ่งนี้ (1)
นายยั้งคิด วันที่ : 13/12/2013 เวลา : 14.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

สาธุครับ

ความคิดเห็นที่ 1 อาโป ถูกใจสิ่งนี้ (1)
..เวลาสวัสดิ์.. วันที่ : 09/12/2013 เวลา : 23.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/times


__/\__

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน