*/
  • อาโป
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-06-10
  • จำนวนเรื่อง : 311
  • จำนวนผู้ชม : 404438
  • จำนวนผู้โหวต : 1764
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1764 คน
<< กุมภาพันธ์ 2019 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562
Posted by อาโป , ผู้อ่าน : 1559 , 14:03:19 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน อักษราภรณ์ , ลิงเขียว โหวตเรื่องนี้

 

สงครามพญามาร พระพุทธเจ้าชนะมาร

 

  หลังจากที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จจากเมืองพาราณสีก็มายังตำบลอุรุเวลาเสนานิคม ทรงโปรดชฎิล ๓ พี่น้อง ผู้บูชาไฟ ทรงแสดงปาฏิหาริย์หลายครั้งแต่อุรุเวลกัสสปก็ยังมีมานะมากจึงยังไม่ยอมรับ พระพุทธเจ้าจึงทรงแสดงปาฏิหาริย์ต่อไป เรื่องราวเป็นดังนี้

               ปาฏิหาริย์ที่ ๕

               ก็โดยสมัยนั้นแล ชฎิลอุรุเวลกัสสปได้เตรียมการบูชายัญเป็นการใหญ่. และประชาชนชาวอังคะและมคธทั้งสิ้น ถือของเคี้ยวของบริโภคเป็นอันมาก บ่ายหน้ามุ่งไปหา.จึงชฎิลอุรุเวลกัสสปได้ดำริว่า “บัดนี้ เราได้เตรียมการบูชายัญเป็นการใหญ่ และประชาชนชาวอังคะและมคธทั้งสิ้น  ได้นำของเคี้ยวของบริโภคเป็นอันมากบ่ายหน้ามุ่งมาหา ถ้าพระมหาสมณะจักทำอิทธิปาฏิหาริย์ในหมู่มหาชน ลาภสักการะจักเจริญยิ่งแก่พระมหาสมณะ ลาภสักการะของเราจักเสื่อม โอ ทำไฉน วันพรุ่งนี้ พระมหาสมณะจึงจะไม่มาฉัน.”  ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคทรงทราบความปริวิตกแห่งจิตของชฎิลอุรุเวลกัสสปด้วยพระทัยแล้ว เสด็จไปอุตตรกุรุทวีป ทรงนำบิณฑบาตมาจากอุตตรกุรุทวีปนั้น แล้วเสวยที่ริมสระอโนดาต ประทับกลางวันอยู่ ณ ที่นั้นแหละ. ครั้นล่วงราตรีนั้น ชฎิลอุรุเวลกัสสปได้เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค ครั้นถึงแล้วได้ทูลคำนี้ต่อพระผู้มีพระภาคว่า  “ถึงเวลาแล้ว  มหาสมณะ ภัตตาหารเสร็จแล้ว เพราะเหตุไรหนอ วานนี้ท่านจึงไม่มา เป็นความจริง พวกข้าพเจ้าระลึกถึงท่านว่า เพราะเหตุไรหนอ พระมหาสมณะจึงไม่มาแต่ส่วนแห่งขาทนียาหาร ข้าพเจ้าได้จัดไว้เพื่อท่าน”

                     พระผู้มีพระภาคตรัสย้อนถามว่า “ดูกรกัสสป ท่านได้ดำริอย่างนี้มิใช่หรือว่า บัดนี้เราได้เตรียมการบูชายัญเป็นการใหญ่ และประชาชนชาวอังคะและมคธทั้งสิ้นได้นำของเคี้ยวและของบริโภคเป็นอันมากบ่ายหน้ามุ่งมาหา ถ้าพระมหาสมณะจักทำอิทธิปาฏิหาริย์ ในหมู่มหาชนลาภสักการะจักเจริญยิ่งแก่พระมหาสมณะ ลาภสักการะของเราจักเสื่อม โอ ทำไฉน วันพรุ่งนี้พระมหาสมณะจึงจะไม่มาฉัน ดูกรกัสสป เรานั้นแลทราบความปริวิตกแห่งจิตของท่านด้วยใจของเรา จึงไปอุตตรกุรุทวีป นำบิณฑบาตมาจากอุตตรกุรุทวีปนั้น มาฉันที่ริมสระอโนดาตแล้วได้พักกลางวันอยู่ ณ ที่นั้นแหละ.”

                    ทีนั้น  ชฎิลอุรุเวลกัสสปได้ดำริว่า  “พระมหาสมณะมีฤทธิ์มาก มีอานุภาพมากแท้จึงได้ทราบความคิดนึกแม้ด้วยใจได้ แต่ก็ไม่เป็นพระอรหันต์เหมือนเราแน่.”

                     ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคเสวยภัตตาหารของชฎิลอุรุเวลกัสสป  แล้วประทับอยู่ ณไพรสณฑ์ตำบลนั้นแล.

                     ก็โดยสมัยนั้น ผ้าบังสุกุลบังเกิดแก่พระผู้มีพระภาค. จึงพระองค์ได้ทรงพระดำริว่าเราจะพึงซักผ้าบังสุกุล ณ ที่ไหนหนอ.  ลำดับนั้น ท้าวสักกะจอมทวยเทพ ทรงทราบพระดำริในพระทัยของพระผู้มีพระภาคด้วยพระทัยของพระองค์ จึงขุดสระโบกขรณีด้วยพระหัตถ์ แล้วได้ทูลพระผู้มีพระภาคว่า “พระพุทธเจ้าข้า ขอพระผู้มีพระภาคโปรดซักผ้าบังสุกุลในสระนี้.” ที่นั้นพระผู้มีพระภาคได้ทรงพระดำริว่า  เราจะพึงขยำผ้าบังสุกุล ณ ที่ไหนหนอ. ลำดับนั้น ท้าวสักกะจอมทวยเทพ  ทรงทราบพระดำริในพระทัยของพระผู้มีพระภาคด้วยพระทัยของพระองค์แล้ว  ได้ยกศิลาแผ่นใหญ่มาวางพลางทูลว่า  “พระพุทธเจ้าข้า  ขอพระผู้มีพระภาคโปรดทรงขยำผ้าบังสุกุลบนศิลาแผ่นนี้.”  ลำดับนั้น  พระผู้มีพระภาคได้ทรงพระดำริว่า  เราจะพึงพาดผ้าบังสุกุลไว้ ณ ที่ไหนหนอ.  ครั้งนั้น  เทพยดาที่สิงสถิตอยู่ที่ต้นกุ่มบก  ทราบพระดำริในพระหทัยของพระผู้มีพระภาคด้วยใจของตน  จึงน้อมกิ่งกุ่มลงมา พลางกราบทูลว่า “พระพุทธเจ้าข้า ขอพระผู้มีพระภาคโปรดทรงพาดผ้าบังสุกุลไว้ที่กิ่งกุ่มนี้.”  ครั้งนั้น  พระผู้มีพระภาคได้ทรงพระดำริว่า  เราจะผึ่งผ้าบังสุกุล ณ ที่ไหนหนอ.  ครั้งนั้น  ท้าวสักกะจอมทวยเทพ  ทรงทราบพระดำริในพระหทัยของพระผู้มีพระภาคด้วยพระทัยของพระองค์แล้ว  ได้ยกแผ่นศิลาใหญ่มาวางไว้  พลางกราบทูลว่าพระพุทธเจ้าข้า  “ขอพระผู้มีพระภาคโปรดทรงผึ่งผ้าบังสุกุลบนศิลาแผ่นนี้.”

                     หลังจากนั้น  ชฎิลอุรุเวลกัสสปเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคโดยล่วงราตรีนั้น  ครั้นถึงแล้วได้ทูลคำนี้ต่อพระผู้มีพระภาคว่า  “ถึงเวลาแล้ว มหาสมณะ ภัตตาหารเสร็จแล้ว เพราะเหตุไรหนอมหาสมณะ เมื่อก่อนสระนี้ไม่มีที่นี้  เดี๋ยวนี้มีสระอยู่ที่นี้  เมื่อก่อนศิลาเหล่านี้ไม่มีวางอยู่ ใครยกศิลาเหล่านี้มาวางไว้  เมื่อก่อนกิ่งกุ่มบกต้นนี้ไม่น้อมลง เดี๋ยวนี้กิ่งนั้นน้อมลง?”

                     พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า  “ดูกรกัสสป  ผ้าบังสุกุลบังเกิดแก่เรา ณ ที่นี้  เรานั้นได้ดำริว่า  จะพึงซักผ้าบังสุกุล ณ ที่ไหนหนอ  ครั้งนั้น ท้าวสักกะจอมทวยเทพ ทรงทราบความดำริในจิตของเราด้วยพระทัยของพระองค์แล้ว  จึงขุดสระโบกขรณีด้วยพระหัตถ์  แล้วตรัสบอกแก่เราว่า  พระพุทธเจ้าข้า ขอพระผู้มีพระภาคโปรดทรงซักผ้าบังสุกุลในสระนี้ สระนี้อันผู้มิใช่มนุษย์ได้ขุดแล้วด้วยมือ  ดูกรกัสสป  เรานั้นได้ดำริว่า  จะพึงขยำผ้าบังสุกุล ณ ที่ไหนหนอ  ครั้งนั้นท้าวสักกะจอมทวยเทพ  ทราบความดำริในจิตของเราด้วยพระทัยของพระองค์แล้ว  ได้ทรงยกศิลาแผ่นใหญ่มาวางไว้  โดยทูลว่า  พระพุทธเจ้าข้า  ขอพระผู้มีพระภาคโปรดทรงขยำผ้าบังสุกุลบนศิลาแผ่นนี้  ศิลาแผ่นนี้อันผู้มิใช่มนุษย์ได้ยกมาวางไว้  ดูกรกัสสป  เรานั้นได้ดำริว่า  จะพึงพาดผ้าบังสุกุล ณ ที่ไหนหนอ  ครั้งนั้น เทพดาที่สิงสถิตอยู่ที่ต้นกุ่มบก  ทราบความดำริในจิตของเราด้วยใจของตนแล้ว  จึงน้อมกิ่งกุ่มลงมาโดยทูลว่า  พระพุทธเจ้าข้า  ขอพระผู้มีพระภาคโปรดทรงพาดผ้าบังสุกุลไว้บนกิ่งกุ่มนี้  ต้นกุ่มบกนี้นั้นประหนึ่งจะกราบทูลว่า  ขอพระองค์จงทรงนำพระหัตถ์มาแล้วน้อมลง ดูกรกัสสป เรานั้นได้ดำริว่า  จะพึงผึ่งผ้าบังสุกุล ณ ที่ไหนหนอครั้งนั้น ท้าวสักกะจอมทวยเทพ ทรงทราบความดำริแห่งจิตของเราด้วยพระทัยของพระองค์แล้วได้ยกศิลาแผ่นใหญ่มาวางไว้ โดยทูลว่า พระพุทธเจ้า ขอพระผู้มีพระภาคโปรดทรงผึ่งผ้าบังสุกุลบนศิลาแผ่นนี้ ศิลาแผ่นนี้อันผู้มิใช่มนุษย์ได้ยกมาวางไว้.”

                     ครั้งนั้น ชฎิลอุรุเวลกัสสปได้ดำริว่า พระมหาสมณะมีฤทธิ์มาก มีอานุภาพมากแท้ถึงกับท้าวสักกะจอมทวยเทพได้ทำการช่วยเหลือ แต่ก็ไม่เป็นพระอรหันต์เหมือนเราแน่.

                     ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคเสวยภัตตาหารของชฎิลอุรุเวลกัสสป แล้วประทับอยู่ในไพรสณฑ์ตำบลนั้นแล

ปาฏิหาริย์เก็บผลหว้า

                    ครั้นล่วงราตรีนั้นไป ชฎิลอุรุเวลกัสสปเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค  ครั้นแล้วจึงกราบทูลภัตตกาลแด่พระผู้มีพระภาคว่า  “ถึงเวลาแล้ว  มหาสมณะ  ภัตตาหารเสร็จแล้ว.” พระผู้มีพระภาคตรัสว่า  “ดูกรกัสสป  ท่านไปเถิด  เราจะตามไป.”  พระผู้มีพระภาคทรงส่งชฎิลอุรุเวลกัสสปไปแล้ว ทรงเก็บผลหว้าจากต้นหว้าประจำชมพูทวีป แล้วเสด็จมาประทับนั่งในโรงบูชาเพลิงก่อน.  ชฎิลอุรุเวลกัสสปได้เห็นพระผู้มีพระภาคประทับนั่งในโรงบูชาเพลิงแล้วได้ทูลคำนี้ต่อพระผู้มีพระภาคว่า  “ข้าแต่มหาสมณะ  ท่านมาทางไหน  ข้าพเจ้ากลับมาก่อนท่านแต่ท่านยังมานั่งในโรงบูชาเพลิงก่อน?”

                    พระผู้มีพระภาคตรัสว่า   “ดูกรกัสสป  เราส่งท่านไปแล้ว ได้เก็บผลหว้าจากต้นหว้าประจำชมพูทวีป แล้วมานั่งในโรงบูชาเพลิงนี้ก่อน  ดูกรกัสสป ผลหว้านี้แล  สมบูรณ์ด้วยสี กลิ่น รส ถ้าท่านต้องการเชิญบริโภคเถิด.”

                    อุรุเวลกัสสปกล่าวว่า  “อย่าเลย  มหาสมณะ ท่านนั่นแหละเก็บผลไม้นี้มา  ท่านนั่นแหละ  จงฉันผลไม้นี้เถิด.”

                    ลำดับนั้น ชฎิลอุรุเวลกัสสปได้มีความดำริว่า พระมหาสมณะมีฤทธิ์มาก มีอานุภาพมากแท้เพราะส่งเรามาก่อนแล้ว  ยังเก็บผลหว้าจากต้นหว้าประจำชมพูทวีปแล้วมานั่งในโรงบูชาเพลิงก่อน แต่ก็ไม่เป็นพระอรหันต์เหมือนเราแน่.

                     ครั้งนั้น  พระผู้มีพระภาคเสวยภัตตาหารของชฎิลอุรุเวลกัสสปแล้ว  ประทับอยู่ในไพรสณฑ์ตำบลนั้นแล.

                     ครั้นล่วงราตรีนั้นไป  ชฎิลอุรุเวลกัสสปไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค ครั้นแล้ว จึงทูลภัตตกาลแด่พระผู้มีพระภาคว่า  “ถึงเวลาแล้ว มหาสมณะ ภัตตาหารเสร็จแล้ว.”  พระผู้มีพระภาคทรงส่งชฎิลอุรุเวลกัสสปไปด้วยพระดำรัสว่า  “ดูกรกัสสป  ท่านไปเถิดเราจักตามไป”  แล้วทรงเก็บผลมะม่วง … ผลมะขามป้อม … ผลสมอ  ในที่ไม่ไกลต้นหว้าประจำชมพูทวีปนั้น … เสด็จไปสู่ภพดาวดึงส์ ทรงเก็บดอกปาริฉัตตกะ แล้วมาประทับนั่งในโรงบูชาเพลิงก่อน.  ชฎิลอุรุเวลกัสสปได้เห็นพระผู้มีพระภาคประทับนั่งในโรงบูชาเพลิง  ครั้นแล้วได้ทูลคำนี้ต่อพระผู้มีพระภาคว่า  “ข้าแต่มหาสมณะ ท่านมาทางไหน ข้าพเจ้ากลับมาก่อนท่าน  แต่ท่านยังมานั่งในโรงบูชาเพลิงก่อน?”.

                   พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า  “ดูกรกัสสป  เราส่งท่านแล้วได้ไปสู่ภพดาวดึงส์  เก็บดอกปาริฉัตตกะแล้ว มานั่งในโรงบูชาเพลิงก่อน  ดูกรกัสสป  ดอกปาริฉัตตกะนี้แล  สมบูรณ์ด้วยสีและกลิ่น”.

                   ครั้งนั้น  ชฎิลอุรุเวลกัสสปได้มีความดำริว่า  พระมหาสมณะมีฤทธิ์มาก  มีอานุภาพมากแท้  เพราะส่งเรามาก่อนแล้วยังไปสู่ภพดาวดึงส์ เก็บดอกปาริฉัตตกะแล้ว  มานั่งในโรงบูชาเพลิงก่อน  แต่ก็ไม่เป็นพระอรหันต์เหมือนเราแน่

                   แม้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะทรงแสดงปาฏิหารย์ให้อุรุเวลกัสสปพบเห็นหลายครั้งแต่ก็ยังไม่สามารถปราบทิฏฐิมานะของอุรุเวลกัสสปได้ เนื่องจากมีผู้คนนับถือมากอุรุเวลกัสสปจึงคิดว่าตนเป็นพระอรหันต์ แล้วพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะทรงใช้วิธีใดที่จะปราบมานะของอุรุเวลกัสสปได้ ต้องติดตามต่อไป

                  ขออนุโมธนาผู้มีบุญมากทุกท่านในการศึกษาพุทธประวัติ


คลิกดู มารคืออะไร..อะไรคือมาร

          


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน