• ปยุต
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : prayoot_k@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-12-22
  • จำนวนเรื่อง : 35
  • จำนวนผู้ชม : 183184
  • ส่ง msg :
  • โหวต 23 คน
ตำราโหราศาสตร์ที่น่าสนใจ
อธิบายสาระสำคัญของหนังสือโหราศาสตร์ที่น่าสนใจ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/ajarnyoot
วันอังคาร ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2552
Posted by ปยุต , ผู้อ่าน : 1336 , 12:27:17 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

กฎแห่งกรรมภายใต้อิทธิพลของดวงดาว

ตอนที่  
   
             กรรม  คือการกระทำ มีทั้งการทำความดี และการทำความชั่ว  ตราบใดที่สัตว์โลกยังไม่หลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิด   ตราบนั้นย่อมมีการก่อเวรสร้างกรรม   และชดใช้กรรมที่ก่อ  ทำดีย่อมได้รับผลแห่งกรรมดีตอบแทน  ทำชั่วย่อมได้รับผลแห่งกรรมชั่วเช่นกัน   นี่คือสัจธรรม ความจริงแท้  นี่คือคำสอนของพระพุทธองค์ 

"ทำดีได้ดีมีที่ไหน ทำชั่วได้ดีมีถมไป"     คำกล่าวเช่นนี้ เป็นของคนโง่เขลาเบาปัญญา  มีโมหะจริต (ความหลงผิด) ในจิตใจ จริงอยู่ที่คนบางคนนั้น สูงส่งด้วยยศศักดิ์ อัครฐาน  มีทรัพย์ศฤงคารข้าทาสบริวารมากมาย  ทั้ง ๆ ที่เบื้องหลัง เต็มไปด้วยความเลวทรามต่ำช้า  นั่นเป็นเพราะว่า กรรมดีที่เขาก่อเอาไว้ในอดีต ส่งผลให้เขาเป็นไป และถ้าวันใดกรรมดีเขาหมดลง กรรมที่เขาก่อในปัจจุบันจะต้องส่งผลให้เขาได้รับทุกขเวทนาอย่างแน่นอน

มีหลายท่านแปลกใจ  หรือหลายท่านเห็นเป็นเรื่องเหลวไหลไร้สาระ     ที่คนบางคนจะทำอะไรทีหรือมีเรื่องคับข้องใจ  ต้องวิ่งโร่ไปหาหมอดู  ให้ตรวจดวงชะตา หรือกำหนดฤกษ์ยาม พิธีกรรมต่าง ๆ ให้ ซึ่งจะว่าไปแล้ว วิชาดูหมอหรือโหราศาสตร์นั้น    ไม่ได้มีมาเฉพาะในสมัยโลกาภิวัฒน์นี้เท่านั้น  แต่มีมานานถึง ๗ พันกว่าปีล่วงมาแล้วทีเดียว  ถ้าเป็นเรื่องเหลวไหลไร้สาระ พระพุทธองค์ในสมัยเมื่อครั้งยังเป็นเจ้าชายสิทธัตถะ   คงไม่ต้องเสียเวลาศึกษาจนแตกฉาน   เหตุที่ต้องทรงศึกษาวิชานี้     เพราะเป็น ๑ ใน ๑๘ สาขา  ของศิลปศาสตร์ ที่นักรบนักปกครองต้องเรียน

วิชาโหราศาสตร์  เป็นวิชาที่ทำนายทายทัก  เรื่องราว  หรือเหตุการณ์ต่างๆ  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ระบบดวงดาว  ทำนายได้ทุกสิ่งทุกอย่าง  ไม่เฉพาะกับคนเท่านั้น แม้แต่สถานการณ์ต่าง ๆ ของโลก  ของ ประเทศชาติ  ตลอดจนอาถรรพณ์  โชค ลาง ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น โหราจารย์ท่านจะต้องผูกดวงทุกครั้ง ก่อนที่จะพยากรณ์ออกไป   ในราชสำนักทุกแห่ง  ทั้งในอดีต และปัจจุบัน จะต้องมีพราหมณ์   ปุโรหิตาจารย์ ในตำแหน่ง พระราชครูบ้าง  พระยาโหราธิบดีบ้าง   เป็นผู้รับผิดชอบเกี่ยวกับการพยากรณ์ และประกอบพิธีกรรมต่าง ๆ แม้กระทั่งจะออกไปรบทัพจับศึก  ก็ยังต้องมีพิธี "ตัดไม้ข่มนาม"  กำหราบข้าศึกศัตรูเลยถ้าวิชาการแขนงนี้ไม่แน่จริง  คงไม่มีการสืบทอดมาจนถึงปัจจุบันนี้แน่  เพราะโหราจารย์ เหล่านั้นคงจะถูกตัดหัวไปหมดแล้ว  คงไม่กล้าถ่ายทอดให้ลูกหลานในวงศ์ตระกูลเป็นแน่  (วิชาโหราศาสตร์    ในอดีตเป็นวิชาที่ปิดบังหวงแหน จะไม่ถ่ายทอดให้คนนอก ถ้าจะถ่ายทอดก็จะทำแบบขอไปที   เนื่องจากความเชื่อที่ว่าถ้าถ่ายทอดให้หมด อาจทำให้ศิษย์คิดล้างครูได้  ทำให้เป็นที่น่าเสียดาย ที่ปัจจุบันนี้หาผู้รู้จริงได้น้อยมาก)

แล้ววิชาโหราศาสตร์ระบบดวงดาว มาเกี่ยวพันหรือมีอิทธิพลต่อชาวโลก หรือสรรพสิ่งบนโลกนี้ได้อย่างไร ?  

ขอตอบว่า เป็นเพราะความฉลาดของโบราณาจารย์    ทีท่านได้เฝ้าเพียรสังเกต     เรื่องราวของคนตั้งแต่เกิดจนตาย ตลอดจนสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ควบคู่ไปกับการโคจรของดวงดาวบนท้องฟ้า กล่าวคือเอาเรื่องของคนไปผูกไว้กับดวงดาว หรือการผูกดวงนั่นเอง ท่านได้จดจำทำบันทึกสิ่งต่างๆ เอาไว้ เมื่อเห็นว่าถูกต้องก็ตั้งเป็นทฤษฎี    หรือเป็นศาสตร์ขึ้นมา   ซึ่งมีมานานถึง ๗ พันปีทีเดียว ดังนั้นเมื่อคนเราเกิดมา  ในวันเดือนปี เวลาใด "โหร" ก็จะทำการผูกดวงในแผ่นวงกลม ที่เรียกว่า " จักรราศี " ซึ่งจะลงตำแหน่งของดวงดาวในราศีต่าง ๆ ในขณะเกิด  เรียกว่า "ดวงกำเนิด" เพื่อใช้ในการพยากรณ์ต่อไป ซึ่งการพยากรณ์เหตุการณ์ต่าง ๆ ในชีวิตนั้น ก็อาศัยการโคจรของดาวเช่นเดียวกัน   เมื่อดาวใดมาทับดาวใด หรือมาเข้ามุมใดในดวงกำเนิด  ก็จะทำนายทายทักไปตามสถิติที่ได้บันทึกไว้  ซึ่งผลการทำนายมักจะไม่พลาด  ถ้าไม่มีปัจจัยอื่นใดมาแทรกเสียก่อน   เมื่อเราทราบว่ากฎแห่งดวงดาวไปสัมพันธ์กับกฎแห่งกรรม เช่นนี้แล้ว    ก็จะเป็นผลดีที่เราจะได้ทราบ เหตุการณ์ล่วงหน้า จะได้เตรียมตัวเตรียมใจ    เตรียมรับสานการณ์ต่าง ๆ เพื่อผ่อนหนักให้เป็นเบา หรือบางทีอาจกลับร้ายให้กลายเป็นดีได้
                การแก้กรรม  หรือการสะเดาะเคราะห์  ต่ออายุ    เสริมดวงชะตานั้น  บางทีก็ได้ผล บางคราวก็ล้มเหลว  ทั้งนี้ทั้งนั้น  ขึ้นอยู่กับการประกอบพิธีแก้กรรมนั้นถูกต้องด้วยเหตุและผลหรือเปล่า กล่าวคือแก้ปัญหาตรงจุดหรือเปล่า หรือ เกาถูกที่คันหรือเปล่า  และเมื่อแก้ไขตรงจุดแล้ว ต้องขึ้นอยู่กับเหตุ  หรือ
เจ้ากรรมนายเวรนั้น ๆ ด้วยว่า  เขายอมอโหสิกรรมให้หรือไม่  ยอมผ่อนปรนกรรมให้หรือไม่   หากเขา เจ็บแค้นมาก หรือเราทำกรรมหนักมาก "อนันตริยกรรม" เช่น  ฆ่าพ่อ ฆ่าแม่ ฆ่าพระอรหันต์ ทำสังฆเภทหรือยุยงสงฆ์ให้แตกแยกกัน ทำร้ายพระพุทธเจ้าแค่เลือดตกยางออกอย่างนี้ถึงแม้เจ้ากรรมเขาจะยอม แต่นายเวรเขาไม่ยอม ก็ต้องเหลือเศษกรรมให้ชดใช้เหมือนกัน
         "เจ้ากรรม" คือ ผู้ที่เราล่วงเกิน หรือก่อกรรมทำเข็ญกับเขาไว้  เปรียบเสมือน "เจ้าทุกข์" ส่วน"นายเวร" (คำว่า "เวร" แปลว่า "ผูกพัน" หรือ "ทำหน้าที่ที่ตนรับผิดชอบ" ) ก็คือ บรรดาทวยเทพเทวดา ทั้งหลาย ได้แก่เทวดานพเคราะห์ เป็นต้น ท่านทำหน้าที่ควบคุมให้สรรพสัตว์    หรือสรรพสิ่งทั้งหลายบนโลก ให้เป็นไปตามกฎแห่งกรรม เปรียบเสมือน"อัยการ หรือ ผู้พิพากษา"  นั่นเอง
        
มีเจ้าทุกข์แล้ว  มีอัยการผู้พิพากษาแล้ว  แล้วใครล่ะ  ทำหน้าที่ตำรวจ  คอยไล่จับผู้ต้องหาไปรับโทษ  มีใครทราบคำตอบบ้างเอ่ย ? ถ้าไม่ทราบ อดใจเอาไว้ตอนหน้า จะแถลงให้ทราบ  รวมทั้งวิธีการแก้กรรมต่าง ๆ ว่ามีเคล็ดลับและวิธีการอย่างไร ใครควรเป็นผู้ประกอบพิธ ี แต่ละพิธีจะต้องเตรียมตัวเตรียมใจอย่างไรบ้าง  คอยติดตามนะครับ

ที่มา อาจารย์เล็ก  พลูโต   http://www.lekpluto.org/home.php




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
Patui วันที่ : 20/02/2009 เวลา : 08.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/aparat


ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ปยุต วันที่ : 17/02/2009 เวลา : 12.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ajarnyoot

ตอนที่ ๔
อันว่า "ดวงดาว" ซึ่งเป็นเทหวัตถุฟากฟ้าซึ่งไม่มีเลือดเนื้อจิตใจได้ส่งผลกระทบแก่สรรพสิ่ง บนพื้นพิภพได้นั้น เกิดจากการจับสถิติการโคจรในห้วงจักรวาลโดยการบันทึกให้สอดคล้องกับสภาพการณ์ต่าง ๆ บนโลก ไม่ว่าจะเป็นวิถีชีวิต สภาพดินฟ้าอากาศ สภาพเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ฯลฯ โดยได้กระทำต่อเนื่องกันมาเนิ่นนานหลายพันปี จนเกิดเป็นวิชาโหราศาสตร์ขึ้นมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระยะ ๓ - ๔ ปีที่ผ่านมานี้ "เศรษฐกิจ" ตกสะเก็ดไปทั่วโลก ทั้งนี้เนื่องจาก ดาวแบคคัสซึ่งเป็นดาวการเงินของโลก ปัจจุบันเดินอยู่ในราศีกรกฎ เดินผิดปกติมาหลายปี ประกอบกับถูกราหู และเสาร์ทำมุมให้โทษอยู่อย่างแรง แม้เสาร์จะย้ายออกจนไปอยู่ในราศีมีน แต่ก็ยังเล็งกับราหูในราศีกันย์ ซึ่งเป็นราศีการเงินของประเทศไทยอยู่ ทำให้เศรษฐกิจของไทยในรอบ ๒ ปีที่ผ่านมา ตกอยู่ในภาวะ "ขาดดุล" ถ้าเป็นดวงคนในราศีสิงห์ล่ะก็ มีแต่รายจ่าย เงินเข้าไม่พอกับเงินจ่าย ภาวะหนี้สินรุงรัง ตอนนี้แม้ราหูจะออกจากราศีกันย์ การเงินของประเทศไทยไปแล้ว แต่ราหูมาทับลัคนาของประเทศ ประกอบกับอยู่ในราศีการเงินของดวงประชาธิปไตย (๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕ ลัคนาอยู่ราศีกรกฎ) ก็ยังไม่ทำให้ประเทศไทยดีขึ้น ถือเป็นกรรมของคนไทย และประเทศไทยก็แล้วกัน อย่าไปโทษรัฐบาล หรือผู้บริหารประเทศชุดปัจจุบันเลย ถ้าจะโทษก็ต้องโทษทุกชุดที่ผ่านมา เป็นอันว่า เศรษฐกิจของไทยยังไม่ดีขึ้นแน่ อย่างน้อยอีก ๔ หรือ ๕ ปีข้างหน้านั่นแหละครับ ผมเองไม่อยากเขียนเรื่องการบ้านการเมืองมากนัก เอาแค่หอมปากหอมคอก็แล้วกัน ก็ขอส่งกำลังใจช่วยเพื่อนไทยทุกคนให้รู้รักษาตัวและครอบครัวให้รอด และปลอดภัยจากภัยเศรษฐกิจทุกคนไว้ ณ ที่นี้ด้วยในภาวะการณ์เศรษฐกิจเช่นนี้ ส่งผลกระทบไปยังทุกคน ไม่เฉพาะคนยากคนจนเท่านั้น คนฐานะปานกลาง หรือมีฐานะร่ำรวยด้วยการหมุนเงินมาประกอบธุรกิจตั้งแต่ขนาดเล็ก ไปจนถึงขนาดใหญ่ ก็ได้รับผลกระทบทัดเทียมกัน

เชื่อหรือไม่ว่า คนรวยมากยิ่งกลุ้มมากว่าคนจนเสียอีก คนจนจนเสียเคยชิน กัดก้อนเกลือกินก็ยังได้ ผมเป็นหมอดูอยู่ที่อเมริกามาหลายปี ลูกค้าผมมีทุกระดับฐานะ เมื่อเปรียบเทียบความทุกข์ของแต่ละคนที่มาหาแล้ว ในเรื่องของเศรษฐกิจรายได้ การเงิน คนมีฐานะที่ดีมักจะมีทุกข์มากกว่า บางคนเคยมีกิจการใหญ่โต มีเงินมีบ้านเป็นล้าน ๆ แต่พอดวงตกในระยะ ๕ ปีมานี้กลับทุกข์หนักกว่าคนที่หาเช้ากินค่ำไปวัน ๆ เปรียบเสมือนคนเคยอกหักมาหลายครั้งหลายคน อกหักเสียจนเคยชินกับคนที่ความรักสดใสมาตลอด ไม่เคยคิดด้วยซ้ำว่าจะมีวันทุกข์เพราะความรัก พอมาเจอเจ๋ง ๆ เข้า คิดสั้นฆ่าตัวตายมาเสียนักต่อนักแล้ว

เรื่องของดวงชะตานี่ก็แปลก มาหาหมอดูเมื่อมีทุกข์ ก็แก้ทุกข์กันไปด้วยการปลอบใจ ทำไงได้หมอดูไม่ใช่ผู้วิเศษนี่ครับ อย่าไปเชื่อนะครับ ไอ้ประเภทหมอดูที่หลอกเอาเงินมาทำพิธีสะเดาะเคราะห์หรือทำพิธีกรรมต่าง ๆ ไม่มีใครแก้กรรมให้แก่ใครได้หรอกครับ ตัวเป็นคนผูกกรรมตัวต้องเป็นผู้แก้กรรมด้วยตัวเอง เรื่องของการแก้กรรมผมได้เกริ่นไปบ้างแล้วในตอนที่ผ่านมา ความจริงรายละเอียดยังมีอีกมาก เอาไว้มีช่วงโอกาสที่เหมาะสม จะเขียนให้ละเอียดทุกขั้นตอนอีกครั้ง คอยติดตามทวงถามได้นะครับ
มีคนที่มาหาผมหลังจากประกอบกิจการเจ๊ง หรือไปไม่รอด มาถามว่าจะขายกิจการได้เมื่อไร ผมก็ถามเขาว่า เมื่อตอนจะเปิดร้านหรือกิจการไม่ได้ดูหมอก่อนหรือ จริงเกือบ ๑๐๐ % ไม่ได้ดูสักราย นี่เป็นกรณีหนึ่ง อีกกรณีหนึ่งอันนี้มาหาผมเลย บอกว่า อาจารย์ช่วยดูดวงให้หน่อย จะซื้อร้าน ผมเห็นดวงแล้วดูเศรษฐกิจ ดูทำเล แล้ว บอกว่าอย่าเลย มีโอกาสไปไม่รอด เขาน่ะเชื่อผมนะครับ แต่ดันไปทำสัญญากับเขาไว้แล้ว จะคืนก็ไม่ได้ แล้วผลออกมาเป็นไง ไม่ถึง ๓ เดือนเลย มีปัญหากลับมาหาผมอีกแล้ว สิ่งที่ผมช่วยได้มีอย่างเดียวคือ

"ให้ยอมรับความจริง และยอมรับการเปลี่ยนแปลง ยอมแพ้กฎแห่งกรรมหรือการกระทำของตนเองเสียเถอะ" เพราะเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้จริง ๆ การจะทำอะไรก็ตาม คนจีนเขาถือว่า "ทำเล" หรือ "ฮวงจุ๊ย" มาเป็นอันดับหนึ่ง ส่วน"ดวงชะตา"มาเป็นอันดับสอง ส่วนอันดับสามก็คือ "ความนัดในวิชาชีพ ฝีมือ และการให้บริการ" หากเจ้าของกิจการร้านใดถึงพร้อมด้วยประการทั้งสามแล้ว ขอรับรองว่า"รวยลูกเดียว"ผมเองก็เป็นลูกหลานชาวจีน เตี่ยเคยสอนเอาไว้ว่า " ลูกค้าเขาจะด่าจะว่าเราอย่างไร เรายิ้มเข้าไว้ ขอให้เขาอุดหนุนสินค้าหรือมาใช้บริการของเราก็แล้วกัน" ซึ่งก็เป็นความจริง ตรงกับหลักการขายที่ว่า "ลูกค้าคือพระราชา" ดังนั้นขอให้ท่านทั้งหลายที่มีกิจการอยู่แล้ว หรือกำลังคิดจะมีกิจการโปรดใคร่ครวญให้ดีเสียก่อน ก่อนที่จะสายเกินแก้

พูดถึง "ฮวงจุ๊ย" หรือ " เฟงจุ๊ย" นั้น เป็นศาสตร์ที่เยี่ยมยอดมากของชาวจีน เสียดายที่วิชานี้ถูกปิดบังหวงแหน จะถ่ายทอดให้เฉพาะคนในตระกูลเท่านั้น ทำให้หาผู้ที่รู้จริงได้ยาก แม้กระทั่งตัวผมเอง แม้จะมีตำราศึกษา แต่เนื่องจากเป็นวิชาที่ละเอียดอ่อนมาก ต้องใช้เวลาทำความเข้าใจและพิจารณาอย่างรอบคอบ "อย่างเร็ว ก็ ๕ อย่างช้าก็ ๑๐" (ปีนะครับ) ลูกศิษย์ร้องโอ๊กไปตามๆ กัน วิชานี้ถือเป็นศาสตร์ที่แก้ไขดวงชะตาของคนได้ดีที่สุด ว่ากันว่าสามารถเปลี่ยนดวงชะตาบุคคลได้ อย่างเช่น ดวงพระนางซูสีไทเฮา ซึ่งซินแสผู้หนึ่งได้เปลี่ยนแปลงฮวงจุ๊ย ทำให้ดวงหงส์อยู่เหนือมังกรมาแล้ว โดยสรุป วิชานี้เป็นวิชาที่ว่าด้วยการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง โยกย้ายสิ่งต่าง ๆ ให้อยู่ในทิศทางที่ถูกต้อง ถูกทิศ ถูกธาตุที่สมดุลและเกื้อกูลกัน ไม่ใช่ดูเฉพาะทำเลฝังศพเท่านั้น แต่ดูได้ทุกเรื่อง ทุกสิ่ง เช่นบ้านเรือนที่อยู่อาศัยร้านค้า กิจการต่าง ๆ การจัดวางสิ่งของต่าง ๆ ซึ่งจะว่าไปก็นับว่าแปลกมากทำให้เห็นจริงที่ว่า "ดวงดาว"นั้นครอบงำสรรพสิ่งบนโลกนี้จริง ๆ เพราะเมื่อใช้วิชานี้ปรับเปลี่ยนแล้ว สามารแก้ไขดวงขะตาได้จริง ๆ

คนที่ใช้วิชานี้ได้ผล จะต้องมีความรู้เรื่องดวงดาวอย่างแตกฉาน และต้องแยกแยะสิ่งที่พบเห็นตีความหมายออกมาเป็นดวงดาว เป็นธาตุให้ได้ ยกตัวอย่างเช่น มังกร ธาตุน้ำอยู่ทางซ้าย ส่วนเสือขาว หรือ พยัคฆ์ธาตุไฟอยู่ทางขวา ผู้ชาย ธาตุไฟ อยู่ทางขวา ส่วนผู้หญิง ธาตุน้ำ อยู่ทางซ้าย ภูเขาธาตุดินควรอยู่ข้างหลัง ส่วนสายลมทะเล เป็นธาตุลมควรอยู่ข้างหน้า ดังนั้นจะสังเกตเห็นว่าหลุมศพของคนจีนมักจะตั้งอยู่บนเชิงเขา หันหน้าไปสู่ทะเลเป็นส่วนมาก

กิจการร้านอาหารนั้น เป็นกิจการที่ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของดาวศุภเคราะห์ที่ประจุธาตุทั้งสี่ไว้ด้วยกันคือ พุธ ธาตุดิน หมายถึง อาหาร พืช ผัก ศุกร์ ธาตุลม หมายึงการตกแต่งร้านให้สวยงาม มีบรรยากาศที่น่านั่งรับประทาน กิจกรรมบันเทิง และการให้บริการ จันทร์ ธาตุน้ำ ซึ่งเป็นดาวการค้าการมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี และอาทิตย์ ธาตุไฟ หมายถึงความขยันขันแข็งในการประกอบกิจการหรือไฟในตัว ส่วนไฟนอกตัวก็คงจะเป็นไฟในครัวที่ทำให้อาหารสุกนั่นเอง หากบุคคลใดมีดาวทั้งสี่เด่นในดวงชะตา และไม่อยู่ในมุมอับแล้วล่ะก็ เป็นเจ้าของกิจการร้านอาหารได้เลย เมื่อดวงดีแล้วอย่าลืมทำเลร้านค้าเป็นอันขาด เพราะคนจีนให้ความสำคัญเป็นอันดับหนึ่ง การที่ร้านอาหารจะบูมหรือไม่นั้น ถ้าอยู่ในเนินที่เป็นธาตุน้ำ ดาวเนปจูน เจ้าสมุทร แล้วล่ะก็ ถือว่าถูกโฉลกที่สุด ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกอะไร ที่ร้านอาหารมักจะไปอยู่ชายทะเล และขายดิบขายดี แม้จะขายแพงก็ยังมีคนไปนั่งกิน

จบบทความแล้วจ้า
ขอบพระคุณ อาจารย์ เล็ก พลูโต มา ณ ที่นี้ด้วย

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ปยุต วันที่ : 17/02/2009 เวลา : 12.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ajarnyoot

ตอนที่ ๓
ในระยะเวลาที่ผ่านไปไม่นานมานี้ ได้เกิดจันทรคราสหรือราหูอมพระจันทร์เต็มดวงขึ้นในประเทศไทย ลักษณะที่ว่ามานี้ ในทางโหราศาสตร์ ถือว่า "ดวงจันทร์" เป็นเพศหญิง หมายถึงผู้หญิง ทำให้มีข่าวการสูญเสียบุคคลสำคัญที่เป็นเพศหญิง ทั้งก่อนหน้าที่จะเกิด และหลังจากเกิดราหูอมจันทร์ เช่น กรณีการสิ้นพระชนม์ของ เลดี้ไดอาน่า เจ้าหญิงแห่งเวลส์ , กรณีการถึงแก่กรรมของ แม่ชีเทเรซ่า และล่าสุด กรณีที่เครื่องบินติดตามขบวนเสด็จสมเด็จพระราชินีแห่งประเทศไทย ประสบอุบัติเหตุ ทำให้ต้องสูญเสียท่านผู้หญิง ทั้งราชเลขาส่วนพระองค์ นางสนองพระโอษฐ์ และพระพี่เลี้ยงขององค์หญิงเล็ก ถึง๓ท่านทั้งๆที่เครื่องบินนั้นเป็นเครื่องใหม่เพิ่งเข้าประจำการไม่ถึงเดือน

เหตุดังกล่าวจะว่าเป็นการบังเอิญก็หาใช่ไม่ อันที่จริงนักโหราศาสตร์เขาสามารรู้ เหตุการณ์และความเป็นไปที่จะเกิดขึ้นล่วงหน้า จะพยากรณ์ให้ฟังเฉพาะคนใกล้ชิด หรือลูกศิษย์ ไม่สามารถพยากรณ์ออกไปยังสาธารณชนได้ เพราะเป็นการก่อให้เกิดความตระหนกตกใจ เป็นการผิดจรรยาบรรณของนักโหราศาสตร์ หากจะพยากรณ์จริง ๆ ก็คงจะบอกเป็นกลาง ๆ ว่า ปีนี้จะมีการสูญเสียบุคคลสำคัญ เป็นคนดี ทำคุณประโยชน์ต่อสังคม หรือไม่ก็เป็นพวกนักบวช พระเกจิอาจารย์ดัง ๆ พระสุปฏิปันโนคนใหญ่คนโต ทั้งนี้เนื่องจาก ดาวพฤหัสบดีเดินเป็นนิจในราศีมังกร กุมกับดาวเนปจูนคู่ปรปักษ์ และดาวมฤตยูเจ้าแห่งความตาย และความเปลี่ยนแปลง หากท่านอ่านมาถึงตอนนี้ อาจจะหาว่าผู้เขียนโมเม หวยออกแล้วเอามาคุย ก็ขอให้ทุกท่านรอดูหวยที่ยังไม่ออกก็แล้วกัน เพราะดาวพฤหัสบดี ยังอยู่ในตำแหน่งนี้จนถึงสิ้นปีนี้ พูดถึงความตาย ใคร ๆ ก็กลัวด้วยกันทั้งนั้น

เวลาออกจากบ้าน หากจิ้งจกร้องทัก โบราณยังห้ามไม่ให้เดินทาง เพราะถือเป็นลางร้าย อาจทำให้ถึงตายได้ แล้วกรณีที่หมอดูซึ่งมีความรู้ความชำนาญมีประสบการณ์เกี่ยวกับดวงดาว และวิถีชีวิตของคนทำนายทายทัก ท่านจะไม่รับฟังเชียวหรือ ?
มีอยู่รายหนึ่ง เมื่อ ๔ ปีมาแล้ว หมอดูทายว่า ชะตาถึงฆาต ให้ทำบุญถวายสังฆทาน และทำพิธีสะเดาะเคราะห์ต่ออายุ ซึ่งเจ้าชะตาก็เชื่อ วันที่กำหนดทำพิธีนั้น ขณะที่ส่งคนไปรับพระมาที่บ้าน พระยังไม่ทันมา คนร้ายที่หมายปองชีวิต หรือมือปืนรับจ้าง ดันมาก่อนพระ เลยโดนสาดกระสุนใส่เสียร่างพรุนตายคาบ้านทีเดียว หนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ไทยรัฐลงพาดหัวข่าวหน้าหนึ่ง ต้องขออภัยที่จำวันที่และเหตุการณ์โดยละเอียดไม่ได้ เพราะไม่ได้ตัดข่าวมาเก็บไว้ ในกรณีนี้ถือว่า เจ้ากรรมนายเวร เขาผูกใจเจ็บ มีความพยาบาทมาก ไม่ยอมรับรู้หรืออโหสิกรรมให้ เนื่องจากเจ้าชะตาคงจะก่อกรรมในอดีตชาติไว้มากและในปัจจุบันยังไม่หยุดการก่อกรรมชั่วอีก ทำให้ไม่มีโอกาสแม้จะกระทำความดีตราบวินาทีสุดท้ายของชีวิต
คนที่อายุสั้น ตายก่อนวัยอันสมควร ไม่ว่าจะเป็นโรคร้าย หรือพบอุบัติเหตุร้ายแรง แม้กระทั่งการถูกฆาตกรรม การทำอัตตวินิบาตกรรม (ฆ่าตัวตาย) ฯลฯ คนพวกนี้ในอดีตชาติมักจะเป็นผู้ประพฤติผิดศีลข้อ ๑ (ปานาติบาต) คือ ชอบฆ่าสัตว์ตัดชีวิต หรือฆ่าคน หากประพฤติอย่างสม่ำเสมอ จะเป็นเพราะความหลงผิดหรือความโกรธก็ตาม เมื่อตายจากโลกมนุษย์นี้ไปแล้ว ก็จะไปบังเกิดในนรกภูมิที่ชื่อว่า"สัญชีพนรก" ต้องรับทุกขเวทนา จากการทรมาน หรือถูกฆ่าให้ตายด้วยวิธีการต่าง ๆ ตามที่ตนเองได้ก่อจนกว่าจะสิ้นกรรม เมื่อพ้นกรรมจากนรกแล้ว บางรายต้องไปอุบัติใน "เปตภูมิ" หรือเกิดเป็นเปรต เป็นอสูรกายอีก ต้องได้รับทุกขเวทนาจากการหิวโหย และเมื่อพ้นกรรม หากยังเหลือเศษกรรม ก็จะต้องไปอุบัติในภพภูมิที่เรียกว่า "เดรัจฉานภูมิ" หรือเป็นสัตว์เดรัจฉาน นั่นเอง ซึ่งสัตว์เดรัจฉานนั้น ก็มีด้วยกันมากมายหลายจำพวก แต่ที่แน่ ๆ มักจะเป็นสัตว์ที่มีช่วงชีวิตที่สั้น หรือไม่ก็เป็นสัตว์ที่ถูกเขาฆ่า นำมาเป็นอาหาร เช่น เป็ด ไก่ เป็นต้น หากพ้นกรรมจากสัตว์เดรัจฉานแล้ว หากยังคงเหลือเศษกรรมอีก เมื่อมาเกิดเป็นคน ก็จะมีร่างกายพิกลพิการ ปัญญาอ่อน หรือ วิกลจริตได้รับทุกขเวทนาจนกว่าจะสิ้นกรรม

เมื่อทราบสาเหตุของคนที่อายุสั้น ซึ่งเป็นเพราะมีกรรมเก่าที่ไม่ดีมาตัดรอนหากได้รับการทายทักจากหมอดูแล้ว และต้องการจะแก้กรรม ผ่อนหนักให้เป็นเบา ก็ต้องแก้ที่สาเหตุ จึงจะเป็นการแก้ที่ถูกต้องที่สุด สำหรับการให้ทานนั้น มีด้วยกันมากมายหลายวิธี ส่วนมากมักจะให้อามิสทาน หรือสิ่งของเงินทอง อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค ฯลฯ แก่พระภิกษุสงฆ์ผู้ทรงศีล ที่เรียกว่า"สังฆทาน"ซึ่งมีอานิสงส์มาก
การทำบุญให้ทานนั้น สำคัญมาก ถ้าทำให้ถูกบุคคล หรีอถูกจุดแล้ว อานิสงส์จะเพิ่มพูนมากเช่นหากต้องการแก้กรรมกรณีชะตาถึงฆาต นอกจากจะทำสังฆทานแล้ว ควรทำอภัยทาน คือให้ทานชีวิตแก่สัตว์ผู้กำลังตกทุกข์ถึงตาย เช่น ปล่อยนก ปล่อยปลา หากเป็นสัตว์ใหญ่เช่นวัวควาย ก็จะเป็นการดีมากผมเองปีนี้ก็รู้ตัวเองว่าดวงไม่ใคร่ดีนัก มีราหูมาทับลัคนา ยังือโอกาสไปทำบุญไถ่ชีวิตโค กระบือที่วัดกู้ ตำบลบางพูด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เมื่อเดือนกรกฎาคม ๒๕๔๐ ที่ผ่านมา รายละเอียดเกี่ยวกับการทำบุญไถ่ชีวิต โค กระบือ นั้น เอาไว้มีโอกาส คงจะเขียนบทความเรื่องนี้โดยเฉพาะมาลงให้อ่านกันคอยติดตามนะครับ
แล้วหากท่านเกิดได้รับทุกข์จากการครองเรือน เช่น สามีภรรยาไปปันใจให้คนอื่น ต้องระทมขมขื่นเกี่ยวกับความรักหรือการแต่งงาน ท่านควรแก้กรรมด้วยการให้ทาน ให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ที่ต้องได้รับชะตากรรมเช่นเดียวกับท่าน หรือ บางทีหนักกว่าท่านเสียอีก ขอแนะนำให้บริจาคทรัพย์ สิ่งของ ฯลฯแก่ผู้ที่อยู่ในบ้านพักฉุกเฉิน หรือสถานสงเคราะห์ฝึกอาชีพหญิงต้องขัง กรมราชทัณฑ์ หรือกรมประชาสงเคราะห์
หากท่านได้รับทุกข์เกี่ยวกับบุตร บริวาร ไม่ว่าจะมีบุตรยาก หรือบุตรเลี้ยงยาก ดื้อรั้น นำความเดือดร้อนมาให้ ท่านก็ต้องแก้กรรมด้วยการทำบุญกับเด็ก ไม่ว่าจะเป็นเด็กกำพร้า เด็กพิการเด็กนักเรียนที่เรียนดีแต่ยากจน ฯลฯ หรือหากมีแมวมาหา มีหมามาสู่ ก็ควรอุ้มชูเลี้ยงดูเอาไว้ อย่าไปขับไล่หรือรังแก หากต้องคดีความ ต้องเสียเงิน เสียชื่อเสียง อาจต้องติดคุกติดตะราง ก็ควรให้ทานด้วยการปลดปล่อยสัตว์ที่ถูกกักขัง ทำบุญกับนักโทษในเรือนจำ บางท่านก็บนบานกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตั้งจิตอธิษฐานเมื่อพ้นคดีความก็จะออกบวช ฯลฯ
ยังมีเรื่องราวความทุกข์อีกมากมาย โดยเฉพาะในสภาวะเศรษฐกิจทั่วโลกโดยเฉพาะประเทศไทยกำลังอยู่ในขั้นวิกฤติ เราควรจะทำอย่างไร โดยเฉพาะกิจการร้านค้า หรือธุรกิจขนาดเล็ก พวกที่ดวงดี มีกรรมดีคอยหนุน ก็อยู่รอด พวกที่ดวงไม่ใคร่จะดี ทนภาวะการขาดทุน หรือเป็นหนี้ไม่ไหว ก็ขายกิจการไป แล้วจะมีวิธีการแก้ไขอย่างไร เจ้าของกิจการร้านค้าอย่าพลาดเป็นอันขาด คอยติดตามตอนหน้าครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ปยุต วันที่ : 17/02/2009 เวลา : 12.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ajarnyoot

ขอเชิญอ่านต่อเลยครับพี่น้อง

ตอนที่ ๒
เมื่อตอนที่แล้วได้กล่าวถึงเรื่องราวความเป็นไปต่าง ๆ ของคนที่ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของดวงดาวว่ามีสาเหตุมาจากสิ่งใด ทำไมดวงดาวซึ่งเป็นเทหะวัตถุฟากฟ้า ไม่มีชีวิตจิตใจ ถึงได้มีบทบาทกำหนดชะตากรรมของคนรวมทั้งสรรพสิ่งทั้งหลายที่อยู่บนพื้นพิภพนี้ได้ เมื่อโหราจารย์ได้ผูกดวงชะตาของคน และได้อ่านหรือพยากรณ์ความเป็นไปที่เกิดขึ้นในอดีตปัจจุบัน ตลอดจนถึงอนาคต ซึ่งนับเป็นสิ่งที่น่าแปลกใจ สำหรับผู้ที่ไม่รู้ในวิชาโหราศาสตร์ ว่าทำไมการพยากรณ์ ถึงออกมาอย่างแม่นยำนัก โอกาสพลาดแทบจะไม่มี ถ้าข้อมูลการเกิดถูกต้องตรงกับความเป็นจริง ทำให้ "เจ้าชะตา"หรือเจ้าของดวงชะตาทราบเหตุการณ์ความเป็นไปที่จะเกิดขึ้นซึ่งนับว่าโชคดี เสมือนหนึ่งมีแผนที่ในการดำเนินชีวิต หากว่าช่วงใดอยู่ในยามตกอับ หรือต้องรับเคราะห์กรรม จะได้เตรียมตัวเตรียมใจ พร้อมที่จะเผชิญ หรือหาหนทางแก้ไขได้ทันท่วงที เท่ากับเป็นการดำเนินชีวิตด้วยความไม่ประมาท
เนื่องจากกฎแห่งดวงดาว หรือการพยากรณ์ในทางโหราศาสตร์ กับกฎแห่งกรรมในทางพระพุทธศาสนา มีความสอดคล้องต้องกัน หรือเป็นกฎอันเดียวกัน ดังที่ได้กล่าวมาแล้ว ดังนั้นการแก้กรรม หรือการแก้ไขดวงชะตา ก็จะต้องเป็นไปตามหลักคำสอนของพระพุทธองค์ กล่าวคือ "สิ่งใดเกิดแต่เหตุสิ่งนั้นย่อมดับไปเพราะเหตุ" การแก้ไขปัญหาทุกชนิดต้องหาเหตุแห่งปัญหาให้พบเสียก่อน แล้วแก้ปัญหาให้ถูกจุด

ท่านคงจะเคยได้ยินคำว่า" สะเดาะเคราะห์ ต่ออายุ เสริมดวงชะตา" หรือ "การประกอบพิธีบวงสรวงหลักเมือง หรือ ดวงเมือง ตลอดจนพิธีการต่าง ๆ อีกมากมาย แม้กระทั่งการกำหนดฤกษ์ยาม พิธีมงคลต่าง ๆ เช่น งานแต่งงาน งานทำบุญขึ้นบ้านใหม เปิดกิจการห้างร้าน บริษัท ตลอดจนการแก้เคล็ด แก้ความฝัน อารรพณ์ อุบาทว์ สิ่งเลวร้าย อัปมงคลต่าง ๆ ฯลฯ พิธีการเหล่านี้ ล้วนผูกพันกับดวงดาวด้วยกันทั้งสิ้น ซึ่งผู้ที่จะให้คำแนะนำหรือประกอบพิธีการต่างๆ เหล่านี้ได้ดีที่สุด คือ พราหมณ์ หรือโหราจารย์ผู้ทรงคุณความรู้ และตั้งอยู่ในศีลธรรม ไม่หวังอามิสสินจ้าง มีจิตที่บริสุทธิ์ กอร์ปด้วยความเมตตา หากท่านได้เป็นผู้ประกอบพิธีให้แล้วล่ะก็ ความสวัสดิมงคลย่อมบังเกิดขึ้นแน่นอน
และอย่างที่บอกเอาไว้แล้ว

"การแก้กรรม" หรือประกอบพิธีต่าง ๆ นั้น แม้กระทำอย่างถูกต้องครบถ้วนตามพิธีการแล้ว ใช่ว่าจะบังเกิดผลขึ้นในทันทีทันใด หรือเห็นผลดีทุกรายเสมอไปทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ "เจ้ากรรม นายเวร" เขาจะยอมอโหสิกรรมให้หรือไม่ ซึ่งเมื่อคราวที่แล้ว ได้เปรียบเทียบให้เห็นถึงความสัมพันธ์ของเจ้ากรรม ซึ่งเป็นเจ้าทุกข์ และ นายเวร ซึ่งเป็นเสมือนอัยการ หรือ ผู้พิพากษา และการที่อัยการจะส่งฟ้องให้ผู้พิพากษาลงโทษก็จะต้องผ่านกระบวนการจับกุมโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือเจ้าพนักงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งตรงนี้แหละ จะเป็นจุดผ่อนปรน หรือเป็นช่องว่างที่จะทำให้เจ้าชะตาหรือ"จำเลย"
พ้นข้อหา หรือผ่อนหนักให้เป็นเบา กลับร้ายให้กลายเป็นดีได้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจในที่นี้ ก็เปรียบเสมือน "กาลเวลา" หรือ ปัจจัยอื่น ๆ เช่น สร้างบุญกุศลคุ้มตัว การอุทิศกุศลผลบุญให้กับเจ้ากรรมนายเวร อันนี้ไม่ใช่เป็นการให้สินบน แต่เป็นการทำสำนวนให้อ่อนเพื่อยกฟ้อง หรือขอความเห็นใจเพื่อรอลงอาญา ซึ่งถ้าเจ้าชะตาสามารถทำได้ ย่อมเป็นผลดีแน่แท้ ขอยกตัวอย่างให้เห็นถึงการแก้กรรมซึ่งได้มีการบันทึกหรือเล่าต่อกันมาในคัมภีร์พระพุทธศาสนา ในเรื่องของสามเณร ซึ่งเป็นศิษย์ในสำนักของพระสารีบุตร พระอัครสาวกเบื้องขวาของพระพุทธเจ้า ซึ่งสามเณรท่านนี้ได้รับการพยากรณ์จากพระสารีบุตรว่า " ชะตาถึงฆาต" จะต้องมรณภาพ ภายใน ๗ วันขอให้ปลงอายุสังขารเสีย พอสามเณรได้ฟังดังนั้น ในฐานะนักปฎิบัติธรรม ท่านก็มิได้สะทกสะท้าน หรืออาลัยในชีวิตแต่อย่างใด ไหน ๆ ก็จะละสังขารแล้ว ก็ใคร่จะขออำลาพระอาจารย์ไปโปรดโยมบิดา มารดาสัก ๓ วัน เพื่อเป็นการตอบแทนพระคุณเป็นครั้งสุดท้าย เมื่อได้รับอนุญาตแล้ว ก็ออกเดินทาง กะว่าจะใช้เวลาไปกลับให้ทันก่อนกำหนด เพื่อฟังธรรมจากพระสารีบุตรเป็นครั้งสุดท้าย ในระหว่างการเดินทาง เนื่องจากในช่วงเวลานั้นเป็นหน้าแล้ง น้ำในลำธาร ห้วยหนอง เหือดแห้ง สามเณรได้เห็นปลาน้อย จำนวนหนึ่ง ดิ้นกระแด่ว ๆ ใกล้จะถึงเวลาตายอยู่ในบ่อน้ำที่กำลังแห้งเหือด ด้วยจิตที่เป็นเมตตา ท่านได้นำจีวรช้อนตักปลาฝูงนั้น ไปปล่อยในแม่น้ำสายใหญ่ แล้วจึงเดินทางต่อไป หลังจากโปรดโยมบิดามารดาและเดินทางกลับมายังสำนักแล้ว พอครบกำหนดตามที่พระสารีบุตรพยากรณ์เอาไว้ ก็เข้าไปกราบลาเพื่อขอฟังธรรมก่อนละสังขาร แต่พระสารีบุตรกลับไม่แสดงธรรมโปรด และได้กล่าวกับสามเณรว่า

"กรรมดีที่เณรได้ช่วยชีวิตฝูงปลา ซึ่งบังเอิญเป็นเจ้ากรรมของเณรแต่อดีตชาติ ประกอบกับบุญกุศลที่เณรได้ทำไว้ด้วยการถือเพศบรรพชิตในปัจจุบัน ทำให้เจ้ากรรมนายเวรเกิดความปีติ ทั้งสองฝ่ายได้ยินยอมให้กรรมหนักถึงตายของเณรหลุดพ้น ด้วยการ "อโหสิกรรม" ต่อกัน เณรได้พ้นกรรมบัดนี้แล้ว"
จากเรื่องดังกล่าว จึงทำให้มีการทำบุญสะเดาะเคราะห์ด้วยการปล่อยนก ปล่อยปลา หรือให้ทานชีวิตสัตว์อื่น ๆ เช่น ไถ่ชีวิตโคกระบือ ฯลฯ ในพุทธศาสนาแต่นั้นมา ดังนั้นการแก้กรรมเมื่อชะตาถึงฆาต โหราจารย์ก็จะแนะนำให้แก้กรรมด้วยการให้ทานชีวิตสัตว์เป็นดีที่สุด ยังมีวิธีการแก้กรรมอื่น ๆ อีกมากเช่น หากวิถีชิวิตต้องระทมขมขื่นเกี่ยวกับคู่ครอง ความรัก หรือการแต่งงาน เช่น คนรัก สามีภรรยา ปันใจให้คนอื่น จะทำอย่างไร อยากมีบุตรสืบสกุลทั้งๆ ที่ทั้งสองฝ่ายไปตรวจร่างกายแล้วแพทย์ลงความเห็น ว่าสามารถมีบุตรได้ แต่ไม่ยักจะมีสักที หรือจะทำอย่างไรถ้าดวงชะตาจะต้องพบกับอุบัติเหตุหรือการผ่าตัด จะทำอย่างไรหากต้องมีคดีความขึ้นโรงขึ้นศาล อาจต้องติดคุก ติดตะราง จะทำอย่างไรฯลฯปัญหาต่างๆเหล่านี้จะนำมาชี้แจงในตอนหน้าครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
แฟนต้าน้ำแดง วันที่ : 17/02/2009 เวลา : 12.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/fantajang
เพราะลูกๆ คือ ลมหายใจ

จะรอคอย อ่านตอนต่อไปค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน