*/
  • เอกบางปะกอก
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : ekkapon.c@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2015-05-13
  • จำนวนเรื่อง : 147
  • จำนวนผู้ชม : 165675
  • จำนวนผู้โหวต : 15
  • ส่ง msg :
  • โหวต 15 คน
วันอาทิตย์ ที่ 18 ธันวาคม 2559
Posted by เอกบางปะกอก , ผู้อ่าน : 1584 , 14:51:48 น.  
หมวด : กีฬา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน february26 , ลิงเขียว โหวตเรื่องนี้

ภายหลังจากทีมชาติไทย เอาชนะ อินโดนิเซีย 2-0 ในศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน หรือเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2016 ได้ทำให้ทีมช้างศึก พลิกสถานการณ์กลับมาคว้าแชมป์ไปครองอย่างยิ่งใหญ่ ได้ทำให้คนไทยทั้งชาติ มีความสุขกันถ้วนหน้า เพราะแชมป์ในครั้งนี้ ได้ทำให้ทีมลูกหนังแห่งลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นเจ้าลูกหนังอาเซียนอย่างแท้จริง ด้วยการคว้าแชมป์อาเซียนไปครองมากที่สุด ด้วยจำนวน 5 สมัย

อย่างไรก็ตาม หากมองอีกมุมนึง กลับรู้สึกเห็นใจ นักเตะ สต๊าฟโค้ช และแฟนบอลทีมชาติอินโดนิเซีย เป็นอย่างมาก เพราะพวกเค้า ต้องผิดหวังในรอบชิงชนะเลิศรายการนี้ เป็นครั้งที่ 5 แล้ว เรียกได้ว่า โชคชะตา ไม่เปิดโอกาสให้นักเตะอิเหนา คว้าแชมป์รายการนี้ได้เลย ทั้งๆที่มีโอกาสถึง 5 ครั้ง


ในความรู้สึกของแฟนบอลในย่านอาเซียน นอกจากฟุตบอลรายการนี้แล้ว ยังมีการแข่งขันฟุตบอลชาย ในกีฬาซีเกมส์อีก 1 รายการ ที่ถือว่าเป็นรายการระดับเมเจอร์ ที่แต่ละชาติ ต่างไม่มีใครยอมใคร แม้ว่า ณ เวลานี้ ฟุตบอลชายในกีฬาซีเกมส์ จะไม่ใช้ผู้เล่นชุดใหญ่มาแข่งขันแล้วก็ตาม แต่ได้ใช้ผู้เล่นชุดอายุไม่เกิน 23 ปี มาแข่งขันแทน ตั้งแต่กีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 21 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อปี 2544

 

 

และเมื่อดูสถิติในการแข่งขันฟุตบอลชาย ในกีฬาซีเกมส์แล้ว ก็จะพบว่า อินโดนิเซีย คว้ารองแชมป์ถึง 4 ครั้ง ได้แชมป์เพียง 2 ครั้งเท่านั้น เรียกได้ว่า มีโอกาสเข้าชิงถึง 6 ครั้ง อกหักถึง 4 ครั้งเลยทีเดียว สมหวังเพียง 2 ครั้งเท่านั้น

ครั้งสุดท้าย ที่นักเตะทีมชาติอินโดนิเซียชุดใหญ่ ประสบความสำเร็จ เหนือกว่าทีมอื่นในย่านอาเซียน ก็คือการคว้าเหรียญทอง กีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 16 ที่กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อปี 2534 ด้วยการดวลจุดโทษเอาชนะทีมชาติไทยของเรา ในรอบชิงชนะเลิศ 4-3 หลังจากเสมอกันในเวลา 0-0
นับเป็นเวลาที่เนิ่นนานถึง 25 ปีเข้าไปแล้ว ที่นักเตะอิเหนาชุดใหญ่ ไม่เคยประสบความสำเร็จในเกมนานาชาติเลย และไม่รู้ต้องรออีกนานแค่ไหน ซึ่งจุดนี้ หากเกิดขึ้นกับทีมชาติไทย ผมคงรู้สึกเศร้าใจเป็นอย่างมาก ที่ทีมชาติของตัวเอง ไม่ประสบความสำเร็จมาเนิ่นนานถึง 25 ปี ฉะนั้น จึงเข้าใจหัวอกของแฟนบอลอินโดนิเซียเป็นอย่างดี ว่าผิดหวังแค่ไหน

ส่วนอีก 1 คนที่น่าเห็นใจมากที่สุด นั่นก็คือ อัลเฟรด ริดเดิ้ล กุนซือชาวออสเตรียของอินโดนิเซียนั่นเอง หากใครติดตามความเคลื่อนไหวของวงการฟุตบอลในย่านอาเซียน ก็คงจะรู้นะคับว่า อดีตนักเตะทีมชาติออสเตรียรายนี้ คุมทีมในย่านอาเซียนมาเกือบ 20 ปีแล้ว มีประสบการณ์คุมทีมชาติเวียดนามถึง 3 ช่วงเลยทีเดียว ด้วยเป้าหมายก็คือ ต้องพาเวียดนาม แซงทีมชาติไทย ขึ้นไปเป็นเบอร์หนึ่งอาเซียนให้ได้

แต่จนแล้วจนรอด อัลเฟรด ริดเดิ้ล พาทีมชาติเวียดนาม ดีที่สุดเพียงตำแหน่งรองแชมป์ 4 ครั้งเท่านั้น แบ่งเป็นรองแชมป์อาเซียน 1 สมัย เมื่อปี 1998 ซึ่งสมัยนั้นยังใช้ชื่อว่าฟุตบอลไทเกอร์คัพ ซึ่งเวียดนามเป็นเจ้าภาพในปีดังกล่าว และนักเตะสกุลเหงียน แพ้สิงคโปร์ในรอบชิงชนะเลิศ ต่อหน้าแฟนบอลตัวเอง 0-1

ส่วนรองแชมป์อีก 3 ครั้ง คือการได่เหรียญเงินกีฬาซีเกมส์ 3 สมัย ประกอบด้วยซีเกมส์ 1999 ที่ประเทศบรูไน , ซีเกมส์ 2003 ที่กรุงฮานอย ประเทศเวียดนามเป็นเจ้าภาพ และซีเกมส์ 2005 ณ กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งซีเกมส์ทั้ง 3 ครั้งดังกล่าว เวียดนามของ อัลเฟรด ริดเดิ้ล ต้องแพ้ให้กับทีมไทยในรอบชิงชนะเลิศทั้ง 3 ครั้ง

 

Image may contain: 15 people

 

โดยในซีเกมส์ 1999 ที่ยังใช้ผู้เล่นชุดใหญ่ลงแข่งขัน ตามระเบียบเดิม ทีมชาติไทยยังมี “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เป็นหนึ่งในผู้เล่น ณ เวลานั้นอีกด้วย

นอกจากเวียดนามแล้ว ริดเดิ้ล ยังเคยคุมทีมชาติลาวในช่วงสั้นๆ และได้คุมทีมชาติอินโดนิเซียถึง 3 ช่วงด้วยกัน และเกือบพาอินโดนิเซียเป็นแชมป์เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ ถึง 2 ครั้งเลยทีเดียว แต่ก็ต้องมาอกหักได้เพียงรองแชมป์ ด้วยการแพ้ในรอบชิงชนะเลิศทั้ง 2 ครั้ง ประกอบด้วย เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2010 ที่รอบชิงชนะเลิศแพ้มาเลเซีย ทีมม้ามืดประจำรายการ และล่าสุด เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2016 ที่รอบชิงชนะเลิศ แพ้ทีมไทย

เรียกได้ว่า ตลอด 18 ปีที่กุนซือรายนี้ คุมทีมในย่านอาเซียน ไม่เคยประสบความสำเร็จ ด้วยการพาทีมคว้าแชมป์เลย ทำได้แค่เกือบกับตำแหน่งรองแชมป์ถึง 6 ครั้ง แบ่งเป็นรองแชมป์ซีเกมส์กับทีมชาติเวียดนาม 3 ครั้ง และรองแชมป์อาเซียนกับทีมชาติเวียดนาม 1 ครั้ง และรองแชมป์อาเซียนกับทีมชาติอินโดนิเซียอีก 2 ครั้ง

และที่สำคัญ รองแชมป์ทั้ง 6 ครั้งดังกล่าว คือการแพ้ให้ทีมไทยในรอบชิงชนะเลิศ ถึง 4 ครั้งเลยทีเดียว จะบอกว่าทีมชาติไทย คือของแสลงของ อัลเฟรด ริดเดิ้ล ก็คงไม่ผิด

และที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้น อัลเฟรด ริดเดิ้ล ต้องทนเห็น “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ประสบความสำเร็จเหนือตัวเอง ทั้งในสมัยที่พี่ซิโก้เป็นนักเตะ ตลอดจนก้าวขึ้นมาเป็นโค้ชอีกด้วย


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน