• Nepenthes
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : train_ake@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-14
  • จำนวนเรื่อง : 38
  • จำนวนผู้ชม : 447737
  • ส่ง msg :
  • โหวต 20 คน
หลังกำแพงแก้ว
เรื่องราวในวังหลวงและพระประวัติของเจ้านายฝ่ายใน สมัยรัชกาลที่ 5
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/akemeepool
วันอาทิตย์ ที่ 14 กันยายน 2551
Posted by Nepenthes , ผู้อ่าน : 9913 , 12:18:15 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

พระนางเจ้าพระราชเทวี

   กล่าวคือ สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาพิไชยญาติ มีภรรยาชื่อ " น้อย " และได้ให้กำเนิดธิดาหนึ่งคนชื่อ " สำลี " เกิดในรัชกาลที่ 3 เมื่อปีมะแม พ.ศ. 2378 และได้เป็นเจ้าจอมมารดาในรัชกาลที่ 4 ครั้นถึงรัชกาลที่ 5 จึงได้เป็น เจ้าคุณจอมมารดา ถึง พิราลัยในรัชกาลที่ 5 ในปี พ.ศ. 2443 รวมอายุ 65 ปี

เจ้าคุณจอมมารดาสำลี ในรัชกาลที่ 4

เจ้าคุณจอมามารดาสำลี มีพระโอรสและพระธิดารวม 5 พระองค์คือ

1. พระองค์เจ้าชาย ( แดง ) ประสูติ ณ วันจันทร์ เดือน 5 ขึ้น 2 ค่ำ ปีเถาะ ตรงกับวันที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2397 และ สิ้นพระชนม์ วันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2398

2. พระองค์เจ้าหญิง ( เขียว ) ประสูติ ณ วันศุกร์ เดือน 10 ปีมะเส็ง ตรงกับวันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2400 ทรงมีพระชนม์ได้เพียง 1 วัน

3. พระองค์เจ้าหญิงบุษบงเบิกบาน ประสูติวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2402   สิ้นพระชนม์ วันที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2416

4. พระองค์เจ้าหญิงสุขุมาลมารศรี ประสูติวันที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2404 สิ้นพระชนม์ วันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2470

5. พระองค์เจ้าหญิงนภาพรประภา ประสูติวันที่ 13 พฤศภาคม พ.ศ. 2407 ครั้นเมื่อถึงในรัชกาลที่ 7 ทรงสถาปนาเป็น กรมหลวงทิพยรัตนกิริฏกุลินี สิ้นพระชนม์วันที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2501 

พระองค์เจ้าหญิงบุษบงเบิกบาน

สมเด็จพระปิตุจฉาเจ้า สุขุมาลมารศรีพระอัครราชเทวี 

พระองค์เจ้าหญิงนภาพรประภา

   พระองค์เจ้าหญิงสุขุมาลมารศรี เมื่อประสูติ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระราชหัตถาเลขาถึงพระยาศรีพิพัฒว่า " สำลีคลอดบุตรหญิง เวลาเที่ยงแล้ว แต่แรกออกมาไม่ร้องไม่ลืมตา ต้องแก้ไขอยู่นานจึ่งได้อาบน้ำ แล้วไม่กินนมไป 12 ชั่วโมง แต่บัดนี้เป็นปรกติแล้ว หญิงนั้นข้าพเจ้าให้ชื่อ " สุขุมาลมารศรี " ในรัชกาลที่ 5 ทรงสถาปนาเป็น พระนางเจ้าพระราชเทวี และในรัชกาลที่ 7 พ.ศ 2468 ทรงสถาปนาเป็น สมเด็จพระปิตุจฉาเจ้า สุขุมาลมารศรีพระอัครราชเทวี

ตำหนักสมเด็จพระปิตุจฉาเจ้า สุขุมาลมารศรีพระอัครราชเทวี

   ตำหนักนี้ตั้งอยู่หลังพระมหามณเฑียรตรงกับประตูสนามราชกิจ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้า ฯ ให้สร้างพระราชทานสมเด็จพระปิตุจฉาเจ้า สุขุมาลมารศรีพระอัครราชเทวี ตำหนักนี้เป็นตำหนักก่ออิฐฉาบปูนสูง 2 ชั้น ทาสีชมพูลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าหักข้อศอกเป็นรูปตัวอีนอนหงาย ( E ) ภายในขอบรูปตัวอีด้านทิศตะวันตกเป็นลานโล่งขนาดใหญ่ ทำหน้าที่เหมือนลานกลางของตำหนักหลังอื่น ๆ มีทางเข้าอยู่ทางด้านทิศเหนือทำเป็นมุขมีหลังคาคลุมอัฒจรรย์ทางขึ้น มีทางเข้ารองอยู่ด้านทิศตะวันออก ลักษณะเป็นสถาปัตยกรรมแบบตะวันตกประเทศอิตาลีตอนใต้ หลังคาทรงปั้นหยามุงด้วยกระเบี้องซีเมนต์ ฦาผนังแต่งด้วยการฉาบปูนแต่งผิวมีลักษณะเหมือนอาคารที่ก่อด้วยหินรูปสี่เหลี่ยมแท่งใหญ่ เน้นตามของและมุมของตำหนักทุกด้าน

ซุ้มประตูหน้าตำหนักสมเด็จพระปิตุจฉาเจ้า สุขุมาลมารศรีพระอัครราชเทวี

บริเวณหน้าตำหนักสมเด็จพระปิตุจฉาเจ้า สุขุมาลมารศรีพระอัครราชเทวี

ตำหนักสมเด็จพระปิตุจฉาเจ้า สุขุมาลมารศรีพระอัครราชเทวี

ชั้นล่างด้านนอก
   มีการเน้นขอบหน้าต่างโดยปั้นปูนเป็นบัวตรงกลางหน้าต่างตอนบน และมีขอบข้างอีกด้านละ 3 แห่ง ทาสีขาวโดยรอบ บานหน้าต่างเป็นบานเปิดคู่ ตรงกลางเป็นบานเกล็กไม้แบบบานกระทุ้ง ด้านในเป็นระเบียงทางเดินหน้าห้อง มีลูกกรงทำด้วยไม้

ชั้นบนด้านนอก
   ซุ้มหน้าต่างตอนบนทำเป็นจั่วสามเหลี่ยม ตอนล่างทำบัวปูนปั้น ทาสีขาวโดยรอบ ตัวบานหน้าต่างเป็นบานเปิดคู่ ตอนกลางเป็นบานเกล็ดแบบบานกระทุ้ง ด้านในเป็นระเบียงทางเดินเหมือนชั้นล่าง แต่ได้มีการทำหน้าต่างกระจกใสเพิ่มขึ้นบนลูกกรง โครงสร้างเป็นไม้ทั้งหลัง เสา คาน พื้น และหลังคา ปูพื้นด้วยหินอ่อน ภายในห้องปูด้วยไม้เข้าลิ้น

   สมเด็จพระปิตุจฉาเจ้า สุขุมาลมารศรีพระอัครราชเทวี ทรงมีพระราชโอรส 1 พระองค์ พระราชธิดา 1 พระองค์ รวมทั้งหมด 2 พระองค์ มีลำดับดังนี้

   1. สมเด็จเจ้าฟ้าสุทธาทิพยรัตน์ สุขุมขัตติยกัลยาวดี กรมหลวงศรีรัตนโกสินทร์ ประสูติวันที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2420 สิ้นพระชนม์วันที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2465  ด้วยโรคพระวักกะ ( โรคไต ) ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ รวมพระชนมายุ 45 พระชันษา

สมเด็จเจ้าฟ้าสุทธาทิพยรัตน์

   2. สมเด็จเจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ ดิลกจันทรนิภาพงศ์ มหากุฏวงศ์นราธิราช จุฬาลงกรณนาถราชวโรรส อดุลยยศอุภโตพงศ์พิสุทธิ์ นรุตมรัตขัตติยราชกุมาร กรมพระนครสวรรค์วรพินิต สชีวะเชษฐสาธิษฐสุขุมาลกษัตริย์ อภิรัฎฐมหาเสนานหุษเนาอุฑิน จุฬินทรปริยมหาราชวรางกูรสรรพพันธุธูรราชประยูรประดิษฐา ประชาธิปกปัฐพินทร์ ปรมินทรมหาราชวโรการ ปรีชาไวยัตโยฬารสุรพลประภาพ ปราบต์ไตรรัชยยุคยุกติธรรม อรรคศาสตร อุดมอาร์ชวีวีรยาธยาศรัย เมตตามันตภาณีศีตลหฤทัย พุทธาทิไตรรัตนศรณธาดามหันตเดชานุภาพบพิตร ประสูติวันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2424 ทิวงคตวันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2487 รวมพระชนมายุ 64 พระชันษา

สมเด็จเจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์

   สมเด็จพระปิตุจฉาเจ้า สุขุมาลมารศรีพระอัครราชเทวี ทรงพระกรณียกิจที่สำคัญยิ่งและมีคนน้อยนักที่ทราบก็คือ ทรงเป็น " ไปรเวตสิเกรตารี " หรือ ราชเลขานุการในพระองค์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นงานประจำในหน้าที่ทำถวาย คือ สนองพระเดชพระคุณในออฟฟิศหลวง (ห้องทรงงานนี้อยู่บนพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ) เช่น เขียนพระราชหัตถาเลขาทรงสั่งราชการเพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย เป็นต้น สมเด็จพระปิตุจฉาเจ้า สุขุมาลมารศรีพระอัครราชเทวี  ทรงมีความเชี่ยวชาญด้านทางงานราชการเป็นอย่างมาก จึงทรงทำหน้านี้ถวายอยู่เป็นเวลานาน ในระหว่างเหตุการณ์ ร.ศ. 112 ซึ่งบ้านเมืองอยู่ในสภาวะหน้าสิ่วหน้าขวานด้วยเป็นภัยจากชาติมหาอำนาจ คือ ฝรั่งเศษส่งเรือรบมาปิดอ่าวเจ้าพระยาและบุกฝ่าขึ้นมาจนถึงหน้าสถานฑูตที่อยู่ข้างโรงแรมโอเรียลเต็ล จนผู้คนพากันแตกตื่นตกใจมาก ในเหตุการณ์ครั้งนี้นี่เอง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโทมนัสพระราชหฤทัย ( เสียใจ ) เป็นที่สุดถึงกับล้มประชวรทรงทอดพระอาลัยหมดในพระชนมชีพถึงกับหยุดเสวยพระโอสถ ( ยา ) ทรงมีหนังสือพระราชนิพนธ์ไปสั่งลายังเจ้านายพี่และน้อง สมเด็จพระปิตุจฉาเจ้า สุขุมาลมารศรีพระอัครราชเทวี  อยู่ในเวลานั้นก็ได้รับพระราชทานด้วย ด้วยความจงรักภักดีในเบื้องยุคลบาท สมเด็จพระปิตุจฉาเจ้า สุขุมาลมารศรีพระอัครราชเทวี  จึงทรงพระนิพนธ์โคลงสี่สุภาพ 3 บท ขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย ทรงพรรณาความในพระทัยว่า

สรวมชีพข้าบาทผู้  ภักดี
 พระราชเทวีทรง   สฤษดิ์ให้
 สุขุมาลมารศรี   เสนายศ นี้นา
 ขอกราบทูลท่านไท้   ธิราชเจ้าจอมสยาม

  ประชวรนานหนักอกข้า ทั้งหลาย ยิ่งแล
 ทุกทิวาวันบ่วาย   คิดแก้
 สิ่งใดซึ่งจักมลาย   พระโรค เร็วแฮ
 สุดยากเท่าใจแม้   มาทม้วยควรแสวง

  หนักแรงกายเจ็บเพี้ยง  เท่าใด ก็ดี
 ยังบ่หย่อนหฤทัย   สักน้อย
 แม้พระจะด่วนไกล   ข้าบาท ปวงแฮ
 อกจะพองหนองย้อย   ทั่วหน้าสนมนาง

เหตุการณ์วิกกฤต ร.ศ. 112

    หลังจากนั้นไม่นาน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ก็กลับเสวยพระโอสถและทรงประคับประคองสยามประเทศให้รอดพ้นภัยมรสุมร้ายคราวนั้นมาโดยไม่มีเหตุรุนแรงใด ๆ สมเด็จพระปิตุจฉาเจ้า สุขุมาลมารศรีพระอัครราชเทวี  ทรงถวายงานต่อมาอีกระยะหนึ่ง จนสมเด็จเจ้าฟ้าสุทธาทิพยรัตน กรมหลวงศรีรัตนโกสินทร ( พระราชธิดาใน สมเด็จพระปิตุจฉาเจ้า สุขุมาลมารศรีพระอัครราชเทวี  ) ทรงเจริญพระชนมายุขึ้นและมาทรงรับหน้าที่แทน สมเด็จพระปิตุจฉาเจ้า สุขุมาลมารศรีพระอัครราชเทวี  จึงทรงได้มีเวลาว่างราชการโดยลำดับ

   มีเรื่องเล่ากันว่า เมื่อคราวเหตุการณ์วิกกฤต ร.ศ. 112 นั้น พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ สมเด็จเจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ  และ สมเด็จเจ้าฟ้าสุทธาทิพยรัตน์ ใช้สอยแต่เพียง 2 พระองค์เท่านั้น เพราะว่าราชการในขณะนั้นต้องเป็นความลับสุดยอดของแผ่นดิน และจากความใกล้ชิดสนิทสนมกันเป็นเหตุให้ สมเด็จเจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ ทรงผูกใจสมัครรักใคร่ กับ สมเด็จเจ้าฟ้าสุทธาทิพยรัตน์ แต่เป็นที่น่าเสียดายที่ว่าหลังจากเหตุการณ์วิกกฤต ร.ศ. 112 นั้นไม่นาน สมเด็จเจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ  ก็ทรงประชวรและสวรรคตเป็นอันยุติเรื่องราวแต่เพียวเท่านั้น  

   สมเด็จพระปิตุจฉาเจ้า สุขุมาลมารศรีพระอัครราชเทวี ซึ่งทรงพระชราโดยลำดับ จะทรงรู้สึกปราบปลื้มพระทัยเพียงใดในเวลานั้นไม่มีใครจะรู้ได้ ทรงรับสั่งครั้งสุดท้ายก่อนสิ้นพระชนม์ถาม พระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้านภาพรประภา พระขนิษฐาภคินี ( น้องสาว ) ที่เฝ้าพยาบาลอยู่ว่า " การพระศพจะทำที่ไหน เสด็จอธิบดี ( พระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้านภาพรประภา ) ทูลตอบว่า พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้า ฯ ให้จัดพระศพตั้งที่พระมหาปราสาท ( พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ) อันเป็นการพระราชทานเกียรติยศเกินพระอิสริยยศตามปกติ จึงทรงนิ่งไปสักครู่แล้วรับสั่งว่า " เกินหน้าน้องนัก พี่บาหยัน "  และสิ้นพระชนม์ วันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2470  รวมสิริพระชนมายุ 66 พระชันษา ถึงจะรับสั่งดังนั้นก็ตาม แต่ใครทั้งหลายก็คงเห็นพ้องกับพระบรมราชวินิจฉัยที่พระราชทานเกียรติสูงแก่ สมเด็จพระปิตุจฉาเจ้า สุขุมาลมารศรีพระอัครราชเทวี พระองค์นี้ ด้วยทรงเป็นเจ้านายราชนารีที่ทรงพระคุณวิเศษและเป็นกำลังสำคัญในราชการพระองค์หนึ่งของเมืองไทย   




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ป้ารุ วันที่ : 14/09/2008 เวลา : 13.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/paaru

ขอบคุณทุกเรื่องราวเลยค่ะ ชอบมาก
ป้ารุต้องเริ่มอ่านย้อนหลังทันทีเลยนะคะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

นางผู้เป็นที่รักของสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง

นางผู้เป็นที่รักของสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง

View All
<< กันยายน 2008 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        

[ Add to my favorite ] [ X ]