• Nepenthes
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : train_ake@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-14
  • จำนวนเรื่อง : 38
  • จำนวนผู้ชม : 447736
  • ส่ง msg :
  • โหวต 20 คน
หลังกำแพงแก้ว
เรื่องราวในวังหลวงและพระประวัติของเจ้านายฝ่ายใน สมัยรัชกาลที่ 5
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/akemeepool
วันอังคาร ที่ 18 พฤศจิกายน 2551
Posted by Nepenthes , ผู้อ่าน : 7819 , 12:52:38 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

พระอัครชายาเธอ พระองค์เจ้าเสาวภาคนารีรัตน์

   พระอัครชายาเธอ พระองค์เจ้าเสาวภาคนารีรัตน์ ทรงเป็นพระขนิษฐา ( น้องสาว ) ของพระอัครชายาเธอ พระองค์เจ้าอุบลรัตนนารีนาค และเป็นพระเชษฐภคินี ( พี่สาว ) ของพระอัครชายาเธอ พระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์ กรมขุนสุทธาสินีนาฏ  พระอัครชายาเธอ พระองค์เจ้าเสาวภาคนารีรัตน์มีพระนามเดิมว่า หม่อมเจ้าปิ๋ว ประสูติ ณ วันศุกร์ เดือน 3 ขึ้น 9 ค่ำ ปีขาล ตรงกับวันที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2397  พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสถาปนา หม่อมเจ้าปิ๋ว เป็นพระอัครชายาเธอ พระองค์เจ้าเสาวภาคนารีรัตน์ ในปี พ.ศ.2430

พระอัครชายาเธอ พระองค์เจ้าเสาวภาคนารีรัตน์

   ดังมีคำประกาศในหนังสือจดหมายเหตุ เรื่องทรงตั้งพระบรมวงศานุวงศ์ กรุงรัตนโกสินทร์ว่า

    ศุภมัสดุ พระพุทธศาสนากาล เป็นอดีตภาคล่วงแล้ว 2430 พรรษาปัตยุบันกาลวราหะสังวัจฉรกรรติกมาส สุกรปักษ์เอกาทสิดิถี ครุวารบริเฉทกาลกำหนด พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ ฯลฯ พระจุลจอมเกล้าทรงพระราชดำริว่าหม่อนเจ้าเสาวภาคนารีรัตน์ อันเป็นพระราชธิดา พระเจ้าราชวรวงศ์เธอกรมหมื่นภูมินทรภักดี ได้รับราชการฉลองพระเดชพระคุณมาแต่แรกเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ มีความซื่อตรงจงรักภักดีสุจริตต่อใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทเป็นอันมาก ได้เป็นพระราชมารดาพระราชธิดาพระองค์หนึ่ง จึงทรงพระราชทานเครื่องอิสริยยศตั้งอยู่ในตำแหน่งพระอรรคชายาดำรงพระยศมากว่า 18 ปี มิได้ประพฤติการอันใดให้เป็นความผิดเป็นที่ขุ่นเคืองใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทแต่สักครั้งหนึ่งเลย ทรงประพฤติพระองค์สมควรที่เนื่องในพระบรมราชตระกูลอันสูงศักดิ์ แลที่ทรงพระกรุณายกย่องไว้ในที่อันเป็นใหญ่ในบาทบริจาริกฝ่ายใน มีพระอัธยาศัยเป็นสุภาพ มิได้มีความกำเริบฟุ้งซ่านในยศศักดิ์แลโภคทรัพย์ ประพฤติรักษาพระองค์โดยความเรียบร้อยตลอดมาจนเวลาสิ้นพระชนม์ เป็นที่ทรงพระอาลัยเป็นอันมาก จึงมีพระบรมราชโองการมานพระบัณฑูรสุรสิงหนาทดำรัสเหนือเกล้า ฯ ให้สถาปนาหม่อนเจ้าเสาวภาวนารีรัตน์ ขึ้นเป็นพระองค์เจ้า มีพระนามตามจารึกในพระสุพรรณบัฏว่า พระอรรคชายาเธอ พระองค์เจ้าเสาวภาคนารีรัตน์ ทรงศักดินา 15,000 เสมอพระองค์เจ้าต่างกรมในพระบรมมหาราชวัง ตามตำแหน่งพระอรรคชายาเธอ ขอให้พระเกียรติยศปรากฎอยู่สิ้นกาลนานเทอญ

   พระอัครชายาเธอ พระองค์เจ้าเสาวภาคนารีรัตน์ หลังจากทรงมีพระราชธิดาก็ทรงป่วยกระเสาะกระแสะ มาตลอด จนกระทั้งเมื่อวันพฤหัสบดี เดือน 9 ขึ้น 1 ค่ำ ตรงกับวันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2430 พระอัครชายาเธอ พระองค์เจ้าเสาวภาคนารีรัตน์ ก็ทรงสิ้นพระชนม์ สิริรวมพระชันษา 34 พระชันษา

   ในจดหมายเหตุพระราชกิจรายวันได้บันทึกเรื่องราวในวันสิ้นพระชนม์ของ พระอัครชายาเธอ พระองค์เจ้าเสาวภาคนารีรัตน์ ไว้ว่า

   พระอัครชายาเธอ พระองค์เจ้าเสาวภาคนารีรัตน์ ประชวรพระโรคเรื้อรังเสวยพระอาหารมิได้ พระกายซูบผอม หมอแพทย์ในโรงพระโอสถประกอบพระโอสถถวายพระอาการทรงบ้างทรุดบ้าง ทรงประชวรมาประมาณ 4 เดือนเศษ ครั้น ณ วันพฤหัสบดี เดือนเก้า ขึ้นหนึ่งค่ำ ปีกุนนพศก เวลา 2 โมงเศษ ทรงสิ้นพระชนม์ พระบรมวงศานุวงศ์แลเจ้าพนักงานได้เข้าไปพร้อมกันที่ตำหนัก พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานน้ำสรงพระศพเจ้าพนักงานทรงเครื่องพระศพตามโบราณราชประเพณี แล้วเชิญพระศพลงพระโกศลองใน แห่จากตำหนัก พร้อมด้วยเครื่องสูงกลองชนะแตรสังข จ่าปี่ จ่ากลองออกทางประตูพรหมศรีสวัสดิ์ เชิญขึ้นสถิตบนแว่นฟ้า 2 ชั้น ณ หอนิเพธพิทยา  ( เดิมเรียกว่า หอราชพิธีกรรม ) ในพระบรมมหาราชวัง พระราชทานพระโกษกุดั่นประกับนอก แวดล้อมด้วยเครื่องสูงเป็นพระเกียรติยศ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จออก ณ หอนิเพธพิทยา ทรงทอดผ้าไตร 30 ผ้าขาว 30 พระราชาคณะถานานุกรม 60 รูปสดับปกรณ์ พระราชทานพระสงฆ์สวดอภิธรรม กลองชนะ 10 คู่ จ่าปี่ จ่ากลอง แตรสังข ประโคมตามเวาลทั้งกลางวัน กลางคืน กว่าจะได้พระราชทานเพลิง เมื่อครบ 7 วัน และ 50 วัน และ 100 วันจะมีการบำเพ็ญพระราชกุศล

พระอัครชายาเธอ พระองค์เจ้าเสาวภาคนารีรัตน์ ทรงมีพระราชธิดา 1 พระองค์ คือ

สมเด็จเจ้าฟ้าจันทราสรัทวาร วโรฬารลักษณสมบัติ รัตนกุมารี กรมขุนพิจิตรเจษฎ์จันทร์

   สมเด็จเจ้าฟ้าจันทราสรัทวาร วโรฬารลักษณสมบัติ รัตนกุมารี กรมขุนพิจิตรเจษฎ์จันทร์ ประสูติ วันที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2416  หรือที่ชาววังออกพระนามว่า สมเด็จหญิงใหญ่  พระองค์ทรงประชวรด้วยโรคไข้กาฬโรคและสิ้นพระชนม์อย่างกะทันหันที่พระตำหนักวรนาฎเกษมสานต์ ในพระราชวังบางปะอิน เมื่อเวลา 8 โมง 21 นาที  วันอังคารที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2447  ทรงมีพระชนมายุ 31 พรรษา 10 เดือน กับ 6 วัน

ดังเหตุการณ์ตอนสมเด็จเจ้าฟ้าจันทราสรัทวารสิ้นพระชนม์ ปรากฎในหนังสือราชกิจานุเบกษา ดังต่อไปนี้

   สมเด็จเจ้าฟ้าจันทราสรัทวาร ( สมเด็จหญิงใหญ่  ) ทรงสนิทสนมรักใคร่กับเสด็จพระองค์ใหญ่ ( พระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้าศรีวิไลยลักษณ์ สุนทรศักดิ์กัลยาวดี  กรมขุนสุพรรณภาควดี ) พระราชธิดาในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และ เจ้าจอมมารดาแพ ซึ่งเป็นพระเชษฐภคินีต่างพระมารดาของสมเด็จหญิงใหญ่ อย่างมากเป็นพิเศษ มากกว่าเจ้าพี่เจ้าน้องต่างพระมารดาพระองค์อื่นๆ

พระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้าศรีวิไลยลักษณ์ สุนทรศักดิ์กัลยาวดี  กรมขุนสุพรรณภาควดี

   ต่อมาเสด็จพระองค์ใหญ่ได้สิ้นพระชนม์ลง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดให้เชิญพระศพไปพระราชทานเพลิงที่วัดนิเวศน์ธรรมประวัติ เป็นงานใหญ่ โดยเชิญพระศพโดยทางกระบวนรถไฟไปที่บางปะอิน บรรดาฝ่ายในนั้นต่างก็เสด็จล่วงหน้าไปประทับที่พระราชวังบางปะอินก่อน สมเด็จหญิงใหญ่ก็เช่นกัน สมเด็จหญิงใหญ่เสด็จไปในพิธีรับพระศพเสด็จพระองค์ใหญ่ที่สถานีรถไฟบางปะอินแล้วก็เสด็จกลับพระตำหนัก

   ครั้นถึงพระตำหนักก็ทรงมีพระอาการปวดพระเศียรและพระประชวร ไม่อาจเสด็จงานพระเมรุ เมื่อพระราชทานเพลิงเสด็จพระองค์ใหญ่เสร็จสิ้นไม่กี่วันหลังจากนั้นสมเด็จหญิงใหญ่ก็สิ้นพระชนม์ที่ตำหนักวรนาฎเกษมสานต์ ภายในพระราชวังบางปะอิน

   พระอาการประชวรของสมเด็จหญิงใหญ่ว่ากันว่าทรงเป็นไข้กาฬโรคโดยปัจจุบันทันด่วน เป็นที่โกลาหลวุ่นวาย ต้องมีการให้ภูษามาลาจัดการพิธีสรงน้ำพระศพ เชิญพระศพลงพระโกศ และเชิญพระโกศประทับเรืออัคเรศ เป็นกระบวนพระศพล่องลงกรุงเทพ ฯ เพื่อมาตั้งพระโกศบำเพ็ญพระราชกุศลตามธรรมเนียมราชประเพณี ซึ่งตามธรรมเนียมการพระราชทานเพลิงพระศพเจ้านายชั้นสูงนั้น ให้พระราทานเพลิง ณ ท้องสนามหลวง

ตำหนักวรนาฎเกษมสานต์

แบบร่างตำหนักวรนาฎเกษมสานต์

   ตำหนักวรนาฎเกษมสานต์ ตั้งอยู่ริมกำแพงหน้าพระราชวังบางปะอินด้านด้านตะวันออก  เป็นที่ประทับของพระบรมวงศานุวงศ์ฝ่ายใน หลายพระองค์ประทับอยู่ร่วมกันมาตั้งแต่ครั้งรัชกาลที่ 5 

ลักษณะตำหนักวรนาฎเกษมสานต์

   ตำหนักวรนาฎเกษมสานต์ เป็นเรือนไม้ 2 ชั้น ชั้นบนมีห้องเรียงเป็นแถว 9 ห้อง มีเฉลียงหน้าห้องกว้างเท่า ๆ กับตัวห้อง แล้วยื่นเป็นมุขโถงใหญ่อยู่กลาง สำหรับเป็นที่ประทับเสวยพร้อมกัน เฉลียงหลังห้องแคบสัก 9 ศอก มีบันได 2 ช่วงหัวท้ายที่เฉลียงนั้นเองกั้นเป็นห้องสรงน้ำ 2 ห้อง เหลือที่สำหรับข้าหลวงที่หลังห้องของพระองค์ใด ข้าหลวงก็นั่งเฉพาะห้องนั้นห้องที่ประทับมีด้วยกันดังนี้

1. ห้องท่านองค์เล็ก ( พระอัครชายาเธอ พระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์ )

2. ห้องสัมภาระท่านองค์เล็ก

3. ห้องสมเด็จหญิงพระองค์น้อย ( สมเด็จเจ้าฟ้านิภานภดล กรมขุนอู่ทองเขตขัตติยนารี )

4. ห้องสมเด็จหญิงพระองค์กลาง ( สมเด็จเจ้าฟ้ามาลินีนภดารา  กรมขุนศรีสัชนาลัยสุรกัญญา )

5. ห้องสมเด็จหญิงพระองค์เล็ก ( สมเด็จเจ้าฟ้าเยาวมาลย์นฤมล กรมขุนสวรรคโลกลักษณาวดี )

6. ห้องสมเด็จหญิงพระองค์ใหญ่ ( สมเด็จเจ้าฟ้าจันทราสรัทวาร วโรฬารลักษณสมบัติ )

7. ห้องเสด็จพระองค์ใหญ่ ( พระองค์เจ้าอาทรทิพยนิภา )

8. ห้องเสด็จพระองค์เล็ก ( พระองค์เจ้าสุจิตราภรณี )

9. ห้องคุณจอมมารดาชุ่ม

   ในรัชกาลที่ 5 ส่วนชั้นล่างมี 3 ห้องใหญ่ ๆ ห้องกลางเป็นที่ใช้ร่วมกันของเจ้านายทุกพระองค์ เช่น ห้องรับแขก อีก 2 ห้อง ด้านซ้าย เป็นบริเวณของคุณจอมมารดาชุ่ม ด้านขวา เป็นของบริเวณท่านองค์เล็กหมายความว่า ข้าหลวงของเจ้านาย 5 พระองค์รวมอยู่ในห้องเดียวกันหมด ส่วนหลังคาเป็นสังกะสีร้อนอบอ้าวทุกห้อง โดยเฉพาะในเวลากลางวันแดดจัดที่สุด    
 
   ห้องที่สมเด็จพระองค์ใหญ่ ( สมเด็จเจ้าฟ้าจันทราสรัทวาร วโรฬารลักษณสมบัติ ) ประชวรอยู่ต้องมีพระบรมกระแสดำรัสสั่งให้ทหารเรือสูบน้ำจากสระและทำน้ำขึ้นฉีดหลังคาแต่ให้สูง ๆ เพื่อจะให้เหมือนฝนตกเพื่อจะได้คลายความร้อน แต่ขณะที่ทำพระอาการก็ไม่ได้ผลดีอย่างไร แต่จะตกใจจากเสียงน้ำจากท่อใหญ่ที่กระทบหลังคาสังกะสีเสียมากกว่า  

   ต่อมาตำหนักวรนาฎเกษมสานต์ทรุดโทรมมาก จนต้องรื้อลงในสมัยรัชกาลที่ 6 แล้วโปรดเกล้า ฯ ให้สร้างใหม่ในที่เดิม พระราชทานนามใหม่ว่า อาคารวรนาฏยศาลา ใช้เป็นโรงละคร

แบบร่างอาคารวรนาฏยศาลา




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
พระกิตติศักดิ์_สิริภทฺโท วันที่ : 19/11/2008 เวลา : 11.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kit2550
สิ่งที่ยังไม่รู้........ยังมีอีกเยอะขอบคุณทุกท่าน....ที่นำเรื่องที่ยังไม่รู้...แบ่งปันกันรู้

เจริญพร

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
orny วันที่ : 19/11/2008 เวลา : 11.01 น.


ขอบคูณที่ให้ความรู้เพิ่ม ฮะ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
เอื้อยนาง วันที่ : 19/11/2008 เวลา : 10.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ouynang

ขอบคุณสำหรับเรื่องดี ๆ ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
แพรพันวา วันที่ : 18/11/2008 เวลา : 23.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/eleven
แพรพันวา

ท่านงามยิ่งนัก

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 18/11/2008 เวลา : 15.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ขอบพระคุณมากครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
windmill วันที่ : 18/11/2008 เวลา : 13.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/windmill
คำว่า "รัก"  ของบางคน ทำไมมันช่าง .. ง่ายดาย

ขอบคุณนะคะ .. ขออนุญาตเซฟไว้อ่านค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
เรือรบเมืองมั่น วันที่ : 18/11/2008 เวลา : 13.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ruarob

ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับตอนสิ้นพระชนม์ สามารถนำไปใช้ในประเด็นความรักได้เลยนะครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

นางผู้เป็นที่รักของสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง

นางผู้เป็นที่รักของสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง

View All
<< พฤศจิกายน 2008 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            

[ Add to my favorite ] [ X ]