• Nepenthes
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : train_ake@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-14
  • จำนวนเรื่อง : 38
  • จำนวนผู้ชม : 447743
  • ส่ง msg :
  • โหวต 20 คน
หลังกำแพงแก้ว
เรื่องราวในวังหลวงและพระประวัติของเจ้านายฝ่ายใน สมัยรัชกาลที่ 5
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/akemeepool
วันพฤหัสบดี ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2552
Posted by Nepenthes , ผู้อ่าน : 15917 , 08:55:06 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

     พระราชชายา เจ้าดารารัศมี เป็นธิดาองค์ที่ 11 (องค์สุดท้าย) ของพระเจ้าอินทวิชยานนท์และเจ้าเทพเกสร ประสูติ ณ วันอังคารที่ 26 สิงหาคม พ.ศ.2416 เวลา 3 นาฬิกาเศษ ที่คุ้มหลวงกลางเมืองเชียงใหม่ ซึ่งในปัจจุบันเป็นที่ตั้งของโรงเรียนยุพราชวิทยาลัยเมื่อทรงพระเยาว์ได้ทรงศึกษาอักษรไทยเหนือ ไทยใต้ และทรงเข้าพระทัยในขนบธรรมเนียมขัติยประเพณีเป็นอย่างดี ซึ่งนับว่าเป็นกุลสตรีที่ได้รับการศึกษาอบรมอย่างดียิ่งพระองค์หนึ่งในสมัยนั้น และทรงมีพระนามที่เรียกกันในหมู่พระญาติว่า เจ้าอึ่ง เมื่อเจ้าดารารัศมีพระชนมายุย่างเข้า 11 พรรษาเศษ พระบิดาโปรดให้มีพิธีโสกันต์ และภายหลังจากโสกันต์แล้วประมาณ 3 ปี คือวันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2429 พระราชายาเจ้าดารารัศมได้ตามพระบิดาลงไป ณ กรุงเทพ ฯ เพื่อไปเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และได้เลยอยู่รับบราชการฉลองพระเดชพระคุณฝ่ายในเป็นเจ้าจอม และได้โปรดเกล้า ฯ ให้มีการสมโภชเป็นการรับรองด้วย

พระเจ้าอินทวิชยานนท์

   ดังมีหลักฐานปรากฎในจดหมายเหตุพระราชกิจรายวัน ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ภาค 23 หน้า 11 ซึ่งได้กล่าวถึงเหตุการณ์ในวันพฤหัสบดี ขึ้น 11 ค่ำ เดือน 3 ปีจอ อัฐศกจุลศักราช 1248 ตรงกับวันที่ 3 กุมภาพันธุ์ 2429 ไว้ตอนหนึ่งว่า " วันนี้เจ้าดารารัศมี ธิดาพระเจ้านครเชียงใหม่เข้ามาอยู่ในพระบรมมหาราชวัง พระเจ้านครเชียงใหม่ถวาย โปรดให้เรือหลวงไปรับ " 


พระราชชายา เจ้าดารารัศมี

พระราชชายา เจ้าดารารัศมี มีพระธิดาเพียง 1 พระองค์ คือ

    พระเจ้าลูกเธอพระองค์เจ้าวิมลนาคนพีสี ประสูติวันที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2432 ดังปรากฏเหตุการณ์ในจดหมายเหตุพระราชกิจรายวันในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเกี่ยวกับการขึ้นพระอู่และตั้งพระนามพระเจ้าลูกเธอพระองค์เจ้าวิมลนาคนพีสีในเล่มปี พ.ศ. 2432 หน้า 65 และ 67-68 ไว้ดังต่อไปนี้

พระเจ้าลูกเธอพระองค์เจ้าวิมลนาคนพีสี

   " วันเสาร์ ขึ้น 1 ค่ำ เดือน 1 ปีฉลู เอกศก จุลศักราช 1251 ( ตรงกับวันที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2432 ) อนึ่งในเวลาวันนี้มีพระสงฆ์สวดพระพุทธมนต์ 10 รูป ที่ตำหนักพระเจ้าลูกเธอ ซึ่งประสูติ วันที่ 2 ตุลาคม รัตนโกสินทร์ศก 108 แต่เจ้าดารารัศมี ในการขึ้นพระอู่ "
 
   " วันอาทิตย์ ขึ้น 2 ค่ำ เดือน 1 ปีฉลู เอกศก จุลศักราช 1251 ( ตรงกับวันที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2432 ) เวลาเช้าเลี้ยงพระที่พระตำหนักพระเจ้าลูกเธอที่ประสูติแต่เจ้าดารารัศมี เวลา 2 ทุ่มเศษ พระบรมวงษานุวงษ์แลข้าราชการผู้ใหญ่เข้าไปที่ตำหนักในการสมโภช พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จลงมาสมโภชเป็นอย่างไทยตามธรรมเนียม แล้วจึงสมโภชอย่างลาวมีบายศรีอย่างเมืองเชียงใหม่สำรับหนึ่ง พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่อนประจักรศีลปาคม จัดบายศรีโต๊ะเงิน เงินอย่างลาวพุงขาวเติมขึ้น อีกสำรับหนึ่งเงิน อีกสำรับหนึ่งทอง ซึ่งเป็นของญาติพระวงษาถวายสมโภชนั้น ก็จัดวางไว้ตามธรรมเนียมแต่ก่อน ของพระราชทานสมโภชสำหรับลงพระอู่ ทองคำหนัก 5 ตำลึง เงินราง 6 แท่ง เงินวางข้างพระอู่ 10 ชั่ง ขันลงยาสำรับหนึ่งกาทองคำกาหนึ่ง แต่เงิน 100 ชั่งนั้น เคยงดไว้พระราชทานวันอื่น ครั้งนี้ทรงพระราชดำริว่าพระญาติพระวงษาของพระเจ้าลูกเธอมาพรักพร้อมเป็นการครึกครื้น จึงโปรดพระราชทานเติมขึ้นอีก 100 ชั่ง เป็น 200 ชั่งได้โปรดให้ทำชื่อเงิน ชื่อทอง ชื่อนาก อย่างลาว พระราชทานผูกพระหัตถ์ข้างละ 3 ข้อ พระบาทข้างละ 3 พระบรมวงษานุวงษ์ฝ่ายหน้าฝ่ายในทรงผูกพระหัตถ์สมโภชเหมือนอย่างเจ้านายเมืองเชียงใหม่ แล้วเจ้าดารารัศมีก็ผูกข้อพระหัตถ์ทำขวัญตามธรรมเนียมข้างฝ่ายเหนือ แล้วพระราชทานนามว่า พระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้าวิมลนาคนพีสี แปลว่า ผู้ประเสริฐไม่มีมลทินของเมืองเชียงใหม่ เวลายามเศษ เสด็จการสมโภช วันนี้หยุดประชุม "
 
   พระเจ้าลูกเธอพระองค์เจ้าวิมลนาคนพีสี สิ้นพระชนม์วันที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2435 รวม 3 พระชันษา  และต่อมาพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้า ฯ ให้สถาปนาพระอิสสริยยศขึ้นเป็น พระราชชายาเจ้าดารารัศมี ในปี พ.ศ.2451



 
ตำหนักที่ประทับของพระราชชายาเจ้าดารารัศมี

   ตำหนักหลังนี้ตั้งอยู่ริมถนนจากประตูราชสำราญ อยู่ใกล้กับตำหนัก กรมหลวงวรเสรฐสุดา(พระธิดาในรัชกาลที่ 3) พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำริที่จะสร้างพระราชทานเป็นที่ประทับของพระราชชายาเจ้าดารารัศมี เป็นตำหนักรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ก่ออิฐฉาบปูนมี 3 ชั้น ตำหนักทาสีชมพูสลับสีเขียว หลังคาเป็นทรงปั้นหยา แต่เดิมมุงด้วยกระเบื้องดินเผาไม่เคลือบสีปัจจุบันเปลื่ยนเป็นกระเบื้อลอนคู่ ผนังโดยรอบตกแต่งด้วยการฉาบปูนโดบทำบัวปูนปั้นเป็นเส้นรอบทั้งตำหนัก หน้าต่างเป็นบานไม้แบบบานกระทุ้งเหนือหน้าต่างเป็นช่องลมไม้ฉลุลาย ภายในปูด้วยกระเบื้องหินอ่อนสัดำสลับขาวใช้ปูที่โถงทางเข้าและบันได ส่วนพื้นห้องและบันไดปูด้วยไม้แผ่นใหญ่ 

แผนผังบริเวณตำหนักพระราชชายา เจ้าดารารัศมี ในพระบรมมหาราชวัง


ตำหนักพระราชชายา เจ้าดารารัศมี


ทางเข้าตำหนักพระราชชายา เจ้าดารารัศมี


ภายในตำหนักพระราชชายา เจ้าดารารัศมี


บันไดเวียนในตำหนัก


พระองค์เจ้าประดิษฐาสารี


    ต่อมาเมื่อพระราชชายาเจ้าดารารัศมีได้เสด็จกลับไปยังประทับที่เชียงใหม่แล้ว ตำหนักนี้ก็ว่างลง พระองค์เจ้าประดิษฐาสารี (พระธิดาในรัชกาลที่ 4 กับเจ้าจอมมารดาดวงคำ) ก็ได้มาประทับที่ตำหนักนี้ จนกระทั่งสิ้นพระชนม์ในวันที่ 18 มีนาคม พ.ศ.2505 ในรัชกาลปัจจุบันรวมพระชันษา 97 ชันษา นับว่าทรงมีพระชนมายุสูงกว่าเจ้านายพระองค์ใดๆ ในพระบรมราชวงศ์จักรี  ภายหลังพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเสด็จสวรรคต พระราชชายาเจ้าดารารัศมีก็ได้เสด็จออกไปประทับ ณ ตำหนักในวังสวนสุนันทา

แผนผังตำหนักในวังสวนสุนันทา


ตำหนักพระราชชายาเจ้าดารารัศมี ในวังสวนสุนันทา



เจ้าแก้วนวรัฐ

  จนถึง ปี พ.ศ. 2457 ก็ได้เสด็จกลับไปประทับที่เชียงใหม่ ตอนแรกเจ้าแก้วนวรัฐก็ให้พระราชายาเจ้าดารารัศมี ทรงไปประทับที่คุ้มเจดีย์กิ่ว ( ปัจจุบันเป็นสถานกงสุลอเมริกันประจำจังหวัดเชียงใหม่ ) 

คุ้มเจดีย์กิ่ว


พระราชชายาเจ้าดารารัศมีทรงฉายพระรูปร่วมกับพระประยูรญาติ

 พระราชชายาเจ้าดารารัศมีพระองค์ทรงเป็นขัติยนารีมีพระวรกายแข็งแรง พระทัยกล้าหาญ ทรงปฏิสังขรณ์วัดและปูชนียสถาน ทรงให้ความสนใจในเรื่องเครื่องมือที่เกี่ยวกับการทำสวนทำไร่ ทรงอุปถัมภ์โรงเรียนดาราวิทยา รวมทั้งช่วยเหลือในด้านการศึกษา จนกระทั้งในวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2476 ซึ่งในขณะนั้นทรงประทับอยู่ที่ตำหนักสวนเจ้าสบาย ( พระตำหนักดาราภิรมย์ ) อำเภอแม่ริม จ.เชียงใหม่


 
 ตำหนักสวนเจ้าสบาย ( พระตำหนักดาราภิรมย์ )

  หลังจากนั้นพระราชชายาเจ้าดารารัศมีก็ได้เริ่มประชวรด้วยพระโรคพระปัปผาสะพิการ ( ปอดพิการ) ก็ทรงกระเสาะกระแสะเรื่อยมา นายแพทย์ในเมืองเชียงใหม่ได้ช่วยกันรักษาพยาบาลพระอาการก็ไม่ทุเลาลง เจ้าแก้วนวรัฐจึงเชิญเสด็จไปประทับที่ คุ้มรินแก้ว ( ถ.ห้วยแก้ว ) ในตัวเมืองเชียงใหม่เพื่อสะดวกแก่การรักษาพยาบาลและเพื่อสะดวกแก่พระประยูรญาติที่จะไปเฝ้าเยี่ยม ต่างก็ระดมทั้งแพทย์ไทยและต่างประเทศในเมืองเชียงใหม่ได้ร่วมกันรักษาอย่างสุดฝืมือ พระอาการก็ไม่ดีขึ้น เจ้าแก้วนวรัฐจึงได้สั่งซื้อเครื่องเอ็กซเรย์ชนิดที่สามารถเคลื่อนย้ายได้มาจากชวา ส่งมาทางเครื่องบิน รวมทั้งสิน 4,200 บาท ในขณะนั้น เพื่อมาฉายดูพระปัปผาสะ (ปอด) แต่พระอาการก็มีแต่ทรงกับทรุด

คุ้มรินแก้ว  

   ครั้นมาเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ.2476 เวลา 15 นาฬิกา 14 นาที ณ ที่ คุ้มรินแก้ว ในท่ามกลางพระประยูรญาติ พร้อมด้วยแพทย์ทั้งไทยและต่างประเทศ ด้วยหวังใจว่าพระอาการจะให้ทรงบรรเทาความทุกข์เวทนา จนสุดท้ายพระองค์ก็สิ้นพระชนม์ท่ามกลางพร้อมด้วยพระประยูรญาติและผู้ที่เคารพรักทั้งหลาย รวมเวลาการประชวรได้ 5 เดือน 9 วัน รวมสิริพระชนม์มายุ 60 พรรษา 3 เดือน 13 วัน ทรงประทับอยู่ในเชียงใหม่ทั้งสิ้นรวม 18 ปี 11 เดือนเศษ

   เมื่อสิ้นพระชนม์แล้ว พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้พระยาราชโกษาเป็นหัวหน้าพนักงานกองสนมพลเรือน 8 นาย ภูษามาลา 6 นาย กองพระราชกุศล 2 นาย แผนกราชยาน 1 นาย กรมวังนอก 1 นาย แผนกระบวน 5 นาย  นำน้ำพระสุคนธ์สรงพระศพ กับพระโกศกุดั่น เครื่องสูง 20 สังข์ 1 แตรงฝรั่ง 1 แตรงอน 1 กลองชนะ 20 เสลี่ยงแว่นฟ้า พระกลดพระราชทานมาเป็นเกีตรติยศ และโปรดเกล้า ฯ ให้ไว้ทุกข์ถวาย 7 วัน



พระราชชายาเจ้าดารารัศมีทรงได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์มีดังนี้


1.ปฐมจุลจอมเกล้า ฯ พร้อมด้วยดาราจุลจอมเกล้า ฯ
2.มหาวชิรมงกุฎ
3.ปถมาภรณ์มงกุฎสยาม
4.เหรียญรัตนาภรณ์ จ.ป.ร. ลงยากรอบประดับเพชรรัชกาลที่ 5
5.เหรียญรัตนาภรณ์ ว.ป.ร. ลงยากรอบประดับเพชรรัชกาลที่ 6
6.เหรียญรัตนาภรณ์ ป.ป.ร. ลงยากรองประดับเพชรรัชกาลที่ 7
7.เข็มพระปรมาภิไธย รัชกาลที่ 6 ประดับเพชรล้วน

  พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานผ้าไตรของหลวง 20 ไตร     ของสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี 20 ไตร พระสงฆ์ 20 รูปสดับปกรณ์ พระราชาคณะแสดงธรรมเทศนา 1 รูป พระถานานุกรม 4 รูป สวดพระคาถาทั้งกลางวันและกลางคืน ฉันเช้าวันละ 8 รูป ฉันเพลวันละ 4 รูป กำหนด 15 วัน เหล่านี้เป็นของที่ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานทั้งสินส่วนการพระเมรุก็ทรงโปรดเกล้า ฯ ให้เจ้าหน้าที่กระทรวงวังจัดทำขึ้นมาพระราชทานให้สมกับพระเกียรติยศ





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

นางผู้เป็นที่รักของสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง

นางผู้เป็นที่รักของสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง

View All
<< กุมภาพันธ์ 2009 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28

[ Add to my favorite ] [ X ]