*/
  • อาคม
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : akoms2001@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-15
  • จำนวนเรื่อง : 3273
  • จำนวนผู้ชม : 5186965
  • จำนวนผู้โหวต : 1216
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1216 คน
Shelldon2

การแสดงเชลล์ดอนที่สยาม โอเชี่ยน เวิล์ด

View All
<< เมษายน 2007 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          

[ Add to my favorite ] [ X ]


คุณคิดว่าจังหวัดเชียงใหม่มีเสน่ห์และจุดขายที่ไหน
อุปนิสัยของคนเชียงใหม่
41 คน
ประวัติศาสตร์
18 คน
วัฒนธรรม
56 คน
สิ่งแวดล้อม-บรรยากาศ
136 คน
แหล่งธรรมชาติ
23 คน
แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
4 คน
แหล่งบันเทิง
7 คน

  โหวต 285 คน
วันพฤหัสบดี ที่ 19 เมษายน 2550
Posted by อาคม , ผู้อ่าน : 8957 , 15:53:12 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

            ในการนำระบบรถไฟความเร็วสูง (High Speed Rail,HSR) มาใช้ในประเทศไทย  ได้มีการศึกษาความเป็นไปได้ในทางสายต่างๆ อยู่หลายครั้ง เช่น High  Speed  Train  Study (Thailand) Final Report,Volume II,NESDB,March 1994. หรือ System-Wide  Master  Plan  and  Feasibility   Study  for  the  Kingdom  of  Thailand  of  High  Speed  Rail  System  for  State  Railway   of  Thailand, Chaiseri – Schimpeler  Co.,Ltd  in Association with Jordan Jones & Goulding Inc. and Post, Buckley International, Inc., July 1996.

            การพิจารณาจะเน้นการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงภายในประเทศ  และการศึกษามักจะพบว่าความคุ้มทุนทางเศรษฐกิจเป็นไปได้ยาก   เส้นทางที่พอจะเป็นไปได้มากที่สุดคือเส้นทางสายตะวันออกเชื่อมกรุงเทพฯ   กับท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ  และต่อออกไปสู่ Eastern Seaboard  แต่เส้นทางสายนี้  ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้ระบบรถไฟความเร็วสูงมาก  เนื่องจากระยะทางไม่ไกลนัก

            ความจริงแล้ว  ระบบไฟความเร็วสูงซึ่งวิ่งด้วยความเร็วสูงเร็วมาก  เช่น  ระบบ Shinkansen (Bullet Train)  ในญี่ปุ่น  ด้วยความเร็ว 262 กิโลเมตรต่อชั่วโมง  หรือ  164  ไมล์ต่อชั่วโมง  ระบบ AVE (Alta Velocidad Espanola)  ในสเปน  ด้วยความเร็ว  220  กิโลเมตรต่อชั่วโมง  หรือ  138  ไมล์ต่อชั่วโมง  ระบบ TGV (Tres Grand Vitesse)  ในฝรั่งเศส  ซึ่งได้แก่  ระบบ TGV  Paris Sud-Est  ด้วยความเร็ว 270  กิโลเมตรต่อชั่วโมง  หรือ  168  ไมล์ต่อชั่วโมง  และระบบ TGV Duplex  ด้วยความเร็ว  300  กิโลเมตรต่อชั่วโมง  หรือ   186 ไมล์ต่อชั่วโมง  เป็นต้น  ล้วนเป็นระบบที่เหมาะสำหรับเชื่อมเมืองใหญ่มากเข้าด้วยกัน  และมีระยะห่างของเมืองมากพอสมควร  อีกทั้งระบบรถไฟความเร็วสูงดังกล่าว  จะมีเป้าหมายที่แข่งกับการเดินทางโดยทางอากาศเป็นหลัก  โดยทั่วไป  อัตราค่าโดยสารของระบบรถไฟความเร็วสูง  จะใกล้เคียงกับอัตราค่าโดยสารทางอากาศ (ต่ำกว่าประมาณร้อยละ  10-20)  และสำหรับการเดินทางในระยะทางที่รถไฟความเร็วสูงไม่ช้ากว่าเครื่องบินจนเกินไป  รถไฟความเร็วสูงจะมีข้อได้เปรียบการเดินทางโดยทางอากาศหลายประการเช่น  ความรวดเร็วในการเดินทาง  ความสะดวกสบาย  ความปลอดภัย  ความตรงต่อเวลา  และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมต่ำ

            ถึงแม้ว่ารถไฟความเร็วสูงจะสามารถแข่งขันกับเครื่องบินได้ดีในหลาย ๆ กรณี  ดังที่พบในประเทศอื่น  แต่ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีกรุงเทพ ฯ  เป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่  จึงเป็นไปได้ยากที่จะลงทุนในระบบรถไฟความเร็วสูง  ดังเช่น  ระบบ TGV  เพื่อเชื่อมเมืองภายในประเทศจะคุ้มทุนภายใน 10-20 ปีข้างหน้า  แต่ถ้าพิจารณาถึงการเชื่อมประเทศต่าง ๆ ซึ่งมีประชากรมากเข้าด้วยกัน  และหลังจากการรวมตัวเป็นตลาดเสรี (AFTA)  เสร็จสมบูรณ์แล้ว  คาดว่าประเทศในภูมิภาคนี้     จะมีระบบเศรษฐกิจที่เชื่อมเข้าด้วยกัน   และมีการเดินทางระหว่างเมืองต่าง ๆ ในภูมิภาคเป็นจำนวนมาก

            การพัฒนารถไฟความเร็วสูงเชื่อมต่อระหว่างประเทศไทยกับประเทศในภูมิภาค  จะเอื้อประโยชน์ต่อประเทศไทยในแง่ยุทธศาสตร์ของการขนส่งในภูมิภาคเป็นอย่างมาก  เนื่องจากหากพิจารณาการคมนาคมทางอากาศแล้ว  เมืองใหญ่ในภูมิภาค  ซึ่งได้แก่  กรุงเทพฯ กัวลาลัมเปอร์  และสิงคโปร์  ล้วนมีศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางการคมนาคมทางอากาศสำหรับการเดินทางในภูมิภาคนี้ที่ทัดเทียมกัน  แต่หากพิจารณาในแง่ของการขนส่งทางบกที่ใช้รถไฟความเร็วสูงแล้ว  กรุงเทพฯ จะเป็นเมืองที่มีศักยภาพสูงสุดในการเป็นศูนย์กลางของการคมนาคมในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์    เนื่องจากเป็นจุดศูนย์กลางทางภูมิศาสตร์ของภูมิภาคนี้ดังนั้นหากกรุงเทพฯ  สามารถเชื่อมต่อกับเมืองใหญ่เมืองอื่นในภูมิภาคนี้โดยใช้รถไฟความเร็วสูงได้กรุงเทพฯ ก็จะกลายเป็นศูนย์กลางการคมนาคมทางบกของภูมิภาคนี้ไปโดยปริยาย

            ในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์  เมืองที่มีศักยภาพพอที่จะมีการเชื่อมต่อโดยใช้รถไฟความเร็วสูงได้แก่  กรุงเทพฯ  สิงคโปร์  กัวลาลัมเปอร์  ปีนัง  โฮจิมินซิตี้  พนมเปญ  ย่างกุ้ง  และเวียงจันทร์  ซึ่งการเชื่อมเมืองเหล่านี้เข้าด้วยกันนั้น  สามาถแยกเล้นทางการเดินรถออกได้เป็น 4 เส้นทางหลัก  ดังต่อไปนี้

            1)  เส้นทางสายใต้  มีความยาวประมาณ  1,900  กิโลเมตร  เริ่มต้นที่กรุงเทพฯ แล้วตรงไปยังสุราษฎร์ธานี  จากนั้นจะแยกออกเป็น 2 ทาง  โดยทางแรก  จะแยกออกไปยังจังหวัดภูเก็ต  ส่วนอีกทางจะผ่านเมืองหาดใหญ่  ปีนัง  กัวลาลัมเปอร์  และไปสุดทางที่ประเทศสิงคโปร์

            2)  เส้นทางสายเหนือ  มีความยาวประมาณ  1,100  กิโลเมตร  ซึ่งจะเริ่มต้นที่กรุงเทพฯ  แล้วผ่านไปยังจังหวัดนครสวรรค์  ตาก  จากนั้นจึงแยกออกเป็น 2 ทาง  โดยทางแรกจะไปยังนครย่างกุ้ง  ส่วนอีกทางไปยังจังหวัดเชียงใหม่  ซึ่งสามารถที่จะเชื่อมต่อไปยังจังหวัดเชียงราย  และเมืองคุนหมิงในประเทศจีนได้ในอนาคต

            3)  เส้นทางสายตะวันออกเฉียงเหนือ  มีความยาวประมาณ  600  กิโลเมตร  โดยจะเริ่มจากกรุงเทพฯ ผ่านนครราชสีมา  ขอนแก่น  อุดรธานี  ไปสุด ณ เมืองเวียงจันทน์  ซึ่งสามารถที่จะเชื่อมต่อไปยังเมืองฮานอยในประเทศเวียดนามได้ในอนาคต

            4)  เส้นทางสายตะวันออก  มีความยาวประมาณ  800  กิโลเมตร  โดยเริ่มจากกรุงเทพฯ ผ่านจังหวัดฉะเชิงเทราไปยังเมืองพนมเปญ ประเทศกัมพูชา และไปสุดสายที่เมืองโฮจิมินซิตี้  ประเทศเวียดนาม

            จะเห็นได้ว่า  การขนส่งโดยรถไฟมีข้อได้เปรียบหลายด้าน  หัวใจหลักอยู่ที่ว่า  เราจะให้น้ำหนักกับผลกระทบทางลบภายนอกที่ค่อนข้างสูงจากการขนส่งทางถนนในหลาย ๆ ด้าน เช่น  การประหยัดน้ำมัน  มลพิษ  ความแออัดในการจราจร  และความปลอดภัย  มากน้อยเพียงใด  ผลกระทบภายนอกเหล่านี้ไม่ได้มีการคำนึงถึงมาก่อนในการกำหนดนโยบายโดยส่วนรวมของการขนส่งของประเทศ  ถ้าไม่นำเอาผลกระทบเหล่านี้มาคิด  การรถไฟก็คงจะมีบทบาทไม่มากมายนักในอนาคตที่จะตอบสนองความต้องการด้านการขนส่ง  เป็นที่ทราบกันกันดีว่ารถไฟมีส่วนแบ่งในการขนส่งผู้โดยสารลดลง  ถ้ายังไม่มีการปรับเปลี่ยนนโยบายด้านการขนส่งเสียใหม่  แนวโน้มเก่า ๆ ก็คงจะดำเนินต่อไป  ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็จะช่วยให้เราหันมามองบทบาทของการรถไฟในอนาคตได้ว่าจำเป็นที่จะต้องมียุทธวิธี (Strategic Approach)  ใหม่ ๆ อาทิเช่น  ความสามารถในการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการสนับสนุนกิจการรถไฟ  ด้วยระบบการให้บริการรถไฟความเร็วสูง  เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและขีดความสามารถในการขนส่งสินค้าและผู้โดยสาร  ทั้งยังเป็นการลดต้นทุน  ประกันความปลอดภัย  และประหยัดพลังงาน

            ระบบรถไฟความเร็วสูง  เป็นโครงการขนาดใหญ่  ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อวางรากฐานการคมนาคมที่สะดวก  รวดเร็ว  ส่งเสริมสภาพแวดล้อม  และยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น  เป็นเครื่องชี้ให้เห็นถึงวิสัยทัศน์อันยาวไกลของการพัฒนาระบบคมนาคมของประเทศในศตวรรษใหม่นี้  จึงเป็นสิ่งที่จะต้องนำมาดำเนินการให้เป็นรูปธรรมต่อไป

            ในการดำเนินการโครงการรถไฟความเร็วสูง  ควรจะพิจารณาแยกรางออกมาต่างหาก  ซึ่งอาจจะเป็นรางแบบมาตรฐานก็ได้  สาเหตุก็เพื่อการให้บริการเดินรถไฟความเร็วสูง  ไม่นิยมที่จะนำมาใช้ร่วมกับรถไฟที่มีความเร็วต่ำ  ก็จะเกิดคำถามที่ว่า  การรถไฟซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบในเรื่องนี้  จะมีความสามารถทางเทคโนโลยีที่จะเดินรถไฟความเร็วสูงได้หรือไม่  คำตอบก็คือทำได้แน่นอน  แต่ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับงบประมาณทรัพยากรรวมทั้งบุคลากรที่เพียงพอในการวางแผนและฝึกอบรม

            จากการศึกษาเชิงเปรียบเทียบเวลาที่ใช้ในการเดินทางระหว่างรถไฟความเร็วสูงและเครื่องบินของประเทศในภูมิภาค  พบว่า รถไฟความเร็วสูง (กรณีความเร็วสูงสุดเท่ากับ 360 กิโลเมตรต่อชั่วโมง)  จะสามารถได้ส่วนแบ่งจากการเดินทางทางอากาศดังนี้  สิงคโปร์ 10% กัวลาลัมเปอร์ 30 %ปีนัง 70 % โฮจิมินซิตี้ 85% พนมเปญ 90% ย่างกุ้ง 75% และเวียงจันทน์ 90 %  นอกจากนี้สำหรับการเดินทางภายในประเทศจะสามารถได้ส่วนแบ่งจากการเดินทางทางอากาศ

            ในเส้นทางสายหลัก ดังนี้  เชียงใหม่ 85% ภูเก็ต 85% และหาดใหญ่ 80% จากข้อมูลเหล่านี้ความเป็นไปได้ที่การลงทุนในการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงเพื่อเชื่อมประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาค  จะมีความคุ้มทุนค่อนข้างสูง  เพื่อเป็นการส่งเสริมบทบาทของรถไฟในศตวรรษใหม่  ในการเป็นระบบขนส่งมวลชนที่มีประสิทธิภาพ  ปลอดภัยสูง  และบทบาทในการสนับสนุนระบบการขนส่งระหว่างรูปแบบต่าง ๆ (Intermodal)  ที่จะช่วยให้เกิดความประหยัด  และมีประสิทธิภาพในการขนส่งยิ่งขึ้น  เพื่อเป็นการหาลู่ทางในการแบ่งเบาความแออัด  และดึงดูดผู้โดยสารที่ใช้รถของบริษัท  ขนส่ง  จำกัด (บขส.)  หรือเครื่องบิน  ให้หันกลับมาใช้บริการของรถไฟให้ได้มากขึ้น  และที่สำคัญเส้นทางรถไฟจะนำประเทศไปสู่ความเจริญ  และการเป็นศูนย์กลางของการคมนาคมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

            อย่างไรก็ตามก็ทราบว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยล่าสุดมีแผนระยะยาวขยายรถไฟทางคู่ทั่วประเทศ พร้อมเปิดเส้นทางใหม่ แถมรื้อระบบรางให้มีขนานกว้าง 1.435 เมตร รองรับนโยบายระบบขนส่งหลายรูปแบบ สำหรับการดำเนินงานโครงการรถไฟทางคู่ทั่วประเทศนั้น อยู่ระหว่างศึกษารายละเอียดแผนงานการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ระยะที่ 2 จำนวน 6 เส้นทาง ระยะทางรวม 3123 กม. มูลค่าการลงทุน 4 แสนล้านบาท ประกอบด้วย

            1. เส้นทางสายเหนือ ลพบุรี-เชียงใหม่ ระยะทาง 700 กม. วงเงินลงทุน 116900 ล้านบาท                   

            2. เส้นทางสายใต้ นครปฐม - ปาดังเบซาร์ ระยะทาง 990 กม. วงเงินลงทุน 165330 ล้านบาท             

            3. สายตะวันออกเฉียงเหนือ แก่งคอย-บัวใหญ่-หนองคายระยะทาง 609 กม.วงเงินลงทุน 88510 ล้าน  

            4.เส้นทางสายตะวันออกเฉียงเหนือ มาบกะเบา-อุบลฯ ระยะทาง 441 กม. วงเงินลงทุน 51397 ล้านบาท

            5.เส้นทางสายตะวันออก ฉะเชิงเทรา-อรัญประเทศ ระยะทาง 194 กม. วงเงินลงทุน 42585 ล้านบาท  

            6. เส้นทางสายตะวันออก แหลมฉบัง-แก่งคอย ระยะทาง 189 กม. วงเงินลงทุน 17520 ล้านบาท

            นอกจากนี้แล้ว ยังจะต้องจัดทำแผนพัฒนาเส้นทางรถไฟชานเมือง โดยทำการปรับปรุงระบบรถไฟทางคู่ในปัจจุบันที่มีอยู่แล้วรวมระยะทางทั้งสิ้น 294 กม.ให้เป็นระบบรางมาตรฐาน คือขนาด 1.435 เมตร เพื่อที่จะได้สามารถรองรับรถไฟที่มีความเร็วอย่างน้อย 160 กม/ชม.ได้  พร้อมกันนี้ยังมีการประสานงานร่วมกับหน่วยงานอื่นๆที่มีความเกี่ยวข้อง เช่น การท่าเรือฯ ขณะเดียวกันก็ได้ทำการพิจารณาในเรื่องของการปรับโครงสร้างองค์กรให้มีความแน่ชัดมากขึ้นประกอบไปด้วย  

 

            ขอขอบคุณข้อมูลเรื่องบทบาทของรถไฟไทยในศตวรรษที่ 21 โดยว่าที่ร้อยตรีธนัช  สุขวิมลเสรี  อย่างมาก ตลอดจนข้อมูลจากการรถไฟแห่งประเทศไทยครับ



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
shansin วันที่ : 30/12/2010 เวลา : 16.28 น.
http://www.bestbuycheapdeal.com
 

ถ้ามันทำได้จริงๆ ก็ดีสิคับ ขอให้สร้างสำเร็จจิงๆ ซะที

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
shansin วันที่ : 28/09/2010 เวลา : 14.16 น.
http://www.bestbuysaleprices.com
 

ขอให้เสร็จเร็วๆ ด้วย อยากจะขี่แระ ฮ่าๆๆ

best products
http://www.pricereviewbestbuy.com

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
ชมพู วันที่ : 21/04/2007 เวลา : 18.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/i-am-zilk

แวะมาทักทาย

โครงการที่ว่าอยากให้เสร็จไวไว จัง

ขอบคุณที่ไปทักทายน่ะคะ
:)

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
สายเก่า-เขาไม่แล วันที่ : 20/04/2007 เวลา : 21.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/channarong108

ผมเห็นด้วยกับคุณอาคมนะ อยากให้กิจการรถไฟกลับเข้ารูปเข้ารอยตามแนวทางที่วางกันไว้ตั้งแต่สมัย ร.๕ จริงๆ

ว่าแต่ว่า รถไฟความเร็วสูงระหว่างประเทศเป็นแผนของ รฟท. หรือเป็นแนวคิดส่วนตัวของคุณอาคมครับ? ถ้าเป็นแผนของ รฟท. ก็น่าจะเป็นนิมิตหมายที่ดีมากๆ ถึงแม้จะเป็นแนวคิดส่วนตัวก็ยังน่าชื่นชมอย่างมากอยู่ดี

แล้วก็ตัวเลขลงทุนขยายรางคู่นี่สูงจังเลยนะครับ เฉลี่ยกิโลเมตรละ ๑๕๔ ล้านบาท ถ้าผมเข้าใจไม่ผิดตอนขยายถนน ๔ เลนทั่วประเทศ ตกกิโลเมตรนึงน่าจะถูกกว่านี้นะ แต่จะถูกจะแพงกว่าก็ไม่สำคัญ ผมอยากให้เราเชื่อและช่วยกันผลักดันว่าถนน ๔ เลนทั่วประเทศยังทำได้ ใช้งบไปเป็นหลักแสนล้านเหมือนกัน แล้วทำไมจะสร้างรถไฟทางคู่ไม่ได้ จริงไม๊??

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
กนกษร วันที่ : 20/04/2007 เวลา : 21.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Owann

กรุงเทพฯ รัศมีแค่ไม่กี่กม. ยังทำไม่ได้สักที น่าสงสารตัวเองจริงๆ คนกรุงเทพฯ ต้องเผาผลาญน้ำมันไปอย่างไร้ค่า

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
iBeep วันที่ : 20/04/2007 เวลา : 19.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chudstudiotalk
‘Simplicity is the ultimate sophistication’ - Leonado da Vinci -

เป็นประเทศเดียวที่ทำเรื่องการคมนาคมแล้วขาดทุนรึเปล่าครับ
อยากรู้ว่าประเทศอื่นที่มีการคมนาคมเจริญเอานี่ เขาขาดทุนกันบ้างมั๊ย

ว่างๆ ลองไปเยี่ยมที่จอดรถที่หัวลำโพงดูสิครับ พอๆ กับสนามแข่งรถวิบากเลย จอดรถไม่เคยพอ แบ่งให้แท็กซี่ไปซะครึ่ง เส้นแบ่งช่องจอดรถก็มองแทบไม่เห็น ทำให้คนจอดรถกับทับเส้นไปมา บางคันจอด 2 ช่อง ต่อ 1 คัน ชั่วโมงละ 20 บาทนะนั่นน่ะ เห็นเต็มทุกวันน่ะแหละครับ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
jommann วันที่ : 20/04/2007 เวลา : 16.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jommann
ประสบการณ์สอนให้เราได้เรียนรู้ ในสิ่งที่ผิดพลาด-->(JM)


ผมก้อเชียร์ให้สร้างจิงๆๆๆ เหอะครับ เพราะผมใช้บริการ รถไฟบ่อยครับ แต่การเดินทาง เสียเวลา เกือบเป็นวันๆๆ อ่ะครับ ถ้าคิดจะลงใต้ ก้อทำใจได้เลยว่า คุณต้องหลับแล้ว หลับอีก ก้อยังไม่ถืงที่หมายสักที ยิ่ง จากต้นทางไปยังปลายทางด้วยแล้ว หาที่หลับได้ ไม่มีใครกวน ไม่มีใครมายุ่ง ก้อหลับให้ยาวไปเลยครับ รอให้พนักงานรถไฟมาปลุกเลยแล้วกัน จะดีก่า เพราะ นานมากๆๆ ครับ ถ้าในอนาคตเกิดมีขึ้นมา จะเป็นสิ่งที่อำนวยความสะดวกให้แก่ประเทศไทยมหาศาล

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
แสงสว่าง วันที่ : 20/04/2007 เวลา : 14.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kritapas


ชอบครับ เป็นกำลังใจให้ลงมือสร้างไว ๆ เดินทางสะดวกขนส่งได้เยอะ ลดมลพิษและเป็นทางเลือกในการเดินทาง

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
jamer101 วันที่ : 20/04/2007 เวลา : 14.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/marketinggossip

ขอบคุณ คุณอาคมสำหรับเรื่องดีๆที่นำมาเสนอตลอดมาครับ
พูดไปพูดมา การโดยสารทางรถไฟดูเงียบเหงากันมานานแล้วเหมือนกันนะครับตามความรู้สึกผม (ซึ่งส่วนตัวไม่ได้ขึ้นรถไฟเดินทางมา เกือบ 10 ปีแล้ว ) พูดง่ายๆคือ ไม่รถทัวร์ก็เครื่องบิน บินไปเลย ถ้าวงการรถไฟไม่ขยับบ้างคงต้องหายไปสักวันแน่ๆ(ไม่อยากจะไปเปรียบกับเสาโทรเลขเลย) จะเอาไว้ขนน้ำมันขนถ่านอะไรพวกนี้คงหาเลี้ยงตัวเองไม่รอด
ตามความคิดเห็นผม หากโปรเจ็ก รถไฟความเร็วสูงมันเป็นไปไม่ได้ทั้งในแง่ของเงินทุน หรือว่า ทั้งในแง่ของประชาพิจารณ์ แผนสองแผนสามมันน่าจะเกิด ยิ่งในแง่ของ Integrated Logistic (เรือไปราง รางไปรถ รถไปเครื่องบิน) แล้ว ลองดูกันสิครับ ประเทศไทยเนี้ย ยิ่งกรุงเทพฯ แล้ว อยู่ใจกลางของ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เลยทีเดียว ถ้าเราพัฒนากันอย่างจริงจัง การที่จะเป็นศูนย์กลางการขนส่งในภูมิภาคนี้ หรือ ของเอเชียก็ตาม ผมว่ามันเป็นไปได้สูงทีเดียว ไม่ต้องเจาะ คลองคอคอดกระ ให้มันเกิดความแตกแยก เราก็ทำได้ แต่อย่างว่าครับอะไรๆในประเทศนี้ มันก็ยากไปทุกอย่างเลยจริงๆ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 19/04/2007 เวลา : 16.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ตอนนี้ผมขอแค่ 2 ราง คือไม่ต้องจอดรอนะครับคุณอาคม
รถไฟกำลังจะ"ตาย"หากไม่แก้ไข

กลับจากหาดใหญ่ ถ้าผมนั้งรถไฟตู้พิเศษ สายบัตเตอร์เวิร์ธ-กรุงเทพฯ ตู้นอน 1,499
ผมมาเครื่องบินต้นทุนต่ำ ราคา 1,200-1,300 ครับ

ถ้าการรถไฟไม่ขยับ...ก็คงแย่
แต่ยังมีคนนั่งแน่นอนครับ..

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ผู้ไม่ประสงค์จะออกนามและเงิน วันที่ : 19/04/2007 เวลา : 16.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/whitaker

อย่าหาเรื่องลงทุนกันอีกเลยครับ ขาดทุนสะสมอยู่ร่วมสามหมื่นล้าน แอร์พอร์ตลิ้งค์อีกสองหมื่นสี่พันล้าน ตามราคาข้างบนรวมไปรวมมาห้าแสนกว่าล้าน ล้มละลายพอดี คงกะว่ากระทรวงการคลังยังไงก็มารับเละค้ำประกัน เลยเอาของเล่นเศรษฐีมาสนุกกัน เก็บค่าตั๋วได้ไม่คุ้มก็รู้อยู่ เหมือนทางด่วนหรือโทลล์เวย์ ตอนสร้างก็อ้างโน่นอ้างนี่ พอจะทำรถไฟก็ทำลืมเครื่องบิน/สนามบินที่ลงทุนไปแล้วเท่าไหร่
ยุโรปเขาใช้รถไฟเป็นหลักจริงๆ โดยเฉพาะหน้าหนาวที่หิมะตกหนัก รถยนต์วิ่งลำบาก แต่บ้านเราเอารถไฟไปตกรางหรือชนรถกระบะ เร็วๆนี้(ในรอบหนึ่งเดือน)ก็สี่ห้าครั้งแล้ว ตั้งแต่รถไหลในหัวลำโพง ไปจนชนกระบะคู่บ่าวสาวที่อุบลฯ ก่อนหน้านี้ก็คนขับหลับใน ยังกล้าให้รถความเร็วสูงอีกเหรอ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ทวิน วันที่ : 19/04/2007 เวลา : 16.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/twin

ผมเชียร์ให้สร้างจริงครับ แต่ว่าเพิ่งเริ่มคิดโครงการตอนนี้ก็ต้องรออีก 40 ปีเหมือนสนามบินสุวรรณภูมิและรถไฟใต้ดิน และงานนี้ก็พุงกางกันอีกเช่นเคย (จริงไหมครับ)

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
feng_shui วันที่ : 19/04/2007 เวลา : 16.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

ขอขอบคุณคุณอาคมเช่นกันค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน