*/
  • อาคม
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : akoms2001@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-15
  • จำนวนเรื่อง : 3322
  • จำนวนผู้ชม : 5254987
  • จำนวนผู้โหวต : 1218
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1218 คน
Shelldon2

การแสดงเชลล์ดอนที่สยาม โอเชี่ยน เวิล์ด

View All
<< พฤษภาคม 2012 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


คุณคิดว่าจังหวัดเชียงใหม่มีเสน่ห์และจุดขายที่ไหน
อุปนิสัยของคนเชียงใหม่
41 คน
ประวัติศาสตร์
18 คน
วัฒนธรรม
56 คน
สิ่งแวดล้อม-บรรยากาศ
136 คน
แหล่งธรรมชาติ
23 คน
แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
4 คน
แหล่งบันเทิง
7 คน

  โหวต 285 คน
วันเสาร์ ที่ 12 พฤษภาคม 2555
Posted by อาคม , ผู้อ่าน : 11042 , 22:03:41 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 5 คน Chaoying , BlueHill และอีก 3 คนโหวตเรื่องนี้

            ห่างจากย่างกุ้งไปทางตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 80 กิโลเมตร คือเป้าหมายของการเดินทางสู่เมืองพะโค (Bago) หรือที่รู้จักกันดีในภาษาไทยว่าเมืองหงสาวดี ในอดีตเมืองพะโคเป็นเมืองหลวงเก่าของอาณาจักรมอญ มีความยิ่งใหญ่เกรียงไกร เคยเป็นราชธานีในสมัยราชวงศ์ตองอู กษัตริย์เมืองพะโคหรือหงสาวดีที่รู้จักกันดีของชาวไทยก็คือพระเจ้าบุเรงนอง

            เมืองนี้น่าค้นหาในทางประวัติศาสตร์เพราะเกี่ยวพันกับพระนเรศวรมหาราชของไทย ยิ่งถ้าได้ชมหนังเรื่องตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค 4 “ศึกนันทบุเรง” ก็ยิ่งน่าสนใจ  ที่ในอดีตเมืองนี้มีกองทหารที่น่ายำเกรงของกษัตริย์ของพระเจ้าหงสาวดีนันทบุเรง  ประกอบด้วยช้าง 3,200  ทัพม้า 12,000  และไพร่ราบซึ่งมีจำนวนถึง 252,000 นาย แต่ก็ต้อง ล่มสลาย

            การเดินทางผ่านท้องนาบนเส้นทางสู่หงสาวดีรู้สึกไม่แตกต่างกับภาคเหนือที่มีความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่เกษตรกรรม

            ปัจจุบันเมืองพะโคเป็นเมืองใหญ่แห่งหนึ่งของสหภาพเมียนมาร์ มีความรุ่งเรืองจากอดีตให้นักท่องเที่ยวได้เยี่ยมชม เมืองนี้จะมีแหล่งโบราณสถานสำคัญหลายแห่ง ที่มีชื่อเสียงมากและนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ต้องการไปชมได้แก่ พระนอนชเวเทลยอง (Shwethalyaung Buddha) และเจดีย์ชเวมอว์ดอว์ (Shwemawdaw Pagoda) หรือที่คนไทยรู้จักกันในนามพระธาตุมุเตา เป็นเจดีย์ที่มีอายุเก่าแก่กว่า 1,000 ปี ที่ตั้งรัศมีตรงกับพระราชวังของพระเจ้าบุเรงนอง ซึ่งรัฐบาลของสหภาพเมียนมาร์ได้สร้างจำลองขึ้นใหม่บนพื้นที่เดิม

            สัญลักษณ์เมืองหงสาวดี เป็นรูปหงส์คู่ ตำนานเล่าว่า พระพุทธเจ้าทรงเสด็จมาถึงเมืองหงสาวดีที่สมัยก่อนยังคงเป็นชายหาดริมทะเล พระพุทธเจ้าทรงเห็น หงส์สองตัวว่ายน้ำเล่นกัน จึงทำนายออกมาว่าภายหลังจะเป็นเมืองที่เจริญรุ่งเรือง ชาวหงสาวดีจึงถือเอาตำนานเรื่องนี้มาเป็นสัตว์สัญลักษณ์ นอกจากนี้ ตำนานยังกล่าวว่า หงส์คู่นั้น ตัวเมียขี่ตัวผู้ จึงมีคำทำนายว่าต่อไปผู้หญิงจะเป็นใหญ่ ซึ่งผู้หญิงคนนั้นคือ พระนางชินสอบู (ตะละแม่ท้าว)นั่นเอง

            ปัจจุบัน หงสาวดีเป็นเมืองที่ทำรายได้ให้แก่ประเทศพม่าด้วยความที่เป็นเมืองท่อง เที่ยว มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ และศิลปะ วัฒนธรรม  และยังถือว่าเป็นเมืองแวะพักค้างคืนหรือเมื่อยล้า ไปนมัสการพระเจดีย์ไจก์ถิโย หรือที่คนไทยรู้จักกันในนาม “พระธาตุอินทร์แขวน”

            ตอนนี้ก็ขอรีวิวสถานที่ที่ผมได้ไปสัมผัส ซึ่งผมว่าเป็น “หอมหงสา” จริง ๆ

            สถานที่แรก พระธาตุชเวมอดอว์ (Shwemawdaw pagoda) หรือพระธาตุมุเตา ที่ตั้งตระหง่านโดดเด่นอยู่ใจกลางเมืองหงสาวดี มีความเก่าแก่กว่า 2,000 ปี ภายในบรรจุพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้า และยังเป็น 1 ใน 5 มหาบูชาสถานสิ่งศักดิ์สิทธิ์สำคัญสูงสุดของชาวพม่า นอกจากนี้มหาเจดีย์ชเวมอดอร์ ยังเคยผ่านการพังทลายจากแผ่นดินไหวครั้งใหญ่มาแล้วถึง 4 ครั้ง โดยแผ่นดินไหวครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 5 ก.ค. พ.ศ. 2473 ได้ทำให้ปลียอดของเจดีย์องค์นี้หักพังลงมา แต่ว่าด้วยความศรัทธาที่ชาวเมืองมีต่อเจดีย์องค์นี้ พวกเขาได้ทำการสร้างเจดีย์ชเวมอดอร์ขึ้นมาใหม่ในปีพ.ศ.2497 ด้วยความสูงถึง 374 ฟุต (ตอนแรกที่สร้างสูง 70 ฟุต) นับเป็นเจดีย์ที่สูงที่สุดในพม่า ส่วนปลียอดที่พังลงมาก็ได้ตั้งไหว้ที่มุมหนึ่งขององค์เจดีย์เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้กราบไหว้บูชาควบคู่ไปกับเจดีย์องค์ปัจจุบัน

            สำหรับความโดดเด่นอีกอย่างหนึ่งของเจดีย์ชเวมอดอร์ก็คือ เป็นเจดีย์ที่มีลักษณะแบบมอญอย่างเด่นชัด คือมีฉัตรแบบเรียบๆและมีองค์ระฆังของเจดีย์มีลักษณะแคบเรียว ภายนอกหุ้มด้วยทองจังโก้ ภายในเป็นอิฐกลวง แตกต่างจากเจดีย์ชเวดากองที่เป็นเจดีย์แบบพม่า(อย่างชัดเจน) ส่วนบริเวณรอบๆองค์เจดีย์ก็มีพระพุทธรูปหลายองค์ให้กราบไหว้ มีอาคารสถาปัตยกรรมพม่าผสมตะวันตกให้เดิน นอกจากนี้ที่ด้านหนึ่งของเจดีย์ยังมีพิพิธภัณฑ์เล็กๆเก็บโบราณวัตถุต่างๆให้ชม  

            สถานที่แห่งที่สองพระราชวังบุเรงนอง (Bayinnaung palace) ซึ่งพระเจ้าบุเรงนอง เป็นผู้สร้างเมืองหงสาวดีให้เจริญรุ่งเรืองเป็นอย่างมากโดยพระองค์ได้สร้างพระราชวังบุเรงนองขึ้นในปี พ.ศ. 2109 เพื่อใช้เป็นศูนย์กลางทางการปกครองและใช้ออกว่าราชการ ปี พ.ศ. 2142 ในสมัยพระเจ้านันทบุเรง พระราชวังบุเรงนองได้ถูกทำลายด้วยฝีมือของพวกยะไข่กับตองอู ทิ้งให้พระราชวังแห่งนี้รกร้างลงเป็นเวลาร่วม 3 ศตวรรษ ซึ่งพระราชวังเดิมนั้นเคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์และถูกจับเป็นตัวประกันอีกด้วย ในปี พ.ศ. 2533 มีการค้นพบเสาและกำแพงเดิมที่ถูกฝังอยู่ในดิน รัฐบาลพม่าจึงได้ทำการขุดค้นและสร้างพระราชวังบุเรงนองขึ้นมาใหม่เพื่อเป็นสถานที่ท่องเที่ยว โดยถอดแบบจากของเดิม

            สถานที่แห่งที่สามคือ พระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียว (Shwethalyaung Buddha)เป็นปูชนียสถานศักดิ์สิทธิ์อันดับสองของเมืองหงสาวดี รองจากพระมหาธาตุมุเตา และเป็นพระพุทธไสยาสน์ที่มีความยาว 181 ฟุต สูง 50 ฟุต สร้างโดยพระเจ้าเมงกะติปะ พ.ศ.1537 ในสมัยมอญเรืองอำนาจ มีพุทธลักษณะงดงาม โดยจะวางพระบาทเหลื่อมพระบาท ต่างจากพระพุทธไสยาสน์ของไทยที่นิยมวางพระบาทเสมอกัน เล่าขานว่าเป็นพระรูปสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในคืนก่อนเสด็จดับขันธปรินิพพาน ด้านหลังพระองค์มีภาพวาดเล่าขานตำนานว่า มีพระราชาองค์หนึ่งไม่ศรัทธาพุทธศาสนา ทรงลุ่มหลงบูชายักษ์ตนหนึ่งขนาดปั้นรูปไว้กราบไหว้ วันหนึ่งขณะที่พระราชาเสด็จประพาสป่าพร้อมพระโอรส และพระโอรสไปพบสาวชาวบ้านกำลังอาบน้ำอยู่ในลำธารก็เกิดความหลงรัก ถึงกับพากลับเข้าวัง แต่สาวเจ้าอันเชิญพระพุทธรูปไปบูชาในวังด้วย ทำให้พระราชากริ้วมาก ถึงขั้นสั่งให้ทหารจับพระโอรสและคนรักมัดรวมกันเพื่อจะประหาร 

            แต่ชาวบ้านได้ตั้งจิตอธิษฐานว่าถ้าพระพุทธเจ้ามีจริงก็ขอให้นางแคล้วคลาด ปรากฏว่าเชือกขาดโดยพลัน ขณะที่รูปปั้นยักษ์แตกกระจาย พระราชาถึงกับทรงหันกลับมานับถือพุทธศาสนา และขอไถ่บาปด้วยการสร้างพะพุทธไสยาสน์เป็นเครื่องเตือนสติ หลังจากที่พระเจ้าอลองพญาทรงปราบมอญราบคาบ เมืองหงสาวดีก็ถูกทิ้งร้าง พระพุทธไสยาสน์ไม่ได้รับการดูแลจนกลายเป็นกองอิฐจมอยู่ในโคกดิน จนถึงปี พ.ศ.2424 เมื่ออังกฤษสร้างทางรถไฟสายพม่า จึงขุดพบพระนอนองค์นี้ จากนั้นปี พ.ศ.2491 หลังจากพม่าได้รับเอกราช ได้มีการบูรณปฏิสังขรณ์อย่างจริงจัง และได้ทาสีและปิดทองลงชาดใหม่ อย่างที่เห็นในปัจจุบัน

            สถานที่แห่งที่สี่ พระพุทธรูปไจ้ปุ่น (Kyaik Pun Buddha Images)  เป็นพระพุทธรูป ขนาดใหญ่ 4 องค์ สูง 30 เมตร นั่งหันหน้า 4 ทิศ แทนองค์สมเด็จพระสมณโคดม(หันพระพักตร์ไปทางทิศเหนือ) กับพระอดีตพุทธเจ้าอีกสามองค์ ได้แก่ พระโกนาคมน์(ทิศใต้) พระกกุสันธะ (ทิศตะวันออก)และพระกัสสปะ(ทิศตะวันตก)องค์หลังนี้ชำรุดผุพังไปมากจากแผ่นดินไหวในปี 1930 โดยแต่ละองค์หลังจะชนกัน สร้างโดยกษัตริย์หมาเซดี ในปี พ.ศ. 1476 ได้รับการดูแลรักษาอย่างดี ตำนานเล่าว่า มีพี่น้อง 4 สาวชาวมอญได้ร่วมใจกันสร้างพระพุทธรูปโดยได้ตั้งสัจจะอธิฐาน ว่าจะถือพรหมจรรย์ไปตลอดชีวิต หากผู้ใดแต่งงานพระพุทธรูปของผู้นั้นจะพังทลายลงมา

            สถานที่แห่งที่ห้าเป็นสถานที่ต้องเดินทางต่อไปจากเมืองหงสาวดีคือ พระธาตุอินทร์แขวน (Golden Rock) ตั้งอยู่ที่เมืองไจ้โถ่ อำเภอสะเทิม เขตรัฐมอญของประเทศพม่า บนยอดเขา Paung Laung เหนือระดับ น้ำทะเล 3,615 ฟุต ลักษณะเด่นของพระธาตุอินทร์แขวนคือ มีลักษณะเป็นก้อนหินสีทองขนาดใหญ่ ตั้งอยู่บนหน้าผาสูงชันอย่างหมิ่นเหม่ เหมือนจะหล่นและท้าทายแรงดึงดูดของโลกโดยไม่ตกลงมาอย่างเหลือเชื่อ พระธาตุอินทร์แขวนนับเป็น 1ใน 5 มหาบูชาสถาน สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวพม่าต้องไปสักการะ และตามความเชื่อล้านนาเชื่อว่าเป็นพระธาตุประจำปีเกิดปีจอ (ปีหมา)

            สำหรับความคืบหน้าล่าสุดของการพัฒนาเมืองหงสาวดีคือรัฐบาลพม่ากำลัง พัฒนาและยกระดับสนามบินหันธาวดีในเมืองพะโค ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงย่างกุ้งประมาณ 80 กิโลเมตร ปัจจุบันกำลังอยู่ระหว่างการจัดทำแผนและหาทุนสนับสนุนการขยายสนามบิน เบื้องต้นคาดว่าจะได้จากนักลงทุนญี่ปุ่นและสิงคโปร์ ซึ่งในอนาคตก็คงเดินทางได้สะดวกขึ้นจะมีเที่ยวบินตรงไปยังเมืองพะโคมากขึ้น

 

            การไปเมืองหงสาวดีถึง 2 ครั้ง ที่ผ่านมาผมยังไม่คลาย “หอมหงสา” เลยครับ


เรื่องเกี่ยวเนื่อง :
ซึมลึกพม่าในสายตาที่เปลี่ยนไป: ตลุย 10 ไฮไลท์ย่างกุ้ง



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
เอกสิทธ์ วันที่ : 18/05/2012 เวลา : 14.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/vasit
นายอ้วน - Study?& Learn

งดงามมากคุณอาคม
ขอบคุณสำหรับเรื่องราวดี ๆ ครับ
อ่าน ดู กันเพลินเลย

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
Maira วันที่ : 16/05/2012 เวลา : 09.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Illusions

-ขอบคุณมากค่ะสำหรับข้อมูล

บางทีการปิดประเทศสักสี่สิบห้าสิบปีนี่ก็ดีนะคะ

เพราะถ้าเปิดก็คงไม่ต่างจากไทยเรานะคะ
ถูกกลืน และแออัดไปด้วยตึกรามสมัยใหม่เป็นแท่งโด่เด่
ไม่มีอะไรสวยงามให้ชื่นชม..

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
ลุงตุ่ย วันที่ : 15/05/2012 เวลา : 20.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/THAMRONG

ข้อมูลละเอียดจริงๆครับ

ภาพสวยเล่าเรื่องได้ดีครับ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
ภาณุมาศ_ทักษณา วันที่ : 15/05/2012 เวลา : 19.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/netmom
เฒ่า..เล่าเรื่อง

ขอบคุณสำหรับข้อมูลต่าง ๆ ครับคุณอาคม

ผมกับคุณตา(เมียผมนะ ไม่ใช่ผัวยาย)ไปเที่ยวทุกแห่งที่คุณพูดถึง แต่ไม่รู้อะไรเลย เพราะไปแบบลากกระเป๋าเที่ยว 2 คนตายายครับ

โดยเฉพาะพระราชวังบุเรงนองที่สร้างขึ้นมาใหม่ผมก็ไม่รู้จัก ได้แต่ถ่ายรูปมาดู และซื้อของที่ระลึกมาชิ้นหนึ่ง

ส่วนพระธาตุอินทร์แขวน ผมเดินขึ้นไปไม่ยอมจ้างคนหามให้นั่ง ไม่ได้เสียดายเงินนะครับ แต่ผมสงสารเขาน่ะครับ แม้ผมจะเบาเพราะตัวเล็ก แต่เหมือนกับเราเอาเปรียบเขา

ผมขึ้นไปแค่โรงแรมที่พักก่อนถึงองค์พระธาตุก็หลับสนิทครับ

เข้าใจว่าเส้นทางสายนี้ นักท่องเที่ยวจากไทยคงไม่พลาด

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
Chaoying วันที่ : 15/05/2012 เวลา : 14.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

ภาพสวยงาม ชัดเจนทุกช็อต..โหวต
เจ้าหญิงจะกลับไปพม่าอีก เป็นครั้งที่ 10 เร็วๆ นี้ ..ปลายเดือนนี้ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
เอวบาง วันที่ : 15/05/2012 เวลา : 09.16 น.

ภาพสวย ในบรรยากาศวังเวง ไม่เคยคิดจะไป แต่คงต้องหาโอกาสไปสักครั้ง

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
Bhirisa_ภิริสา วันที่ : 14/05/2012 เวลา : 20.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Bhirisa
www.oknation.net/blog/misspostcard

น่าไปจริง ๆ ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
BlueHill วันที่ : 14/05/2012 เวลา : 18.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

สงสัยต้องจัดทริปไปเที่ยวพม่ากันเสียแล้วพวกเราชาวโอเค

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 14/05/2012 เวลา : 14.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

อยากไปเดินเล่น..สักวัน

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
lim วันที่ : 14/05/2012 เวลา : 14.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/meema

มารำลึกเมืองบะโกที่เปลี่ยนไป

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
tengpong วันที่ : 14/05/2012 เวลา : 10.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tengpong

ได้เห็นหงษ์คู่เดียวกันที่ได้ไปมา แต่เรื่องของผมดูจะไม่ละเอียดละออเท่านี้ของบล๊อกเกอร์อาคม

http://www.oknation.net/blog/tengpong/2009/09/04/entry-1

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
รักแห่งสยามประเ้ทศ วันที่ : 13/05/2012 เวลา : 17.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panuwat838084
Facebook: Panuwat Sangpum

เจดีย์สวยๆ ทั้งนั้นเลยนะครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
rattiya วันที่ : 13/05/2012 เวลา : 12.49 น.

มีโอกาสเมื่อไรจะไปเที่ยวพม่าค่ะ ตอนนี้อาศัยดูภาพจากคนอื่นก่อน ขอบคุณค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
cm_coffee วันที่ : 13/05/2012 เวลา : 05.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/cm-arabica
"ลุงรภ"

มาเที่ยวชมพม่าต่อครับ..
ผมไปมาแต่เที่ยวไม่ละเอียดครับ...

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
hayyana วันที่ : 12/05/2012 เวลา : 22.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hayyana
You are what you is  !   

ช๊อคคนขายของที่ระรึกครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน