• อาคม
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : akoms2001@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-15
  • จำนวนเรื่อง : 2329
  • จำนวนผู้ชม : 4257573
  • จำนวนผู้โหวต : 1153
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1153 คน

Shelldon2

การแสดงเชลล์ดอนที่สยาม โอเชี่ยน เวิล์ด

View All
<< สิงหาคม 2014 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]


คุณคิดว่าจังหวัดเชียงใหม่มีเสน่ห์และจุดขายที่ไหน
อุปนิสัยของคนเชียงใหม่
38 คน
ประวัติศาสตร์
17 คน
วัฒนธรรม
56 คน
สิ่งแวดล้อม-บรรยากาศ
134 คน
แหล่งธรรมชาติ
23 คน
แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
2 คน
แหล่งบันเทิง
7 คน

  โหวต 277 คน
วันอังคาร ที่ 12 สิงหาคม 2557
Posted by อาคม , ผู้อ่าน : 2789 , 23:04:47 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน papaya , hayyana โหวตเรื่องนี้

เมื่อกล่าวถึงอุตสาหกรรมรถยนต์แล้ว หนึ่งในตลาดรถยนต์ที่น่าจับตามองในภูมิภาคอาเซียนคงจะหนีไม่พ้นตลาดรถยนต์ของประเทศอินโดนีเซีย ที่คาดว่ายอดขายรถยนต์ในปี 2014 จะแซงหน้าประเทศไทยเป็นอันดับหนึ่งในภูมิภาคอาเซียน โดยตลาดรถยนต์แดนอิเหนาขยายตัวเฉลี่ยกว่า 15% ต่อปี และมีอนาคตที่สดใสเนื่องจากปัจจัยบวกจากอัตราการครองรถในปัจจุบันที่ยังอยู่ในระดับต่ำเพียง 77 คันต่อประชากรหนึ่งพันคน ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าไทยและมาเลเซียอยู่มาก นอกจากนั้นยังมีปัจจัยสนับสนุนจากประชากรจำนวนมหาศาลกว่า 240 ล้านคน ที่มีกำลังซื้อที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ตามการพัฒนาของเศรษฐกิจอินโดนีเซีย

หนึ่งในบริษัทที่น่าจับตามองในอุตสาหกรรมรถยนต์อินโดนีเซียคือ Astra International ซึ่งเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่อันดับหนึ่งในอุตสาหกรรมรถยนต์ภูมิภาคอาเซียนที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดเทียบเท่า บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ของบ้านเรา โดย Astra International ประกอบธุรกิจหลากหลาย อาทิเช่น ธุรกิจจัดจำหน่ายรถยนต์ ธุรกิจจัดไฟแนนซ์เช่าซื้อรถยนต์และเครื่องจักร ธุรกิจผลิตเครื่องจักรกล ตลอดจนธุรกิจน้ำมันปาล์ม และธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยในปัจจุบันธุรกิจหลักของ Astra International ยังคงเป็นธุรกิจจัดจำหน่ายรถยนต์ที่มีสัดส่วนประมาณ 60% ของรายได้รวม ซึ่งยังขยายตัวกว่า 11% ต่อปี

หนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ Astra International ประสบความสำเร็จในตลาดรถยนต์อินโดนีเซียคือการเลือกจับมือและรักษาความสัมพันธ์อันดีกับแบรนด์ผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำที่เป็นเจ้าตลาดจนได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียวในประเทศอินโดนีเซีย โดย Astra International ได้ทำการร่วมทุนกับโตโยต้าผู้นำตลาดรถยนต์อินโดนีเซียในปัจจุบันมาตั้งแต่ช่วงปี 1970 และสามารถทำส่วนแบ่งการตลาดได้กว่า 40% ในช่วงเวลาดังกล่าว ด้วยศักยภาพการทำธุรกิจของ  Astra International ทำให้บริษัทมีอำนาจต่อรองเพื่อเป็นผู้จัดจำหน่ายรถยนต์แต่เพียงผู้เดียวให้แก่ผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำรายอื่นๆ เช่น ไดฮัทสุ อีซูซุ ยูดีทรัคส์ และ เปอร์โยต์ ซึ่งส่งผลให้ Astra International มีส่วนแบ่งการตลาดของยอดขายรถยนต์ในประเทศอินโดนีเซียกว่า 50% ในปัจจุบัน

กลยุทธ์ความสำเร็จในการขยายธุรกิจของ Astra International คือ การให้ความสำคัญต่อธุรกิจหลักที่ตนเองมีความถนัดไปพร้อมกับการมองหาธุรกิจใหม่ๆ เพื่อกระจายความเสี่ยงที่มีต่อธุรกิจใดธุรกิจหนึ่ง โดยในช่วงปี 1990 ทางรัฐบาลอินโดนีเซียผลักดันให้เกิดการสร้างแบรนด์รถยนต์แห่งชาติขึ้น ซึ่ง Astra International ได้ทำการลงทุนเป็นเม็ดเงินกว่า 800 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อทำการยกระดับเทคโนโลยีการผลิตรถยนต์ โดยมุ่งหวังให้เกิดการถ่ายโอนเทคโนโลยีจากผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่นไปสู่บริษัท อย่างไรก็ตามการถ่ายโอนเทคโนโลยีไม่ประสบผลสำเร็จเท่าใดนัก เนื่องจากผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่นมีระบบการคัดกรองการไหลออกของเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพ โดยในท้ายที่สุด Astra International ได้ค่อยๆ ถอยและหันกลับไปมุ่งเน้นการทำธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ที่เป็นธุรกิจหลักที่ถนัดและมุ่งเน้นทำการขยายธุรกิจอื่นๆ เพื่อให้กิจการของบริษัทมีความพึ่งพิงกับอุตสาหกรรมรถยนต์น้อยลง สัดส่วนรายได้ที่มาจากธุรกิจรถยนต์ลงลงจาก 80% ในปี 1990 จนเหลือประมาณ 60% ในปัจจุบัน โดยตัวอย่างธุรกิจใหม่ๆ ที่ Astra International ทำคือ ธุรกิจจัดไฟแนนซ์เช่าซื้อรถยนต์และเครื่องจักร ธุรกิจผลิตเครื่องจักรกล ซึ่งเป็นการต่อยอดธุรกิจให้มีความครบวงจรและหลากหลายมากขึ้น ธุรกิจใหม่ๆ เหล่านี้เป็นปัจจัยส่งเสริมสำคัญที่ทำให้รายได้รวมของบริษัทขยายตัวกว่า 20% ต่อปี ในช่วง 5 ปีหลัง

อีไอซีมองว่าอุตสาหกรรมรถยนต์ไทยมีความคล้ายคลึงกับอุตสาหกรรมรถยนต์อินโดนีเซียในแง่ของสภาพอุตสาหกรรมที่พึ่งพาผู้ผลิตรถยนต์ต่างชาติ โดยบทเรียนของ Astra International ชี้ให้เห็นถึงการกำหนดทิศทางการดำเนินธุรกิจของผู้เล่นท้องถิ่นที่สามารถไขว่คว้าโอกาสจากการเข้ามาของผู้เล่นต่างชาติได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยด้วยการอาศัยความชำนาญในตลาดท้องถิ่น แต่ก็มิวายลดความเสี่ยงและหาทางต่อยอดธุรกิจให้มีความหลากหลายและครบวงจรมากขึ้น

อ้างอิง ที่มา :  ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิข ธนาคารไทยพาณิชย์ http://www.scbeic.com/

ผู้เขียน: EIC | Economic Intelligence Center  

 


เรื่องที่มีผู้อ่านสูงสุด จาก NationTV



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
hayyana วันที่ : 13/08/2014 เวลา : 09.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hayyana
You are what you is  !   

เพื่อนเล่าให้ฟังว่า อินโดฯผลิตเครื่องบินเองด้วย
ปธน.ฮาบิบี้จบ ดร.สาขา Aerospace Engineering มา เป็นนักธุรกิจด้วย
พอเป็น ปธน.ก็พยายามดันอุตสาหกรรมการบิน
เป็นเจ้าของ Habibie Factor, Habibie Theorem
บันดุงเป็นที่ตั้งมหาลัยทางวิศวกรรมอันดับหนึ่งของอินโดฯครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
พาจรดอทคอม วันที่ : 13/08/2014 เวลา : 06.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pajondotcom
Pajondotcom

อีกทั้งหัวรถจักร อาวุธยุทโธปกรณ์ อินดดนเซียทำเองได้หมด..โรงงานน่าจะอยู่เมืองบันดุง

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน