*/
  • อาคม
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : akoms2001@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-15
  • จำนวนเรื่อง : 3629
  • จำนวนผู้ชม : 5383576
  • จำนวนผู้โหวต : 1221
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1221 คน
Shelldon2

การแสดงเชลล์ดอนที่สยาม โอเชี่ยน เวิล์ด

View All
<< สิงหาคม 2017 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


คุณคิดว่าจังหวัดเชียงใหม่มีเสน่ห์และจุดขายที่ไหน
อุปนิสัยของคนเชียงใหม่
41 คน
ประวัติศาสตร์
18 คน
วัฒนธรรม
56 คน
สิ่งแวดล้อม-บรรยากาศ
136 คน
แหล่งธรรมชาติ
23 คน
แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
4 คน
แหล่งบันเทิง
7 คน

  โหวต 285 คน
วันอังคาร ที่ 15 สิงหาคม 2560
Posted by อาคม , ผู้อ่าน : 1313 , 22:33:56 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

รายข่าวจาการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2560 ที่ผ่านมาได้เห็นชอบร่างถ้อยแถลงข่าวร่วม (Joint Press Statement) เรื่อง การเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการของนายเหวียน ซวน ฟุก (Nguyen Xuan Phuc) นายกรัฐมนตรีเวียดนาม ระหว่างวันที่ 17-19 สิงหาคม 2560 ตามที่กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) เสนอ  ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นต้องแก้ไขปรับปรุงร่างถ้อยแถลงข่าวร่วมฯ โดยไม่ขัดกับหลักการที่คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติหรือให้ความเห็นชอบไว้ ให้ กต. ดำเนินการได้โดยนำเสนอคณะรัฐมนตรีทราบภายหลัง พร้อมทั้งชี้แจงเหตุผลและประโยชน์ที่ไทยได้รับจากการปรับเปลี่ยนดังกล่าว

สาระสำคัญของร่างถ้อยแถลงข่าวร่วมฯ จัดทำขึ้นเพื่อเป็นเอกสารผลลัพธ์สำคัญของการเยือนดังกล่าว ซึ่งครอบคลุมประเด็นต่าง ๆ ได้แก่ 1) ความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างไทยกับเวียดนาม เช่น               ทั้งสองฝ่ายยินดีกับการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการเพื่อดำเนินการความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ไทย – เวียดนาม  (ปี ค.ศ. 2014 – 2018) ที่เป็นรูปธรรม

2) ความร่วมมือด้านความมั่นคงเพื่อรักษาไว้ซึ่งสันติภาพ ความมั่นคง และเสถียรภาพ เช่น เพิ่มความร่วมมือในทุกระดับเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ รวมทั้งแก้ไขปัญหาประมงผิดกฎหมายของแต่ละประเทศ

3) ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจต่าง ๆ ครอบคลุมด้านการค้า การลงทุน ด้านแรงงาน เช่น การอำนวยความสะดวกการนำเข้าแรงงานเวียดนามในสาขาการก่อสร้างและการประมงภายใต้กฎหมายต่าง ๆ ที่มีระหว่างกัน (เช่น ความตกลงด้านการจ้างแรงงานระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม)

4) ความเชื่อมโยงระหว่างประเทศและอนุภูมิภาค โดยเห็นพ้องที่จะเร่งรัดการพัฒนาบริการเดินรถโดยสาธารณะ เส้นทางประเทศไทย – ลาว – เวียดนาม

5) ส่งเสริมความสัมพันธ์ในระดับประชาชน เช่น การสถาปนาความสัมพันธ์เมืองพี่เมืองน้องระหว่างจังหวัดของทั้งสองประเทศ

6) ความร่วมมือทางวิชาการ เช่น การส่งเสริมความร่วมมือในการสอนภาษาไทยและเวียดนาม และ

7) การมีปฏิสัมพันธ์กับภูมิภาคโลก เช่น ทั้งสองฝ่ายยินดีต่อการจัดทำแผนแม่บทกรอบยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ อิรวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง (ACMECS Master Plan) ซึ่งในการเยือนดังกล่าวคาดว่าจะมีการลงนามในบันทึกความเข้าใจและความตกลงระหว่างกัน จำนวน 6 ฉบับ เช่น บันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าเวียดนามกับกระทรวงพาณิชย์ว่าด้วยความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและการค้า โดยมีนายกรัฐมนตรีของทั้งสองประเทศเป็นสักขีพยาน ทั้งนี้ ฝ่ายเวียดนามได้เห็นชอบร่างถ้อยแถลงข่าวร่วมฯ ด้วยแล้ว

ทั้งนี้นายเหวียน ซวน ฟุก (Nguyen Xuan Phuc) นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม มีกำหนดเดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการ ในฐานะแขกของรัฐบาล ตามคำเชิญของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ระหว่างวันที่ 17-19 สิงหาคม 2560 พร้อมด้วยรัฐมนตรีสำคัญ ประกอบด้วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการวางแผนและการลงทุน รัฐมนตรีว่าการกระทรวง วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและการพัฒนาชนบท และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสารนิเทศและการสื่อสาร รวมทั้งภาคเอกชน การเดินทางเยือนไทยครั้งนี้ เป็นการเยือนไทยอย่างเป็นทางการครั้งแรกของนายเหวียน ซวน ฟุก ภายหลังเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2559 ซึ่งเป็นไปตามธรรมเนียมปฏิบัติของอาเซียน

นายเหวียน ซวน ฟุก มีกำหนดจะเข้าเยี่ยมคารวะและหารือข้อราชการกับพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล ประเด็นสำคัญที่สองฝ่ายจะหยิบยกหารือในครั้งนี้ ได้แก่ ความร่วมมือด้านความมั่นคง การส่งเสริมการค้าและการลงทุน การส่งเสริมความเชื่อมโยง และความร่วมมือระดับภูมิภาค เป็นต้น โดยทั้งสองฝ่ายมีกำหนดจะลงนามความตกลง/บันทึกความเข้าใจ 4 ฉบับ ได้แก่ บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและการค้า บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านไปรษณีย์สารสนเทศและการสื่อสาร บันทึกความเข้าใจเพื่อการสถาปนาความสัมพันธ์เมืองพี่เมืองน้องระหว่างจังหวัดตราดแห่งราชอาณาจักรไทยกับจังหวัดก่าเมา สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม และความตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม

ในระหว่างการเยือน นายเหวียน ซวน ฟุก มีกำหนดเข้าเยี่ยมคารวะประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติพบหารือกับบุคคลสำคัญและผู้บริหารระดับสูงจากภาคธุรกิจไทย และร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดงานแสดงสินค้าเวียดนาม “Vietnamese Week in Thailand” นอกจากนี้ นายเหวียน ซวน ฟุก มีกำหนดจะเดินทางไปจังหวัดนครพนม เพื่อเข้าร่วมงานสัมมนาธุรกิจ เยี่ยมชมอนุสรณ์สถานประธานาธิบดีโฮจิมินห์ และพบปะชุมชนชาวไทยเชื้อสายเวียดนาม

การเดินทางเยือนไทยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำของทั้งสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และเพื่อขับเคลื่อนความสัมพันธ์หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ (Strategic Partnership) ระหว่างไทยกับเวียดนามให้มีพลวัต ครอบคลุมทุกมิติ มีความคืบหน้าและก่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนของทั้งสองประเทศอย่างเป็นรูปธรรม รวมทั้งเพื่อปูทางไปสู่การประชุมร่วมนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีอย่างไม่เป็นทางการ(Joint Cabinet Retreat: JCR) ไทย – เวียดนาม ครั้งที่ 4 ที่ประเทศเวียดนาม โดยจะมีการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคี (Joint Commission on Bilateral Cooperation: JCBC) ไทย – เวียดนาม ครั้งที่ 3 ที่ประเทศไทยเพื่อเตรียมการ JCR ต่อไป

นอกจากนั้นคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบและอนุมัติตามที่กระทรวงพาณิชย์ (พณ.) เสนอ ดังนี้

  1. เห็นชอบร่างบันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามกับกระทรวงพาณิชย์แห่งราชอาณาจักรไทยว่าด้วยความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและการค้า (Memorandum of Understanding between the Ministry of Industry  and Trade of the Socialist Republic of Viet Nam and the Ministry of Commerce of the Kingdom of Thailand on Economic and Trade Cooperation)
  2. อนุมัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ลงนามในร่างบันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามกับกระทรวงพาณิชย์แห่งราชอาณาจักรไทยว่าด้วยความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและการค้า ฉบับภาษาอังกฤษ ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นต้องแก้ไขปรับปรุงร่างบันทึกความเข้าใจฯ ในส่วนที่ไม่ใช่สาระสำคัญ

และไม่ขัดกับหลักการที่คณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบไว้ ให้กระทรวงพาณิชย์ดำเนินการได้โดยให้นำเสนอคณะรัฐมนตรีทราบภายหลัง พร้อมทั้งให้ชี้แจงเหตุผลและประโยชน์ที่ประเทศไทยได้รับจากการปรับเปลี่ยนดังกล่าวตามหลักเกณฑ์ของมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2558 (เรื่อง การจัดทำหนังสือสัญญาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศหรือองค์การระหว่างประเทศ) ด้วย

   ร่างบันทึกความเข้าใจฯ มีสาระสำคัญเพื่อเสริมสร้าความเข้มแข็งด้านเศรษฐกิจและความร่วมมือทางการค้าในสาขาที่ทั้งสองฝ่ายมีความสนใจร่วมกัน สรุปได้ ดังนี้

  1. วัตถุประสงค์ : เสริมสร้างความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและการค้าระหว่างผู้เข้าร่วมทั้งสองฝ่าย

บนพื้นฐานความสนใจร่วมกัน อำนวยความสะดวกและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนในความร่วมมือด้านการค้าระหว่างทั้งสองประเทศ และใช้ประโยชน์จากความร่วมมือในระดับภูมิภาคและพหุภาคีที่ผู้เข้าร่วมทั้งสองฝ่ายเป็นสมาชิก เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและการค้าในระดับทวิภาคี 

    2.    ขอบเขตความร่วมมือ :  

2.1  การอำนวยความสะดวกทางการค้าระหว่างกัน  โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร        

(เช่น ผลไม้ ผัก และสินค้าประมง) โดยให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง

2.2  การส่งเสริมการค้า  โดยการสนับสนุนกิจกรรมส่งเสริมการค้า เช่น งานแสดงสินค้า              

การจัดคู่ธุรกิจ เป็นต้น และการหาแนวทางความเป็นไปได้ในการสนับสนุนสินค้าไทยและเวียดนามให้วางขายในร้าน/ระบบการค้าปลีกในทั้งสองประเทศ

2.3 การพิจารณาใช้มาตรการเยียวยาทางการค้าเท่าที่จำเป็น  โดยให้เป็นไปตามกฎเกณฑ์ขององค์การการค้าโลก  ทั้งนี้  ทั้งสองฝ่ายจะให้ข้อมูลแก่อีกฝ่ายเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะมีการใช้มาตรการเยียวยาทางการค้า

2.4 ความร่วมมือในกรอบด้านเศรษฐกิจและการค้าระดับพหุภาคี  โดยเสริมสร้าง

ความร่วมมือเพื่อส่งเสริมการรวมตัวทางเศรษฐกิจระหว่างทั้งสองประเทศในการมุ่งสู่วิสัยทัศน์ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน 2025 และเน้นย้ำความสำคัญของการขยายความร่วมมือทวิภาคีและการสนับสนุนระหว่างกัน  เพื่อมุ่งสู่การ

มีส่วนร่วมอย่างมีประสิทธิผลในกรอบพหุภาคีและภูมิภาค เช่น WTO  RCEP  ASEAN GMS ACMECS และ CLMVT  Forum

2.5 สาขาอื่น ๆ ตามที่เห็นพ้องร่วมกันของทั้งสองฝ่าย

ที่มา :www.thaigov.go.th

 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน