*/
  • อาคม
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : akoms2001@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-15
  • จำนวนเรื่อง : 3273
  • จำนวนผู้ชม : 5186149
  • จำนวนผู้โหวต : 1216
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1216 คน
Shelldon2

การแสดงเชลล์ดอนที่สยาม โอเชี่ยน เวิล์ด

View All
<< ธันวาคม 2018 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          

[ Add to my favorite ] [ X ]


คุณคิดว่าจังหวัดเชียงใหม่มีเสน่ห์และจุดขายที่ไหน
อุปนิสัยของคนเชียงใหม่
41 คน
ประวัติศาสตร์
18 คน
วัฒนธรรม
56 คน
สิ่งแวดล้อม-บรรยากาศ
136 คน
แหล่งธรรมชาติ
23 คน
แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
4 คน
แหล่งบันเทิง
7 คน

  โหวต 285 คน
วันพุธ ที่ 5 ธันวาคม 2561
Posted by อาคม , ผู้อ่าน : 525 , 00:18:29 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

พิธีเปิดสะพาน ฮ่องกง-จูไห่-มาเก๊า (Hongkong-Zhuhai-Macao Bridge; HZMB) ผ่านไปแล้วอย่างยิ่งใหญ่ โดยมีประธานาธิบดี สี จิ้นผิง เป็นประธาน เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2561 ที่เมืองจูไห่ มณฑลกวางตุ้ง มีผู้นาระดับสูงจากส่วนกลางรัฐบาลจีน ผู้นามณฑลกวางตุ้ง ฮ่องกง และมาเก๊า ตลอดจนตัวแทนกลุ่มแรงงาน วิศวกรและผู้ออกแบบสะพานฯ เข้าร่วมกว่า 50,000 คน ตัวสะพานมีความยาวรวม 55 กิโลเมตร ทอดผ่านช่องแคบหลิงติงหยาง งบประมาณก่อสร้างกว่า 126,900 ล้านหยวน (ประมาณ 1,830 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) สามารถย่นระยะเวลา การเดินทางจากเมืองจูไห่ไปฮ่องกงเหลือเพียง 45 นาที (จากเดิม 4 ชั่วโมง)

สะพานแห่งนี้เป็นโครงการคมนาคมขนาดใหญ่โครงการแรกอันเกิดจากความร่วมมือของจีน ฮ่องกงและมาเก๊า ภายใต้กรอบ"หนึ่งประเทศสองระบบ" ประกาศให้โลกประจักษ์ถึงความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจและสังคมระหว่างกัน เป็นเสมือน “เข็มขัดทางเศรษฐกิจ (Economic Belt)” ที่จะยกระดับโครงการเขตอ่าวกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า (Greater Bay Area: GBA) อันเป็นยุทธศาสตร์สาคัญอยู่เดิมของรัฐบาลจีนที่ต้องการสร้างพื้นที่อ่าวฯ ด้วยการผนึกกาลังเขตปกครองทั้งสาม ให้เป็นหัวมังกรนาพาจีนทั้งประเทศยกระดับด้านเศรษฐกิจและการพัฒนา 

งบประมาณมหาศาลที่ใช้ การทุ่มเทเทคโนโลยีเพื่อต่อสู้กับความยากลาบากในการก่อสร้าง และการปรับระเบียบกฎหมายจานวนมากเพื่อรองรับการใช้งาน ย่อมทาให้สะพานแห่งนี้เป็น Megaproject ของจีนที่เลื่องลือระดับโลก แต่นอกเหนือจากความยิ่งใหญ่ทางกายภาพแล้ว โครงการนี้ยังมีนัยสาคัญต่อยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ การเมือง และสังคมจีนอย่างยิ่ง บทความนี้จึงขอนาเสนอความเป็นมาของโครงการ ลักษณะทางกายภาพ/เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง ข้อมูลการขนส่งและใช้งาน ตลอดจนความเปลี่ยนแปลงที่คาดว่าจะเกิดขึ้นกับเศรษฐกิจและสังคมในภูมิภาค ซึ่งย่อมทั้งเป็นโอกาสและความท้าทายสาคัญสาหรับผู้ประกอบการไทย

ความเป็นมาของสะพาน: 16 ปีแห่งปณิธานด้านเศรษฐกิจและสังคม

ตั้งแต่ช่วงศตวรรษที่ 20 (ราวปี 2523) ช่องการการขนส่งสินค้าระหว่างฮ่องกงกับเมืองในพื้นที่สามเหลี่ยม ปากแม่น้าจูเจียงฝั่งตะวันออก อาทิ เมืองเซินเจิ้น เมืองตงก่วน และเมืองหุ้ยโจว ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จากรัฐบาลของทั้งสองฝ่าย จนส่งผลให้เศรษฐกิจของเมืองเหล่านั้น เกิดการพัฒนาและเติบโตต่ออย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เศรษฐกิจของเมืองในเขตสามเหลี่ยมปากแม่น้าด้านตะวันออกของมณฑลกวางตุ้งจึงเชื่อมโยงกับฮ่องกงและมาเก๊าอย่างแน่นแฟ้น โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยว การบริโภคข้ามพรมแดน การบริการทางการค้า รวมถึงการเดินทางของผู้คนและสินค้าระหว่างกัน

ภายหลังวิกฤตทางการเงินในเอเชีย (วิกฤตต้มยากุ้ง) ในปี 2540 รัฐบาลฮ่องกงพยายามฟื้นฟูเศรษฐกิจของฮ่องกง และแสวงหาจุดเติบโตทางเศรษฐกิจขึ้นใหม่ รัฐบาลฮ่องกงจึงมีแนวคิดที่จะสร้างสะพานข้ามทะเลเชื่อมฮ่องกง กับมาเก๊าและเมืองจูไห่ (มณฑลกวางตุ้ง) โดยมีแผนการปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจและส่งเสริมให้อุตสาหกรรมเปิดกว้าง เอื้อต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจในอนาคต ในปี 2545 รัฐบาลฮ่องกงจึงเสนอแผนงานโครงการสะพานฮ่องกง-จูไห่-มาเก๊าต่อรัฐบาลกลางของจีน ช่วงปี 2546 สภารัฐมนตรีจีนอนุมัติโครงการฯ และมีคาสั่งแต่งตั้งคณะทางานโครงการฯ ในปี 2549 สภารัฐมนตรีจีนมีคาสั่งเพิ่มเติมแต่งตั้งคณะรับผิดชอบโครงการฯ ภายใต้ การนาของคณะกรรมการพัฒนาและปฎิรูปแห่งชาติจีน และโครงการสะพานฯ ถูกบรรจุให้อยู่ในแผนงานสนับสนุนของสานักงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจีน ภายใต้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ 5 ปี ฉบับที่ 11 ของจีน โดยเริ่มดาเนินการก่อสร้างอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2552 มีนายหลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีจีน เดินทางมาเป็นประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์ในปี 2553 ใช้เวลาเพียง 16 ปีนับจากการเสนอแผนงานต่อรัฐบาลกลางฯ (เปรียบเทียบกับสะพานข้ามทะเลสาบ Pontchartrain ระยะทาง 38.442 กม. ในสหรัฐอเมริกาเสนอโครงการช่วงยุค ๑๙๒๐ และเปิดใช้งานส่วนแรกในปี 1956 ใช้เวลากว่า 36 ปี)

 

เทคโนโลยีการก่อสร้าง: สะพานข้ามทะเลที่ยาวที่สุดในโลก

สะพาน HZMB พิสูจน์ความก้าวหน้าทางวิทยาการและความอุตสาหะอย่างยิ่งยวด สะพานฯ มีความยาว 55 กิโลเมตรเป็นสะพานข้ามทะเลที่ยาวที่สุดในโลก ประกอบด้วยตัวสะพานหลัก เกาะเทียม 2 แห่ง และอุโมงค์ลอดใต้ทะเลแห่งแรกของจีนที่มีความยาวกว่า 6.7 กิโลเมตรซึ่งเป็นอุโมงค์สาหรับรถวิ่งที่ยาวที่สุดในโลกอีกด้วย สะพานแห่งนี้เชื่อมโยงระหว่างฮ่องกง ณ บริเวณสนามบินนานาชาติฮ่องกงบนเกาะลันเตา (Lantau Island) เมืองจูไห่ ณ เขตกงเป่ย (Gonngbei) และมาเก๊า ณ คาบสมุทรมาเก๊า (Macao Peninsula) ตัวสะพานใช้เหล็กปริมาณ กว่า 420,000 ตัน หรือเท่ากับเหล็กที่สามารถนาไปสร้างหอไอเฟล ณ กรุงปารีสได้ถึง 60 ครั้ง

การก่อสร้างและออกแบบใช้เทคโนโลยีวิศวกรรมล้าสมัย ใช้วัสดุใหม่ กระบวนการใหม่ และอุปกรณ์สมัยใหม่ อาทิ พื้นคอนกรีตที่ผลิตด้วยเทคโนโลยีพิเศษมีระบบทาความเย็นภายใน สามารถควบคุมอุณหภูมิให้คงที่ 28 องศาเซลเซียส เพื่อให้พื้นคอนกรีตอยู่ในสภาพเหมาะสมแก่การใช้งานได้สูงสุด 15 ปี (นานกว่าระยะการใช้งานของ พื้นคอนกรีตทั่วไปถึง 3 เท่าตัว) ตัวสะพาน HZMB ถูกออกแบบให้มีระยะการใช้งานนานกว่า120 ปี (นานกว่าระยะการใช้งานสะพานข้ามทะเลทั่วไปถึง 20 ปี) สามารถรองรับแรงลมจากพายุไต้ฝุ่นสูงสุดระดับ 16 (ความเร็วลม 184-201 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) รองรับแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวสูงสุดระดับ 8.0 ริกเตอร์ และยังสามารถรองรับแรงกระแทกที่เกิดจากการชนของเรือบรรทุกสินค้าขนาด 300,000 ตันได้ นอกจากนี้ สะพานยังติดตั้งเทคโนโลยีโซนาร์ (Sonar : Sound Navigation and Ranging) ที่จะช่วยให้สามารถคาดการณ์และป้องกันเหตุแผ่นดินไหวที่จะเกิดขึ้นใต้ทะเลได้อีกด้วย

การคมนาคมบนสะพาน: ขนส่งมวลชนและสินค้าถึงระดับรากหญ้า

สะพานฯ เปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2561 ตัวสะพานประกอบด้วยทางเดินรถ 2 ฝั่ง ฝั่งละ 3 เลนส์ จากัดความเร็วสาหรับรถโดยสารทั่วไปให้ไม่เกิน 100 กม./ชม. รถบัสขนาดใหญ่ 80 กม./ชม. และเนื่องจากพื้นที่สะพานส่วนใหญ่อยู่ในน่านน้าจีน ยานพาหนะที่วิ่งบนสะพานทั้งหมดจะต้องขับชิดขวา โดยจะชิดซ้ายเมื่อเข้าจุดตรวจคนเข้าเมืองของฮ่องกงและมาเก๊าเท่านั้น

ยานพาหนะที่ได้รับอนุญาตให้วิ่งบนสะพานได้แก่ 1) รถบัสรับส่ง วิ่งระหว่างสะพานเท่านั้นไม่เข้าไปในเขตแดน ของแต่ละพื้นที่ 2) รถบัสโดยสารข้ามพรมแดน ผู้โดยสารสามารถนั่งข้ามพรมแดนไปยังจุดจอดของละแต่พื้นที่ได้ 3) รถโดยสารส่วนบุคคล ต้องได้รับอนุญาตเป็นกรณีพิเศษตามระบบโควต้าเท่านั้น 4) รถแท็กซี่ข้ามพรมแดน ผู้โดยสารสามารถเดินทางข้ามเขตแดนไปยังจุดหมายปลายทางที่อยู่ในพื้นที่ทั้งสามได้ 5) รถขนส่งสินค้า ขนส่งระหว่างมณฑลกวางตุ้งกับฮ่องกง มีระบบโควต้ากาหนดโดยหน่วยงานของมณฑลกวางตุ้ง

(1) รถบัสรับส่ง

รถบัสรับส่งวิ่งให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ทุกวัน ไม่จากัดเที่ยว กาหนดความถี่ในการเดินรถ ช่วงกลางวัน (ชั่วโมงเร่งด่วน) ออกรถสูงสุดทุก 5 นาที ช่วงเวลาปกติออกรถทุก 10 - 15 นาที ช่วงกลางคืนออกรถทุก 15 - 30 นาที โดยรถรับส่งดังกล่าวจะวิ่งระหว่างด่านตรวจคนเข้าเมืองที่ตั้งอยู่ติดกับสะพานเท่านั้น ไม่เข้าไปในเขตแดนของแต่ละพื้นที่ ผู้โดยสารสามารถซื้อบัตรโดยสารได้ที่คูหาจาหน่ายบัตรโดยสาร ณ สถานีต้นทาง

ค่าบริการรถบัสรับส่ง*

ค่าบริการรถบัสรับส่ง* จูไห่-ฮ่องกง

ฮ่องกง-มาเก๊า

ราคาปกติ

ราคาพิเศษ*

ราคาปกติ

ราคาพิเศษ

กลางวัน*

กลางคืน*

กลางวัน

กลางคืน

กลางวัน

กลางคืน

กลางวัน

กลางคืน

58 RMB (65 HKD)

63 RMB (70 HKD)

29 RMB (33 HKD)

32 RMB (35 HKD)

58 RMB (65 HKD)

63 RMB (70 HKD)

29 RMB (33 HKD)

32 RMB (35 HKD)

* ราคาบัตรโดยสารเป็นสกุลเงินหยวน (ดอลลาร์ฮ่องกง) 
* กลางวันตั้งแต่เวลา 06.00 น. -23.59 น. *กลางคืนตั้งแต่เวลา 24.00 น. - 05.59 น. 
* ราคาพิเศษสาหรับเด็กที่อายุต่ากว่า 12 ปี หรือสูงน้อยกว่า 120 ซม. ผู้พิการและคนชรา (อายุ 65 ปีเป็นต้นไป)

(2) รถบัสโดยสารข้ามพรมแดน

รถบัสโดยสารข้ามพรมแดนวิ่งให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ทุกวัน ประกอบด้วยรถบัสจานวน 200 คัน แบ่งเป็น เส้นทางเมืองจูไห่-ฮ่องกง 150 คัน เส้นทางฮ่องกง-มาเก๊า 50 คัน (รถจากฮ่องกง 34 คัน รถจากมาเก๊า 16 คัน) เส้นทางจูไห่-ฮ่องกงกาหนดวิ่งสูงสุดวันละ 350 เที่ยว (ไป-กลับรวม700 เที่ยว) เส้นทางฮ่องกง-มาเก๊ากาหนดวิ่งวันละ 50 เที่ยว (ไป-กลับรวม 100 เที่ยว) แต่ละเส้นทางกาหนดจุดรับส่งที่แน่นอน ได้แก่ จุดแวะจอดหลักในฮ่องกง ได้แก่ เขตอ่าวคอสเวย์ (Causeway Bay) เขตจิมซาจุ่ย (Tsim Sha Tsui) สถานีเกาลูน (Kowloon Station (Element)) เขตมงกก (MongKok) เขตปรินซ์เอ็ดเวิร์ด (Prince Edward) เขตควันทง (Kwun Tong) เขตซึงวานโอ (Tseung Kwan O) และอื่น ๆ จุดแวะจอดหลักในมณฑลกวางตุ้ง ได้แก่ เมืองจูไห่ เมืองจงซาน เมืองเจียงเหมิน (เขตซินหุ้ย เขตคายผิง เขตไถซาน) เมืองหยางเจียง และอื่น ๆ จุดแวะจอดหลักในมาเก๊า ได้แก่ โรงแรมต่าง ๆ ในเขตไทปา (Taipa) ค่าโดยสารแบ่งตามเส้นทาง ได้แก่ เส้นทางจูไห่-ฮ่องกง ราคา 130 หยวน เส้นทางฮ่องกง-มาเก๊า ราคา 80 หยวน

(๓) รถโดยสารส่วนบุคคล

รถโดยสารส่วนบุคคลจะต้องได้รับใบอนุญาตวิ่งบนสะพาน ผ่านระบบโควต้าสาหรับรถจากทั้งสามพื้นที่ ซึ่งที่ผ่านมา มีรถยนต์ฮ่องกงได้รับใบอนุญาตวิ่งบนสะพานฯ แล้ว 30,400 คัน (ข้อมูลสานักงานคมนาคมขนส่งฮ่องกง ปี 2560) และรถยนต์จีนแผ่นดินใหญ่ 20,000 คัน (ข้อมูลผู้บริหาร HZMB) โดยฮ่องกงและจีนจะพิจารณา การเพิ่มลดโควต้าใบอนุญาตตามสถาการณ์การจราจร

(๔) รถแท็กซี่ข้ามพรมแดน

ในช่วง 3 ปีแรก รถแท็กซี่ส่วนบุคคลที่ได้รับใบอนุญาตให้วิ่งบนสะพานมีจานวน 250 คัน ในจานวนนี้ มีรถที่วิ่ง ในเส้นทางมณฑลกวางตุ้ง-ฮ่องกง150 คัน เส้นทางฮ่องกง-มาเก๊า 100 คัน สามารถวิ่งได้ไม่จากัดจานวนเที่ยวต่อวัน

(๕) รถขนส่งสินค้า (มณฑลกวางตุ้ง - ฮ่องกง)

รถขนส่งสินค้าที่ใช้เส้นทางสะพาน HZMB จะได้รับการยกเว้นขั้นตอนการผ่านแดนเป็นกรณีพิเศษ (ไม่รวมรถขนส่งสินค้าจากเขตคลังทัณฑ์บนฝูเถียน) ปัจจุบันมีรถขนส่งสินค้าที่ได้รับอนุญาตให้ใช้เส้นทางดังกล่าวแล้ว 12,000 คัน โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในมณฑลกวางตุ้งจะเพิ่มจานวนโควต้าอีกในอนาคต ค่าผ่านทาง

ยานพาหนะที่วิ่งบนสะพานจะต้องเสียค่าผ่านทาง ณ ด่านผ่านทาง โดยผู้ขับขี่จะต้องชาระเงินด้วยสกุลเงินหยวน สามารถชาระด้วยเงินสดหรือผ่านแอปพลิเคชั่น (อาลีเพย์หรือวีแชทเพย์) อัตราค่าผ่านทางสาหรับรถบรรทุกสินค้าทั่วไป 60 หยวน รถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ 115 หยวน รถยนต์โดยสารและรถแท็กซี่ส่วนบุคคล (ไม่เกิน 7 ที่นั่ง) 150 หยวน รถบัสโดยสารข้ามพรมแดน 200 หยวน และรถบัสรับส่ง 300 หยวน

อัตราค่าผ่านทาง ประเภทรถ

อัตราค่าผ่านทาง (หยวน)

รถขนส่งสินค้าทั่วไป

60

รถขนส่งตู้คอนเทนเนอร์

115

รถยนต์โดยสาร (รถยนต์ส่วนบุคคล รถแท็กซี่)

150

รสบัสโดยสารข้ามพรมแดน

200

รถบัสรับส่ง

300

 การผ่านด่าน

ด่านตรวจคนเข้าเมืองของแต่ละพื้นที่บนสะพานใช้การจัดการรูปแบบ "3 พื้นที่ 3 ด่าน" เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ทุกวัน รัฐบาลถ้องถิ่นของแต่ละพื้นที่มีหน้าที่การจัดการและรับผิดชอบพิธีทางศุลกากรและการตรวจคนเข้าเมืองของตนเอง ทั้งนี้ สาหรับด่านฯ จูไห่และมาเก๊ามีความร่วมมือพิเศษระหว่างกันโดยใช้ระบบการจัดการแบบ "ผ่านด่านครั้งเดียว" (one-off customs) โดยจูไห่และมาเก๊าจะแชร์ข้อมูลพิธีการทางศุลกากรและการตรวจคนเข้าเมืองระหว่างกันเพื่อให้ผู้เดินทางได้รับความสะดวกรวดเร็วในการผ่านด่านเพียงครั้งเดียว การเชื่อมโยงเขตปกครองที่แตกต่างกันเช่นนี้ ไม่สามารถเกิดขึ้นได้เพียงแค่การสร้างสะพานเชื่อมโยงทางกายภาพ (hardware) แต่จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงและจัดตั้งกลไกในการดาเนินการ (software) ขึ้นมากมายเพื่อรองรับการข้ามพรมแดนของคนและสินค้าได้อย่างปลอดภัย มีประสิทธิภาพ การจัดระบบการขนส่งและอานวยความสะดวกในหลากหลายรูปแบบเช่นนี้ ย่อมสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงต่อวิถีชีวิตผู้คน และย่อมสะท้อนให้เห็นความสาคัญของเป้าหมายการบูรณาการทางสังคมและเศรษฐกิจในพื้นที่ GBA ต่อรัฐบาลจีน

“เข็มขัดทางเศรษฐกิจ” ยกระดับเศรษฐกิจเมืองรอบข้าง

โครงการสะพาน HZMB มีบทบาทสาคัญในการพัฒนาและปรับปรุงโครงสร้างอุตสาหกรรมในพื้นที่ GBA การเชื่อมโยงทางคมนาคมจะทาหน้าที่เสมือนเข็มขัดทางเศรษฐกิจ (Economic Belt) ที่จะกระชับและผนึกพลังอุตสาหกรรมการเงินและการบริการของฮ่องกง อุตสาหกรรมบันเทิงของมาเก๊า และอุตสาหกรรมการผลิต ของมณฑลกวางตุ้งเข้าด้วยกัน เพิ่มความแข็งแกร่งให้โครงการ GBA ให้บรรลุเป้าหมายการเป็นวงแหวนเศรษฐกิจ ขับเคลื่อนนวัตกรรมและเศรษฐกิจให้กับประเทศ ไม่แพ้อ่าวระดับโลก เช่น อ่าวซานฟรานซิสโก โตเกียว และมหานครนิวยอร์ก และย่อมจะดึงดูดการพัฒนาทางเศรษฐกิจให้กระจายสู่จีนแผ่นดินใหญ่ เมืองจูไห่ มณฑลกวางตุ้ง เป็นด่านแรกที่จะได้รับประโยชน์โดยตรงจากโครงการสะพานแห่งนี้ เพราะนอกจากสะพานจะนามาซึ่งประโยชน์ทางเศรษฐกิจ การลงทุน อุตสาหกรรมการบริการและการท่องเที่ยวให้แก่เมืองจูไห่โดยรวมแล้ว สะพานยังจะเพิ่มบทบาทสาคัญให้เขตการค้าเสรี “เหิงฉิน” ในการขับเคลื่อนและส่งเสริมความร่วมมือระหว่างจีนกับฮ่องกงและมาเก๊าให้เปิดกว้างยิ่งขึ้น โดยตั้งแต่เดือนมีนาคม 2560 มีบริษัทฮ่องกงและมาเก๊าเข้า มาจดทะเบียนในเขตการค้าเสรีเหิงฉินแล้วกว่า 1,360 บริษัท (บริษัทมาเก๊า 793 บริษัท และฮ่องกง 567 บริษัท)

การเปิดให้บริการของสะพานจะเชื่อมต่อเมืองต่าง ๆ ในสามเหลี่ยมปากแม่น้าด้านตะวันตกและตะวันออก ของมณฑลกวางตุ้ง ให้เข้ากับฮ่องกงและมาเก๊าอย่างแนบแน่น และก่อประโยชน์ด้านคมนาคมขนส่งและโลจิสติกส์ที่รวดเร็วยิ่งขึ้น สะพานจะเป็นทางลัดสู่การพัฒนาเมืองชายฝั่งตะวันตกของมณฑลกวางตุ้ง ระยะทางระหว่างเมืองในเขตสามเหลี่ยมปากแม่น้ากับฮ่องกงย่นระยะลงเหลือเพียงร้อยละ 1 สามารถทาให้มูลค่าอุตสาหกรรมการผลิต การลงทุนในอุตสาหกรรมบริการของต่างชาติในพื้นที่เพิ่มถึงร้อยละ 0.12-0.17 นอกจากนี้ ยังคาดว่าสะพานสามารถเพิ่มมูลค่า GDP ของเมืองฝั่งตะวันตกฯ ได้มากถึง 60,000 - 100,000 ล้านหยวน

 

“วงจรชีวิตใน 1 ชั่วโมง” : วิถีชีวิตข้ามพรมแดนของคนรุ่นใหม่

นัยสาคัญของสะพานต่อวิถีชีวิตของประชาชนที่กาลังถูกกล่าวถึงอย่างแพร่หลาย คือ “วงจรชีวิตใน 1 ชั่วโมง" หรือ “One-Hour Living Circle” อันจะเกิดขึ้นในพื้นที่ GBA ได้แก่การที่ผู้คนจะสามารถเดินทางไป/กลับระหว่างจีนแผ่นดินใหญ่และฮ่องกง/มาเก๊าได้ภายใน ๑ ชั่วโมง ซึ่งหมายความว่า ประชาชนในพื้นที่ซึ่งเคยถูกแบ่งกั้นด้วยการแบ่งเขตการปกครอง จะสามารถไปมาหาสู่ ทางาน เรียนหนังสือ หรือทากิจกรรมอื่น ๆ แล้วกลับบ้านได้แม้คาบเกี่ยวพื้นที่มากกว่า ๑ เขตฯ

แนวคิดเรื่อง “วงจรชีวิตใน ๑ ชั่วโมง” นี้อาจฟังดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่หากคนในพื้นที่สามารถมีวิถีชีวิตคาบเกี่ยวระหว่างมณฑลกวางตุ้งและฮ่องกง/มาเก๊าในชีวิตประจาวันได้จริง ก็ถือว่าสะพานแห่งนี้สร้างพลวัตรที่สาคัญใน การสร้างความกลมเกลียวในระดับรากหญ้า ระหว่างคนจีนแผ่นดินใหญ่ และคนฮ่องกง/มาเก๊า ซึ่งเป็นปณิธานสาคัญของการปกครอง “หนึ่งประเทศ สองระบบ” และจะสร้างวิสัยทัศน์และโอกาสทางธุรกิจให้คนรุ่นใหม่ เปิดโอกาสให้ประชาชนในเขต GBA โดยรวมให้มีโอกาสด้านวิชาชีพและการใช้ชีวิตหลากหลายยิ่งขึ้น

 โครงการต่อยอดในอนาคต : ขยายเครือข่ายคมนาคมเชื่อมโยงมณฑลกวางตุ้ง

นายหลิว เสี่ยวตง หัวหน้าผู้ออกแบบสะพาน HZMB เห็นว่าเป้าหมายสาคัญของการสร้างสะพาน HZMB มิใช่ การเพิ่มปริมาณการคมนาคมขนส่งทางถนน แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาโครงสร้างอุตสาหกรรมอื่น ๆ ในพื้นที่ GBA ที่จะตามมา ปัจจุบัน รัฐบาลมีแผนการสร้างสะพานข้ามทะเลเชื่อมเมืองในพื้นที่สามเหลี่ยมปากแม่น้าจูเจียงกว่า 5 แห่งภายในปี 2578 เช่น โครงการสะพานเซินเจิ้น-จงซาน ซึ่งเริ่มก่อสร้างเมื่อเดือนพฤษภาคม 2559 โดยใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี ข้อมูลทางทะเล และประสบการณ์จากการสร้างสะพาน HZMB โดยตรง

(สะพานเซินเจิ้น-จงซาน ออกแบบด้วยแนวคิดคล้ายกับสะพาน HZMB มีความยาวรวม 51 กิโลเมตร วางแผนก่อสร้างเสร็จสิ้นในปี 2567 คาดว่าจะใช้งบประมาณกว่า 4,830 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)

ข้อสังเกตต่อไทยในพื้นที่ GBA: โอกาสและความท้าทาย

ความเป็นมาของโครงการสะพาน HMZB แห่งนี้ แสดงให้เห็นปณิธานอันแรงกล้าของจีนในการอัดฉีดการพัฒนาทางเศรษฐกิจภายใต้กรอบ “หนึ่งประเทศ สองระบบ” และแสดงให้เห็นความต่อเนื่อง/สม่าเสมอในการวางนโยบายของรัฐบาล โดยเฉพาะแผนการพัฒนาพื้นที่ GBA และการส่งเสริมความเชื่อมโยงเครือข่ายคมนาคม ซึ่งจีนหวังสร้างพลวัตรที่จะให้เกิดการพัฒนาทางเศรษฐกิจ เพิ่มการลงทุน ยกระดับคุณภาพชีวิต และลดความเหลื่อมล้าทางเศรษฐกิจด้วยการเพิ่มโอกาสให้คนในพื้นที่ โดยในขณะเดียวกัน ก็มุ่งหมายให้การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในเขตปกครองพิเศษฮ่องกงและมาเก๊าหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับจีนแผ่นดินใหญ่ โดยมีมณฑลกวางตุ้งเป็นประตูหน้าด่าน พื้นที่ GBA ประกอบด้วย ฮ่องกง มาเก๊า และเมืองในพื้นที่สามเหลี่ยมปากแม่น้าจูเจียง ของมณฑลกวางตุ้ง จานวน 9 เมือง ได้แก่ นครกว่างโจว เมืองเซินเจิ้น เมืองจูไห่ เมืองฝอซาน เมืองหุ้ยโจว เมืองตงกวน เมืองจงซาน เมืองเจียงเหมิน เมืองจ้าวชิ่ง ฮ่องกงและมาเก๊า ครอบคลุมพื้นที่กว่า 56,500 ตารางกิโลเมตร เป็นที่อยู่อาศัยของประชากรราว 68 ล้านคน และมี GDP รวมกันกว่า 1.36 ล้านล้านหยวนหรือคิดเป็นร้อยละ 12 ของ GDP ทั้งหมดของจีน โดยคาดว่าจะขยายตัวเท่ากับ 4.6 ล้านล้านในปี 2573

ในด้านหนึ่ง หากสะพานสามารถสร้างความเชื่อมโยง และหลอมรวมผู้คนได้ตามที่รัฐบาลจีนมุ่งหวัง พื้นที่ GBA ก็จะเป็น ๑ ตลาดขนาดมหึมา โดยมีกลุ่มผู้บริโภคเป้าหมายของไทย ที่คาดว่าจะยิ่งทวีกาลังซื้อ และความต้องการการบริโภคสูงขึ้นกว่าเดิม เชื่อกันว่า ผู้บริโภคในจีนตอนใต้โดยเฉพาะฮ่องกง มาเก๊าและกวางตุ้ง มีลักษณะนิสัยให้ความสาคัญกับการบริโภคเป็นพิเศษ ยอมจ่ายมากขึ้นเพื่อสิ่งที่ดีกว่า และปัจจุบันสินค้าอาหารไทยก็ได้รับความนิยม เป็นที่รู้จักของผู้บริโภคในแถบนี้เป็นอย่างดีอยู่แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้าวหอมมะลิและทุเรียน ดังนั้น เมื่อเศรษฐกิจ ดีขึ้น ประชาชนได้เปิดโลกทัศน์กว้างขึ้น ตลาดก็อาจมีแนวโน้มที่จะต้องการเพิ่มขึ้น สาหรับผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูงที่ชาวจีนนิยมอยู่แล้ว หรือผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่กาลังได้รับความสนใจในตลาดสากล เช่น ผลิตภัณฑ์จากรังนก อาหารออร์แกนิค อาหารแคลเลอรี่ต่า และอาหารคุณค่าทางโภชนาการสูง (Super Food) ซึ่งล้วนเป็นผลิตภัณฑ์ที่ประเทศไทยมีภาพลักษณ์ที่ดี และมีศักยภาพในการผลิต นอกจากนี้ พื้นที่ GBA ก็อาจเป็นประตูเข้าสู่ตลาดจีนโดยรวม อย่างไรก็ดี เหรียญย่อมมีสองด้าน ... ในอีกด้านหนึ่งย่อมหมายถึงการแข่งขันที่ดุเดือดขึ้น แม้จะไม่มีสะพาน HZMB ผู้ประกอบการไทยก็ต้องแข่งขันชิงพื้นที่ในตลาดจีนจากทั่วโลกและพื้นที่อื่น ๆ ในจีนอยู่แล้ว ฮ่องกงเองก็เป็นจุดหมายที่ได้รับความนิยมอย่างสูงจากนักท่องเที่ยวชาวจีนมาตลอด มาตอนนี้ หากไทยต้องการโอกาสจากตลาด GBA และจีนแผ่นดินใหญ่โดยรวม ก็ย่อมมีความท้าทายมากกว่าเดิม ความเชื่อมโยงทางคมนาคมและสังคมย่อมเป็นปัจจัยสาคัญที่การท่องเที่ยว การผลิต การบริโภค และการลงทุนอื่น ๆ จะวนเวียนอยู่ในตลาดGBA และส่วนอื่น ๆ ของจีนแผ่นดินใหญ่เอง เห็นได้จากจานวนนักท่องเที่ยวจีนที่หลั่งไหลเข้าสู่ฮ่องกงและมาเก๊าอย่างคับคั่งนับตั้งแต่เปิดสะพานฯ การทุ่มเทงบประมาณและเทคโนโลยีจนสามารถสร้างสะพานข้ามทะเลที่ยาวที่สุดในโลก ยังแสดงให้เห็นศักยภาพและความพร้อมของจีน ในการจัดทาโครงการระดับ megaproject ของโลก ซึ่งคงจะมีโครงการอื่น ๆ ติดตามมาให้เห็นกันอีกในอนาคต คาดหมายได้ว่าตลาด GBA และจีนโดยรวมจะยังคงเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และต่อเนื่อง ช่องว่างทางตลาดเกิดขึ้นใหม่ตลอดเวลา ตัวอย่างสาคัญได้แก่ ตลาดการท่องเที่ยวภายในประเทศย่อมหมายถึงพื้นที่สาหรับบริการและผลิตภัณฑ์สาหรับนักท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็น สปา โรงแรม และอาหารซึ่งมีผู้ประกอบการไทยได้ลองเข้ามา และพิสูจน์ความสาเร็จมาแล้ว

กุญแจแห่งความสาเร็จของไทยจึงย่อมเป็นการปรับตัว และค้นหาโอกาสใหม่ ๆ ในตลาดแห่งนี้นั่นเอง

  
จัดทำโดย นายสรศักดิ์ บุญรอด เรียบเรียงโดย นางสาวอินทุอร กาญจนกุญชร
แหล่งข้อมูล : แหล่งข้อมูล อาทิ World's longest cross-sea bridge opens, integrating China's Greater Bay Area: https://www.hzmb.gov.hk, HK-Zhuhai-Macao Bridge to be officially open next week: https://mp.weixin.qq.com/s/Zd3QtlSFWx 7NGoCNubyPdQ, HK-Zhuhai-Macao Bridge to be officially open Oct.24: https://mp.weixin.qq.com/s/1kB2z-ppeQ828L5CLEGaMw, Mega bridge will boost Greater Bay Area: https://mp.weixin.qq.com/s/n0dIFxUqDE57 UYVjR54pgA, HK-Zhuhai-Macao Bridge opens to traffic: https://mp.weixin.qq.com/s/_rGCeF20FNyXTpEDLlFmpg, Take it !TIPS for crossing the HZMB: https://mp.weixin.qq.com/s/H_PE3SNbSlhi8vsJZ4XgJw, Eight things you need to know about Hong Kong-Zhuhai-Macao Bridge: http://www.chinadaily.com.cn/a/201810/23/WS5bceca5 6a310eff3032840c0_8.html, 香港跨境巴士业界看好港珠澳大桥机遇:“行业将飞跃式发展”大湾区“1小时生活圈” 珠江口西岸城市迎来大机遇http://www.xinhuanet.com/politics/2018-10/29/c_1123625527.htm

มณฑลกวางตุ้ง / ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ นครกว่างโจว


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน