*/
  • อาคม
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : akoms2001@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-15
  • จำนวนเรื่อง : 3323
  • จำนวนผู้ชม : 5255779
  • จำนวนผู้โหวต : 1218
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1218 คน
Shelldon2

การแสดงเชลล์ดอนที่สยาม โอเชี่ยน เวิล์ด

View All
<< ตุลาคม 2019 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


คุณคิดว่าจังหวัดเชียงใหม่มีเสน่ห์และจุดขายที่ไหน
อุปนิสัยของคนเชียงใหม่
41 คน
ประวัติศาสตร์
18 คน
วัฒนธรรม
56 คน
สิ่งแวดล้อม-บรรยากาศ
136 คน
แหล่งธรรมชาติ
23 คน
แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
4 คน
แหล่งบันเทิง
7 คน

  โหวต 285 คน
วันพฤหัสบดี ที่ 3 ตุลาคม 2562
Posted by อาคม , ผู้อ่าน : 306 , 22:32:41 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน wullopp โหวตเรื่องนี้

การประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ครั้งที่ 9/2562 วันจันทร์ที่ 30 กันยายน 2562 โดยมีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล ได้พิจารณา และรับทราบความคืบหน้าขั้นตอนการดำเนินงานโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) โดยมีรายละเอียดที่สำคัญ ดังนี้

1. การให้บริการแบบเบ็ดเสร็จ EEC – OSS
กพอ. เห็นชอบ ระบบการใช้บริการเบ็ดเสร็จ EEC – OSS โดย สกพอ.ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางบริการรับคำขออนุมัติ อนุญาต และประสานหน่วยงานเจ้าของกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้ง 8 ฉบับกำหนดในมาตรา 43 ของ พ.ร.บ. EEC จาก 6 หน่วยงาน ได้แก่ กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมโรงงานอุตสาหกรรม กรมอนามัย กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมที่ดิน และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง

2. แนวทางการพัฒนาบุคลากรใน EEC
สกพอ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขับเคลื่อนสู่การพัฒนาบุคลากรและการศึกษายุคใหม่ เพื่อนำไปสู่การตอบสนอง “งานที่ต้องการบุคลากรและการพัฒนาประเทศ” ตามหลัก demand driven อย่างแท้จริง โดยมีข้อเสนอปรับโครงสร้างการจัดการการศึกษา การเรียนรู้จากด้าน “อุปทาน” สู่ “อุปสงค์” เพื่อตอบโจทย์การมีงานทำมีรายได้ดี ซึ่งกำหนดแนวทางการผลิตกำลังคนคุณภาพเพื่อตอบอุตสาหกรรมเป้าหมาย 3 แนวทาง
• New Skill : ปรับปรุงรูปแบบการเรียนการสอน ครูผู้สอน และใช้เครื่องมือในการสอนตรงตามความต้องการใช้งานจริงในภาคอุตสาหกรรมสำหรับนักศึกษาและคนรุ่นใหม่
• Up Skill : เพิ่มทักษะให้บุคลากรในอาชีพให้ก้าวทันเทคโนโลยี สอนตรงตามความต้องการใช้งานจริง
• Re Skill : อบรมหลักสูตรระยะสั้น 6-12 เดือน เพื่อพัฒนากลุ่มคนที่ทำงานไม่ตรงสาขาที่จบ หรือขาดประสบการณ์ตรง หรือคนตกงาน

3. (ร่าง) ระเบียบคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ว่าด้วยกองทุนพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. ...
จากมติ ครม. เมื่อวันที่ 3 ก.ย. 2562 ซึ่งได้รับทราบ (ร่าง) ระเบียบคณะกรรมการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ว่าด้วยกองทุนพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. ... ตามที่ สกพอ.เสนอ และให้แก้ไขปรับปรุงการออกร่างระเบียบฯ ดังกล่าว ตามข้อสังเกตของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฏีกา (สคก.) และรับความเห็นจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) สำนักงบประมาณ (สงป.) และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ทั้งนี้ สกพอ. จะได้ดำเนินการแก้ไขปรับปรุง (ร่าง) ระเบียบฯ ดังกล่าว ตามความเห็นจากหน่วยงานต่าง

4. แผนผังการใช้ประโยชน์ที่ดิน และแผนผังการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภค เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. ...
กพอ. มีมติเห็นชอบ เมื่อวันที่ 5 สค. 2562 ในการประชุม ฯ ครั้งนี้ กรมโยธาธิการและผังเมือง ได้จัดทำ รายการประกอบแผนผังท้าย (ร่าง) ประกาศ 5 รายการ ได้แก่
(1) รายการประกอบแผนผังการใช้ประโยชน์ในที่ดิน
(2) รายการประกอบแผนผังระบบสาธารณูปโภค ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และระบบการควบคุมและขจัดมลภาวะ
(3) รายการประกอบแผนผังระบบคมนาคมและขนส่ง
(4) รายการประกอบแผนผังระบบบริหารจัดการน้ำ
(5) รายการประกอบแผนผังระบบป้องกันอุบัติภัย
อย่างก็ตาม การจัดทำแผนผัง EEC นอกจากจะมีการรับฟังความเห็นจากผู้นำในจังหวัด ผู้แทนในระดับจังหวัด อำเภอ ท้องถิ่นและชุมชน กลุ่มเฉพาะต่างๆ จำนวน 40 ครั้ง โดยประชุมแบบทางการ 25 ครั้งและไม่เป็นทางการ 15 ครั้ง

5. ความก้าวหน้าโครงการ EEC Project List ที่สำคัญ ๆ
1.โครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3
สัญญาร่วมทุนผ่าน ครม. เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2562 และการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) จะเสนอขอขยายเขตนิคมอุตสาหกรรมเข้าครม. ในวันที่ 1 ตุลาคม 2562 โดยเอกชนพร้อมลงนาม
2.โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา และเมืองการบินภาคตะวันออก
ศาลปกครองเห็นตาม คณะกรรมการคัดเลือก และ มติอุทธรณ์ของ กพอ. ไม่รับเอกสาร 2 กล่อง (กล่องข้อเสนอแผนธุรกิจ และกล่องข้อเสนอผลตอบแทนทางการเงิน) ของกลุ่มกิจการร่วมค้าธนโฮลดิ้ง ซึ่งบริษัท ฯ ได้ไปยื่นคำร้องกับศาลปกครองสูงสุด เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2562
อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการคัดเลือกจะดำเนินการต่อโดยกำหนดพิจารณาเอกสารทางเทคนิคให้จบภายในวันที่ 9 ตุลาคม 2562 และเปิดซองการเงิน เพื่อหาผู้เข้าเจรจาสัญญา ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนตุลาคม 2562


3.โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน
กพอ.รับทราบ การวางกำหนดการส่งมอบที่ดินให้แล้วเสร็จโดยเร็ว คือ ส่งมอบที่ดิน 72% ภายใน 1 ปี หลังลงนามในสัญญาร่วมลงทุน เพื่อให้เอกชนเริ่มก่อสร้างโครงการและเห็นชอบให้กระทรวงพลังงานเร่งรัดการรื้อย้ายท่อก๊าซยาว 12 กม. ยกเสาส่งไฟฟ้าแรงสูง 16 จุด กระทรวงมหาดไทย เร่งรัด ย้ายท่อระบายน้ำขนาดใหญ่ 4 จุด ย้ายเสาส่งไฟฟ้าแรงสูงยาว 14 กม. ยกเสาส่งไฟฟ้าแรงสูง 39 จุด ย้ายท่อประปาขนาดใหญ่ยาว 2 กม. และกระทรวงคมนาคม โดยรฟท. ใช้สิทธิ์เร่งรัดให้ย้ายท่อน้ำมันของบริษัทเอกชน ระยะทาง 44 กม. รวมทั้ง เร่งรัด พรฎ. เวนคืนที่ดิน พ.ศ. ... ซึ่งจะทำให้การส่งมอบพื้นที่โครงการเป็นไปตามแผนงาน และโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จได้ตามเป้าหมาย
4. โครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ท่าเทียบเรือ F
ศาลปกครอง มีมติให้ คำพิพากษา
1. ให้ถอนฟ้องคำสั่งของคณะกรรมการคัดเลือกฯ ที่ให้กิจการร่วมค้าเอ็นซีพี ไม่ผ่านการประเมินในซองที่ 2
2. ให้การเพิกถอนคำสั่งดังกล่าว มีผลตั้งแต่วันที่ คณะกรรมการคัดเลือก ฯ มีคำสั่ง และให้มีผลต่อไป จนกว่า มีคำพิพากษาของศาล ถึงที่สุด
3. ให้ยกฟ้อง ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 (กพอ.) และผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 (คณะอนุกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ ฯ)
4. คณะกรรมการคัดเลือก ฯ จะเร่งดำเนินการต่อไป


ล่าสุดเมื่อวันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และนายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ร่วมเป็นสักขีพยาน ในพิธีการลงนามสัญญาร่วมลงทุนโครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุดระยะที่ 3 (ช่วงที่ 1) ระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP Net Cost) โครงการแรกจาก 5 โครงการ EEC Project List โดยมี นางสาวสมจิณณ์ พิลึก ผู้ว่าการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย นายรัฐพล ชื่นสมจิตต์ และหม่อมหลวงปีกทอง ทองใหญ่ บริษัท กัลฟ์ เอ็มทีพี แอลเอ็นจี เทอร์มินอล จำกัด ร่วมลงนามในสัญญาดังกล่าว ณ ห้องประชุมชุณหะวัณ กระทรวงอุตสาหกรรม โดยคาดว่าโครงการจะดำเนินการแล้วเสร็จตามเป้าหมายในปี 2568

นางโสรดา เลิศอาภาจิตร์ รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยยอดการจดทะเบียนธุรกิจเดือนสิงหาคม 2562 มีผู้ประกอบธุรกิจยื่นขอจดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วนบริษัทใหม่ทั่วประเทศ จำนวน 5,973 ราย เทียบกับเดือนกรกฎาคม 62 ที่ผ่านมา ลดลง 8% และลดลง 7% จากช่วงเดียวกันของปี 2561 โดยธุรกิจที่จัดตั้งใหม่สูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจภัตตาคารและร้านอาหาร มีทุนธุรกิจจัดตั้งใหม่ 17,172 ล้านบาท ลดลง 25% จากเดือนก่อนหน้า และลดลง 26% จากปีก่อน
 
ขณะที่ ธุรกิจเลิกกิจการในเดือนสิงหาคม 62 มีจำนวน 1,755 ราย เพิ่มขึ้น 10% จากเดือนก่อนหน้า แต่ลดลง 1% จากปีก่อน ธุรกิจที่เลิกสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป, ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจภัตตาคารและร้านอาหาร โดยทุนจดทะเบียนเลิกมีจำนวน 28,933 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 250% จากกรกฎาคม 62 และเพิ่มขึ้น 180% จากปีก่อน

ส่งผลให้ยอดรวมธุรกิจจัดตั้งใหม่สะสมช่วง 8 เดือนของปี 62 (ม.ค.-ส.ค.) มีจำนวน 50,654 ราย เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เพิ่มขึ้น 1% มีทุนจดทะเบียนตั้งใหม่รวม 157,794 ล้านบาท ลดลง 18% และยอดธุรกิจเลิกกิจการรวม 10,016 ราย เพิ่มขึ้น 3% มีทุนจดทะเบียนเลิกรวม 59,548 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7%

นางโสรดา กล่าวว่า แนวโน้มการจดทะเบียนตั้งธุรกิจใหม่จะขยายตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องตามแรงกระตุ้นของรัฐบาล ทั้งการส่งเสริมการท่องเที่ยว การขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระดับฐานราก การส่งเสริมการลงทุน โดยเฉพาะการตั้งบริษัทใหม่ในเมืองรอง เพื่อรองรับการขยายตัวของเศรษฐกิจ โดยธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป ธุรกิจขนส่งสินค้าและคน และธุรกิจขายปลีก น่าจะเติบโตได้ดี สอดคล้องกับผลสำรวจของกรมฯ ที่พบว่าการตั้งธุรกิจใหม่เริ่มขยายตัวจากพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล พื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ไปสู่เมืองรองมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การตั้งธุรกิจใหม่จะเริ่มลดลงในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 62 (ต.ค.-ธ.ค.) เพราะไม่อยากจัดส่งงบการเงิน แต่ยังเชื่อว่ายอดจดตั้งใหม่ทั้งปีจะอยู่ในระดับ 7.2 - 7.6 หมื่นราย

ส่วนการลงทุนประกอบธุรกิจในไทยเดือนสิงหาคม 62 พบว่า มีการอนุญาตให้คนต่างชาติประกอบธุรกิจทั้งสิ้น 49 ราย ลดลง 23% จากเดือนกรกฎาคม 62 แต่มีเม็ดเงินลงทุน 18,870 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 74% จากเดือนก่อนหน้า นักลงทุนที่เข้ามาลงทุนในไทยมากที่สุด ได้แก่ ญี่ปุ่น 16 ราย เงินลงทุนกว่า 10,539 ล้านบาท รองลงมาได้แก่ เยอรมัน 6 ราย เงินลงทุน 54 ล้านบาท และสิงคโปร์ 5 ราย เงินลงทุน 185 ล้านบาท

อ่านบทความฉบับเต็มที่ :
https://www.eeco.or.th/pr/news/KeyProjectsUpdate



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน