*/
  • อาคม
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : akoms2001@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-15
  • จำนวนเรื่อง : 3416
  • จำนวนผู้ชม : 5313466
  • จำนวนผู้โหวต : 1218
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1218 คน
Shelldon2

การแสดงเชลล์ดอนที่สยาม โอเชี่ยน เวิล์ด

View All
<< มกราคม 2020 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


คุณคิดว่าจังหวัดเชียงใหม่มีเสน่ห์และจุดขายที่ไหน
อุปนิสัยของคนเชียงใหม่
41 คน
ประวัติศาสตร์
18 คน
วัฒนธรรม
56 คน
สิ่งแวดล้อม-บรรยากาศ
136 คน
แหล่งธรรมชาติ
23 คน
แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
4 คน
แหล่งบันเทิง
7 คน

  โหวต 285 คน
วันศุกร์ ที่ 17 มกราคม 2563
Posted by อาคม , ผู้อ่าน : 318 , 11:26:42 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สานักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย หรือซีเอเอที (CAAT) กางแผน ยุทธศาสตร์เชิงรุก เน้นส่งเสริม และพัฒนาอุตสาหกรรมการบินพลเรือนในทุกมิติ ขับเคลื่อนการบินพลเรือนของไทย และองค์กร พร้อมเผยแผนการดาเนินงานปีพ.ศ. 2563 เน้นงานด้านกากับดูแลการบินพลเรือน และด้านส่งเสริมอุตสาหกรรมการบินใน 3 ส่วน ได้แก่ 1) การยกระดับมาตรฐานด้านความปลอดภัยที่มีอยู่ในปัจจุบัน และ การเตรียมการสาหรับมาตรฐานใหม่ในอนาคต อาทิ การใช้อากาศยานไร้คนขับ (Drone) การให้บริการด้านการแพทย์ฉุกเฉินด้วยเฮลิคอปเตอร์ (Helicopter Emergency Medical Service: HEMS) 2) การกากับดูแลด้านเศรษฐกิจ และ3) การเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ผู้ประกอบการตลอดห่วงโซ่อุปทานของการบินของไทยให้สามารถแข่งขันได้ทั้งในด้านมาตรฐาน คุณภาพการให้บริการ องค์ความรู้ และการเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มั่นใจแผนงานดังกล่าวจะช่วยยกระดับอุตสาหกรรมการบินได้ตามวิสัยทัศน์ “มาตรฐานสู่ความยั่งยืน: Standard toward Sustainability”

นายจุฬา สุขมานพ ผู้อานวยการสานักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “สานักงานการบินพลเรือน แห่งประเทศไทย หรือซีเอเอที (CAAT) คือ หน่วยงานของรัฐที่ไม่เป็นส่วนราชการ หรือรัฐวิสาหกิจ ขึ้นตรงกับรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงคมนาคม จัดตั้งขึ้นเพื่อกากับ ดูแล ควบคุม ส่งเสริม และพัฒนากิจการการบินพลเรือนของไทย ครอบคลุมถึง การดาเนินการที่เกี่ยวข้องกับการบินพลเรือน อุตสาหกรรมการบิน และการขนส่งทางอากาศ เพื่อให้ผู้ประกอบการ ในอุตสาหกรรมสามารถเติบโตได้อย่างเข้มแข็ง และขยายขีดความสามารถในการแข่งขันกับนานาประเทศภายใต้มาตรฐานด้านความปลอดภัย การรักษาความปลอดภัย และการอานวยความสะดวกทางการบินในระดับสากล ดาเนินงานภายใต้วิสัยทัศน์ “มาตรฐานสู่ความยั่งยืน: Standard toward Sustainability” มุ่งขับเคลื่อนการบินพลเรือนของไทย และองค์กร สู่ความยั่งยืนครอบคลุมทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม”

สาหรับภาพรวมการขนส่งทางอากาศของประเทศไทยในปีที่ผ่านมา คาดการณ์ว่าสถิติการขนส่งผู้โดยสารในปี พ.ศ. 2562 จะมีจานวนผู้โดยสารทั้งหมด 165.11 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.2 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แบ่งเป็นผู้โดยสารภายในประเทศ จานวน 76.20 ล้านคน ลดลงร้อยละ 3.1 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และผู้โดยสารระหว่างประเทศ จานวน 88.91 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าร้อยละ 7.3 โดยจากสถิติดังกล่าวจะเห็นได้ว่าคนไทยนิยมเดินทางออกนอกประเทศ เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวที่ถูกลงจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ประกอบกับในช่วงครึ่งปีหลังเป็นช่วงเทศกาล ทาให้จานวนผู้โดยสารที่เดินทางระหว่างประเทศเพิ่มมากขึ้นจากการเดินทางท่องเที่ยวในช่วงปลายปี ส่วนภาพรวมอุตสาหกรรมสายการบินของประเทศไทยในช่วงครึ่งปีแรกของปี พ.ศ. 2562 มีสายการบินที่ได้รับใบรับรองผู้ดาเนินการเดินอากาศ (Air Operator Certification : AOC) เพิ่มขึ้น 2 ราย จากเดิม 23 ราย ส่วนจานวนผู้ถือใบอนุญาตประกอบกิจการการค้าขายการเดินอากาศ (Air Operator License : AOL) เพิ่มขึ้น 3 ราย จากเดิม 40 ราย

นายจุฬา กล่าวต่อว่า “จากตัวเลขสถิติที่ได้กล่าวมาข้างต้นจะเห็นได้ว่าภาพรวมของอุตสาหกรรมการบินในประเทศไทยนั้น มีภาวะการเติบโตแบบชะลอตัวเช่นเดียวกับอุตสาหกรรมการบินทั่วโลก โดยสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) ระบุถึงปัจจัยที่กาลังฉุดรั้งการเติบโตของอุตสาหกรรมสายการบินโลกว่ามีหลายองค์ประกอบเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น ราคาเชื้อเพลิง ในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น ค่าจ้างบุคลากรที่สูงขึ้น เป็นต้น ด้วยเหตุนี้การยกระดับมาตรฐานต่างๆ ให้ทันกับการเปลี่ยนแปลง ที่เกิดขึ้นรวมถึงการผลักดันการพัฒนาการบินพลเรือนให้มีความยั่งยืนในทุกๆ ด้านจึงเป็นสิ่งสาคัญ ซีเอเอทีจึงได้วางยุทธศาสตร์เชิงรุกปี พ.ศ. 2562-2565 เพื่อให้ทิศทางและการปฏิบัติงานขององค์กรสอดคล้องกับกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลก ตลอดจนสามารถขับเคลื่อนการกากับดูแลให้การบินพลเรือนของไทยเป็นไปอย่างปลอดภัยและมีคุณภาพในระดับสากล ส่งเสริมให้อุตสาหกรรมการบินมีการเติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ”

ยุทธศาสต์เชิงรุกปีพ.ศ. 2562-2565

  • ยุทธศาสตร์ที่ 1 จัดให้มีและพัฒนาระบบการกากับดูแลให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล พร้อมรับการตรวจประเมิน และยกระดับมาตรฐานให้สองคล้องกับ ICAO
  • ยุทธศาสตร์ที่ 2 การนากลไกการกากับดูแลไปบังคับใช้อย่างต่อเนื่องทั้งในด้านการออกใบอนุญาต การตรวจติดตามมาตรฐาน การกากับดูแลด้านเศรษฐกิจ และการบังคับใช้กฎหมายและกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด
  • ยุทธศาสตร์ที่ 3 ส่งเสริม และพัฒนาอุตสาหกรรมการบินที่ยั่งยืนทั้งในด้านความสามารถในการแข่งขัน ความเป็นมิตร ต่อสิ่งแวดล้อม และคุณภาพการให้บริการของผู้ประกอบการไทย
  • ยุทธศาสตร์ที่ 4 เสริมสร้างความเข้มแข็ง และความยั่งยืนขององค์กร ด้วยการเป็นองค์กรที่มีธรรมภิบาล บริหารทรัพยากรบุคคลให้ตรงตามความต้องการขององค์กร มีคุณภาพชีวิตที่ดี และพัฒนามาตรฐานการปฏิบัติงาน ให้มีความเป็นสากล
  • ยุทธศาสตร์ที่ 5 เป็นศูนย์กลางข้อมูล และองค์ความรู้ด้านการบินเพื่อสนับสนุนการวิจัยพัฒนา และนวัตกรรม

“และเพื่อเป็นการดาเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์ดังกล่าว ภายใต้วิสัยทัศน์ “มาตรฐานสู่ความยั่งยืน: Standard toward Sustainability” ในปี พ.ศ. 2563 นี้ ซีเอเอทีจึงได้มีการยกระดับการดาเนินงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นทั้งภายใน และภายนอกองค์กร สาหรับงานภายในองค์กร ซีเอเอทีมุ่งเสริมสร้างความเข้มแข็ง และความยั่งยืนขององค์กรด้วยการสร้างค่านิยมหลักภายในองค์กร (Core Value) เพื่อให้บุคลากรยึดมั่นเพื่อเป็นแนวทางการดาเนินงานที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยค่านิยมหลักของซีเอเอทีประกอบด้วย การพัฒนาผลงานอย่างต่อเนื่อง (Continuous Improvement) ความหนักแน่นที่จะทาในสิ่งที่ถูกต้อง (Integrity) ความรับผิดชอบต่อหน้าที่ (Accountability) การทางานร่วมกันเป็นทีม (Teamwork) ความเคารพซึ่งกันและกัน (Respect) และความไว้เนื้อเชื่อใจ (Trust)”

“ในส่วนของงานภายนอกองค์กรซีเอเอทีจะมุ่งเน้นงานด้านกากับดูแลการบินพลเรือน และด้านส่งเสริมอุตสาหกรรมการบิน โดยจะประกอบด้วย 3 ส่วนด้วยกัน ได้แก่ 1) การยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในอนาคต อาทิ การใช้อากาศยาน ไร้คนขับ (Drone) การให้บริการด้านการแพทย์ฉุกเฉินด้วยเฮลิคอปเตอร์ (Helicopter Emergency Medical Service: HEMS)

รวมทั้งการเตรียมความพร้อมให้ผู้ประกอบการเกี่ยวกับการรับรองสถาบันฝึกอบรมด้านการบิน และแผนนิรภัยการบิน หรือการบริหารความปลอดภัยด้านการบิน 2) การกากับดูแลด้านเศรษฐกิจ เป็นการสร้างความเข้าใจให้กับผู้ประกอบการ สายการบิน เกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ และอานาจของซีเอเอทีในการกากับดูแลทางเศรษฐกิจตามพระราชบัญญัติการเดินอากาศฉบับใหม่ และ 3) การเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ผู้ประกอบการตลอดห่วงโซ่อุปทานของการบินของไทยให้สามารถแข่งขันได้ทั้งในด้านมาตรฐาน คุณภาพการให้บริการ องค์ความรู้ และการเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อาทิ การตรวจรับรองมาตรฐานผู้ประกอบการการซ่อมบารุงและผลิตชิ้นส่วนอากาศยาน การส่งเสริมกิจการการซ่อมบารุง และผลิตชิ้นส่วนอากาศยาน เช่น การอนุญาตให้ผู้ประกอบการชาวต่างชาติสามารถถือหุ้นได้มากกว่าร้อยละ 49 เป็นต้น เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมการบินของไทย

“นอกจากจะยกระดับมาตรฐานต่าง ๆ เพื่อให้อุตสาหกรรมการบินพลเรือนของไทยทันกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นแล้ว ซีเอเอที ยังเน้นขับเคลื่อนการกากับดูแลอากาศยานอื่นๆ ให้ปลอดภัยและมีคุณภาพในระดับสากลมากขึ้น โดยไฮไลท์ของ ซีเอเอทีในปี พ.ศ. 2563 นี้ มีสองเรื่องด้วยกัน เรื่องแรก คือ การกากับดูแลการใช้อากาศยานไร้คนขับ หรือ ‘โดรน’ เพื่อรองรับการเติบโตที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากปัจจุบันเทคโนโลยีของโดรนมีความก้าวหน้าอย่างมาก ประกอบกับมีราคาถูกลง จึงมีการนามาใช้อย่างกว้างขวางในการบินพลเรือน ดังนั้นจึงมีความเสี่ยงในด้านต่างๆ เพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ด้านความปลอดภัยต่อชุมชน และการปฏิบัติการบินของสายการบินพาณิชย์ ด้านความมั่นคง และความเป็นส่วนตัวของประชาชน โดยในปีนี้ ซีเอเอทีได้วางแผนให้มีข้อกาหนดเรื่องใบอนุญาตผู้ประจาหน้าที่นักบินอากาศยานไร้คนขับ หรือ UAS license เพิ่มเติมจากประกาศ ผู้ควบคุมโดรนเดิมให้มีมาตรฐานเป็นไปตามข้อกาหนดของ ICAO นอกจากนี้จะมีโรงเรียนสอนการใช้โดรนที่ถูกต้องตามมาตรฐานของซีเอเอที เพื่อให้การออกใบอนุญาตนักบินโดรนเป็นเหมือนใบเบิกทางให้อุตสาหกรรมการบินโดรนของไทย และผู้ที่ต้องการบินโดรนอย่างมืออาชีพและเพื่อการพาณิชย์ โดยผู้ที่จะได้รับใบอนุญาตโดรนนี้ต้องได้รับการอบรมที่ถูกต้องจากสถาบันที่มีมาตรฐาน ทั้งภาคทฤษฎี และปฏิบัติ รวมถึงมีการจัดสอบเพื่อให้ได้นักบินโดรนที่มีคุณภาพ โดยซีเอเอทีจะร่วมกับสถาบันเทคโนโลยี ป้องกันประเทศ หรือ DTI ในการพิจาณาหลักสูตรการอบรมเพื่อการรับรองสถาบันฝึกอบรมนักบินโดรนที่จัดตั้งโดย DTI ซึ่งจะเป็นสถาบันต้นแบบในการฝึกบินโดรน และให้บริการการฝึกบินที่ได้มาตรฐานให้กับประชาชนเพื่อให้เป็นพื้นฐาน ในการพัฒนาระบบการกากับดูแลของอุตสาหกรรม และกิจกรรมการบินโดรนของประเทศไทย”

“ไฮไลท์เรื่องที่สอง คือ การให้บริการด้านการแพทย์ฉุกเฉินด้วยเฮลิคอปเตอร์ หรือ HEMS โดยซีเอเอทีมุ่งมั่นที่จะเป็น ส่วนหนึ่งในการช่วยลดอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนน ดังนั้นสิ่งที่ซีเอเอทีจะให้การส่งเสริมในปีพ.ศ. 2563 นี้ คือ การปลดล็อคให้เฮลิคอปเตอร์ขนส่งผู้ป่วยสามารถจอดที่นอกเหนือสนามบินได้ในวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2563 เพราะระยะเวลาในการขนส่งผู้ป่วย 1 ชั่วโมงถือเป็น Golden Hour ที่มีค่า โดยซีเอเอทีได้ร่วมมือกับสถาบันการแพยท์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) เพื่อผสานการขนส่ง ทั้งทางอากาศ บก และเรือ เพื่อที่จะรักษาชีวิตคนได้มากขึ้น และยังเป็นการส่งเสริมอุตสาหกรรมการบินประเภทเฮลิคอปเตอร์ และนักบินเฮลิคอปเตอร์มากขึ้นอีกด้วย โดย HEMS มีจุดเด่น คือ สามารถเข้าถึงผู้ได้รับบาดเจ็บเมื่อเกิดอุบัติเหตุรุนแรงหรือเจ็บป่วยวิกฤตฉุกเฉินได้อย่างรวดเร็ว เข้าถึงจุดเกิดเหตุได้ใกล้ขึ้น รับส่งผู้บาดเจ็บหรือบุคลากรทางการแพทย์นอกเขตสนามบินได้ เพิ่มโอกาสการรอดชีวิตให้มากยิ่งขึ้นภายใต้มาตรฐานความปลอดภัย ด้านการบินสากล และมาตรฐานการให้บริการด้านการแพทย์ฉุกเฉิน”

“จากแผนงานดังกล่าวทั้งในด้านกากับดูแลการบินพลเรือน และด้านส่งเสริมอุตสาหกรรมการบิน ซีเอเอทีมั่นใจว่าจะ ช่วยยกระดับอุตสาหกรรมการบินของประเทศไทยให้มีความเป็นมาตรฐานสากล อีกทั้งจะช่วยสนับสนุนผู้ประกอบการไทย ให้มีศักยภาพในการแข่งขันกับผู้ประกอบการจากนานาประเทศได้อย่างทัดเทียมในสภาวะการแข่งขันที่สูงขึ้น เพื่อให้บรรลุตามวิสัยทัศน์ของซีเอเอทีที่ว่า ‘มาตรฐานสู่ความยั่งยืน’” นายจุฬา กล่าวทิ้งท้าย

ที่มา : https://www.caat.or.th/



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน