*/
  • อาคม
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : akoms2001@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-15
  • จำนวนเรื่อง : 3511
  • จำนวนผู้ชม : 5342751
  • จำนวนผู้โหวต : 1220
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1220 คน
Shelldon2

การแสดงเชลล์ดอนที่สยาม โอเชี่ยน เวิล์ด

View All
<< มีนาคม 2020 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


คุณคิดว่าจังหวัดเชียงใหม่มีเสน่ห์และจุดขายที่ไหน
อุปนิสัยของคนเชียงใหม่
41 คน
ประวัติศาสตร์
18 คน
วัฒนธรรม
56 คน
สิ่งแวดล้อม-บรรยากาศ
136 คน
แหล่งธรรมชาติ
23 คน
แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
4 คน
แหล่งบันเทิง
7 คน

  โหวต 285 คน
วันจันทร์ ที่ 9 มีนาคม 2563
Posted by อาคม , ผู้อ่าน : 264 , 11:11:40 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 


คณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กสว.) อนุมัติงบอุดหนุนการวิจัยและนวัตกรรมสำหรับการแก้ปัญหา COVID-19 วงเงิน 20 ล้านบาท ให้กับสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) ผอ.สกสว. เชื่อมือ สวรส. และกลไกการประสานงานการวิจัย COVID-19 จะดำเนินการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดโรคนี้ได้อย่างมีศักยภาพ

เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2563 ที่ผ่านมา คณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กสว.) อนุมัติงบอุดหนุนการวิจัยและนวัตกรรมสำหรับการแก้ปัญหา COVID-19 วงเงิน 20 ล้านบาท จากงบสำรองของกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม ภายใต้การดูแลของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ให้กับสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) เพื่อสนับสนุนการวิจัยเชิงระบบ โดยดำเนินการร่วมกับหน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้องในกลไกการประสานงานการวิจัย COVID-19 

ศาสตราจารย์ นพ.สุทธิพันธ์ จิตพิมลมาศ ผู้อำนวยการ สกสว. เปิดเผยข้อมูลว่า เนื่องจากปัจจุบัน สถานการณ์การระบาด COVID-19 ยังคงขยายขอบเขตไปในประเทศต่างๆ และเริ่มมีประเทศที่กําลังจะเป็น แหล่งการแพร่ระบาดขนาดใหญ่เดินตามประเทศจีน แต่โลกยังขาดความรู้ความเข้าใจต่อเชื้อตัวนี้อยู่มาก ด้วยเหตุนี้นักวิทยาศาสตร์ นักวิจัย ผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ จึงต่างเร่งศึกษาวิจัยในทางคู่ขนานเนื่องจากเชื้อไวรัสในกลุ่มนี้มีทั้งที่มีการระบาดแล้วและรอฉวยโอกาสในอนาคต ซึ่งอาจกลายพันธุ์จนมีความรุนแรงมากขึ้น

รายงานการศึกษาสําคัญแรกที่ทําให้โลกเริ่มเข้าใจ COVID-19 จากประเทศจีน คือรายงานข้อมูลทางคลินิกและข้อมูลระบาดวิทยาของผู้ติดเชื้อและมีอาการจํานวน 425 คนจากอู่ฮั่น จังหวัดหูเป่ย จนถึงปัจจุบัน สถานการณ์ การระบาดในประเทศจีนเริ่มควบคุมได้ แต่การระบาดในประเทศต่างๆ ดูเหมือนเพิ่งจะเริ่มต้น และบางประเทศมีแนวโน้มน่าเป็นห่วงว่าจะมีการระบาดที่ไม่ต่างจากประเทศจีน ซึ่งเมื่อถึงตอนนั้น มาตรการควบคุมก็ อาจไม่ได้ผลและต้องการการตอบสนองที่เข้มงวดขึ้น   โดยเมื่อวันที่ 11-12 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา องค์การอนามัยโลกได้เชิญผู้เชี่ยวชาญไปช่วยกําหนดโจทย์และนวัตกรรมที่จะเป็นแผนที่นำทางการวิจัย หรือ Research Map ของ COVID 2019 และจัดทําเป็นรายงานชื่อ COVID 2019 Public Health Emergency of International Concern (PHEIC), Global Research and Innovation forum: towards a research roadmap

สำหรับในประเทศไทย มีการจัดตั้งกลไกการประสานงานการวิจัย COVID-19 มีกรมควบคุมโรคเป็นฝ่ายเลขากลไกประสานงาน ประกอบด้วยองค์กรต่างๆ ได้แก่ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กรมการแพทย์ สํานักงานวิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตร์แห่งชาติ (สวทช.) นักวิจัยที่มีประสบการณ์สูงด้านการ วิจัยโรคติดเชื้อ และด้านการสาธารณสุขจากสถาบันการศึกษา สมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย องค์กร เอกชน และองค์กรสนับสนุนการวิจัยได้แก่ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และ สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) โดยกลไกการประสานนี้มีการประชุมทุก 2 อาทิตย์ มีการกําหนดโจทย์วิจัยเร่งด่วนที่ต้องการสนับสนุนทุนวิจัย อาทิ การวิจัยทํานายการระบาดในประเทศไทยในสถานการณ์ต่างๆ เพื่อนํามาใช้วางแผนและเตรียมการ การวิจัยเพื่อการวินิจฉัยให้ได้ตั้งแต่เนิ่นๆ เพิ่มโอกาสการรักษาแล้วหาย ลดการแพร่ระบาดและการควบคุมได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

เนื่องจากการะบาด COVID-19 เกิดขึ้นระหว่างปีงบประมาณขององค์กรสนับสนุนทุนวิจัย ทำให้ สวรส. ขาดงบประมาณสนับสนุนทุนวิจัยทางด้านนี้ตั้งแต่ต้น ดังนั้นเพื่อเป็นการแก้ปัญหาเร่งด่วนด้านการวิจัยระบบเพื่อตอบสนองการระบาด COVID-19 คณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กสว.) จึงได้อนุมัติงบประมาณวิจัยดังกล่าวเพิ่มเติม โดย สกสว. เชื่อมั่นในการทำงานของ สวรส. และหน่วยงานในกลไกการประสานงานการวิจัย COVID-19 ว่าจะสนับสนุนและออกแบบการทำงานได้อย่างมีศักยภาพ ภายใต้งบประมาณ 20 ล้านบาท โดยมีกรอบการวิจัยที่มีการออกแบบไว้ให้สอดคล้องกับองค์การอนามัยโลกระบุ คือ 1.วิจัยพัฒนาเทคโนโลยีและระบบเพื่อการวินิจฉัยในระดับชุมชน/ระบบ สาธารณสุข สัดส่วนงบวิจัย 27 % 2.วิจัยเพื่อพัฒนาขั้นตอนการรักษาตามระยะของโรคให้มีประสิทธิผล สัดส่วนงบวิจัย 5% 3.วิจัยเพื่อพัฒนาอุปกรณ์ มาตรการ สิ่งแวดล้อมที่ป้องกันการแพร่เชื้อในชุมชน และในหน่วยบริการสุขภาพ สัดส่วนงบวิจัย 18% 4.วิจัยพัฒนายา วิธีการรักษา และการพัฒนาวัคซีนเพื่อป้องกันสัดส่วนงบวิจัย 42% 5.การวิจัยด้านสังคมศาสตร์เพื่อการตอบสนองต่อการระบาดอย่างมีประสิทธิภาพ สัดส่วนงบวิจัย 8% 6.การพัฒนาระบบกลไกสนับสนุนการวิจัยในระยะยาวสัดส่วนงบวิจัย 2%


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน