*/
  • อาคม
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : akoms2001@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-15
  • จำนวนเรื่อง : 3667
  • จำนวนผู้ชม : 5398189
  • จำนวนผู้โหวต : 1221
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1221 คน
Shelldon2

การแสดงเชลล์ดอนที่สยาม โอเชี่ยน เวิล์ด

View All
<< เมษายน 2020 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30    

[ Add to my favorite ] [ X ]


คุณคิดว่าจังหวัดเชียงใหม่มีเสน่ห์และจุดขายที่ไหน
อุปนิสัยของคนเชียงใหม่
41 คน
ประวัติศาสตร์
18 คน
วัฒนธรรม
56 คน
สิ่งแวดล้อม-บรรยากาศ
136 คน
แหล่งธรรมชาติ
23 คน
แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
4 คน
แหล่งบันเทิง
7 คน

  โหวต 285 คน
วันเสาร์ ที่ 18 เมษายน 2563
Posted by อาคม , ผู้อ่าน : 283 , 13:38:04 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

นายกรัฐมนตรีจีนกล่าวเน้นในช่วงท้ายของการแถลงต่อที่ประชุมอาเซียนบวกสาม (APT) วาระพิเศษ ว่าด้วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (โควิด-๑๙) เมื่อวันที่ ๑๔ เม.ย.๖๓ ความว่า ภูมิภาคนี้เป็นหนึ่งในผู้ผลิตธัญพืชรายใหญ่ของโลก และเป็นที่ตั้งของประชากรกว่าหนึ่งในสี่ของโลก และส่วนใหญ่เป็นประเทศกำลังพัฒนา ดังนั้น การสร้างความมั่นคงด้านอาหารจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง โดยต้องใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่จากองค์กรสำรองข้าวฉุกเฉินของอาเซียนบวกสาม (ASEAN Plus Three Emergency Rice Reserve: APTERR) เพื่อป้องกันวิกฤตด้านอาหาร ซึ่งมีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้

๑. APTERR เป็นองค์กรที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือของ ๑๓ ประเทศ ประกอบไปด้วยประเทศสมาชิกอาเซียน ๑๐ ประเทศ ร่วมกับจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ เพื่อสำรองข้าวสำหรับบริโภคในกรณีเกิดภัยพิบัติฉุกเฉินทางธรรมชาติ ซึ่งได้เริ่มดำเนินงานเมื่อวันที่ ๗ ต.ค.๕๔ โดยประเทศไทยได้รับความไว้วางใจให้จัดตั้งสำนักเลขานุการองค์กรสำรองข้าวฉุกเฉินของอาเซียนบวกสาม (APTERR) ขึ้นในประเทศไทย เพื่อเป็นหน่วยงานกลางทำหน้าที่ประสานงานในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ทั้งนี้ ความตกลง APTERR เป็นเอกสารความตกลงที่มีผลตามกฎหมาย (Legally Binding Document) และสอดคล้องกับกฎระเบียบของ WTO และข้อตกลงระหว่างประเทศอื่นที่เกี่ยวข้อง

๒. ในการประชุมคณะมนตรีองค์กรสำรองข้าวฉุกเฉินของอาเซียนบวกสาม ครั้งที่ ๘ ระหว่างวันที่ ๑๗ – ๑๙ ก.พ.๖๓ ณ เมืองพุกาม สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ผู้แทนคณะฯ ของไทย นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เสนอให้ APTERR พิจารณาเพิ่มปริมาณข้าวสำรองในประเทศสมาชิกอาเซียนบวกสามในรูปสัญญา (Earmarked Stock) ให้สอดคล้องกับสถานการณ์การระบาดของโรคในคน พืช และสัตว์ ที่ทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น เช่น การติดเชื้อไวรัสโคโรนา (Covid-19) การระบาดของหนอนกระทู้ข้าวโพดลายจุด (Fall Army worm) ตั๊กแตนทะเลทราย (Desert Locust) และการระบาดของโรคอหิวาต์อัฟริกาในสุกร (African Swine Fever) รวมถึงภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เช่น ภัยแล้ง พายุไต้ฝุ่น เป็นต้น

๓. ข้อสังเกตจากกรณีศึกษาการสร้างหลักประกันความมั่นคงทางธัญญาหารของจีน
๓.๑ การที่ธัญญาหารในคลังของจีนมีปริมาณเพียงพอ จึงทำให้ราคาธัญญาหารในตลาดจีนมีเสถียรภาพ ซึ่งสอดรับกับแนวคิดของประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ในฐานะเลขาธิการใหญ่คณะกรรมการกลาง พรรคคอมมิวนิสต์จีนที่กล่าวเน้นว่า “ชามข้าวของคนจีนจะต้องถือไว้อย่างมั่นคงด้วยมือของตัวเอง จึงต้องให้ความสำคัญอย่างมากในการยกระดับการผลิตข้าวและธัญพืชที่สำคัญ ให้มีความปลอดภัยและสามารถป้อนความต้องการบริโภคภายในประเทศได้ โดยไม่ได้รับผลกระทบจากตลาดต่างประเทศ” ซึ่งข้อมูลของกระทรวงเกษตรและกิจการชนบทจีน พบว่า เมื่อปี ๒๐๑๙ (พ.ศ.๒๕๖๒) มีปริมาณการผลิตธัญญาหารของจีนสูงถึง ๖๖๔ ล้านตัน และถือเป็นสถิติใหม่ในประวัติศาสตร์ นอกจากนี้ จีนสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้อย่างสมบูรณ์ติดต่อกันมาเป็นเวลา ๑๖ ปีแล้ว จึงทำให้ปริมาณสะสมธัญญาหารในคลังของจีนมีเพียงพอ
๓.๒ จีนได้กำหนดเป้าหมายในการสร้างความมั่นคงทางธัญญาหาร ตามแผนยุทธศาสตร์การฟื้นฟูชนบทของจีน (ปี ๒๐๑๘ – ๒๐๒๒ หรือ พ.ศ.๒๕๖๑-๒๕๖๕) โดยภายในปี พ.ศ.๒๕๖๕ จีนจะมีความพร้อมในระบบข้อมูลเพื่อสร้างแผนที่พื้นที่เพาะปลูก การปรับปรุงข้อมูลสารสนเทศและการควบคุมการเกษตรแบบแม่นยำ โดยเฉพาะการสร้างเขตพื้นที่เพาะปลูกข้าวและธัญพืช และเขตคุ้มครองการผลิตสินค้าเกษตรที่สำคัญ ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่จะรองรับการพัฒนาศักยภาพในการผลิต โดยมีระบบการบริหารจัดการที่พร้อม และเป็นการทำเกษตรแบบสมัยใหม่
๓.๓ แนวทางการดำเนินการเพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว
๓.๓.๑ กำหนดพื้นที่ ๒ เขต คือ เขตพื้นที่เพาะปลูกข้าวและธัญพืช (เป็นพื้นที่ ๓๗๕ ล้านไร่) และเขตคุ้มครองการผลิตสินค้าเกษตรที่สำคัญ (ถั่วเหลือง ฝ้าย เมล็ด rapeseed อ้อย และยางพารา เป็นพื้นที่ ๙๙.๑๗ ล้านไร่) โดยจะเป็นพื้นที่ทางการเกษตรถาวรระยะยาวสำหรับการเพาะปลูกพืชที่กำหนด และไม่สามารถนำไปใช้ในการเกษตรด้านอื่นได้ เพื่อมุ่งไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยจะส่งเสริมให้เป็นการทำการเกษตรแบบมาตรฐานสูง สร้างและพัฒนาสาธารณูปโภคด้านน้ำที่ใช้ในการเกษตรและการทำระบบให้เข้าสู่แปลงโดยชลประทานประหยัดน้ำ การใช้เมล็ดพันธุ์ที่ดีและให้ผลผลิตสูง ยกระดับให้เป็นการทำการเกษตรโดยใช้เครื่องจักรและเทคโนโลยี ใช้ระบบอินเทอร์เน็ต และ cloud รวมถึงระบบข้อมูล big data เข้ามาร่วมด้วย
๓.๓.๒ สร้างการรับรู้ด้านนโยบายเพื่อให้เกษตรกรและผู้ประกอบการเข้าร่วม โดยรัฐบาลกลางและท้องถิ่นมีนโยบายในการส่งเสริม สนับสนุน และให้หลักประกันในการใช้พื้นที่ในการพัฒนาการเกษตรเพื่อสร้างเขตพื้นที่ผลิตข้าวและธัญพืช และพืชเกษตรที่สำคัญในระยะยาว เช่น การสนับสนุนก่อสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานเพื่อใช้ในการเกษตรจนถึงระดับแปลง การหาแหล่งเงินกู้ยืมให้กับเกษตรกร/ผู้ประกอบการที่ร่วมโครงการ และการประกันความเสียหายในการเพาะปลูก เป็นต้น
๓.๓.๓ ให้รัฐบาลระดับมณฑลทำหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลการเลือกพื้นที่ ๒ เขต ที่นำเสนอจากเมืองและอำเภอต่าง ๆ ในมณฑล แล้วจึงส่งข้อมูลให้กับกระทรวงเกษตรและกิจการชนบท คณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสำเนาให้กับกระทรวงการคลัง กระทรวงที่พักอาศัยและการพัฒนาเขตเมือง-ชนบท และกระทรวงทรัพยากรน้ำ โดยกระทรวงเกษตรและกิจการชนบท คณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติจะเป็นเป็นผู้ชี้แนะการสร้างแผนที่อิเล็กทรอนิกส์และฐานข้อมูล เพื่อให้สามารถรวมเป็นภาพใหญ่ของทั้งประเทศ และรายงานผลการดำเนินงานการจัดสร้างเขตพื้นที่ให้กับคณะรัฐมนตรีจีนทราบ

บทสรุป นายกรัฐมนตรีจีนเห็นความสำคัญของการสร้างความมั่นคงด้านอาหาร โดยเสนอให้ใช้ประโยชน์จากองค์กรสำรองข้าวฉุกเฉินของอาเซียนบวกสาม (ASEAN Plus Three Emergency Rice Reserve: APTERR) ซึ่งจะเป็นกลไกที่สำคัญต่อการสำรองข้าวสำหรับบริโภคในกรณีเกิดภัยพิบัติฉุกเฉินทางธรรมชาติ

ประมวลโดย พลตรี ไชยสิทธิ์ ตันตยกุล
( ข้อมูลจากเว็บไซต์ http://www.chinaembassy.or.th/chn/zgyw/t1769818.htm และเว็บไซต์ http://www.chinaembassy.or.th/eng/zgyw/t1769720.htm รวมทั้งเว็บไซต์ https://www.apterr.org/ และเว็บไซต์ http://www.oae.go.th/view/1/B8%81./33532/TH-TH ตลอดจนเว็บไซต์ https://www.opsmoac.go.th/guangzhou-news-files-411891791063 และเว็บไซต์ https://www.apterr.org/what-is-apterr รวมถึงเว็บไซต์ https://www.naewna.com/local/368794 และเว็บไซต์ http://www.scio.gov.cn/m/zfbps/32832/Document/1666228/1666228.htm )


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน