*/
  • อาคม
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : akoms2001@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-15
  • จำนวนเรื่อง : 3661
  • จำนวนผู้ชม : 5396712
  • จำนวนผู้โหวต : 1221
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1221 คน
Shelldon2

การแสดงเชลล์ดอนที่สยาม โอเชี่ยน เวิล์ด

View All
<< พฤษภาคม 2020 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]


คุณคิดว่าจังหวัดเชียงใหม่มีเสน่ห์และจุดขายที่ไหน
อุปนิสัยของคนเชียงใหม่
41 คน
ประวัติศาสตร์
18 คน
วัฒนธรรม
56 คน
สิ่งแวดล้อม-บรรยากาศ
136 คน
แหล่งธรรมชาติ
23 คน
แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
4 คน
แหล่งบันเทิง
7 คน

  โหวต 285 คน
วันพุธ ที่ 13 พฤษภาคม 2563
Posted by อาคม , ผู้อ่าน : 294 , 17:06:21 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

หลังจากที่ประเทศไทยต้องเผชิญหน้ากับการแพร่ระบาดของโควิด19 ทุกภาคส่วนต่างออกมาร่วมมือกันในการรับมือกับวิกฤตครั้งนี้ ที่ผ่านมา ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้มีนโยบายปรับแผนการใช้จ่ายงบประมาณประจำปี 2563 ในส่วนของกระทรวง อว. จำนวน 3,000 ล้านบาท  มาช่วยประเทศในการสู้ภัยโควิด-19 โดยแบ่งเป็นงบประมาณในการวิจัยและพัฒนาเวชภัณฑ์และอุปกรณ์การแพทย์ที่จำเป็นจำนวน 1,000 ล้านบาท ซึ่งอาจารย์ทุกมหาวิทยาลัยสามารถมีส่วนร่วมในการดำเนินการ และงบประมาณในการเยียวยาช่วยเหลือด้านเศรษฐกิจจำนวน 2,000 ล้านบาท ผ่านการให้ทุนสำหรับนักศึกษา หรือดึงคนตกงานกลับมาเรียนต่อในมหาวิทยาลัย รวมไปถึงจ้างงานกับบัณฑิตจบใหม่ผ่านโครงการยุวชนสร้างชาติ และอบรมเพิ่มหรือปรับทักษะ (Upskill/Reskill) สำหรับอาชีพหลังโควิด-19 และอีกส่วนหนึ่ง คืองบประมาณจากกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) จำนวนกว่า 1,000 ล้านบาท จัดสรรงบประมาณให้กับหน่วยบริหารจัดการทุนวิจัย (PMU : Program Management Unit) ให้ทุนสนับสนุนนักวิจัยไทยในการคิดค้นวิธีการแก้วิกฤตครั้งนี้

 ศ.นพ.สุทธิพันธ์  จิตพิมาศ  ผู้อำนวยการ สกสว. เปิดเผยว่า ในส่วนของการจัดสรรงบประมาณจากกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้มีการปรับแผนจัดสรรงบประมาณ Strategic fund ปีงบประมาณ 2563 โดยมีการเพิ่มในส่วนของโปรแกรม (Program) 17 คือ การแก้ปัญหาวิกฤตของประเทศ โดยเน้นเร่งด่วนเรื่องโควิด19 และปัญหาภัยแล้ง โดยการแก้ปัญหาวิกฤตของประเทศนั้น ในส่วนประเด็นโควิด19 มีการออกแบบการทำงาน ตามเป้าหมายสำคัญแบ่งออกเป็น 3 ระยะ เริ่มต้นด้วยระยะเร่งด่วน คือ การแพร่กระจายของโรคระบาด การบริหารจัดการภาวะวิกฤต ระยะปานกลาง คือ ความปลอดภัยทางด้านสุขภาพของมนุษย์ และระยะยาว คือ การสร้างความยั่งยืน รวมถึงการพัฒนาด้านสุขภาพ เศรษฐกิจและสังคม สำหรับการจัดการระบบวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพื่อรับมือกับโควิด 19 ในภาวะวิกฤตและหลังภาวะวิกฤต ประกอบด้วย 4 มิติ ได้แก่ มิติวิทยาศาสตร์การแพทย์และการสาธารณสุข หน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) และสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) มิติของเศรษฐกิจและสังคม มิติของการสื่อสารและการรับรู้ ตลอดจนมิติของมาตรการและการเตรียมการหลังภาวะวิกฤต ทั้งนี้ที่ผ่านมามีการจัดสรรงบประมาณจากกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมไปยังหน่วยบริหารจัดการโปรแกรม จนกระทั่งได้ผลงานวิจัยสำคัญที่สามารถช่วยหยุดยั้งวิกฤตโควิด เช่น

ความสำเร็จการผลิตชุดตรวจโควิด 19 ด้วยวิธี RT-PCR  จำนวน 20,000 ชุด มอบให้กับพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และ บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด ร่วมกันสนับสนุนทุนวิจัย  โครงการวิจัยและพัฒนาเพื่อผลิตชุดตรวจ SARS-CoV-2 ด้วยวิธี Real-Time RT-PCR (qPCR) เพื่อความมั่นคงด้านสุขภาพ โดยพัฒนาและผลิตชุดตรวจจาก prototype ที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้พัฒนาขึ้น

ทางด้าน หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคน และทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา การวิจัย และสร้างนวัตกรรม (บพค.) ก็ได้ดำเนินโครงการวิจัยเรื่อง “COVID-19 Multi-Model Comparison Consortium (CMMC)” สร้างความร่วมมือกับกลุ่มผู้เชี่ยวชาญจากนานาชาติ โดยการสร้างแบบจำลอง (Model) เพื่อการวางแผนในการรับมือการแพร่ระบาดของโควิด 19 เพื่อวางแผนการจัดเตรียมโรงพยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ให้เหมาะสม นอกจากนี้ยังมีการแบบจำลองทางด้านผลกระทบ เพื่อการวางนโยบายของประเทศ 

 ส่วนหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) มีการเสนอแผนและโครงการ เช่น การจัดการความเสี่ยงในพื้นที่โดยมหาวิทยาลัยพัฒนาพื้นที่ โดยมีการวางเป้าหมายการดำเนินงาน มหาวิทยาลัยในพื้นที่จัดการข้อมูล ความรู้และเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อตอบปัญหาเร่งด่วนด้านเศรษฐกิจ และสังคมของพื้นที่จากผลกระทบจากการแพร่ระบาดโควิด19 ใน 10 จังหวัดเป้าหมาย และมีแผนโครงการการบริหารจัดการหลังภาวะวิกฤต การสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจ (Economic activity) เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานราก/ชุมชนในพื้นที่แบบเร่งด่วนรองรับผลกระทบจาก สถานการณ์การแพร่ระบาด COVID-19 เพื่อมุ่งหวังยกระดับรายได้และพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนชาวไทยโดยอาศัยกลไกการพัฒนาเชิงพื้นที่

สํานักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA มีแผนงานหน่วยขับเคลื่อนนวัตกรรมเพื่อสังคมสําหรับการพัฒนาเชิงพื้นที่ 4 หน่วย (มุ่งเน้นการแก้ปัญหาจากโควิด19) โดยฟื้นฟูผลกระทบจากโควิด-19 โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง และการจ้างงาน สร้างรายได้ สร้างอาชีพให้กับชุมชน  

 สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (สวก.) มีแผนงานโครงการ การนำร่องเพื่อศึกษาประสิทธิผลของสารสกัดฟ้าทะลายโจรเพื่อให้เสริมกับการรักษาตามมาตรฐานในผู้ป่วโควิด19 ที่มีอาการน้อย เป็นการศึกษาผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นกับผู้ป่วยโควิด19 ที่ใช้ยาฟ้าทะลายโจรร่วมกับการรักษาตามมาตรฐาน ตลอดจนเปรียบกับกลุ่มที่ได้รับการรักษาตามมาตรฐานเพียงอย่างเดียว 

 นอกจากนี้ยังมีแผนงานโครงการจาก สํานักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ดำเนินโครงการการใช้เทคโนโลยี RT-LAMP และ Genome Evolution Analysis เพื่อการตรวจวินิจฉัยเชื้อ 2019-nCoV เพื่อพัฒนาชุดตรวจ RT-LAMP สำหรับตรวจหาเชื้อโควิด19 โครงการ นวัตกรรมหน้ากากอนามัยนาโนป้องกันการติดเชื้อโคโรนาไวรัสแบบซักได้ เพื่อพัฒนาต้นแบบหน้ากากอนามัยที่สามารถป้องกันโควิด19 ได้  สามารถซักและนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ช่วยให้ประชาชนและบุคลากรหน่วยงานต่าง ๆ สามารถเข้าถึงและนำไปใช้ได้ และ วช. ยังมีแผนโครงการการพัฒนาหน้ากากป้องกันเชื้อโรคแบบคลุมศีรษะชนิดมีพัดลมพร้อมชุดกรองอากาศประสิทธิภาพสูงเพื่อรับมือสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา เพื่อพัฒนาป้องกันเชื้อโรคสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ แบบคลุมศีรษะ มีพัดลมพร้อมชุดกรอกอากาศประสิทธิภาพสูงที่มีแรงดันภายในหน้ากากเป็นไปตามมาตรฐาน และโครงการอื่น ๆ อีกมากมาย

 ทางด้าน สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) มีโครงการในแผนงานสำคัญ โควิด19 เช่น การสังเคราะห์มาตรการและนโยบายของรัฐบาลเพื่อลดการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 จากผลการประเมิน การปฏิบัติตนของประชาชนไทยตามมาตรการต่าง ๆ เพื่อประเมินผลการปฏิบัติตามมาตรการ“อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” ในประชาชนไทย และนโยบายหรือมาตรการหรือข้อแนะนําอื่น ๆ  เช่น การรักษาระยะห่าง (Physical distancing), การใส่หน้ากาก, การล้างมือ, การลดการสัมผัสใบหน้า จมูก ปาก และตา ตลอดจนคำแนะนำในการปรับปรุงนโยบายสาธารณะเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด19 โครงการวิจัยพัฒนาแบบจําลองบูรณาการระบบการแก้ไขปัญหาโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพื่อสนับสนุนกระบวนการตัดสินใจเชิงนโยบาย เป็นการพัฒนาแบบจำลองสถานการณ์พลวัตระบบของระบบการแก้ปัญหาโควิด19 ในประเทศไทย เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม โครงการทั้งหมดที่กล่าวมานี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของแผนโครงการในโปรแกรม 17 การแก้ปัญหาวิกฤตของประเทศ โดยหน่วยงานทั้งหมดนี้ได้รับการจัดสรรงบประมาณจากกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ที่จัดสรรงบประมาณโดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) เพื่อมุ่งหวังให้ระบบวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นกลไกสำคัญในการช่วยแก้วิฤตโควิด19 เพื่อบรรลุเป้าหมายในการพาทุกคนไทยทุกคนก้าวผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน